ฅนใต้สร้างสุข [The Southern Happyness Action Networks]

จับกระแสสมัชชา

ข้อเสนอใหม่จากชายแดนใต้ ประเด็นโครงสร้างปกครองยังมาแรง(1)

by chonpadae @17 ก.พ. 55 09.29 ( IP : 182...15 ) | Tags : จับกระแสสมัชชา , สมัชชาสุขภาพภาคใต้

เวทีติดตามมตินโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพในพื้นที่พหุวัฒนธรรม จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อ16 ธันวาคม 2554 โรงแรมซี.เอส.จังหวัดปัตตานี
          เปิดฉากด้วย ดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ คณบดีคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา
กล่าวเรียกน้ำย่อยถึงข้อเสนอสมัชชาสุขภาพของพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ามีความเคลื่อนไหวน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าเกี่ยวกับการแก้โครงสร้างในการปกครองภาคใต้  ที่มีโมเดลต่างๆ เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่ากว่า 8 โมเดลแล้ว และอาจมีข้อเสนอใหม่  นอกจากนั้นมีข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูประบบยุติธรรมในภาคใต้ที่ ร่าง พ.ร.บ.ได้ลงนามโดยนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแล้ว แต่ยังไม่ถึงกระบวนการรับรองใช้จะต้องตามต่อยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นการศึกษา  ประเด็นเศรษฐกิจ  ประเด็นสังคม ประเพณี วัฒนธรรม  และประเด็นสุขภาพสาธารณสุข สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
          นายเสรี ศรีหะไตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีกล่าวเปิดงานวันนั้นว่า สุขภาพ กาย จิต สิ่งแวดล้อม เป็นองค์รวม สุขภาพเกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่กับหมอหรือพยาบาล แต่ที่ผ่านมามักติดหล่มกับฝ่ายการเมือง “ก็คือข้อเสนอต่างๆไปอิงกับประโยชน์ของการเมือง  ถ้ามีประโยชน์กับรัฐบาลนั้นๆ เขาก็ส่งเสริมต่อ เปลี่ยนรัฐบาลที ต้องวิ่งหาแรงสนับสนุนที แล้วเราจะทำอะไร เพื่อแสดงถึงพลังประชาชน มีการพูดว่าเสียงประชาชน เป็นเสียงพระเจ้า แต่ในประเทศไทย ใช่หรือไม่”
          นายเสรีตั้งคำถามว่าทำให้ประชาชนเป็นใหญ่จริงทำได้อย่างไร  และการแปลงข้อเสนอประชาชนเพื่อเกิดผลในทางปฏิบัติ จะทำได้อย่างไร  “อย่างเรื่องที่เราทำกันอยู่นี้การขับเคลื่อนลงไปในทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชนจริงไหม เครือข่ายเราไปถึงหรือเปล่า  หรือลงไปในหมู่บ้านแล้วมีคนถามว่าสมัชชาสุขภาพ คืออะไร” เขาเห็นว่า การขับเคลื่อนขบวนการสมัชชาจะต้องออกมาในรูปแบบของสัญญาประชาคม ฉันทามติ เป็นข้อนำไปสู่ การปฏิบัติ เป็นกฏเกณฑ์ชัดเจนไม่ใช่มา นำเสนอเฉยๆไม่มีผลอะไรออกมา แบบที่คนมาประชุมเสร็จแล้วแยกย้ายกันไป นั่นไม่ใช่คำตอบสมัชชา ตรงกันข้ามกระบวนการจะผลักดันอย่างไรที่จะเกิดนำไปสู่การปฏิบัติ  “อย่างชุมชนในเมืองกับในหมู่บ้านไม่เหมือนกัน การขับเคลื่อนต่างกันตามสภาพ ต้องมีกระบวนการที่จะต้องช่วยกันคิดจากความแตกต่างกันนี้” นายเสรีกล่าวและว่า ต้องทำให้พลังสมัชชาสุขภาพ เป็นสมัชชาที่เป็นที่ยอมรับ แข็งแกร่ง นี่เป็นคำตอบเดียวเพราะผู้ที่เข้ามาอยู่ในสมัชชา เป็นผู้มีพลัง ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคท้องถิ่นต้องมีกระบวนการขับเคลื่อนที่หนักแน่นและกระจายในเวลาที่รวดเร็ว  สำหรับพลังประชาชนต้องเป็นพลังบริสุทธิ์ไม่มีเงื่อนไขบางอย่างอยู่ข้างหลัง
          ทีวันนั้นมีการแบ่งกลุ่ม 6 ประเด็นสำคัญมีทีมวิชาการประจำกลุ่ม แต่ละกลุ่มได้ทบทวนข้อเสนอสมัชชา และมีข้อเสนอใหม่ ภาพรวมโดยสรุปดังนี้
กลุ่มโครงสร้างการปกครอง มีดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ เป็นทีมวิชาการ ผลจากการระดมความเห็น มองว่าการปกครองส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ของจังหวัดชายแดนภาคใต้
ปัญหาของ จังหวัดชายแดนภาคใต้มี 2 เรื่องคือ คนกับโครงสร้าง  ซึ่งกรณีโครงสร้างมีปัญหาการจัดการอำนาจ  จึงมีข้อเสนอการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อตอบโจทย์ที่สำคัญใน 3 ภาคส่วนคือ
- ภาคการเมืองให้นักการเมืองมีแนวทางสร้างความชัดเจนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ การเลือกตั้งที่มีอนาคต ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ทำให้เกิดการแข่งขัน ของพรรคการเมืองที่จะเป็นตัวแทนของพื้นที่
- ถ้ามีความชัดเจนภาคการเมือง จะสามารถตอบโจทย์ข้าราชการต่อโครงสร้างบริหารราชการโดยรวม  อาจทำให้มีการปรับเปลี่ยนบางอย่างได้ เช่นทำให้ข้าราชการในพื้นที่อย่างนายอำเภอสามารถทำงานเชิงรุกได้มากขึ้น เวลามีปัญหา สามารถสั่งการด้วยตัวเองได้ ควบคุ่ไปกับทำงานของ อปท. ต่างๆ
- ส่งเสริมการเกิดสภาซูรอในพื้นที่มุสลิมล้วนๆ แต่ถ้าพื้นที่ใดมุสลิมไม่ทั้งหมด ก็จะทำสภาในลักษณะที่คล้ายกัน
“ปัญหาแนวทางจัดการรูปแบบการปกครองในพื้นที่สามจังหวัดมีหลายเรื่องแต่ สรุปได้ว่าปัญหาที่ควรพิจารณาคือปัญหาเรื่องคน เนื่องจากว่าข้าราชการเองไม่ได้กำหนดวาระที่แน่นอน ทำให้มีการสร้างอิทธิพล สร้างอำนาจในพื้นที่ จึงเสนอให้ออกระเบียบ กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหาร เช่น ข้าราชการประจำ อบต. ผู้ว่าราชการจังหวัด  ศาลจังหวัด  ส่วนปัญหาเชิงโครงสร้าง เมื่อก่อนเราคุยเรื่องนี้ไม่ได้มาก เพราะว่า ผู้ใหญ่มักไม่เห็นด้วย เพราะเขาจะคิดว่าเกี่ยวกับผลประโยชน์”
ตัวแทนกลุ่มได้นำเสนอและว่าโดยสรุปแล้วคือลดอำนาจ ความซับซ้อนของหน่วยงานและตำแหน่ง เหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในพื้นที่ บางหน่วยงานอาจต้องยุบรวมให้เป็นเอกภาพมากขึ้น จึงจะไม่เกิดการแย่งชิงทรัพยากร ที่สร้างปัญหาอีกเช่นกัน

