จับกระแสสมัชชา

ย้ำมติสมัชชาไม่เอาปิโตรเคมี จับตารัฐหูทวนลมเสียงประชาชน(ตอนที่ 2)

by chonpadae @8 ก.พ. 55 00.29 ( IP : 223...246 ) | Tags : จับกระแสสมัชชา , สมัชชาสุขภาพภาคใต้

รายการสมัชชาสุขภาพทางอากาศ  สถานีวิทยุ FM 88.0 MHz มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.)ประจำวันเสาร์ที่ 17ธันวาคม 2554
            ดำเนินรายการโดยอรุณรัตน์ แสงละอองและบัญชร วิเชียรศรี
            ติดตามความคืบหน้ามติสมัชชาสุขภาพภาคใต้ 2552 วาระแผนพัฒนาภาคใต้ที่ยั่งยืนต่อจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีอาจารย์ประสาท มีแต้มมาเป็นวิทยากรโดยครั้งนี้เป็นมุมมองจากตัวแทนสมัชชาสุขภาพภาคใต้ 2 ท่านคือศยามล ไกรยูรวงศ์ และกิตติภพ สุทธิสว่าง
................................................................................................................................................................................................................................
            ศยามล เล่าต่อว่า นอกจาก 5 หลักการในการพัฒนาภาคใต้ยั่งยืน มีข้อเสนอชัดๆว่าให้ตั้งกรรมการขึ้นใหม่ทุกภาคส่วน ชะลอโครงการที่ดำเนินการอยู่ และให้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาเกี่ยวกับการปฏิบัติ  ทำภาคใต้เป็นตัวอย่างนำร่องให้กับภาคอื่นเกี่ยวกับประเด็นแผนการพัฒนา ซึ่งการให้ทุกภาคส่วนเข้ามา เพราะอยากเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยว่าอย่ามองมุมเดียว
            กรณีรัฐบาลไทยนั้นเห็นได้ชัดว่ามักมองมุมเดียวมาตลอดคือการพัฒนาที่ยึดรายได้ประชาชาติ การแข่งขันกับโลกอย่างไรแต่ไม่มีการมอง อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่มีมิติมุมมองเชิง วัฒนธรรม ศาสนา  หรือการที่คนจนจะเข้าถึงงบประมาณได้อย่างไร
          “การทำแผนแบบที่เราเสนอเปิดให้ทุกวงการ ทุกอาชีพ มาร่วมคิดแผนพัฒนาระดับ จังหวัด ภาค ประเทศที่สอดคล้องกับบ้านเรา แต่ที่ผ่านมาประชาชนมักได้ข้อมูลด้านเดียว จากภาครัฐ หรือนักลงทุนว่าดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลอีกด้าน จริงๆ จะมีข้อมูลทั้งด้านบวกและลบ ไม่ว่าทำอะไรก็ตาม”
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือทำให้คนใต้หรือคนไทยได้เห็นว่าเวลาทำแผนพัฒนาต้องคิดทุกด้าน มองถึงอดีต อนาคตว่าจะวางแผนประเทศไทยอย่างไร ขณะที่การตัดสินใจเชิงนโยบาย ของนักธุรกิจ การเมือง มักจำกัดอยู่บนผลประโยชน์  เศรษฐกิจของกลุ่มทุนเท่านั้นเอง
