รหัสโครงการ 58-03813
สัญญาเลขที่ 58-00-2120
งวดที่ 1

แบบรายงานความก้าวหน้าโครงการ (ส.1)

1. ชื่อโครงการ ซอยปลักควายเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง

2. ชุมชน ชุมชนซอยปลักควาย 37/2. หมู่ที่ 1 ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา

3. รหัสโครงการ 58-03813 เลขที่ข้อตกลง 58-00-2120

4. ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 15 กันยายน 2558 ถึง 15 ตุลาคม 2559

5. รายงานงวดที่ : 1 จากเดือน กันยายน 2558 ถึงเดือน กุมภาพันธ์ 2559

ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินโครงการ (แสดงผลการดำเนินงานรายกิจกรรมที่แสดงผลผลิตและผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

1. ประชุมจัดตั้งสภาผู้นำ

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

1.1 ประชุมจัดตั้งสภาผู้นำ

วันที่ 18 ตุลาคม 2558 เวลา 13:00-14.30 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  • เพื่อให้เกิดแกนนำชุมชนเข้มแข็ง - เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน- เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมาย
ผลลัพท์ที่ตั้งไว้
  • เกิดสภาผู้นำชุมชน
  • เกิดแกนนำชุมชน ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของชาวบ้าน หมู่ที่ 1
  • เกิดการติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วม
  • เกิดความเข้มแข็งของสภาผู้นำ
  • เกิดผลลัพธ์เชิงประเด็น
  • เกิดความเข้มแข็งของชุมชน

-ทำให้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายนอก และชุมชน

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

1.กิจกรรมประชุมจัดตั้งสภาผู้นำ มีการดำเนินงานจัดเวทีให้แกนนำชุมชนได้พูดคุย ปรึกษาหารือ จำนวน 2 ครั้งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 ต.ค. และ 25 ตค. 58 จากการหารือทั้งสองเวที ทำให้เกิดคณะทำงานชุมชนในรูปแบบสภาผู้นำ ที่ประกอบด้วย ปราชญ์ชุมชน, กรรมการหมู่บ้าน ,เยาวชน , อสม. จำนวน22 คน

2.แกนนำฃุมชนมีความเข้าใจเรื่องสภาผุ้นำเพิ่มมากชึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ของชุมชน

3.เกิดการทำงานร่วมกันของแกนนำชุมชนภายใต้การขับเคลื่อนของวงสภาผู้นำชุมชน

4.เกิดโครงสร้างสภาผู้นำชุมชน แบ่งบทบาทหน้าที่ ของแต่ละบุคคล

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

ประชุมจัดตั้งสภาผู้นำ โดยมีเวทีปรึกษาหารือ จำนวน 2 ครั้ง

กิจกรรมที่ทำจริง

เวทีปรึกษาหารือจัดตั้งสภาผู้นำ มีการจัดเวที จำนวน 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 18 ต.ค. 58และครั้งที่ 2 วันที่ 25 ต.ค.58 สถานที่ สวนลุงวร เวลาในการประชุม เวลา 13.00 น. ถึง 15.30 น. โดยมีผู้รับผิดชอบโครงการ ,คณะทำงานโครงการ และวิทยากรกระบวนการ คุณสมนึก หนูเงิน และคุณประนอบ คงสม จากตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรูร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

เวทีครั้งที่ 1 วันที่ 18 ต.ค. 58

  • นายนุสนธิ์ ธรรมรัตน์ แกนนำเยาวชนชี้แจ้งวัตถุประสงค์ความเป็นมาการจัดตั้งโครงการซอยปลักควายเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงและการดำเนินกิจกรรมจัดตั้งสภาผู้นำเพื่อสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมโครงการ และการพัฒนาชุมชน
    เรียนรู้ และทำความเข้าใจรูปแบบของสภาผู้นำ

    1. การใช้หลักสหกรณ” ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ประโยชน์ คือ คนในชุมชนเอง

    2. การใช้หลักการทำงานของภาครัฐที่ได้เน้นการรวมตัวขององค์กรศูนย์ประสานงานชุมชน ทุกตำบลเป็นการทำงานรวมของเครือข่าย ซึ่งปี2551 เกิดกฎหมายรองรับองค์กร ชาวบ้านที่จัดตั้งขึ้น ของพี่น้องเครือข่ายภาคประชาชน เกิด พรบ.รับรองสภาชุมชน ที่ถูกต้องตาม กฎหมาย ได้ยกตัวอย่าง เช่น สภาผู้นำ หนองกลางดง ของผู้ใหญ่โชคชัย, สภาผู้นำหนองสาหร่าย,สภาผู้นำหนองนาใต้(สี่แยกคูหา) บางพื้นที่ใช้คำว่า สภาประชาชร เกิดจากศูนย์ประสานงาน ยกระดับเป็นสภาประชาชนที่รวมตัวกลุ่ม องค์กร เครือข่ายถ้าเป็นทางการ เช่น -สภาองค์กรชุมชนตำบลเช่น กลุ่มควนรู ใช้หลักการ “ผู้นำสามขา” เปรียบเสมือนเก้าอี้หัวล้าน ไม่มีพนักพิง -ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน -สภาซูลอง(อิสลาม)

