แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ซุปเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติ บ้านปะติมะ

รหัสโครงการ 58-03812 รหัสสัญญา 58-00-2080 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

ภาพถ่าย

หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

 

 

 

3. กระบวนการใหม่

เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา การวางแผนแก้ไขช่วยเหลือ ซึ่งสมาชิกไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ร่วมกันปรึกษาหารือ เดิมต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างอยู่ เมื่อมีโครงการนี้เข้ามาทำให้ต้องมีการจัดประชุมพูดคุยกันทุกเดือน จนเกิดเป็นการประชุมประจำเดือนของชุมชนที่มีข้อมูลจากที่อื่นๆมาแจ้งให้สมาชิกได้รับทราบทั่วกัน

ภาพถ่าย/บันทึกการประชุม

 

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

มีการใช้วิธีการจัดการใหม่ที่ชุมชนไม่เคยทำมาก่อน เช่น การจัดทำบุญหมู่บ้าน การเชื่อมความสัมพันธ์กับหมู่บ้านใกล้เคียงด้วยกิจกรรมแข่งแพ เป็นต้น

ภาพถ่าย

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

มีการจัดโครงสร้างชุมชน เช่นมีการนำเอาเยาวชนเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้นำของชุมชน จนเกิดสภาเยาวชน ที่สมาชิกวางไว้ว่าจะให้เยาวชนกลุ่มนี้สานต่องานในชุมชน

 

 

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

แหล่งเรียนรู้ด้านเสรษฐกิจพอเพียง ด้านการจัดการตนเอง

ภาพถ่าย พื้นที่ชุมชน

 

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

สมาชิกส่วนใหญ่ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ปฏิบัติตาม สุขบัญญัติ 10 ประการ อย่างสม่ำเสมอ

 

 

2. การบริโภค

สมาชิกมีการปลูกผักปลอดสารพิษและส่วนใหญ่ไ่ด้ออกไปหาซื้อนอกชุมชน จึงทำให้สมาชิกในชุมชนมีการบริโภคที่ปลอดภัย

นางอุไรรัตน์สังข์ดีเลขที่ 6/1หมู่ที่14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางอนงค์เทียมทันเลขที่ 16หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะจังหวีดชุมพร

นางพัชรีเชียงพิมายเลขที่ 10หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางบังอรทองหัตถาเลขที่ 15หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางปรีดารวดเร็วเลขที่ 23หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางยุพารวดเร็วเลขที่ 23/2หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางจุรีย์คงแก้วเลขที่21ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์

3. การออกกำลังกาย

สมาชิกชุมชนส่วนใหญ่ไม่ค่อนให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย เนื่องจากช่วงเช้ามืดจนถึงช่วงสาย(เก้าถึงสิบโมงยังอยู่ในสวนยาง)มีบางส่วนที่มีการออกกำลังกายอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอ

นางสาวสุวรรณดีเทียมทันเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

นางอนงค์เทียมทันเลขที่ 16หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะจังหวีดชุมพร

นางบังอรทองหัตถาเลขที่ 15หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางสาวสายหยุดเพ็ญดาราเลขที่ หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

นางยุพารวดเร็วเลขที่ 23/2หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางจิมเทียมทัน เลขที่ ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางสาวบานชื่น วันริโกเลขที่ หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

นางกาญจนาวันริโกเลขที่ ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

สมาชิกบางส่วนที่ดื่มเหล้า จะไม่สูบบุหรี่ และที่สูบบุหรี่ส่วนมากเป็นใบจาก

สมาชิกที่เลิกเหล้าได้ มี นายสมศักดิ์พุ่มสุวรรณ นายหัสชัยแดงชนะ

ลด ละบุหรี่ มี นายธีรพงษ์ทองหัตถา บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ที่ 14 ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร นายสมศักดิ์พุ่มมสุวรรณ บ้านเลขที่ 19/7 หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร นายหัสชัยแดงชนะบ้านเลขที่ 16/2ตำลบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร ส่วนที่เลิกบุหรี่
นายเสถียรทอง หัตถาบ้านเลขที่15/1หมู่ที่14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร
นายจำนง รวดเร็วบ้านเลขที่72/2 หมู่ที่14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร นายนันทพงษ์ สุวรรณแย้มบ้านเลขที่6ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

การดำรงชีวิตในชุมชนนี้ ยังคงมีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพรในการดูแลสุขภาพ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ออกไปนอกพื้นที่ลำบาก จึงยังคงใช้ปพทย์แผนไทยและสมุนไพรในการดูแลสุขภาพ เช่น การกวาดทราง การปวดท้อง ปวดหัว ยังคงให้หมอพื้นบ้านกวาดทราง ต้มยา ตำสมุนไพรพอกบริเวณเจ็ปปวด เป็นต้น

นางบังอรทองหัตถาเลขที่ 15หมู่ที่ 14ตำบลพะโต๊ะอำเภอพะโต๊ะจังหวัดชุมพร(หมอพื้นบ้านและอสม.)

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

สมาชิกชุมชนร่วมกับคณะกรรมการโครงการร่วมกันระดมทุนในการปรับปรุงถนนจุดเสี่ยงภายในหมู่บ้าน ให้ลดความเสี่ยงลงเด็กและเยาวชนสามารถเดินทางไปเรียนหนังสือในช่วงฤดูฝนได้สะดวกขึ้น

ภาพถ่าย/บัญชีกองทุน

ชุมชนจัดการตนเอง

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

มีการปลูกป่าในพื้นที่น้ำตกปรับสภาพแวดล้อมของน้ำตกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยทำร่วมกับป่าไม้ในพื้นที่และเจ้าหน้าที่จากอุทยานหงาว มีการจัดทำป้ายน้ำตก ส่งผลให้น้ำตกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากน้อกพื้นที่เข้าไปเที่ยว มีการปรับภูมิทัศน์สองข้างทางเข้าชุมชน มีการจัดการขยะคัดแยกและนำไปทำปุ๋ยใช้แทนสารเคมี

ภาพถ่าย/กติกาชุมชน

หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

มีอาสาที่มาจากสมาชิกชุมชนช่วยเหลือสอดส่องความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้าน มีการปรับถนนจากที่เป็นดินเหนียวปนลูกรังที่ลื่นในช่วงฟดูฝนและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจนบางครั้งเด็กนักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะออกไปไม่ได้ ปรับเป็นใส่หินคลุก บ้าง ทำคอนกรีตบ้างแล้วแต่งบที่สมาชิกบริจาค ในส่วนที่มีความเสี่ยง เพราะอุปกรณ์ทุกอย่างที่ทำสมาชิกชุมชนช่วยกันบริจาค

ภาพถ่าย/กติกาชุมชน

หมู่บ้านต้นแบบด้านการจัดการตนเอง

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

สมาชิกชุมชนมีการปลูกผักปลอดสารพิษ ทำเครื่องจักรสาน รวมตัวกันนำผลผลิตไปขายโดยเฉพาะผลไม้ มีการต่อรองราคา ทำให้ราคาค่อนข้างดีขึ้นจากต่างคนต่างขาย สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้น

ภาพถ่าย/พื้นที่ชุมชน

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

ชุมชนมีการร่วมกันจัดทำข้อตกลงร่วมกันในการอยู่กันของสมาชิก

  1. กำหนดให้มีการประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านและกลุ่มต่างๆทุกวันที่ 8 ของเดือน โดยให้มีตัวแทนครัวเรือนอย่างน้อยบ้านละ 1 คน เข้าร่วมประชุม 2. กำหนดให้มีการพัฒนาเส้นทางเข้าหมู่บ้านในทุกๆ 3 เดือน โดยกำหนดเป็นทุกวันที่ 10 ของเดือนนั้นๆ 3. เรื่องของกองทุนภัยพิบัติที่มีการระดมทุนทุกเดือนๆละ 20 บาท จะมีการบริหารจัดการในลักษณะโซน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนกำหนดการแบ่งเก็บเป็น 3 โซน ได้แก่ 1) โซนคลองหรั่ง 2)โซนคลองพละ 3) โซนกลางบ้าน ให้ประชาชนส่งได้ที่ตัวแทนกรรมการที่รับผิดชอบของแต่ละโซน 4. เรื่องขยะในชุมชน ห้ามทิ้งขยะบริเวณเส้นทางสัญจรของหมู่บ้านทุกเส้นทาง และให้แต่ละบ้านมีการคัดแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อลดปริมาณขยะ 5. ให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์ป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าด้วยการปลูกป่าปีละครั้ง 6. ห้ามทุกคนล่าสัตว์ป่าสงวนในพื้นที่ป่า หากผ่าฝืนจำเป็นต้องนำตัวส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย 7. ห้ามลักขโมยของ ของผู้อื่น หากมีการทำผิดต้องนำตัวส่งตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย 8. ห้ามนำยาเสพติดเข้ามาในหมู่บ้านหากพบเจอจำเป็นต้องปฏิบัติตามหน้าที่จับและนำตัวส่งตำรวจ 9. ให้ทุกคนดูแลรักษาและทรัพยากรธรรมชาติของหมู่บ้านไว้ให้เสมือนเป็นทรัพย์สมบัติของตนเอง

ธรรมนูญตำบล

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

มีการประสานเชื่อมโยงกับหน่วยงานทั้งในและนอกชุมชนรวมทั้งเชื่อมประสานกับหมู่บ้านอื่นๆ มีการระดมสมาชิกไปช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยเฉพาะการพัฒนาหมู่บ้าน

ภาพถ่ายกิจกรรมที่ร่วมกัน เช่น การเทหินคลุก การทำถนน จะมีภาคีจากหมู่ 12 หมู่ 15 และหมู่ 1 มาร่วมพัฒนา ในขณะที่หากหมู่บ้านเหล่านี้มีกิจกรรมหมู่บ้านปะติมะจะไปร่วมงานด้วย เป็นการสร้างสัมพันธ์ที่เรียกว่า "ตามแรง" ที่คนสมัยก่อนเขาใช้กันมาฟื้นฟู เพื่อให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นและสานต่อ

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

มีการจัดเวทีนำปัญหาของชุมชนที่เกิดขึ้นหรือพบใหม่มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันจนตกผลึกจึงจะนำไปวางแผนแก้ไขและปฏิบัติ ประเมินผลซึ่งจะมีสมาชิกบางส่วนที่เป็นฝ่ายติดตามประเมินผลรวมทั้งสมาชิกชุมขนทั่วไปพบเห็นนำมาเปิกเวทีพูดคุยกันและปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ภาพถ่ายการจัดเวที/ประเด็นปัญหาที่พบหามาสู่การแก้ไข เช่น ถนนลื่นช่วงฤดูฝนนักเรียนไปโรงเรียนไม่ได้ นำสู่การจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ นำเงินส่วนนี้มาปรับปรุงถนน

 

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

มีการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติที่สมาชิกรวมตัวกันจัดตั้งขึ้น โดยมีการอาสาเป็นคณะกรรมการ มีทะเบียนสมาชิก มีระเบียบการใช้เงินที่ชัดเจน มีการประชุมพิจารณาทั้งคณะกรรมการและสมาชิกก่อนนำเงินไปใช้ การเก็บเงินเบื้องต้นลงขันกันครัวเรือนละ 100 บาท ส่วเดือนต่อไปเก็บทุกเดือนๆละ 20 บาทต่อครัวเรือน

สมุดเงินฝาก/ทะเบียนสมาชิก/ระเบียบการใช้เงิน

 

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

มีการเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของกองทุนภัยพิบัติ การทำเศรษฐกิจพอเพียง และการดำเนินตามกติกาชุมชนที่วางไว้ ฯลฯ

ภาพถ่ายกิจกรรม

พัฒนาเป็นวัฒนธรรมองค์กร

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

มีการใช้ข้อมูลของชุมชนมาจัดการปัญหาและมีการทบทวนถอดบทเรียนผลงานหรือกิจกรรมที่ทำเพื่อสรุปนำเสนอสมาชิกหมู่บ้าน

ภาพถ่าย/การบันทึกการถอดบทเรียน

จัดเก็บและจัดทำเป็นการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อให้คนรุ่นหลังได้นำไปปรับใช้

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

จากการทำโครงการครั้งนี้ทำให้คณะกรรมการได้รู้ถึงวิธีการที่เป็นระบบไม่ได้เกิดจากความรู้สึกแต่เป็นการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงมาถกแถลงกันก่อนตัดสินใจนำไปปฤิบัติการหรือทำแผนพัฒนา

บันทึกรายงานการประชุม

บันทึกรายงานการประชุมของชุมชน

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

ผู้ช่วยแอ๊ส(นางสาวสุวรรณดี เทียมทัน) กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่างานนี้ทุกคนในชุมชนมีส่วนช่วยให้เกิดขึ้น ดีใจที่ทุกคนให้ความไว้วางใจ ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าอาจทำได้ไม่ดี เพราะผู้ใหญ่ไม่เข้ามามีส่วนร่วมแต่ผู้ใหญ่รับรู้ไม่ขัด นอกจากสมาชิกในชุมชนจะสนับสนุนแล้วยังได้สมาชิกจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่เข้ามาร่วมทำกิจกรรมด้วย ทำให้ชุมชนมีการพัฒนาในหลายเรื่อง โดยเฉพาะน้ำตกที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม ถนนที่ไม่ต้องนั่งรองบจากหน่วยงานรัฐ แต่สามารถทำกันเองได้ อาจช้าแต่สามารถขยายไปได้ ทำให้คนจากภายนอกสามารถเข้ามาในชุมชนได้ ที่ผ่านมาเมื่อใครจะมาเยี่ยมเห็นทางเข้าหมู่บ้านแล้วจะถอยเกือบทุกราย(ทางเข้าหมู่บ้านเชื่อมกับถนนสายหลักของอำเภอ) แต่เป็นถนนที่ไม่มีหน่วยงานเข้าไปพัฒนาเนื่องจากพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ป่า คงมีแต่หน่วยงานป่าไม้ที่ให้การสนับสนุนเต็มที่เพราะหน่วยงานตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน
น้องอร(นางบังอร ทองหัตถา) เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดการเรื่องอาหาร เรื่องการประสานงาน น้องอรบอกว่าหมู่บ้านนี้ไม่มีใครเขาเข้ามาเหลียวแล มีแต่กลุ่มป้าเบญที่เข้ามาเป็นกลุ่มแรก เกิดอะไรดีในหมู่บ้านเยอะมาก หมู่บ้านได้รับการพัฒนา หากป้าเบญไม่เข้ามาและไม่ไปเชื่อมกับอำเภอก็คงเดียวดายเหมือนเดิมแต่ตอนนี้หลายส่วนของรัฐได้เข้ามาเยี่ยมมาสนับสนุนมากขึ้น หากทีมงานป้าไม่เข้ามาสิ่งต่างๆที่เห็นเหล่านี้จะมีหรือไม่ก็ไม่รู้ ยังอยากให้เข้ามาร่วมสนับสนุนให้กำลังใจอีกอย่างต่อเนื่อง พี่เหน่ง (นายเสน่ห์สอนสุทธิ์) ซึ่งเป็นปราญช์ชาวบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรมของหมู่บ้านทุกครั้ง พี่เขาบอกว่าที่ชอบมากๆคือเวลาประชุมมีข้อกำหนดว่าไม่ให้สูบบุหรี่ และถ้าใครสูบจะถูกไล่ให้ออกไปสูบที่อื่น บอกให้เคารพสถานที่บ้างเขาติดป้ายแขวนไว้ควรให้เกียรติถ้าหากหมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมแบบนี้อีกจะให้ความร่วมมือทุกครั้งไป

นางสาวสุวรรณดีเทียมทัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นางบังอรทองหัตถาคณะกรรมการโครงการ นายเสน่ห์สอนสิทธิ์ปราชญ์ชาวบ้าน

 

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

ส่วนใหญ่มองว่าประโยชน์ของตนเองสำคัญแต่ถ้าเป็นของส่วนรวมน่าจะสำคัญกว่า เพราะทำแล้วได้ประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของชุมชน

นางสาวสุวรรณดีเทียมทัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นางบังอรทองหัตถาคณะกรรมการโครงการ นางจุไรรัตน์ สังข์ดี คณะกรรมการโครงการ นายเสน่ห์สอนสิทธิ์ปราชญ์ชาวบ้าน

