แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ บ้านตรังสร้างสุข

รหัสโครงการ 58-03808 รหัสสัญญา 58-00-2083 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

ได้มีความรู้เรื่องการทำบัญชีครัว การปลูกผักปลอดสารพิษ

มีแปลงผักปลอดสารพิษที่บ้าน/มีการทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองที่บ้าน

มีโรงเรือนปลูกผักออแกนนิค

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

เชื้อราไกรโคเดอร์มาร์ในการแก้ปัญหาเชื้อราในแปลงเกษตร

เชื้อราที่ผสมแล้วเก็บไว้ในที่ไม่ถูกแสงแดด 7 วัน หลังจากนั้นเอาไปใช้

ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วิจัยเชื้อราไกรโคเดอร์มาร์ให้มีการเก็บไว้ใช้ได้นานโดยที่เชื้อไม่กลายพันธ์

3. กระบวนการใหม่

เกิดการจัดระบบการทำงานแบบร่วมคิดวิเคราะห์ก่อนที่จะหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

การทำงานในพื้นที่ที่ปัจจุบันมีการทำงานเป็นระบบมากขึ้น

พัฒนาสมาชิกให้มีแนวคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

สมาชิกในชุมชนมีการจัดการตนเองและมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและสามารถจัดการได้ดียิ่งขึ้น

ภาพถ่าย

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

เกิดสภาผู้นำที่มาจากกลุ่มต่างๆ ทั้งในส่วนของผู้นำชุมชน เยาวชน ผู้สูงอายุ มีข้าราชการบำนาญ แต่ยังไม่เป็นระบบเท่าที่ควร เพราะติดกับกรอบของผู้นำหมู่บ้าน

รายชื่อสภาผู้นำ ประกอบด้วย
1. นายจเรขวัญราช (ผู้ใหญ่) เป็นประธานสภาผู้นำ 2. นายประทีปขาวตะโก รองประธาน 3. นายประภาสโพธิ์ภักดี กรรมการ 4. นายประเสริฐสาระกิจกรรมการ 5. นางสุกัญญาอาจสีเหรัญยิก 6. นายไสวเกษมสุขเลขา 7. นายวิกิจเกตุทัพมอญปฏิคม 8. นายอุรัชเพชรโสมกรรมการ 9. นายอนนท์ไชยชนะกรรมการ 10. นายสุวิทย์แววศรีกรรมการ 11. นางสาวจุฑารัตน์เพชรเจริญ 12. นายสุทธิศักดิ์เกษมสุข 13. นายกัมปนารถขวัญราช 14. นายชำนาญง่วนชูที่ปรึกษา 15. นายนายซ้วนเพชรนาคที่ปรึกษา

พัฒนาศักยภาพสภาผู้นำ

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านนายไสวเกษมสุข

ภาพถ่าย/พื้นที่เรียนรู้มีผู้เข้ามาเรียนรู้ จากในหมู่บ้านและทีมงานสื่อ สสส.

พัฒนาต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐพอเพียงระดับอำเภอ

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

มีสมาชิกชุมชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ มีการลด ละเลิก บุหรี่และเหล้า

 

 

2. การบริโภค

มีการปลูกผักปลอดสารพิษรับประทานเอง จำนวน 24 ครัวเรือน

 

 

3. การออกกำลังกาย

มีสมาชิกที่มีการอออกกำลังกายเป็นประจำ จำนวน 15 คน

 

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

มีคนลด ละ เลิก บุหรี่และสุรา จำนวน 11 คน

 

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

มีสมาชิกใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพ จำนวน 5 ครัวเรือน

ผู้ที่ใช้สมุนไพร ประกอบด้วย 1. นายไสวเกษมสุข 2. นายประทีปขาวตะโก 3. นายประสงค์สาทะกิจ 4. นายชุมพลมีกูล 5. นายบัญชายังคีรี 6. นายวิกิจเกตุทัพมอญ

พัฒนาต่อยอดจากการกินสด ต้ม เป็นนำมาแปรรูปเป็นแคปซูล เพื่อสะดวกในการรับประทาน

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

มีการจัดเก็บขยะในที่สาธารณะโดยให้ดำเนินการให้เป็นระเบียบหน้าบ้านตนเอง ทั้งในส่วนของความสะอาดและความสวยงาม

ภาพถ่าย

จัดให้มีมาตรการในการจัดสภาพแวดล้อมของชุมชน

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

จัดให้มีลานกีฬาสำหรับคนทุดเพศทุกวัยบริเวณข้างบ้านนายประสงค์สาทะกิจ

ภาพถ่าย

ส่งเสริมให้ใช้พื้นที่ที่ประทับของพระเจ้าพี่นางเธอให้เป็นที่รวมใจของคนในชุมชน

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

ส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มมังคุด กลุ่มผักปลอดสารพิษ ในการสนับสนุนเศรษฐกิจจากฐานราก

สมาชิกกลุ่ม

พัฒนาศักยภาพกรรมการกลุ่ม

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

ไม่มีหน่วยบริการในพื้นที่โดยตรงแต่ใช้พื้นที่โรงพยาบาลชุมชน

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

มีการเชื่อมเครือข่ายระหว่างหมู่บ้าน ในการจัดกิจกรรมจะมีการเชื่อมประสานการดำเนินงานกับหมู่บ้านอื่น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ได้รับทุน สสส.ด้วยกันจะช่วยเหลือกัน

ภาพถ่าย

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

 

 

 

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

มีสวัสดิการชุมชน/กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองการระดมทุนภัยพิบัติปีละ 2 ครั้ง ๆละ 100 บาท/

ทะเบียนสมาชิกสวัสดิการชุมชน

 

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมที่ดำเนินการจากโครงการและยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจุบัน เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ การทำบัญชีครัวเรือน การลด ละ เลิก เหล้าและบุหรี่ เป็นต้น

ภาพถ่าย/สมาชิกชุมชน

 

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

ชุมชนมีการทบทวนหรือถอดบทเรียนการดำเนินงานทุกเดือน มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมตามความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของชุมชน(ฝน)ที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล และจากการได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพื้นที่อื่น นำมาหารือที่ประชุมเพื่อปรับใช้ในชุมชน

ภาพถ่าย

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

พี่ประสงค์ดีทำให้เกิดสภาพจิตในหมู่บ้านได้มีการพูดคุยกันมากขึ้น ทำอย่างไรให้เจริญไม่ต้องดีกว่าเพื่อนแต่ให้ดีในชุมชนตนเอง มีความภาคภูมิใจที่สามารถเลิกเหล้าและบุหรี่ได้ ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบให้คนรุ่นหลังได้ มีความสุขตามอัฒภาพ น้องไสว กล่าวว่า มีความภาคภูมิใจที่เห็นชาวบ้านมีการพูดคุยกันมากขึ้น และมีความภาคภูมิใจที่ตัวเองและครอบครัวใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในครอบครัว ทำให้สุขภาพกาย ใจดีขึ้น และเป็นที่ดูงานของสมาชิกในชุมชน แต่อยากดำเนินการต่อให้ดีขึ้นกว่าเดิม และเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชนต่อไป หลวงตุ่ย มีความภาคภูมิใจที่ทำให้คน ลด ละ เลิก เหล้า บุหรี่ ได้ ได้กินผักปลอดสารพิษจากบ้านน้องไสว ภูมิใจที่สมาชิกได้มีการร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆของชุมชนมากขึ้น และพูดคุยกันมากขึ้น ผู้ใหญ่จเร กล่าวทำให้สมาชิกลด ละ เลิกบุหรี่และเหล้า มีการทำบัญชีครัวเรือน และลดรายจ่ายได้ ปลูกผักกินเอง มีส่วนร่วมมากขึ้น

สอบถามได้จาก นายประสงค์สาทะกิจ บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 12 ตำบลพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร โทรศัพท์ 099 478 9619 นายประทีปสอนตะโกบ้านเลขที่ 75/2 หมู่ที่ 12 ตำบลพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร โทรศัพท์ 098 982 5300
นายไสวเกษมสุข บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 12 ตำบลพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร โทรศัพท์ 097 267 0027

ขยายบุคคลที่มีแนวคิดคล้ายๆกันให้ครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

หลวงตุ๋ยกล่าวว่ามีการแบ่งเวลาที่ชัดเจน เช้าถึงเที่ยงให้เวลากับครอบครัว เที่ยงถึงบ่ายพบปะสมาชิกในชุมชน ไม่มีข้อขัดแย้งทั้งในครอบครัวและส่วนรวม พี่ประสงค์ เล่าว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการ์ หากมีงานส่วนรวมก็จะเข้าร่วมทุกครั้ง ที่เหลือให้เวลากับครอบครัวและเพื่อนบ้าน
น้องไสว เล่าว่าหากมีงานส่วนรวมจะช่วยอย่างเต็มที่ หากมีเวลาเหลือจะให้เวลากับงานส่วนตนและครอบครัว

 

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

ทั้ง 3 ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่มีปัญหาในครอบครัว

 

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

ชุมชนมีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน มีการเยี่ยมเยียนถามข่าวสารทุกข์สุขดิบกันและกัน และเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยมีการเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ

 

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

มีการพูดคุยปรึกษาหารือกันก่อนการตัดสินใจในเรื่องใดๆของชุมชน

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

ผลลัพธ์

  1. สมาชิกสภาผู้นำมีการประชุมกันทุกเดือน สมาชิกเข้าร่วมประชุมทุกคน คณะกรรมการสภาผู้นำมีการน้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้
  2. สมาชิกได้เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจากวิทยากรและการแลกเปลี่ยนในพื้นที่ต้นแบบและนำมาปรับใช้มีการปลูกผักปลอดสารพิษ การทำน้ำยาเอนกประสงค์ใช้เอง การเพาะเห็ดฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นและลดรายจ่ายได้ร้อยละ 45 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เล็กน้อย คือ 40 เปอร์เซ็นต์ ครัวเรือนลดหนี้ได้ร้อยละ 55 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 30 เปอร์เซ็นต์
  3. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงจัดทุกครั้ง ร้อยละ 100 ชุมชนมีการจัดทำป้ายสัญลักษณ์และป้ายชื่อโครงการ ใช้ประชาสัมพันธ์ในการจัดกิจกรรมทุกครั้ง มีภาพถ่ายทุกกิจกรรม และทางโครงการมีการจัดทำรายงานส่งให้ สสส.ตามระยะเวลาที่กำหนด
  4. สมาชิกชุมชนที่เข้าร่วมโครงการมีการใช้สารอินทรีย์ร้อยละ 50 สมาชิกชุมชนที่เข้าร่วมโครงการทุกครัวเรือนมีการคัดแยกขยะและนำมาใช้ประโยชน์ได้ร้อยละ 75 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ต้งไว้ร้อยละ 80
  5. ในภาพรวมชุมชนสามารถจัดการตนเองเพื่อให้สมาชิกลดและปลดหนี้ได้และยังคงมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่เกิดขึ้นที่เป็นเรื่องใหม่ของชุมชนนี้ ได้แก่ การจัดกิจกรรมล่องแพเล่าประวัติศาสตร์ชุมชน เป็นการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนที่สามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกอย่างทั่วถึง (นักท่องเที่ยวเข้ามามีที่พักเป็นของสมาชิกในชุมชน ทานอาหารในชุมชนและซื้อของฝากจากชุมชน) เป็นส่วนหนึ่งของการลดและปลดหนี้ของชุมชน
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3