กลุ่มข้อเสนอการปฏิรูประบบยุติธรรม  มี ดร.มุฮำหมัดซากี เจ๊ะหะ ที่ปรึกษากลุ่ม นำเสนอว่าจากข้อเสนอสมัชชาครั้งที่ 1 เมื่อปี2551 เสนอไว้ในเรื่องการตั้งคณะกรรมการในการร้องเรียน มีการเสนอเพิ่มเติมจากที่ผ่านมาโดยมติของกลุ่มดังนี้
1.ตั้งศูนย์อำนวยการความสะดวกเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการรับบริการ ทางยุติธรรมในการเชื่อมศาลกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม
2.จัดตั้งหน่วยงานย่อยของศาล เพื่อให้ชาวบ้านสามารถร้องเรียน ร้องทุกข์ ในคดีเล็กๆน้อยๆ เพื่อไกล่เกลี่ย
3.การจัดตั้งกองทุนเพื่อจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ต้องหาที่บริสุทธิ์ ที่ถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีหรือว่า ผู้ต้องสงสัยที่บริสุทธิ์ ที่ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ โดยจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้มีสิทธิได้รับ
4.การจ่ายค่าชดเชยให้กับจำเลยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ โดยจำเลยจะต้องมีการร้องขอ
5.เพิ่มช่องทางในการร้องด้านคดี ให้มีความหลากหลาย ครอบคลุมพื้นที่ ให้มีการประชาสัมพันธ์ช่องทางเหล่านั้น ให้ประชาชนทราบโดยทั่วถึง
6.ให้หน่วยงานที่รับร้องทุกข์ หรือคนกลาง ดำเนินการ ประสานกับผู้ร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง จะได้รู้ว่าคดีไปถึงไหน
7.มีการให้ความรู้ด้านกฎหมายพื้นฐานให้แก่ประชาชน  เพราะชาวบ้านที่ถูกคดีความมั่นคงหรือคดีทั่วไป ชาวบ้านจะไม่กล้าเข้าไป เพื่อขอความเป็นธรรมและไม่รู้กระบวนการกฎหมาย

กลุ่มข้อเสนอประเด็นการศึกษา ดร.อิบรอฮีม ณรงค์เดชรักษาเขต ที่ปรึกษากลุ่ม
ได้มองร่วมกันว่าการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ยังมีปัญหาอยู่มาก การอ่านออกเขียนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ สาเหตุมาจากความหลากหลาย ความแตกต่างทางด้านฐานะ  จึงต้องจัดระบบเข้าสู่ รูปแบบที่ดี เทียบเท่ากับภาคอื่น  มีการเรียงลำดับความสำคัญของข้อเสนอนโยบายการศึกษาใหม่ ดังนี้
1.การจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมบุคลากรทางด้านการศึกษา พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา  ให้เหมาะสมกับผู้เรียน  ขณะที่สถาบันการศึกษาเองต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับการศึกษา
2.รัฐต้องพัฒนาและผลิตบุคลากรทางการศึกษา  ที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสิทธิภาพ เข้าใจถึงวิถีชีวิต ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความเข้าใจกัน ในระหว่างโรงเรียนและชุมชน  บุคลากรทางการศึกษาจะไม่ทำการใดๆ ที่ขัดกับความเชื่อทางศาสนา และธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของ ท้องถิ่น มีการส่งเสริม ผลักดันสถาบันของชุมชน เช่นสถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษาให้มีบทบาทในการ จัดการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
3.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ อปท. และชุมชน ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในท้องถิ่น ทั้งรัฐและเอกชนในพื้นที่
4.ส่งเสริม ให้ข้าราชการในพื้นที่เข้าใจในหลักความเชื่อและวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาดูแลการจัดการศึกษาในพื้นที่ โดยหน่วยงานที่มาดูแลการศึกษา ต้องเข้าใจวัฒนธรรมที่แท้จริง และต้องมีมาตรการต้องลงโทษบุคลากรทางการศึกษาหรือผู้รับผิดชอบการศึกษาในท้องที่ที่ไม่สนอง นโยบายของรัฐ
5.ให้มีการทบทวนเพิ่มเงินสนับสนุนให้แก่ตาดีกา และปอเนาะให้มีความเหมาะสม
6.เพิ่มขีดความสามารถบุคลากรทางการศึกษาเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน จัดการศึกษาให้มีคุณภาพ คุณธรรม
7.ใช้เทคโนโลนีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
สำหรับข้อเสนอใหม่ทางการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ
1.ให้มีหน่วยงานที่ควบคุมดูแล กำกับวินัย  จริยธรรม ศีลธรรมและ ประพฤติ ความเสี่ยงของนักเรียนโดยจัดระบบสารวัตรนักเรียน
2.ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงทางการศึกษาระดับอำเภอ จังหวัดที่ มีหน้าที่ดูแลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ให้ได้มาโดยการผ่านฉันทามติของผู้ได้รับใบอนุญาตของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามก่อน

แสดงความคิดเห็น

« 2429
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง