แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ รวมใจ สานสัมพันธ์ บ้านกุบังจามังเหนือ

รหัสโครงการ 58-03944 รหัสสัญญา 58-00-2246 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

 

 

 

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

 

 

 

3. กระบวนการใหม่

 

 

 

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

แฟนเพจ เพื่อการสื่อสารในกลุ่มที่ใช้โซเชียล เนตเวิร์ค

แฟนเพจ ทางเฟสบุ้ค ชื่อ รวมใจสานสัมพันธ์ กูบังจามัง

สื่อสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมโ๕รงการลงเพจอยางต่อเนื่อง

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

สภาผู้นำชุมชน

ภาพกิจกรรม รายงานกิจกรรม

สนับสนุนให้ทีมสภาฯทำงานให้หมู่บ้านต่อไป

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

 

 

 

3. การออกกำลังกาย

 

 

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

 

 

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

 

 

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

 

 

 

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

 

 

 

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

 

 

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

มาตรกรทางสังคม13 ข้อ

รายงานกิจกรรม/ภาพกิจกรรม

ให้มีการติดตามว่ามีการปฏบัติได้ตามมาตรการหรือไม่ ควรปรับปรุงอย่างไร

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

 

 

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

 

 

 

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

 

 

 

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

 

 

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

ชุมชนภูมิใจที่มีการทำกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ในชุมชนมากยิ่งขึ้น ตลอดระยะเวลา1 ปีที่ผ่านมา

ภาพกิจกรรม รายงานกิจกรรม

ควรหากิจกรรมสร้างสรรค์มาทำต่อเพื่อให้กลุ่มเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

 

 

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

 

 

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

 

 

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

ชุมชน บ้านกุบังจามังเหนือ หมู่ที่ 7 ตำบลฉลุงมีครัวเรือนทั้งสิ้น 221 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 1051 คน แยกเป็น ชาย497 คน หญิง 554 คน ประชากรนับถือศาสนา อิสลาม ร้อยละ85พุทธ ร้อยละ15ชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่ ประชากรในพื้นที่นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้น ความเชื่อ ประเพณีต่าง ๆ และวิถีชีวิตของราษฎรในชุมชน จะขึ้นอยู่กับแนวทางของศาสนาอิสลามเป็นหลัก การดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวันจะเป็นไปแบบเรียบง่าย มองในอีกแง่หนึ่งจะเข้าลักษณะการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ลักษณะความเชื่อจะออกมาในแบบอนุรักษ์นิยม ทางด้านภาษาจะใช้ภาษามาลายูท้องถิ่นในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ในหมู่บ้านมีกลุ่มอายุวัยทำงานจำนวนมากที่สุด ประชากรประกอบอาชีพทำสวนยาง ปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ ข้าว ประกอบอาชีพค้าขาย รับจ้าง ข้าราชการ ฯลฯ จากการประชุมแกนนำระดับหมู่บ้าน ประกอบไปด้วยผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ผู้นำศาสนา อสม. ครูตาดีกา แกนนำกลุ่มสตรี ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาตามตารางวิเคราะห์ปัญหา ปัญหาร่วมคือ ความขัดแย้งที่เกิดหลังจากการเลือกตั้งทางการเมือง เมื่อผู้ใหญ่ไม่พูดจากัน ทำให้เด็กก็ไม่กล้าที่จะติดต่อสื่อสารกัน กลุ่มเด็กที่หุนหันพลันแล่นคึกคะนองก็หาเรื่องทะเลาะวิวาทเพื่อความสะใจในที่ประชุมเห็นตรงกันว่าจะนำแกนนำกลุ่มเครือข่ายในหมู่บ้านมาเป็นกลไกหลัก และนำเยาวชนมาเป็นกลไกรอง ช่วยกันดำเนินการละลายความขัดแย้งของชุมชนด้านการเมือง ด้วยกิจกรรมที่ไม่ได้กล่าวถึงความขัดแย้ง แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมความสัมพันธ์ ส่งเสริมให้เยาวชนทำสิ่งสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะทำให้แก้ปัญหาได้คราวเดียวกันหลายด้านและมีความยั่งยืน

หลังเสร็จสิ้นโครงการเกิดผลลัพธ์ 6ประการ ดังนี้เกิดกลไกสภาผู้นำชุมชน ที่ขยายตัวมาจากกรรมการหมู่บ้าน เกิดการมีส่วนร่วมและเข้มแข็งขึ้นทีละน้อยเกิดกลไกแกนนำเยาวชนที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานกิจกรรมโครงการ เกิดการรื้อฟื้นประวัติชุมชน ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีความภาคภูมิใจความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนกับเยาวชน และเยาวชนกับผู้ใหญ่ดีขึ้น รู้จักกันมากขึ้น เด็กให้ความเคารพ เชื่อฟังผู้ใหญ่มากขึ้นได้มาตรการทางสังคมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในชุมชน 5 ข้อ ในมาตรการทางสังคมชุมชน13 ข้อ 6ได้แผนการทำงานของชุมชนในปีถัดไป ที่มีการเน้นเรื่อง การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ การจัดการขยะ และการส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชน

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3