  • แกนนำชุมชนได้ร่วมสะท้อน และแสดงความคิดเห็น เช่น

    1.นายพิศาล ธรรมรัตน์ ผู้เข้าร่วมอบรมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรกระบวนการคุณสมนึก หนูเงิน ได้ซักถามเป้าหมายของคำวาสภาผู้นำ ซึ่ง คำตอบจากวิทยากรคือ เพื่อเชื่อมโยงประสานงานองค์กรกับภาครัฐ

    2.นายวัฒนา ทองเอื้อ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเป้าหมายของสภาผู้นำ คืออยากเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน โดยการนำความรู้จากคนในพื้นที่ที่ได้รับความรู้จากการเล่าเรียนมาพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้น

    3.นายพร้อม ทองเอื้อ ผู้สูงอายุ ได้เล่าย้อนรอยอดีตเกี่ยวกับปัญหาชุมชนที่ภาครัฐไม่เคยส่งทุนมาสนับสนุนมาให้ชุมชนเลย ได้เสนอแนวคิดว่าให้แก้ปัญหาเรื่อการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทราด้านการเกษตรโดยการลดใช้สารเคมีค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นอินทรีย์ โดยใช้หลักทฤษฎี “ฝูงควาย” โดยใช้แม่ควายหรือพ่อควายเป็นตัวขับเคลื่อนในการนำทาง และควายตัวอื่นจะเดินตามโดยไม่แตกฝูง

    4.นายสุทิศ พงษ์จีน ผจก.สหกรณ์การเกษตรควนเนียง จำกัด ได้แสดงความคิดเห็น ของโครงการซอยปลักควายเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง โดยบอกว่า จุดเด่นของโครงการนี้คือสมาชิกส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรควนเนียง มีจุดเด่น คือ การทำเกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ แก๊สชีวภาพ จุดด้อยคือ มีปัญหาเรื่องตลาดจัดจำหน่ายสินค้าและผลผลิต ซึ่งคุณสุทิศในฐานะ ผจก.สหกรณ์การเกษตรควนเนียง จำกัดจะช่วยการประสานงานให้มีตลาดชุมชนสหกรณ์ขึ้นโดยใช้สถานที่หน้าโรงปุ๋ยสหกรณ์การเกษตรควนเนียง ซึ่งอยู่ห่างจากปากซอยชุมชนซอยปลักควายประมาณ 500 เมตร

    5.นายนิยม ศิริมุกศิกะ ได้เสนอเรื่องการรื้อฟื้นภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การทำครกสี การทำครกถีบ การทำรังผึ้งจากไม้ยางพารา เพื่อให้คนรุ่นใหม่ในชุมชนสามารถรู้จักและสืบทอดรุ่นต่อๆไป ไม่ให้สูญหาย

  • ดังนั้นในเวทีครั้งที่หนึ่งจึงสรุปได้ว่า แกนนำชุมชนมีความเข้าใจการทำงานภายใต้รูปแบบของสภาผู้นำ และเห็นทิศทางการทำงานของชุมชนโดยใช้การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในส่วนของชุมชนปลักควาย การใช้หลัก ธรรมชาติ คือ ทฤษฎี “งูบองหลากับหมาฝูง” ซึ่ง จะใช้แนวคิดคือ “งูบองหลา” เป็นตัวปัญหา ส่วน “หมาฝูง”เป็นตัวจัดการที่เป็นกระบวนการ โดยตั้งข้อสังเกต คือ หมาจะเห่าเมื่อเจองู โดยจะแบ่งกลุ่มการเห่าของมาตามวัยดังนี้

    กลุ่มที่1.หมาเด็ก จะเห่าเพื่อส่งเสียงรบกวนประสาท
    กลุ่มที่2.หมาแก่ จะคอยสังเกตการณ์

    กลุ่มที่3.หมาหนุ่ม คอยจัดการปัฐหา

    กลุ่มที่4.หมาไม่สังกัดกลุ่มที่1-3 จะแอบเห่าอยู่ในที่ลับหรืออยู่ในป่าซึ่งจะไม่ปรากฎตัว


    เวทีครั้งที่ 2 วันที่ 25 ต.ค.58

นางสาวอมรรัตน์แจ้งที่ประชุมถึงเวทีคุยสรุปการจัดตั้งสภาผู้นำโครงสร้างของสภาผู้นำ บทบาทหน้าที่ในการทำงานร่วมกัน ประกอบด้วย