          “ประเทศไทย มีคณะกรรมการร่วมรัฐ เอกชน (กรอ.)  เวลาตัดสินใจรับฟังฟังเอกชนมากกว่า แต่ไม่เคยมีกรรมการภาครัฐ ร่วมประชาชนเลย  ถ้าจะมีใหม่ก็คงสมัชชานี่แหละที่นายกเป็นประธาน ในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แต่นี่ขึ้นอยู่กับมุมนายกรัฐมนตรีอีกว่าจะสนใจมุม สุขภาพ สังคม สิ่งแวดล้อมหรือเปล่า ที่จริงเรายังมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมการพัฒนาโครงการอะไร ต้องมีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และปัจจุบันอาจมีผลกระทบทางสุขภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 แต่ในที่สุดสิ่งหนึ่งพบว่าใครเข้าถึงอำนาจก็จะตัดสินใจตามอำนาจนั้น”
            ศยามลยกตัวอย่างท่าเรือปากบารา ว่ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วไม่ครอบคลุมหลายมิติ  เธออ่านรายงานแล้วมองเห็นว่าการสร้างแค่ท่าเรือไม่คุ้มทุนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ซ่อนใต้คำว่าการสร้างท่าเรือให้คุ้มทุนคือต้องมีอุตสาหกรรมอยู่ตรงนั้นครบวงจร
          “แต่เวลาพูดกับประชาชนในพื้นที่เขาจะบอกว่า ไม่มีอุตสาหกรรมมาลง ความจริงเป็นไปไม่ได้ แต่บริษัทที่ปรึกษาหรือเจ้าของโครงการจะพูดไม่หมด ปกปิดข้อมูล”
เพราะบอกว่าสร้างท่าเรืออย่างเดียวจึงไม่มีผลต่อการเวนคืนที่ดินจำนวนมาก ชาวบ้านก็คิดว่าท่าเรือดีทำให้ มีการขนส่งเกิดขึ้น ก็จบ  แต่รายงานยังไม่ได้บอกว่าผลกระทบจากการขนส่งน้ำมัน มีน้ำมันรั่วไหลอย่างไร มีสารเคมีอะไรมากระทบบ้าง มีการระเบิดหินกี่ลูก อุตสาหกรรมที่เหมาะจะต้องมีแหล่งน้ำ ถนน รถไฟ พร้อม  “ที่จริงแล้วอุตสาหกรรมที่วางแผนอาไว้กรณีสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล คือปิโตรเคมีไม่ใช่อุตสาหกรรมการเกษตร แต่เวลาพูด พูดไม่หมด จริงๆ เขาต้องการเอาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากฝั่งอ่าวไทยมาทางอันดามัน เพื่อใช้และส่งออกขายทั่วโลก”
          จากกระบวนการวิชาการที่ถูกต้องจริงๆพบว่าประเทศไทยไม่เหมาะกับการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับพื้นที่หรืองบประมาณแผ่นดินที่ต้องมาตามแก้ปัญหา มลพิษ ที่ตามมา แต่การตัดสินใจที่ผ่านมาศยามลเล่าว่า รัฐบาลหรือนักการเมืองตัดสินใจนโยบายลักษณะนี้โดยไม่เคยพลิกงานวิชาการดูเลย  ขณะที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเองมักมองไม่ครบทุกมิติ
          “กระบวนการพิจารณาสิ่งแวดล้อมของเรายังไม่ดีเอามากๆเลย เรามองแต่แค่เรื่องวิศวกรรม กับเศรษฐศาสตร์เท่านั้น รัฐบาลดูแต่เม็ดเงินไม่ดูรายงานวิชาการ รัฐบาลทุกยุคสมัย ต้องการให้ประเทศเป็นอุตสาหกรรม และแน่นอนจะมีปัญหาอย่างนี้ไปในอนาคต”
          ศยามลบอกว่าสมัชชาสุขภาพไม่ได้คัดค้านอุตสาหกรรม แต่ใครก็รู้ว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรืออุตสาหกรรมเหล็ก เป็นอุตสากรรมของบรรษัทข้ามชาติไม่ใช่การลงทุนของนักธุรกิจท้องถิ่น และมีผลกระทบจากเอทาลินออกไซค์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เกิดโรคทางเดินหายใจ มะเร็ง โรคปอด โรคเลือด ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะมีขี้เถ้าเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กทำให้เป็นโรคปอดกับทางเดินหายใจ
          อย่างกรณีโรงงานที่ระยองเคยมีคนสงสัยว่านำวัตถุดิบเข้ามาผลิตในไทย แล้วส่งออกไปขาย เหตุผลง่ายๆ คือประเทศอื่นเลิกผลิตแล้วเพราะผลกระทบจากสารโลหะหนัก มลพิษ นักวิชาการเคยบอกว่าโรงงานประเภทนี้ต้องห่างชุมชนไปอย่างน้อย 25 กิโลเมตร  และต้องปลูกต้นไม้โดยรอบ เป็นป่าล้อมเอาไว้  อย่างที่ญี่ปุ่นทำเพื่อทำช่วยซับฝุ่นละออง “แต่เราไม่มีพื้นที่แบบนั้นแล้ว ดิฉันจึงฟันธงได้เลยว่ามันไม่เหมาะกับประเทศไทย แต่อุตสาหกรรมการเกษตร ควรมี และต้องจัดการให้ดีด้วย ไม่ใช่ตั้งไปเรื่อย  ต้องมีระบบการจัดการ แง่ดีคือการกระจายรายได้ แต่อุตสาหกรรมในบ้านเรายังไม่ผลิตครบวงจรเหมือนมาเลเซีย ควรพัฒนาให้ครบวงจรไปเลย” เธอมองว่า ส่วนใหญ่เรื่องแบบนี้คนไทยมักไม่รู้ข้อมูล และจะถูกฝ่ายที่จะทำโครงการโฆษณาชวนเชื่ออย่างขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.)พยายามหาที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและ  นิวเคลียร์ ประมาณ9 แห่งในภาคใต้ โดยไม่สนใจแผนจังหวัดว่าเป็นอย่างไร มีเป้าหมายตรงไหน เขาก็จะมาศึกษา ดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายสิ่งแวดล้อม  เพื่อเดินหน้าผลักดันต่อไปเรื่อยๆ
          “ดิฉันคิดว่า คนไทยทุกคนหรือคนใต้มีช่องทางกำหนดแผนของตนเองได้ ทุกคนมีส่วนร่วมได้ นอกจากใช้สื่อ ต่างๆ ต้องใช้กลไก อบต. ท้องถิ่น หรือจังหวัดให้เป็นประโยชน์  เราต้องใช้กลไก ที่จะให้มีการตัดสินใจ นี่คือหลักการกระจายอำนาจไม่ใช่ส่งตรงจากรัฐบาล ว่านักการเมืองจะเอาอย่างนั้น ก็ต้องว่าอย่างนั้น  แต่คนไทยยังไม่ค่อยใช้กลไกอย่างนี้ เราแค่ไปเลือกตั้งแล้วกลับบ้าน ไม่ตามเขา ถึงเวลานี้เลยเสนอว่าต้องใช้ทุกช่องทาง เพื่อสร้างสำนึกวางแผนในการจัดการบ้านตัวเอง”
            แผนพัฒนาจังหวัดนั้นยังยืนอยู่บนรายได้ประชาชาติ ประชาชนตึงต้องผนึกกำลังกับท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ บอกกับตัวแทนราชการภูมิภาค คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดว่าต้องการอะไร  นักธุรกิจในท้องถิ่นเองเห็นด้วยที่จะไม่เอาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ขณะนี้ว่าการแสดงออกไม่มี
