แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ฟื้นอ่าว เพิ่มป่า ที่บ้านคลองขุด

รหัสโครงการ 57-01445 รหัสสัญญา 57-00-0949 ระยะเวลาโครงการ 1 มิถุนายน 2557 - 30 มิถุนายน 2558

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์บริเวณชายฝั่ง จากการสำรวจของแกนนำเด็กและเยาวชน โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์และสรุปผลโดยคณะกรรมการโครงการ

ข้อมูลระบบนิเวศน์1 ฉบับ แผนที่ทรัพยากร 1 ชุด

 

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

มีจำนวนพันธุ์สัตว์น้ำหลากหลายชนิดเพิ่มขึ้นในขณะเดียวกัน มีการฟื้นระบบนิเวศน์ริมคลองด้วยพันธุ์ไม้ที่หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

ข้อที่ได้จากการสำรวจการเปลี่ยนแปลงหลังการทำกิจกรรม โดยมีการจัดทำฐานข้อมูลที่ชัดเจน

มีการขยายพื้นที่เขตอนุรักษ์ในหมู่บ้านใกล้เคียง และการปลูกต้นไม้เพิ่ม

3. กระบวนการใหม่

มีการวางแผนออกแบบก่อนการทำกิจกรรมทุกครั้ง และมีการมอบหมายบทบาทภารกิจแต่ละฝ่ายทำงานที่ชัดเจน

บันทึกการพูดคุยในการออกแบบเตรียมการทำกิจกรรมในแต่ละครั้ง

 

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

นอกจากมีการวางแผนออกแบบก่อนการทำกิจกรรมแล้ว หลังจากการทำกิจกรรม จะมีการสรุปประเมินผลการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

บันทึกการพูดคุยในแต่ละครั้ง

มีแผนในการสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมออกแบบกระบวนการในการติดตามประเมินผล พร้อมการบันทึกข้อมูลที่เป็นระบบ สามารถตรวจสอบได้

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของคนในชุมชน ในการร่วมทำกิจกรรมในชุมชน จากคนที่ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ก็มีความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่ม

มีกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชนคือ กลุ่มออมทรัพย์สตรีบ้านคลองขุด ม.8 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

เกิดกลุ่มเเกนนำในชุมชนที่ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่เพิ่มขึ้น

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

เกิดแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน์และขอบเขตอนุรักษ์ ซึ่งได้จากการออกแบบสำรวจของกลุ่มแกนนำเยาวชน ที่ร่วมกันวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลกับคณะทำงาน

แผนที่อาณาเขตและแผนที่ทรัพยากรบ้านคลองขุดและข้อมูลระบบนิเวศน์ริมชายฝั่ง

นำแผนที่ได้จากเวทีการสังเคราะห์ในชุมขน นำไปประสานเชื่อมโยงกับท้องถิ่น เพื่อบูรณาการแผนร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศน์ริมชายฝั่ง

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินพืชผักที่ปลูกไว้เองในครัวเรือน/และใส่ใจในอาหารการกินมากยิ่งขึ้น

มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนที่ปลูกผักกินเองในครัวเรือนโดยมีฐานข้อมูลที่ชัดเจน

ยกระดับเป็นกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษในชุมชน แและมีตัวแทนชุมชนนำผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายในงาน อาหารปลอดภัยทุกวันศุกร์ณ หน้า สนง. เกษตร จังหวัดพัทลุง

3. การออกกำลังกาย

มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอกกำลังกาย ของกลุ่มผู้สูงวัย

กลุ่มผู้สูงวัยจำนวน15คน มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใส่ใจในการออกกำลังกานฃยมากขึ้น เช่นการเดิน ในตอนเช้าและตอนเย็น

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มเหล้าและบุหรี่

มีเขตปลอดเหล้าและบุหรี่ในชุมชน มรสํญลักษณ์ป้ายประกาศที่ชัดเจน

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

1.ทำให้คนในชุมชนได้ออกมาร่วมกันทำกิจกรรม จะได้ไม่เกิดภาวะเครียด
2. ได้พูดคุยเเลกเปลี่ยนสถานการณ์ของครอบครัวเเละพื้นที่กันในชุมชน

มีกลุ่มผู้สูงอายุจัดวงพูดุยเล่าเรื่องราวใอดีตของหมู่บ้านให้เด็กได้เรียนรู้

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง
  1. ทำให้คนในชุมชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากยิ่งขึ้น
  2. ทำให้คนในชุมชนไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เเละทำให้คนที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้กลับมาประกอบอาชีพในพื้นที่ของตนเอง 3.ลดค่าใช้จ่ายในการอุปโภค บริโภค เพราะคนในชุมชนอาศัยเเบบชีวิตที่พอเพียง

บันทึกจากการเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพของคนในชุมชน

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

มีการรณรงค์ลดใช้สารเคมีเกาตรซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำเสียและการลดลงของสัตว์น้ำในอ่าวบ้านคลองขุด

บันทึการพูดคุย/การแสดงความคิดเห็นของผูเ้าร้วมประชุมในเวทีการพูดคุย

 

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริให้คน 3 วัย เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเช่น กิจกรรมปลูกป่า/การโยน emballซึ่งทำให้คนผ่อนคลายมีความสุขกับการทำกิจกรรมร่วมกัว

 

 

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

ทำให้เกิดอาชีพที่หลากหลายในชุมชน ส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

1.มีกฏกติกาในการห้ามจับสัตว์น้ำ ออกประกาศโดยชุมชนในพื้นที่ 2. มีป้ายเขยตอนุรักษ์ ห้ามจับสัตว์น้ำในชุมชน

มีป้ายเขตอนุรักษ์ของชุมชนในพื้นที่ ม. 8 บ้านคลองขุด อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

มีการขยายพื้นที่เขตอนุรักษ์ในชุมชน โดยมีกฏกติกา คือ การออกกฏ ห้ามจับปลาในฤดูวางไข่ในระยะเวลา 4 เดือน

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

มีกติกา/ข้อตกลงที่คนในชุมชนร่ามกันกำหนดเกี่ยวกับการร่วมรักษาระบบนิเวศและการจัดการทัพยากร

ดูจากเอกสารกฎกติกา ข้อตกลงของชุมชน

มีการสมัครเป็นประมงอาสา จำนวน 15 คน ทำหน้าที่ในการดูแลเขตอนุรักษ์

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

เกิดกระบวนการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่มเครือข่ายทั้งในและนอกชุมชน เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อคนทั้งชุมชนในการทำงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือ การประสานงานของคนในชุมชน และความช่วยเหลือจากองค์กรต่างๆทั้งในและนอกชุมชน

การร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายกับกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เครือข่ายชุมชนคนรักลุ่มน้ำจังหวัดพัทลุง

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

ในการดำเนินโครงการตลอดทั้งปีย่อมมีปัญหาเข้ามาแน่นอน แต่ด้วยความร่วมมือ สามัคคี และการรู้จักเตรียมงาน การวางแผนทำให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

 

 

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน
  1. มีการหาทุนในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำของชุมชน
  2. เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์ ปลูกป่าในชุมชน 3.มีกองทุนสิ่งเเวดล้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประมง ซึ่งมาจากกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชน

สมุดออมทรัพย์ กองทุนฟื้นฟูสิ่งเเวดล้อม ของกลุ่มออมทรัพย์สตรี บ้านคลองขุด ม.8 อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

-เพิ่มพื้นที่ปลูกป่าจาก พื้นที่อ่าวคลองขุด ถึง บริเวณอ่าวขุนนนท ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่องเช่น กลุ่มแกนนำเด็กและเยาวชน ที่เกิดขึ้น ก็จะมีการนัดกันทำกิจกรรมเกือบทุกอาทิตย์เช่นการล่องเรือเก็บขยะ/สำรวจพันูกล้าไม้ที่ปลูก

บันทึกการทำกิจกรรมของโครงการ

มีแผนงาน/ทิศทางที่จะขยายผลการทำกิจกรรมในชุมชนใกล้เคียงและยกระดับการทำงานในการเชื่อมร้อยในรูปแบบภูมินิเวศน์

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

ในการดำเนินโครงการมีกิจกรรมการสำรวจข้อมูลระบบนิเวศน์ต่างๆของคลองป่าใส เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องมีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ให้ได้ข้อมูลที่เป็นความรู้ หรือแหล่งเรียนรู้ให้กับคนในชุมชนได้

บันทึกสรุปผลการดำเนินกิจกรรม

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

ในการดำเนินโครการ ก็ต้องมีการวางแผนการปฏิบัติงานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้ด้วยดี

รูปธรรมที่ชัดเจน คือ แกนนำมีศักยภาพ สามารถบอกเล่าสรุปภาพรวมการดำเนินกิจกรรมได้ พร้อมทั้งกำหนดทิศทางโดยใช้ฐานข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรม

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

รู้สึกภาคภูมิใจสำหรับโครงการนี้ ที่สามารถพลิกฟื้นริมชายฝั่งที่เคยแห้งแล้งและทรุดโทรมให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าการดำเนินโครงการจะไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างเต็มร้อยแต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คุ้มค่าเช่นเกิดกลุ่มแกนนำเด็กและเยาวชน สามารถปลูกฝังให้แกนนำ มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและช่วยกันบำรุงรักษาทรัพยากรในหมู่บ้านให้อยู่คู่ชุมชนตลอดไป

บันทึกการประเมินผลการดำเนินโครงการและการพูดคุยของคนในชุมชน

 

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

โครงการนี้เป็นโครงการที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนในชุมชน คนในชุมชนจึงให้ความร่วมมือ ยอมเสียสละเวลามาร่วมกิจกรรมกับโครงการเป็นอย่าง

บันทึกการสรุปการประเมินผลการดำเนินโครงการ ตลอดถึงข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมกิจกรรมของคนในชุมชน

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

โครงการนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนและอีกหลายฝ่ายเพื่อให้งานสำเร็จุล่วงไปได้ด้วยดี เมื่อคนในขุมขนให้ความร่วมมือ คนในชุมชนมีความสามัคคี รักใคร่ปรองดอง รวมไปถึงมีความเอื้ออาทรต่อกัน ทำให้คนในชุมชน ใช้ชีวิตเเบบเรียบง่ายไม่ฟุ่มเเฟือยเเละใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีน้ำใจช่วยเหลือกันมากขึ้น

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

เกิดการเเบ่งปันของคนในชุมชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมทั้งนในชุมชนเกิดการเอื้ออาทรในการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน ที่จะนำไปสู่ การเเบ่งปันเเละการร่วมมือในการทำงานได้เป็นอย่างดี

พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีน้ำใจช่วยเหลือกันมากขึ้น

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

ภายใต้การดำเนินโครงการสร้างการเรียนรู้ในการตัดสินใจที่ผ่านการวิเคราะห์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่ต้องใช้ความคิดและการวิเคราะห์ในเชิงลึกมากขึ้นในการตัดสินใจ

บันทึกการพูดคุยและภาพประกอบในการทำกิจกรรมต่าง ๆ และเสียงสะท้อนจากคณะกรรมการ และสมาชิกในชุมชนที่เข้าร่วมการทำกิจกรรมโครงการ

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการ ฟื้นอ่าว เพิ่มป่า ที่บ้านคลองขุด ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความร่วมมือของคนในชุมชน ให้เห็นความสำคัญและความตระหนักในการฟื้นรักษาระบบนิเวศน์ริมชายฝั่ง เพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพัยธุ์สัตว์น้ำและระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์จากการดำเนินการ

พบว่าคนในชุมชนมีความตื่นตัวภายใต้การทำกิจกรรมต่าง ๆ จนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความคิด จนเข้ามาร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการอย่างเข้มข้น ทำให้โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ คือ

ผลผลิต

  1. มีคนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเห็นความสำคัญของการต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเลหน้าบ้านเสื่อมโทรม มากกว่าร้อยละ 60 ของคนในชุมชน
  2. มีข้อมูลเรื่องระบบนิเวศน์ชายฝั่งบ้านคลองขุด จำนวน 1 ชุด มีการคืนข้อมูล 2 ครั้ง
  3. มีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล จำนวน 1 ชุด และได้นำแผนดังกล่าวผลักดันสู่นโยบายท้องถิ่นที่ผ่านการประชุมของสภาแล้วพร้อมที่จะดำเนินการในปีงบประมาณของปี59
  4. ได้เพิ่มพื้นที่เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของนิเวศน์ชายฝั่งด้วยการปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมกับสภาพน้ำจำนวน300ต้นได้แก่ต้นลำพู/ต้นราโพธิ์/ต้นเตยทะเล เป็นระยะทาง2กิโลเมตร และไม้ดังกล่าวเจรฺิญเติบโตได้ดี จำนวนประมาณ260ต้น
  5. สภาพน้ำมีความเหมาะสมกับการเป็นที่อยู่อาศัยของพันธุ์น้ำ ด้วยการทำกิจกรรมโยน em ball จำวน 2 ครั้งรวม 2,000ลูกพร้อมกับการทำป้ายแสดงแนวเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์สัตว์น้ำชุมชนจำนวน3ป้ายเพื่อบอกแนวเขตหวงห้ามการจับสัตว์น้ำของชุมชน
  6. มีการติดตามประเมินผลการปลูกต้นไม้โดยคณะทำงานและแกนนำที่สนใจจำนวน 4ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมแต่ละครั้ง 18 คน ในการประเมินแต่ละครั้งมีการบันทึกผลการประเมินเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของต้นไม้
  7. มีการประชุมคณะทำงานทุกเดือนเดือนละ1ครั้ง ในแต่ละครั้งคณะทำงาน เข้าร่วมประชุมไม่ครบตามจำนวนกลุ่มมเป้าหมายเนื่องจากคณะทำงานบางคนติดภาระกิจจึงทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ผลลัพท์

  1. คนในชุมชนสามารถวิเคราะ์ข้อมูลชุมชนของตนเองทำให้ มีความรู้/ความเข้าใจสามารถอธิบาย/บอกเล่าการทำกิจกรรมให้แก่บุคลอื่นและทำเป็นตัวอย่างให้เห็นได้นอกจากนั้นข้อมูลดังกล่าวนำไปกำหนดทิศทางการวางแผนขับเคลื่อนการทำกิจกรรมของชุมชนได้
  2. แกนำชุมชนที่ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่ต้นแบบด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่งณ.บ้านช่องฟืนสามารถนำมาบอกเล่าและนำมาปรับใช้การทำงานในชุมชนตัวเองได้อย่างชัดเจนเชิงประจักษ์
  3. การทำกิจกรรมปลูกป่านอกจากช่วยในการรักษาระบบนิวศริมทะเลที่สมดุลย์แล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศัยและที่วางไข่ของพันธืน้ำด้วยนอกจากนั้นยังช่วยป้องกันการกัดเชาะและพังทลายเป็นแนวกันคลื่นกันลมด้วย
  4. สภาพน้ำมีการเปลี่ยนแปลงใี่ดีขึ้นจากการทำกิจกรรมโยน em ball สังเกตุจากการบันทึกข้อมูลการเปลี่ยนแปลงแลการติดตามผลการทำงานที่มีพันธุ์สัตว์น้ำเพิมขึ้นทั้งชนิและปริมาณตลอดถึงพืชน้ำที่อยูในบริเวณดังกล่าวด้วย 5 .คนในชุมชนและและชาวประมงที่หาปลาใกล้กับบริเวณดังกล่าวเริ่ที่จะรู้และเข้าใจพื้นที่แนวเขตมากขึ้นหลังมีการปักป้ายแสดงแนวเขตซึ่งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์การทำกิจกรรมของชุใชนในทางหนึ่งด้วย
  5. มีเยาวชนในชุมชนได้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นคณะทำงานในการติดตามการเจริญเติบโตของต้นไม้เพียงจำนวน 5 คนเท่านั้น เนื่องจาก เยาวชนบางส่วนย้ายสถานศึกษาไปเรียนโรงเรียนในเมือง ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
  6. ภาคีที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงานมาจากภาคีที่เกี่ยวข้องยกเว้นครู ได้เข้าร่วมในกิจกรรมเป็นบางครั้งเท่านั้น เนื่องจากติดภารกิจสอนหนังสือ

ผลกระทบ

จากผลการดำเนินงานชุมชนนำไปจัดทำเป็นแผนเพื่อผลักดัน บูรณาการการทำงานกับท้องถิ่นและจังหวัด


ทางคณะทำงานต้องขอขอบคุณทีมพี่เลี้ยง / สจรส. และ สสส. ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณและกระบวนการการทำกิจกรรมให้โครงการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและต้องขอขอบคุณสมาชิกในชุมชน ตลอดถึง ภาคีความร่วมมือที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้โครงการนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3