1.นายพร้อม ทองเอื้อตำแหน่งผู้นำอวุโสชุมชน บทบาท หน้าที่ให้คำปรึกษา ตัดสินใจร่วมกันกับสมาชิกและกรรมการชุมชน 2.นายประจวบ คงขวัญตำแหน่ง ที่ปรึกษาชุมชนคนที่2 บทบาทหน้าที่ให้คำปรึกษา ตัดสินใจร่วมกันกับสมาชิกและกรรมการชุมชน 3.นายผ่อง นวลละออ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาชุมชนคนที่2 บทบาทหน้าที่ให้คำปรึกษา ตัดสินใจร่วมกันกับสมาชิกและกรรมการชุมชน 4.นางสาวอมรรัตน์ ธรรมรัตน์ ตำแหน่ง เลขานุการ บทบาทหน้าที่จดบันทึกรายงานการประชุมประสานงานกับสภาชุมชนและชาวบ้าน 5.นางสาววลัยลักษณ์ สุวรรณมณี ตำแหน่ง เหรัญญิก บทบาทหน้า ดูแลการรับ-จ่ายเงิน และดูแลทรัพย์สินของชุมชน 6.นายนุสนธิ์ ธรรมรัตน์ ตำแหน่ง กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 7.นายพิศาล ธรรมรัตน์ ตำแหน่ง กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 8.นายประคอง เพรชพรหมศร กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 9.นายผอบ ทองอำพล กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 10.นางเสาวนีย์ บุญการกรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 11.นางอัมไพ ธรรมรัตน์ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 12.นางสุวิมล ทองเอื้อกรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 13.นางพิน อุไรรัตน์ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 14.นายนิยม ศิริมุกศิกะ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 15.นายชาญชัย คงขวัญ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 16.นายสัญญา ทองเอื้อ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 17.นางสาวคะนึง ยิ้มเยื้อน กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 18.นายเวียน ธรรมรัตน์ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 19.นายอนันต์ แก้วเจริญ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 20.นางสาวทัศนีย์ ธรรมรัตน์ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 21.นายนิวัฒน์ ปิยะพงษ์ กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง 22.นายณรงค์ สังฆะปาโน กรรมการ ทำหน้าที่ ร่วมกันให้ความติดเห็นและประสนงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

30 32

2. สภาผู้นำประชุมประจำเดือน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

2.1 สภาผู้นำประชุมประจำเดือน ต.ค.58

วันที่ 25 ตุลาคม 2558 เวลา 14:00-15.30 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  • เพื่อให้เกิดแกนนำชุมชนที่เข้มแข็ง- เพื่อเป็นเวทีในการปรึกษา หารือ และมีการประชุมประจำเดือนๆละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง และบันทึกการประชุมทุกครั้ง โดยการประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

• เกิดการติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วม

• เกิดความเข้มแข็งของสภาผู้นำ

• เกิดผลลัพธ์เชิงประเด็น

• เกิดความเข้มแข็งของชุมชน ทำให้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายนอก และชุมชน

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

1.ทีมสภาผู้นำ จำนวน ...24......... คน เป็นทีมทำงานในการขับเคลื่อนโครงการ และมีการประชุมปรึกษาหารือทุกเดือน เพื่อรายงานผลการทำกิจกรรมโครงการ ตลอดจนการวางแผนงาน และการประเมิน ติดตาม การดำเนินงาน

2.สภาผู้นำ มีความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน

3.เกิดการผลักดันในเชิงนโยบาย ศก.พอเพียงเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง และสามารถพึ่งตนเองได้

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

มีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง ในระยะเวลา 12 เดือนเพื่อรายงานผลการดำเนินโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน

กิจกรรมที่ทำจริง
  • นางสาวอมรรัตน์ ธรรมรัตน์ ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ประกาศรายชื่อแกนนำชุมชนที่ได้รับการคัดเลือก และแต่งตั้ง ให้เป็นตัวแทนของสภาผู้นำ ซึ่งจะมีโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ ประกอบด้วย

1.นายพร้อม ทองเอื้อ ตำแหน่งผู้นำอวุโส บทบาท หน้าที่ ให้คำปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับสมาชิกและกรรมการชุมชน

2.นายผ่อง นวลละออ ตำแหน่งที่ปึกษาโครงการบทบาทหน้าที่. ให้คำปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับสมาชิกและกรรมการชุมชน

3.นางสาวอมรรัตน์ ธรรมรัตน์ตำแหน่ง เลขานุการ บทบาทหน้าที่ จดบันทึกรายงานการประชุม และประสานงานกับสภาผู้นำชุมชน และ ชาวบ้านในชุมชน

4.นายประคอง เพรชพรหมศร ตำแหน่ง กรรมการ บทบาทหน้าที่ ร่วมกันให้ความคิดเห็นและประสานงานกับชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียงเม่ือมีการทำกิืจกรรมแต่ละครั้ง 5.นางสาววลัยลักษณ์ สุวรรณมณี ตำแหน่ง เหรัญญิก บทบาทหน้าที่ ควบคุมดูแลการรับ-จ่ายเงิน และดูแลทรัพย์สินของชุมชน 6.

  • photo
  • photo

 

30 24
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

2.2 สภาผู้นำประชุมประจำเดือน พ.ย.58

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10:00 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  • เพื่อให้เกิดแกนนำชุมชนที่เข้มแข็ง- เพื่อเป็นเวทีในการปรึกษา หารือ และมีการประชุมประจำเดือนๆละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง และบันทึกการประชุมทุกครั้ง โดยการประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

• เกิดการติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วม

• เกิดความเข้มแข็งของสภาผู้นำ

• เกิดผลลัพธ์เชิงประเด็น

• เกิดความเข้มแข็งของชุมชน ทำให้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายนอก และชุมชน

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เกี่ยวกับแนวทางในการการป้ญหาเร่ืองปากท้อง
  • มีการนำเสนอเรื่องราวที่ที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อร้ือฟื้นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน กลับมาใช้อีกในปัจจจุบันเพื่อไม่ให้สูญหาย
  • การลงมติร่วมกัน เช่น การทำบุญซอยปลักควายให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
  • การการรวมกลุ่มกันช่วยกันการซ่อมแซมถนนคอนกรีด และลาดยางในซ่อย ในวันพ่อแห่งชาติ
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

มีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง ในระยะเวลา 12 เดือนเพื่อรายงานผลการดำเนินโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน

กิจกรรมที่ทำจริง

เวลา 10.30 น.มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 คน โดยมีนายพร้อมทองเอี้อ ปราชญ์ชุมชน เป็นประธานเปิดประเด็นการประชุม นางสาวอมรรัตน์ ได้แจ้งหัวข้อการประชุม

  • สรุปกิจกรรม ผลงาน ที่ทำมา เช่น ประชุมชี้แจงโครงการ และ การทำผลิตภัณฑ์ เช่น การทำสบู่น้ำยาล้างจาน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจ และคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกัน
  • แจ้งการทำกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้าน และงานบุญชุมชน
  • photo

 

30 16
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

2.3 สภาผู้นำประชุมประจำเดือน ธ.ค.58

วันที่ 13 ธันวาคม 2558 เวลา 11.00-12.00 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  • รายงานแผนการดำเนินงานกิจกรรมลำดับถัดไปในการนำข้อมูลไปถ่ายทอดประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกในชุมชนรับรู้ข้อมูล- สรุปความคืบหน้าของกิจกรรมในแผนแต่ละกิจกรรม
ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

• เกิดการติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วม

• เกิดความเข้มแข็งของสภาผู้นำ

• เกิดผลลัพธ์เชิงประเด็น

• เกิดความเข้มแข็งของชุมชน ทำให้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายนอก และชุมชน

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • ทำให้คนในชุุมชน สนใจมาร่วมประชุมประจำเดือน เพื่อช่่่่่วยเหลือเรื่องปากท้องมากขึ้น
  • ทำให้กรรมการชุมชนมีความกระตือรือร้้นในการมาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตลอดจนเป็นเวทีในการปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน
  • เป็นเวที ที่ใช้สำหรับการแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อคนในชมชน
  • เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีตัวแทนที่มีความรู้ความสามารถเป็นผู้นำชุมชนได้
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

มีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง ในระยะเวลา 12 เดือนเพื่อรายงานผลการดำเนินโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน

กิจกรรมที่ทำจริง

สภาผู้นำชุมชนประชุมประจำเดือน ครั้งที่3/ 2558 วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคมพ.ศ. 2558ณ สวนลุงวรควนเนียง

สมาชิกที่เข้าประชุม

ลำดับที่ รายชื่อ ตำแหน่ง หมายเหตุ

  1. นายพร้อม ทองเอื้อ
  2. นายผ่อง นวลลออ ที่ปรึกษาโครงการ
  3. นางสาวอมรรัตน์ ธรรมรัตน์ เลขานุการ
  4. นายประคอง เพรชพรหมศร กรรมการ
  5. นายผอบ ทองอำพล กรรมการ
  6. นางอัมไพ ธรรมรัตน์ กรรมการ
  7. นางสุวิมล ทองเอื้อ กรรมการ
  8. นางพิน อุไรรัตน์ กรรมการ
  9. นายนิยม ศิริมุกศิกะ กรรมการ
  10. นายชาญชัย คงขวัญ กรรมการ
  11. นางสาววลัยลักษณ์ สุวรรณมณี กรรมการ
  12. นายสัญญา ทองเอื้อ กรรมการ
  13. นางสาวคะนึง ยิ้มเยื้อน กรรมการ
  14. นายเวียน ธรรมรัตน์ กรรมการ

เริ่มประชุมเวลา13.00น.
วาระที่ 1.นางสาวอมรตน์ ธรรมรัตน์ ผู้รับผิดชอบโครงการแจ้งแผนการดำเนินกิจกรรมตามปฏิทินโครงการและรายงานผลความคืบหน้าของกิจกรรมที่ทำไปแล้ว โดยสรุปกิจกรรม ที่มีการทำไปแล้วทั้งหมดดังนี้

  1. กิจกรรมการประชุมจัดตั้งสภาผู้นำ มีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ครบจำนวนตามแผน

  2. กิจกรรมสภาผู้นำประชุมประจำเดือน มีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง คือ เดือน ตุลาคม และ พฤศจิกายน

  3. กิจกรรมสภาผู้นำชี้แจง กิจกรรม เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง ผลิตของใช้ใกล้ โดยการทำสบู่ และน้ำยาล้างจาน

  4. กิจกรรมทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่

  5. กิจกรรมเรียนรู้และอยู่อย่างพอเพียง ปุ๋ยอินทรีย์ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการเตรียมวัตถุดิบไว้พร้อมแล้ว รอสมาชิกที่มีการแบ่งกลุ่มนัดวันทำกิจกรรม

  6. กิจกรรมซอแรงบ้านเธอบ้านฉัน ร่วมกันทำปุ๋ยอินทรีย์ มีการเตรียมวัตถุดิบไว้พร้อมแล้ว รอสมาชิกที่มีการแบ่งกลุ่มนัดวันทำกิจกรรม

  7. กิจกรรมการประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม มีการปฐมนิเทศ และ อบรมการเขียนรายงาน ไปแล้ว

วาระที่ 2.เรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

2.1 นางสาวสุวิมล ทองเอื้อ ได้เสนอให้มีการทำบุญซอยปลัก ในวันอาทิตย์ สัปดาห์สุดท้ายของเดือน โดยเสนอให้มีการทำบุญทุกๆปี เพื่อจะได้เป็นวัฒนธรรมของซอย
มติที่ประชุม มีการรับรองจากคณะกรรมการทุกคน นัดประชุมครั้งต่อไปวันที่10 มกราคม 2559

  • photo

 

30 14
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

2.4 สภาผู้นำประชุมประจำเดือน ม.ค.59 และร่วมทำบุญตักบาตรซอย

วันที่ 10 มกราคม 2559 เวลา 10.00-11.00 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

-เพื่อให้เกิดแกนนำชุมชนที่เข้มแข็ง- เพื่อเป็นเวทีในการปรึกษา หารือ และมีการประชุมประจำเดือนๆละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง และบันทึกการประชุมทุกครั้ง โดยการประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

• เกิดการติดตามประเมินผลแบบมีส่วนร่วม

• เกิดความเข้มแข็งของสภาผู้นำ

• เกิดผลลัพธ์เชิงประเด็น

• เกิดความเข้มแข็งของชุมชน ทำให้เกิดการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายนอก และชุมชน

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

-.ทีมสภาผู้นำ จำนวน ..14........ คน เป็นทีมทำงานในการขับเคลื่อนโครงการ และมีการประชุมปรึกษาหารือทุกเดือน เพื่อรายงานผลการทำกิจกรรมโครงการ ตลอดจนการวางแผนงาน และการประเมิน ติดตาม การดำเนินงาน

2.สภาผู้นำ มีความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน

3.เกิดการผลักดันในเชิงนโยบาย ศก.พอเพียงเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง และสามารถพึ่งตนเองได้

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

มีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง ในระยะเวลา 12 เดือนเพื่อรายงานผลการดำเนินโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน

กิจกรรมที่ทำจริง
  • นางสาวอัมไพ ธรรมรัตน์ ได้เสนอวิธีการแก้ปัญหา เพื่อเอาตัวรอดโดยใช้วิธีการสร้างความยั่งยืนสำหรับสมาชิกในชุมชน โดยเสนอให้มีการปลูกพืชสมุนไพร ไว้ข้างรั้วบ้าน หรือเป็นพืชแซมยาง เนื่องจากประสบปัญหาราคายางตกต่ำ ซืึ่งได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของการสร้างรายได้เสริมเพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้เข้าร่วมกิจกรรมช่วงปัญหาราคายางพาราตกต่ำ
  • สมาชิกที่มาร่วมประชุมได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ทำบุญซอย ซึ่งเป็นกิจกรรมครั้งแรกของชุมชนที่เริ่มมีการจัดขึ้น ทำให้ในชุมชนเกิดความพร้อมเพรียงในการร่วมใจการมาโดยการหิ้วสายชั้นมาคนละ1ปิ่นโต และได้มีโอกาสให้คนทั้งซอยได้มาพบปะพูดคุยกันทุกรุ่นทุกวัย และมีการลงมติในที่ประชุมขอให้มีกิจกรรมนี้จัดต่อเนื่องในวันอาทิตย์ที่2ของเดือนธันวาคม ของทุกๆปี
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

30 14

3. สภาผู้นำประชุมชี้แจงโครงการ

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

3.1 สภาผู้นำประชุมชี้แจงโครงการ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 เวลา 13:00-14.30 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

-เพื่อให้เกิดแกนนำชุมชนที่เข้มแข็ง และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ-เพื่อจัดเวทีชี้แจงการดำเนินโครงการ ซอยปลักควายเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง ให้ประชาชนได้รับทราบการดำเนินโครงการภายใต้การสนับสนุนจาก สสส.

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

ผู้รับผิดชอบโครงการ/ สภาผู้นำชุมชนและชาวบ้านมีความรู้ ความเข้าใจรูปแบบการดำเนินงานของโครงการชุมชนน่าอยู่อย่างน้อยร้อยละ 50

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • เกิดแกนนำชุมชนที่เข้มแข็ง โดยใช้กลุ่มคณะกรรมการภายใต้ชื่อ สภาชุมชนคนปลักควาย
  • เกิดต้นแนบผู้นำทางความคิด ในการเข้าามาทำกิจกรรมร่วมกัน
  • คนในชุมชนรับรู้ร่วมกันเกียวกับการทำกิจกรรมที่ทางโครงการจัดทำขึ้น และสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมที่ตัวเองสนใจได้
  • ลดช่องว่างในการติดต่อสื่อสารระหว่างคนในชุมชนได้
  • คนในชุมชนสามารถร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวข้อมูลที่มีอยู่แล้วในชุมชนได้
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

-สภาผู้นำชุมชนร่วมกันชี้แจงโครงการให้ชาวบ้านซอยปลักควายและผู้สนใจรับทราบข้อมูลได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ตลอดจนมีการรณรงค์ให้พื้นที่ดำเนินกิจกรรมเป็นเขตปลอดบุหรี่และเหล้า

-วิทยากรกระบวนการ นายสมนึก หนูเงิน สภาองค์กรชุมชน ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนงานโครงการ ทำอย่างไรกับงานที่ทำเกิดผลสัมฤทธิ์ ตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการ

-รับสมัครครัวเรือนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 100 คน

กิจกรรมที่ทำจริง

เริ่มประชุม เวลา 13.00 น.
วาระที่ 1

  • นางสาวอมรตน์ ธรรมรัตน์ ผู้รับผิดชอบโครงการ ชี้แจงการดำเนินงานโครงการภายใต้การสนับสนุนของ สสส. และแนะนำทีมสภาผู้นำ
  • วิทยากรกระบวนการ คุณประนอบ คงสม ได้สรุปประเด็นการขับเคลื่อนโครงการของแต่ละกิจกรรม ให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง
  • นางสาวอารีย์ สุวรรณชาตรี พี่เลี้ยงโครงการ พบปะพูดคุยและอธิบายกระบวนการทำงานของ สสส. สจรส.มอ.เกี่ยวกับการทำโครงการชุมชนน่าอยู่ และการทำความเข้าใจเรื่องงบประมาณที่ทาง สสส.สนับสนุนการทำกิจกรรมทั้งหมดตลอดระยะเวลา 1 ปี ของการทำโครงการ เพื่อให้ทางชุมชนรับทราบและมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมโครงการ
  • นายนิยม ศิริมุกศิกะ ปราชญ์ทางด้านการเลื้ยงผึ้งจากลังไม้ซึ่งเป็นครัวเรือนต้นแบบด้าน ศก.พอเพียง ที่ได้มีการใช้พื้นที่บริเวณ และสวนยางพารา ในการเลี้ยงผึ้ง พร้อมเชิญชวนสมาชิกในชุมชนที่สนใจมาทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมทั้งบอกผลดี-ข้อควร ระวัง และประโยชน์จากการเลี้ยงผึ้ง

วาระที่ 2 นัดประชุม แจ้งการทำกิจกรรมครั้งถัดไปเรียนรู้และอยู่อย่างพอเพียง ทำของใช้ภายในครัวเรือนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10.00 น.-14.00 น.

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

100 100

4. ย้อนอดีต ตามรอยเส้นทางวิถีชุมชน คนปลักควาย

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

4.1 เรียนรู้ออกแบบเครื่องมือสำรวจชุมชน

วันที่ 8 ธันวาคม 2558 เวลา 14.30-15.44 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

-เพื่อให้เด็ก เยาวชน และคนในชุมชนได้เรียนรู้เรื่องราว ประวัติความเป็นมา ข้อมูลทั่วไป เช่น อาชีพ ประเพณี วัฒนธรรม แหล่งทรัพยากรณ์ จุดเด่น จุดด้อย ของชุมชนตนเอง

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

-เด็ก เยาวชน และคนในชุมชนได้เรียนรู้เรื่องราว ประวัติความเป็นมา ข้อมูลทั่วไป เช่น อาชีพ ประเพณี วัฒนธรรม แหล่งทรัพยากรณ์ จุดเด่น จุดด้อย ของชุมชนตนเอง อย่างน้อยร้อยละ 50 - เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ และเด็ก /เยาวชน ของคนในชุมชน จากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของ อย่างน้อย ร้อยละ 60 ได้เรียนรู้เรื่องราวของชุมชนตนเอง

-เกิดความรู้ในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • ทำให้เด็ก เยาวชน และคนในชุมชนได้เรียนรู้เรื่องราว ประวัติความเป็นมา ข้อมูลทั่วไป เช่น อาชีพ ประเพณี วัฒนธรรม แหล่งทรัพยากรณ์ จุดเด่น จุดด้อย ของชุมชนตนเอง
  • เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ และเด็ก /เยาวชน ของคนในชุมชน และได้เรียนรู้เรื่องราวของชุมชนตนเอง
  • ทำให้เด็กมีความรู้ในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

เป็นการเก็บข้อมูลชุมชน ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบก่อนเริ่มโครงการ และหลังทำโครงการ เพื่อให้เห็นความแตกต่างของวิถีการทำเกษตรของชุมชน เพื่อจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างการเรียนรู้ให้เด็ก เยาวชน ได้เรียนรู้วิถีชุมชนและของครอบครัวตนเอง
มีขั้นตอนการทำงาน ดังนี้

ครั้งที่ 1ออกแบบเครื่องมือสำรวจ วิทยากรกระบวนการคุณยุพา สะหมัดหานาย หน่วยงานนักพัฒนาชุมชน อบต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง โดยมีคณะทำงานโครงการ/แกนนำชุมชน /เด็ก เยาวชน ร่วมกันตั้งคำถาม
เพื่อเป็นข้อมูลในแบบสำรวจ ซึ่งมีข้อมูลที่ต้องเก็บ คือ 1.การประกอบอาชีพ,2.พื้นที่การทำเกษตร เช่น ปลูกยางอย่างเดียว ,การปลูกพืชอื่นร่วมกับยาง และระบบนิเวศในสวนยาง


ครั้งที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจชุมชน โดยเด็ก เยาวชน /คณะทำงานโครงการ โดยวิธีการสัมภาษณ์ครัวเรือน จำนวน 50 ครัวเรือน

ครั้งที่ 3 วิเคราะห์ข้อมูล วิทยากรกระบวนการคุณยุพา สะหมัดหานาย หน่วยงานนักพัฒนาชุมชน อบต.รัตภูมิ อ.ควนเนียงแกนนำชุมชน สรุปข้อมูลที่ได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูล

กิจกรรมที่ทำจริง

กิจกรรมครั้งที่1. แยกตามวาระดังนี้ วาระที่1.การออกแบบเครื่องมือสำรวจ โดยวิทยากรกระบวนการ นายสมนึก หนูเงิน และ นายประนอบ คงสม จากหน่วยงานสภาผู้นำชุมชนตำบลควนรู เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดหัวข้อแบบสอบถาม  เพื่อใช้ในการตั้งถามจากเด็กกับผู้ใหญ่ในชุมชน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง และสมบูรณ์ สามารถนำมาใช้ต่อได้  และสามารถนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบก่อนและหลัง จากการทำกิจกรรมของ สสส. โดยข้อมูลที่ใช้ในการทำแบบสอบถาม มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ ย้อนรอยตามรอยเส้นทางวิถีซอยปลักควาย (6/12/2558) วิถีชุมชนซอยปลักควาย เก็บข้อมูล 1. กลุ่มตัวอย่าง o ชุมชนซอยปลักควาย 50 ครัวเรือน
o ทำแผนที่เดินดิน (ทำมือ) o เด็ก 37 คน o ผู้สูงอายุ 10 คน 2. เปรียบเทียบก่อนหลัง o แผนที่ชุมชน(แผนที่ทำมือ) o ประวัติศาสตร์ (เล่าผ่านเวทีผู้สูงอายุ—ลุงพร้อม ทองเอื้อ,ลุงเต็กอิ้น วิไลรัตน์,กำนันสวัสดิ์ สุจิชาติ เวลา 1 ชม.)  ภูมิปัญญา  ความเชื่อ  ประเพณี o อาชีพ o รายได้/รายจ่าย o หนี้สิน o การออม o สมาชิกกลุ่ม/องค์กร o บัญชีครัวเรือน 3. ความแตกต่างวิถีทำการเกษตร 4. ข้อเสนอเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง o ปัญหาความต้องการ/ข้อเสนอแนะ 5. การบวนการสร้างการเรียนรู้เด็ก/เยาวชน รู้วิถีชุมชน/ครอบครัว

ขั้นตอน 1. ออกแบบเครื่องมือสำรวจ 2. ลงพื้นที่สำรวจโดยเด็ก/เยาวชน o ทำความเข้าใจ/ทดลอง/แบ่งพื้นที่ 3. วิเคราะห์ข้อมูล o ทำความเข้าใจ/ทดลอง ผลผลิต/ผลลัพธ์ 1. เด็กเยาวชน/ประชาชนเรียนรู้ 2. ความสัมพันธ์เด็ก/เยาวชน/ประชาชน 3. ความรู้จากการวิเคราะห์