          “ดิฉันคิดว่าถึงที่สุด คนใต้อาจจะต้องมารวมตัวกันทุกจังหวัด ลงลายเซ็นเลยว่าไม่เห็นด้วยกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  ในเชิงปฏิบัติเราคิดว่า จะทำเสียงทุกเสียงให้มาเจอกันอย่างไร ค่อยว่ากันต้องจัดการ แต่ก็เชิญชวนคนใต้ให้ช่วยกันออกเสียง ผ่านสื่ออะไรแล้วแต่ ที่กระจายออกไป แต่ยังอยู่ในความเงียบอันตรายจะมาถึง” เกี่ยวกับท่าทีรัฐบาลชุดนี้การจัดสมัชชาชาติ ที่สำนักงานสหประชาชาติกรุงเทพฯ ระหว่าง 3-5 กพ.2555 เธอมองว่าแง่มุม สังคม สุขภาพ คิดว่ารัฐบาลชุดนี้ยังไม่มีมิติในเรื่องนี้และดูเหมือนว่าจะไม่ให้ความสำคัญกับสมัชชาสุขภาพแห่งชาติสักเท่าไร สำหรับอุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลังงานรัฐบาลชุดนี้เอาอยู่แล้ว เพราะมองว่าที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลชุดนี้คือจากกลุ่มพลังงาน
          “กรณีท่าเรือน้ำลึกปากปารา ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว เหลือเพียงเข้าครม. ก็สร้างได้เลย  ซึ่งหอการค้าสตูลพยายามผลักดัน ทิศทางกลุ่มทุนที่ทำเรื่องนี้ ต้องการผลักดันให้ท่าเรือปากบาราเกิดให้ได้ เพราะเป็นประตูเปิดอุตสาหกรรม หลังท่าเรือเกิดแล้วจะขยายต่อไปเรื่อยๆ"
          การติดตามสมัชชาวาระแผนพัฒนาภาคใต้ที่ยั่งยืน นั้นศยามลต้องการให้คนใต้ ทำแผนบ้านตัวเอง
          “ที่ผ่านมาเราวิ่งมาทุกกลไกแล้วจนถึงรัฐบาลแล้ว แต่เราคิดว่าถ้าติดตามในปีนี้ อยากให้คนใต้ทุกจังหวัดทำแผนของตัวเองให้ได้ และอยากเอาข้อมูลที่ทำวิชาการ พยายามเผยแพร่  เราจะเลือกจังหวัดนำร่องอย่างสงขลาตรัง ภูเก็ต ปัตตานี นคร ที่ ต้องการคนในแต่ละจังหวัดมาร่วมกัน”
            ผลจากมติสมัชชาภาคใต้เดือนมกราคม2554 นี้รอส่งให้รัฐบาล ระหว่างนั้นจะตรียมความพร้อมเรื่องคน  การประสานงาน หางบประมาณมาทำ คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สช. หรือ สปร. เป็นข้อเสนอทางวิชาการเบื้องต้น ราวเดือน กุมถาพันธ์-มีนาคม  จะมีการจัดเวทีที่กรุงเทพ ฯ จะมีการเชิญสภาพัฒน์ กรมโยธาธิการ ผังเมือง และรัฐบาล มาคุยกันเลยว่าข้อเสนอนี้รัฐบาลจะทำอย่างไร ซึ่งเป็นเวทีต่างหากที่ไม่เกี่ยวกับสมัชชาชาติ
            เธอยอมรับว่าว่าที่ผ่านมาการตั้งโต๊ะคุยไม่มีผล ถ้าไม่มีประชาชน ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่บอกว่าไม่เอา  ต้องให้คนใต้ออกมาแสดงตัวเป็นที่ประจักษ์ด้วย ต้องรณรงค์ครั้งใหญ่ให้มีลายเซ็นออกมาเลยว่า เห็นตามมติสมัชชาและต้องปฏิบัติตาม หรือต้องมีการชุมนุมครั้งใหญ่ บอกกับรัฐบาล
          “คนใต้ต้องเรียนรู้การพัฒนาอุตสาหกรรมของคนระยอง อย่า เริ่มนับที่ศูนย์ เพราะว่า มีบทเรียนจากระยองแล้ว ถ้าเราไม่เอาต้องรีบบอกผู้ตัดสินใจทางนโยบายตั้งแต่วันนี้ถ้าไม่บอก จะแก้ยาก รับรองได้เลยว่าเท่าที่ดูแผนมา ไม่เคยมีแผนปฏิบัติการว่าจะแก้ปัญหาอนาคตอย่างไร ถ้ามีอุตสาหกรรมเกิดขึ้น การแก้ปัญหาปลายเหตุมันคงยากเหมือนปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น”


ถนอม ขุนเพชร์  เรียบเรียง

แสดงความคิดเห็น

« 0245
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง