แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ชุมชนสุขภาพดีวิถีชีวิตบ้านสมควร

รหัสโครงการ 55-01782 รหัสสัญญา 55-00-1050 ระยะเวลาโครงการ 1 ตุลาคม 2555 - 31 ตุลาคม 2556

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

การที่บุคคลในหมู่บ้านเล็งเห็นถึงพิษภัยจากการใช้สารเคมีจากการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆแล้วมีความรู้ใหม่ในการลดการใช้สารพิษโดยการปรับภูมิทัศน์รอบบ้านตนเองก่อนโดยการปลูกผักปลอดสารพิษแทนการฉีดหญ้า

จากการสอบถามและปฎิบัติจริงในบ้านตนเอง

มีการอบรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่องต่อสมาชิกของชุมชน

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

ในที่ประชุมของหมู่บ้านมีการตกลงร่วมกันในการร่วมกันจัดตั้งข้อบัญญัติจัดการสุขภาพขึ้นทั้ง9ข้อ

ป้ายข้อบัญญัติจัดการสุขภาพชุมชนบ้านสมควร9ประการที่ติดไว้ที่หอประชุมของหมู่ที่1บ้านสมควร

เมื่อมีผู้ที่สามารถปฎิบัติตามข้อบัญญัติทั้ง9ประการได้ในที่ประชุมหมู่บ้านก็จะมีการยกย่องเชิดชูให้เพื่อนบ้านได้รับทราบและร่วมกันแสดงความยินดี

3. กระบวนการใหม่

การใช้วิธีการโดยนำข้อบัญญัติที่เกิดจากชุมชนมาเป็นตัวบังคับควบคุมการปฎิบัติของบุคคลในชุมชนเอง ส่งผลให้หมู่บ้านหรือเพื่อนบ้านข้างเคียงเห็นการปรับภูมิทัศน์รอบบ้านโดยการปลูกผักข้างถนนบริเวณหน้าบ้านแล้วนำไปปฎิบัติในบ้านเรือนตนเอง

ข้อบัญญัติชุมชนบ้านสมควร9ประการที่ผู้เข้าร่วมโครงการตกลงร่วมกันในการนำไปปฎิบัติและภูมิทัศน์บริเวณหน้าบ้านที่หันมาปลูกผักปลอดสารพิษแทนที่พื้นที่ว่างเปล่า

สามารถนำข้อปฎิบัตินี้นำไปขยายให้เพื่อนบ้านหรือหมู่บ้านข้างเคียงจากการเห็นถึงการปฎิบัติของกลุ่ม

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

เน้นการทำงานเป็นทีมเป็นกลุ่มจากหลายๆกลุ่มในหมู่บ้านเช่นกลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มอาชีพ กลุ่่มปุ๋ยหมักมาแลกเปลี่ยนความคิด

จากรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมประชุม

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

เดิมหมู่ที่1บ้านสมควรมีบ้านต้นแบบจำนวน10หลังคาเรือนหลังจากเข้าร่วมโครงการขยายเพิ่มเป็น50ครัวเรือนในการทำกิจกรรมลดการใช้สารเคมีร่วมกัน

รายชื่อสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทั้ง50ครัวเรือน

ขยายการเข้าร่วมให้ครัวเรือนที่เหลืออยู่เข้าร่วมโครงการต่อทั้งหมู่บ้าน

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

มีโรงเรือนเพาะชำสำหรับการเพาะเมล็ดให้กับสมาชิกในโครงการได้ช่วยกันมาเพาะปลูกแล้วได้แบ่งบันกันไปปลูกต่อที่บ้าน

โรงเรือนเพาะชำสำหรับเพาะเมล็ดผักที่รพ.สต.บ้านสมควร

มีการขยายขนาดและจำนวนโรงเรือนเพาะชำให้มีความเพียงพอแก่สมาชิกดดยการทดลอง ลองผิดลองถูกในการใช้วิธีการ การเลือกเมล็ดพันธุ์ผัก

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

นำข้อบัญญัติ9ประการมาดูแลสุขภาพของตนเองและสมาชิกในครอบครัวอย่างถูกต้อง

จากการสอบถามเดินสำรวจให้คะแนนบ้านต้นแบบโดยตัวแทนกลุ่มทั้ง10คน

 

2. การบริโภค

รู้จักวธีการเลือกบริโภคผักปลอดสารพิษ อาหารปลอดสารพิษที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ

มีการปลูกผักปลอดสารพิษรับประทานเองในครัวเรือน

ครัวเรือนเล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริโภคและปลูกผักปลอดสารพิษแล้วส่งผลต่อการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง โดยปลูกพืชสลับกันเป็นพืชหมุนเวียนในครัวเรือนเอง

3. การออกกำลังกาย

มีการเคลื่อนไหวร่างกายในด้านการปลูกผักเช่นรดน้ำ พรวนดินหร้อมกับได้ปฎิบัติตามกฎข้อบัญญัติ

จากการเดินสำรวจให้คะแนนโดยตัวแทนกลุ่มทั้ง10คน

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

ได้รับความรู้จากการเข้าร่วมโครงการในเรื่องโทษและภัยที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจากการเสพอบายมุข

จากการสอบถามเดินสำรวจให้คะแนนบ้านต้นแบบโดยตัวแทนกลุ่มทั้ง10คน

นำบุคคลที่สามารถลด ละ เลิกอบายมุขมาตรวจสุขภาพและบอกต่อต่อที่ประชุมให้เพื่อนบ้านได้รับทราบและพร้อมที่จะลดละเลิกการใช้อบายมุข

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

ได้รับความรู้เรื่องโทษและภัยของอบายมุขแลัวสมาชิกนำมาปฎิบัติ ทำให้ส่งผลต่อการลดการเกิดอุบัติเหตุต่างๆได้

ดูจากสถิติการเฝ้าระวังใน7วันอันตรายช่วงสงกรานต์ปี2556

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการมีการจัดการอารมณ์

ดูจาการเข้ารับบริการรักษาณ รพ.สต.บ้นสมควร

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

หมู่บ้านบ้านสมควรเป็นบ้านชนบท

 

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

หลังจากที่สามชิกเข้าร่วมโครงการแล้วเห็นได้ว่าชุมชนได้หันมาตัดหญ้า ถางหญ้าแทนการฉีดหญ้า

บริเวณสวนผลไม้ การใช้เครื่องตัดหญ้าของสมาชิก

 

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

เมื่อสมาชิกในโครงการเข้ารวมกลุ่มกันตัดหญ้าทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่บรรยากาศดีไม่มีกลิ่นของสารเคมี

 

 

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

มีการรวมกลุ่มตัดหญ้าได้ค่าแรงสืบเนื่องมาจากมีผู้ว่าจ้างและใช้พื้นที่ว่างของบริเวณบ้านปลูกผักปลอดสารเคมีไว้กินเอง ซึ่งมีจำนวนหนึ่งที่เหลือ นำไปจำหน่ายที่ตลาดนัดในหมู่บ้านสมควร หรือนำไปฝากขายตามร้านชำในหมู่บ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น

การพอมี พอกิน ของสมาชิกโครงการเป็นอยู่อย่างพอเพียงมากขึ้น อาหารหาได้จากบริเวณบ้านได้มากขึ้น ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

ในชุมชนบ้านสมควรผู้รู้หรือมีปราชญ์ชาวบ้านหลายแขนงทั้งหมองู หมอนวด หมอสมุนไพร ซึ่งสมาชิกของชุมชนสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมี รพ.สต.บ้านสมควร คอยให้บริการประชาชนในพื้นที่ สามารถใช้บริการได้ทั้งใน และนอกเวลาราชการ

การใช้บริการแพทย์ทางเลือกของสมาชิกในชุมชน

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

สมาชิกของชุมชนร่วมกันคิดกำหนดกติกาข้อบัญญัติ9ประการที่เอื้อต่อสุขภาพภายในหมู่บ้านขึ้น(1)ปลูกผักปลอดสารพิษ5ชนิด(2)ทำน้ำหมัก/ปุ๋ยหมักชีวภาพ(3)ลดการฉีดหญ้าในสวนยาง สวนปาล์ม นาข้าว(4)ลด ละ เลิกบุหรี่(5)ทำบัญชีครัวเรือน(6)มีป้ายชื่อหน้าบ้าน(7)ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ3วันวันละ30นาที(8)บริโภคแกงกะทิสัปดาห์ละ2วัน(9)ชั่งน้ำหนักวัดรอบเอวทุก3เดือน

ข้อบัญญัติของชุมชนบ้านสมควร

นำกิจกรรมที่ดำเนินมาปรับและเพิ่มเป็นกติกาต่อเพื่อความครอบคลุมมากขึ้น

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เช่น อสม.,หมอดิน,กศน,กลุ่มในชุมชน ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากร และสังเกตการณ์ การดำเนินงานโครงการของสมาชิกโครงการ การขยายผลการดำเนินการไปในเชตละแวกบ้าน

บันทึกภาพกิจกรรมการจัดอบรม

แกนนำ นำไปขยายผล และจัดอบรมเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจในครั้งต่อไป

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

เกิดการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ และสามารถนำไปแก้ปัญหาของชุมชนได้ระดับหนึ่ง เช่น การส่งเสริมให้สมาชิกโครงการหันมาพึ่งตนเองให้ได้ เพื่อลดปัญหาการพึ่งพาภาครัฐที่ต้องให้ความช่วยเหลือ

จากการติดตามเยี่ยมบ้านของคณะกรรมการ

ขยายผลไปยังกลุ่มอื่นๆ และในอีกหลายๆ ปัญหาของชุมชนที่ต้องแก้ไขในอนาคต

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

ระหว่างการดำเนินโครงการได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากบุคคลในชุมชนต่างๆหลายฝ่าย เช่น จนท.จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสมควร ปราชญ์ชาวบ้าน หมอดิน เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ กศน. ผู้นำชุมชน อสม.ในพื้นที่ เป็นต้น  ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนทุกกิจกรรมจนประสบผลสำเร็จในปัจจุบัน

จากข้อมูลการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ที่เกิดจากการซักถาม ความคืบหน้าของโครงการ และจากการเข้าร่วมประชุม

ยังมีทุนทางสังคมในชุมชนที่ยังไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้อีกหลายแขนง เช่น หมอพื้นบ้านต่างๆ ปราชญ์ชุมชน เป็นต้น

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

แกนนำกลุ่มย่อย และแกนนำหลักทุกคน ทุกละแวกบ้าน ยังคงมีการขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยการนัด แนะ พบเจอกัน เพื่อพูดคุยปัญหา และช่วยหาข้อแก้ไข อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม ตามแผน ตามปฏิทินโครงการ  และผลสรุปการประชุมจากการรายงานของผู้รับผิดชอบโครงการ

นำไปเข้าร่วมที่ประชุมของหมู่บ้านในทุกๆเดือน เพื่อให้พัฒนาต่อยอดไปยังกลุ่มต่างๆของชุมชนเอง

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

เกิดกระบวนการการจัดการความรู้ที่มีอยู่ในชุมชนได้มีการรวบรวมองค์ความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เกิดแนวคิดการสร้างทีมงานเพื่อเป็นกำลังสำคัญในร่วมกันระดมความคิดพัฒนาชุมชน เกิดกระบวนการ การนำภูมิปัญญาสมัยก่อนกลับมาใช้ใหม่ในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนในชุมชน

จากการจัดกิจกรรมที่ผ่านมาทั้งหมดจนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของชุมชนบ้านสมควร

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

ผู้รับผิดชอบโครงการ  แกนนำกลุ่มย่อย และแกนนำหลัก เกิดทักษะในการจัดการกับโครงการ เกิดความรู้ที่ได้รับคำแนะนนำจากการอบรมหรือ จากการติดตามจากพี่เลี้ยงพื้นที่ พี่เลี้ยงจาก สจ.รส.เพิ่มขึ้น จนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง โดยมีพี่เลี้ยงคอยติดตามอีกครั้ง

จากการพูดคุย จากการซักถาม และจากการตอบคำถามที่ผ่านมา

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการมีความภาคภูมิใจในตัวเอง ที่สามารถพึ่งตนเองได้ เช่น การปลูกผักรอบๆ บริเวณบ้าน เกิดทั้งความสวยงาม เรียบร้อย และสามารถนำมาประกอบอาหารได้โดยไม่ต้องซื้อ และที่สำาคัญสสามารถปฎิบัติตามข้อบัญญัติบ้านสมควรทั้ง9ประการ

การติดตามเยี่ยมบ้านของคณะกรรมการโครงการ

 

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

สมาชิกโครงการให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดีในการทำกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน ทั้งกิจกรรมตามโครงการที่มีความเห็นอกเห็นใจกัน การแบ่งบันในเรื่องการรวมกลุ่มทำปุ๋ยหมัก การออกแรงคนละม้ายคนละมือ

ความร่วมมือในทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชน

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

เกิดการพึ่งตนเองของคนในชุมชน ครอบครัว ลดค่าใช้จ่าย การประหยัดเกิดขึ้นในครัวเรือน เนื่องจาก ที่บ้านมีแหล่งอาหารที่สามารถนำมารับประทานได้เลย และปลอดภัยจากพิษต่างๆ

จากการเยี่ยมบ้านวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่มีความเป็นกันเอง เรียบง่าย

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

สมาชิกของชุมชนมีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน การเน้นการทำงานเป็นกลุ่มเป็นทีมให้ความช่วยเหลือกันร่วมกันคิดแก้ไขปัญหานำผลผลิตที่ได้มาแลกเปลี่ยนกันในละแวกบ้าน

ความสามัคคีที่เกิดขึ้นในชุมชน การให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จากภาพถ่ายกิจกรรม จากการจับกลุ่มปรึกษาหารือปัญหากันของแต่ละคน

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

 

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3