แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ เกาะทองสมใหม่เกษตรอินทรีย์สร้างสุข

รหัสโครงการ 57-01415 รหัสสัญญา 57-00-0956 ระยะเวลาโครงการ 1 มิถุนายน 2557 - 30 มิถุนายน 2558

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

ชาวบ้านได้ความรู้ใหม่ในการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์

แปลงนาสาธติข้าวอินทรีย์

ส่งเสริมสนับสนุนขยายพื้นที่การทำนาอินทรีย์เพิ่มขึ้น หนุนเสริมพันธ์ข้าวพื้นเมือง

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

มีนาอินทรีย์เกิดขึ้น มีข้าวอินทรีย์ให้สมาชิกและคนในชุมชนได้บริโภค

การรายงานกิจกรรมผ่านเว็บ/ภาพถ่าย

ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้บริโภคข้าวนาอินทรีย์เพิ่มขึ้น แปรรูปข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ จัดหน่ายภายนอกชุมชน

3. กระบวนการใหม่

 

 

 

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

 

 

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

มีกลุ่มโครงสร้างใหม่ในชุมชน ชุมชนเข้มแข็ง มีการร่วมกลุ่มกันทำกิจกรรมเพิ่มขึ้น จากน้อยก็เพิ่มจำนวนขึ้น

มีกลุ่มทำนาอินทรีย์ กลุ่มทำทำสวนอินทรีย์ กลุ่มทำปุ๋ยหมัก

ขยายกลุ่มทำนาอินทรีย์ สนับสนุนการทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อนำมาหนุมเสริมในแปลงนาอินทรีย์

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

มีแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 2แหล่ง

มีแหล่งเรียนรู้ สวนลุงเอียดเศรษฐกิจพอเพียง แหล่งเรียนรู้สวนยายลอยซึ่งเป็นสวนสาธิตอิน

สร้างแหล่งเรียนรู้นาอินทรีย์ สวนอินทรีย์เพิ่มขึ้น ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ดูงาน

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

มีการปรับเปลี่ยนการบริโภคเกิดขึ้นคือประชาชนและสมาชิกกลุ่มหันมาบริโภคผักปลอดสารพิษที่ปลูกเองและหันมากินข้าวอินทรีย์ที่ปลอดสารเคมี

มีแปลงผักปลอดสารพิษ

ขยายกลุ่มการบริโภคพืชผักปลอดสารในครัวเรือน การปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน

3. การออกกำลังกาย

 

 

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

 

 

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

มีโดยการใช้สมุนไพรที่มีในหมู่บ้านรักษาโรคเบื้องต้นและมีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการกำจัดศัตรูพืชในนาข้าว ในสวน ในแปลงผักปลอดสารพิษ

จากการทำนาอินทรีย์ในครั้งนี้ทางสมาชิกได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการกำจัดศัตรูพืช เช่น การกำจัดหอยเชอรี่โดยการใช้ใบมันเทศล่อหอยเขอรี่ออกมากิน

ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรพื้นบ้านสมุนไพรบางชนิดสามารถนำมาทำสารกำจัดศัตรูพืชในนาในสวน เป็นการหนุนเสริมอีกทางหนึ่ง

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

มีการจัดการขยะ โดยการแยกขยะแต่ละชนิดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เช่นขยะที่รีไซเคิลได้ก็จะนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนที่เป็นเศษอาหารก็จะนำไปทำปุ๋ยหมัก หรือน้ำหมัก ตามความเหมาะสม

เทศบาลโคกม่วงได้จัดรถ

ส่งเสริมเด็กเยาวชนเรียนรู้การคัดแยกขยะ ประเภทขยะ การนำมารี ไซร์เคิล ให้เด็กเยาวชนเป็นตัวขับเคลื่อนการจัดการขยะของชุมชน

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

จากการทำโครงการทำให้พื้นที่ว่างกลายเป็นแปลงผักปลอดสารพิษ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนอื่นๆ มีพื้นที่โรงเรียน สนามกีฬาใช้ออกกำลังกาย มีวัดและมัสยิดไว้เป็นที่พึ่งทางใจของคนในชุมชน

 

ขยายและพัฒนาพื้นที่ว่างมาทำประโยนช์ในด้านจัดการการปลูกพืชผักปลอดสารเคมี ของชุมชน

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

มีการปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคกันในครัวเรือนและเหลือจากบริโภคก็จะนำมาจำหน่าย และได้ให้เยาวชนที่ว่างงานเข้ามาทำลังผึ่งจำหน่ายได้สร้างอาชืพมีรายได้เพิ่มขึ้น

มีการทำบัญชีครัวเรือน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้

ส่งเสริมการทำบัญชีครัวเรือน อย่างต่อเนื่อง

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

ต้องมีการปลูกผักทุกครัวเรือน และต้องมีการทำบัญชีครัวเรือน

รายงาน/ ภาพถ่ายในเว็บ

จัดตั้งมาตรการทางสังคมร่วมกัน

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

มีการเข้าร่วมประชุมประจำเดือนทุกเดือน

รายงาน/ภาพถ่ายในเว็บ

ประชุมติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

ได้มีการต้อนรับหน่วยงาน คณะศีกษาดูงานจากหน่วยงานต่างๆที่ติดต่อเข้ามา

รายงานในเว็บ

เพิ่มทักษะความรู้ให้มาขึ้นเพื่อทถ่ายทอดความรู้อย่างถูกต้องแก่ผู้ดูงาน

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

 

 

 

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

มีแกนนำหมู่บ้านในด้านต่างๆ มีปราชญ์ชาวบ้าน เข้าร่วมโครงการ

รายงานในเว็บ

ส่งเสริมความรู้แก่ปราชญ์ชาวบ้านขยายความรู้สู่ชุมชน

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

ได้มีคณะกรรมการดำเนินงาน มีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการทำงานอยู่เป็นระยะเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา

รายงานในเว็บ การประชุมคณะทำงานอย่างเนื่อง

ประชุมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อย่างเนือ่ง

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

มีการอบรมให้ความรู้แก่ชาวบ้านที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน

 

ส่งเสริมการให้ความรู้ อบรมแก่ชาวบ้าน และการเรียนรู้ดูงาน เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนปรับใช้ในชุมชน

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

 

 

 

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

 

 

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

 

 

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

 

 

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

ผลผลิต
1. มีข้อมูลเรื่องการใช้และผลกระทบต่อการใช้สารเคมีในการเกษตร จำนวน 1 ชุด คือ เรื่องผลการตรวจอาหารย้อนหลังผลการตรวจหาปริมาณสารเคมีปนเปื้อนในเลือดที่ผ่านมา ชนิดปริมาณ พฤติกรรมการใช้สารเคมีใการเกษตร ผลกระทบต่อดินต่อน้าในชุมชน
2. คนในชุมชนเข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้เรื่องการใช้สารเคมีและผลกระทบ เป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนบ้านเกาะทองสม ชั้น ป.4-6 จำนวน 80 คน และเป็นตัวแทนครัวเรือนในชุมชน 155 ครัวเรือน 3. ชุมชนมีแปลงเรียนรู้การทำนาอินรีย์ไม่ใช้สารเคมีและใช้ข้าวพันธ์พื้ื้นเมืองที่เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยในชุมชน คือ แปลงนาสาธิต ทดลองปลูกข้าวพื้นเมืองชนิดข้าวสังหยด ซึ่งผลปรากฏว่าได้ผลดี และได้ราคาดี เมื่อเปรียบเทียบรายต้นทุนต่อไร่พบว่านาดำได้ผลดีกว่าเฉลี่ย500กก./ไร่และไม่มีปัญหาเรื่องหนูกัดกินอีกด้วยจาการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำเองทำให้ต้นทุนเรื่องปุ๋ยลดลงได้อย่างมาก
4. มีแปลงเรียนรู้เปรียบเทียบผลดี ผลเสียระหว่างการใช้ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยชีวภาพ เพื่อนำมประกอบการตัดสินใจในการนำไปสู่การจัดการสวนยางพารา สวนยางอินทรีย์ ได้ปลูกพืชอาหารและพืชใช้สอยเพิ่มเติม ซึ่งพบว่าได้ผลและประชาชนตอบรับ จึงมีการขยายผลในทันที มีการปลูกกล้วยหอมในสวนยางใหม่ ปลูกผักเหลียง ผักกูด เลี้ยงผึ้งในสวนยางเก่า การทำปุ๋ยหมัก ชุมชนได้เรียนรู้และทดลองทำ ทั้งยังให้โรงเรียนได้เข้ามาเรียนรู้ และนำไปใช้ในการปลูกผักในเรียน ส่งผลไปยังครัวโรงเรียนที่ได้ใช้ผักปลอดสารพิษส่วนการต่อยอดในชุมขน ได้นำเอาผลผลิตที่เกิดขึ้นมาแปรรูป เช่นข้าวกล้องบรรจุถุงพร้อมจำหน่ายให้ชุมชนได้เข้าถึงอย่างสะดวกน้ำพริกแมงดา น้ำพริกตาแดง จากพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษที่โครงการส่งเสริม 5. โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้อาหารปลอดภัยของเด็กในโรงเรียนที่มีเด็กเป็นวิทยากร

ผลลัพธ์

  1. ประชาชนได้เรียนรู้ข้อมูลการใช้สารเคมี เรียนรู้ผลกระทบ โดยข้อมูลเหล่านี้มาเพื่อให้คนในชุมชนได้เรียนรู้เพื่อสร้างความตระหนักในผลกระทบและพิษภัยของสารเคมีฯ เพื่อให้คนกลัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ผลกระทบ

  1. มีองค์ประกอบระหว่างทีมกรรมการหมู่บ้านตัวแทนกลุ่มองค์กรอื่นในชุมชน ตัวแทนครัวเรือน ตัวแทน รพ.สต.บ้านเกาะทองสม ตัวแทนครูร.ร.บ้านเกาะทองสม มีการจัดแบ่งบทบาทหน้าที่กันทำตามความถนัด
  2. คณะทำงานมีการเรียนรู้ในการจัดการข้อมูล นำข้อมูลมาประกอบในการจัดทำแผนและพัฒนาเป็นโครงการแก้ใขของหมู่บ้านและมีการผลักดันแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โดยเรียนรู้จากโครงการนี้
  3. มีการประชุม 2 ระดับ คือ ระดับประชุมทีมคณะทำงาน เพื่อจัดทำข้อมูล จัดทำแผน แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบหนุนการปฏิบัติตามแผน ร่วมกันติดตาม ประเมินผล สรุปผล
  4. การเชื่อมเครือข่ายพื้นที่ได้เชื่อมกับภาคราชการเป็นหลัก และเป็นผลให้ภาคราชการเข้ามาร่วมขับเคลื่อนภารกิจของส่วนราชการนั้นได้เป็นอย่างดีโดยอาศัยพื้นฐานความร่วมมือของชุมชนจากโครงการนี้ จนชุมชนได้รับงบประมาณ และมีข้าราชการเข้ามาทำงานในพื้นที่มากขึ้น บ่อยขึ้น ส่งผลให้ชุมชนได้รับรางวัลหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง และจากการเน้นเรื่องการเกษตรสร้างสุข เพื่อสุขภาพ ชุมชนก็ยังได้รับรางวัลหมู่บ้านลดหวานมันเค็มในระดับเขตซึ่งนำมาสู่ความภาคภูมิใจของคณะทำงาน และประชาชนของบ้านเกาะทองสมใหม่
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3