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

สมาชิกส่วนใหญ่ในชุมชนออกไปติดต่อนอกพื้นที่ส่วนน้อยเพราะเส้นทางไมาสะดวก เมื่อได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็กลับมาทำให้ชุมชน ทำให้ส่วนใหญ่ใช้ทุกอย่างที่สร้างในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องการบริโภค ส่วนประกอบอาหารมีอยู่ในชุมชนสมกับที่สมาชิกต้องการให้เป็นซุปเปอร์มาเก็ตหาได้ทุกอย่างไม่ว่ากุ้ง หอย ปู ปลา(น้ำจืด) ส่วนผักมีทุกชนิด ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อนอกพื้นที่

นางสาวสุวรรณดีเทียมทัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นางบังอรทองหัตถาคณะกรรมการโครงการ นางจุไรรัตน์ สังข์ดี คณะกรรมการโครงการ นางอรอุมาหิรัญเรือง คณะกรรมการโครงการและอสม.

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

ชุมชนมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการลงแรงกันหมุนเวียนในงานบุญ งานแต่ง งานบวช ในชุมชน ใครมีความเดือดร้อนให้การช่วยเหลือ เป็นที่ปรึกษากันและกัน

ภาพถ่าย

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

มีการพูดคุยร่วมกันอย่างมีเหตุมีผลก่อนการตัดสินใจเรื่องใดๆในชุมชน

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

ผลลัพธ์

1.เกิดสภาผู้ชุมชนมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการโครงการและสมาชิกมีการติดตามผลการดำเนินงานทุกครั้ง รวมทั้งผลการดำเนินงานของหมู่บ้าน

2.สมาชิกในชุมชนมีความตระหนักในการใช้ทรัพยากรป่าไม้อย่างคุ้มค่าและลดการใช้สารเคมี ดังนี้

  • ปุ๋ยเคมีที่ใช้จะใส่ในสวนปาล์มและสวนยางส่วนสวนผลไม้และพืชผักใช้ปุ๋ยที่ทำเองจากขยะทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 60
  • ครัวเรือนปลูกไม้ยืนต้นแซมในพืชเชิงเดี่ยวร้อยละ 35
  • ครัวเรือนในชุมชนปลูกผักสวนครัวกินเองตามวิถี ร้อยละ 80 มีการปลูกผักสวนครัวกินเองและขาย

3.เกิดกลไกการดำเนินงานที่เข้มแข็ง สมาชิกส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 ปฏิบัติตามกติกาที่พวกเขาได้จัดทำกันไว้ มีงบประมาณกระตุ้นเสรษฐกิจ(งบตำบลละ 5 ล้าน) ชุมชนได้รับจัดสรร 250,000 บาท โดยชุมชนนำไปทำถนนเชื่อมต่อในจุดเสี่ยงที่เหลือเพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิก และจากการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโครงการพระราชดำริหนองใหญ่ ทำให้สมาชิกได้ทราบความเป็นมาของโครงการและได้เห็นพื้นที่เศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจร รวมทั้งได้ทดลองการทำน้ำยาเอนกประสงค์ และสมาชิกได้นำกลับมาปฏิบัติ ไม่ว่าการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ การปลูกไม้ยืนต้นแซมในสวนยาง สวนปาล์ม การนำไร่ข้าว การปลูกพืชสวนครัว มีการนำไปขายเพิ่มรายได้ 2 มีการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติที่สมาชิกรวมตัวกันจัดตั้งขึ้น โดยมีการอาสาเป็นคณะกรรมการ มีทะเบียนสมาชิก มีระเบียบการใช้เงินที่ชัดเจน มีการประชุมพิจารณาทั้งคณะกรรมการและสมาชิกก่อนนำเงินไปใช้ การเก็บเงินเบื้องต้นลงขันกันครัวเรือนละ 100 บาท ส่วเดือนต่อไปเก็บทุกเดือนๆละ 20 บาทต่อครัวเรือน

4.เกิดการพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ คณะทำงานมีการเข้าร่วมประชุมที่จัดโดย สจรส.ม.อ.ทุกครั้ง (ร้อยละ 100)มีการจัดทำป้ายสถานที่นี้ปลอดบุหรี่และป้ายชื่อโครงการ รวม 2 ป้าย ใช้ติดในการจัดทำกิจกรรมโครงการทุกครั้ง เป็นการประชาสัมพันธ์โครงการ มีการถ่ายภาพกิจกรรมทุกกิจกรรม และสามารถจัดทำรายงานส่งสสส.ตามระยะเวลาที่กำหนด

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3