กิจกรรมสำรวจพื้นที่ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่หมู่ 1,8,9,13 o แบ่งพื้นที่เป้าหมายออกเป็น 7 กลุ่มและเด็กทำหน้าที่สำรวจกลุ่มละ 5 คนและพี่เลี้ยงกลุ่มละ 1 คน o เวทีเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ชุมชน โดยผู้อาวุโสในคาบเรียน o ทำแผนที่ทำมือ o ทำความเข้าใจเครื่องมือ o ลงพื้นที่เก็บข้อมูล o รวบรวมวิเคราะห์ o เวทีเติม/เรียนรู้ ผลลัพธ์ที่จะได้/เกิดขึ้นกับชุมชน -การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรประวัติศาสตร์ชุมชน             -เปิดประเด็นหัวข้อการประชุม วาระที่ 2. ปิดการประชุม เวลา 16.00 น. นัดประชุมกิจกรรมครั้งที่ 2 วันที่ 8/11/2558  สถานที่ โรงอาหาร รร.บ้านควนเนียงใน กิจกรรมครั้งที่2 เริ่มประชุม  เวลา  1430  น. เรียนรู้ชุมชนชั่วโมงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ซอยปลักควาย               ผู้ดำเนินการโครงการกล่าวสวัสดีทักทายคณะครู-นักเรียน โรงเรียนบ้านควนเนียงใน แนะนำวิทยากรกระบวนการ อ.ประนอบ คงสม  และดำเนินการแนะนำเกี่ยวกับหัวข้อการผีกอคณะคนเล่าเรื่องอดีตย้อนรอยซอยปลักควาย แนะนำ นายพร้อม ทองเอื้อ นายอนันต์ แก้วเจริญ นายเฉลิม วรรณกูล (อดีตครูเกษียณ ร.ร.บ้านควนเนียงใน) หลังจากนั้นผู้ดำเนินการโครงการนางสาวอมรรัตน์ ธรรมรัตน์ เชิญ อ.ประนอบเริ่มกระบวนการดำเนินการเล่าเรื่องย้อนรอย วิทยากรกระบวนการ เชิญวิทยากรคนเฒ่าเล่าเรื่องความเป็นมาของถนน โดยเชิญ นายเฉลิม วรรณกูล และนายอนันต์ แก้วเจริญ และนายพร้อม ทองเอื้อ  เริ่มเล่าประวัติซอยปลักควาย
โดยเล่าว่าแรกเริ่มเดิมที่ซอยปลักควายพื้นที่เป็นป่ามาก เมื่อ แรกเริ่มเดิมที่คนที่มาตั้งบ้านอยู่อาศัยประมาณ 10 หลังคาเรือน ประมาณ พ.ศ 2518 ตาเสี้ยน วรรณกูล อดีตผู้ใหญ่บ้านนักพัฒนา ไม่มีงบจากภาครัฐหรืองลประมาณของอำเภอ สมัยนั้นมีความคิดต้องการพัฒนาช่วยเหลือตัวเองโดยการสร้างถนนเพื่อความสะดวกในการสัญจรไปมาได้เกนคนมาช่วยกันทำและตัดถนน ได้ถนนกว้าง 8 เมตร ยาว ไม่ถึง 1 กก. ก็โดนชาวเอามีดไล่คนหลังจากนั้น เส้นทางถนนไม่ได้ยาวสุดซอย เมื่อถนนตัดมาถึงหน้าบ้านใครให้คนนั้นทำถนนเอง  ก็ได้ตั้งชื่อซอยปลักควายนายเมิน สาเหตุที่มีการตั้งชื่อซอยนี้ เนื่องจากมีงานศพ และชาวบ้านซ้อนท้ายรถและได้เกิดการพลัดตกลงบนถนน เนื่องจากถนนมีพื้นผิวไม่เรียบและขรุขระเป็นพื้นที่ทุระกันดานมาก หลังจากนั้น และได้ระดมครูและชาวบ้านมาระดมกำลังตัดไม้ไผ่มาสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านควนเนียง -ถนนซอยปลักควาย ไปชนป่าที่เป็นท่อง
-บ้านสายม่วงแค เมื่อก่อนมีต้นมะม่วงใหญ่อยู่ที่ริมสายน้ำเมื่อมีผลผลิตก็เลยใช้”แค”(หมายถึงเอาไม้ไผ่ไปผูกกับต้นไม้เผื่อให้ขึ้นต้นไม้ใหญ่ ได้ง่ายขึ้น)ทาบต้นเป็นโอ่งเพื่อที่จะเก็บเอาลูกมาเก็บกิน “เกนคน”(การไปขอช่วยคนมามีจำนวนชัดเจนว่าจะต้องทำงานให้ได้ตามจำนวนที่ตั้งไว้ เป้าหมายเช่นต้องทำงานให้ได้ 5 วา คือขอช่วยจำนวน 5 คน “ตัง” คือ เครื่องลากไม้ชนิดหนึ่ง โดยใช้ควายลาก “โกก” คือ มีลักษณะโค้งสวมบนหลังควาย
หลังจากนั้นมีการตั้งชื่อซอยปลักควายอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2520
การช่วยกันทำงาน ใช้ น้ำตาลหวาก แทนเงินเป็นเครื่องมือในการเลื้ยงแขก เพื่อให้งานทำถนนให้ออกมาสำเร็จเป็นซอยปลักควายจนถึงปัจจุบัน

-เดิมโรงเรียนท่องเสา ย้ายจากที่ไปตั้งอยู่ในวัดควนเนียงใน หลังจากนั้นปี พ.ศ.2511 มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษานับถือศาสนาคริสต์ ได้มีคำสั่งให้แยกโรงเรียนออกจากวัด และได้ย้ายโรงเรียนกลับมาที่โรงเรียนบ้านท่องเสาเดิมโดยมีชื่อ ว่า โรงเรียนบ้านควนเนียงใน โดยมี ครูเล็ก และ พระเจ้าแก้วมาร่วมกันก่อตั้งและพัฒนาโรงเรียนจนถึงปัจจุบัน -ซอยปลักควายได้ขยายซอยไปเรื่อยๆ ไปจนถึงบ้านกลางท่อง และไปชนบ้านหนองขี้แตก(และโรงเรียนบ้านยางงาม) วาระที่2 กิจกรรมการร่วมกันตั้งคำถาม-ตอบ ระหว่าง วิทยากรกระบวการกับนักเรียน และผู้เฒ่าเล่าเรื่องราวอดีตชุมชน โดยอาจารย์ประนอบ คงสม ระดมความคิดเห็นของนักเรียน คำถามที่1โรงเรียนบ้านควนเนียงใน มีชื่อเดิมว่าอะไร “นักเรียนตอบโรงเรียนบ้านทุ่งเสา” คำถามที่2 ผู้ใหญ่บ้านที่คิดตัดถนนซอยปลักควายมีชื่อว่าอะไร นักเรียนตอบ นายเถี้ยน วรรณกูล คาถามที่3 ทำไมถึงเรียกว่าซอยปลักควาย นักเรียนตอบ“มีที่มา เนื่องจากมีป่าเยอะ มีหลุมมากเหมือนรางหนมครก เหมือน มียายหล่นพลัดตกลงในหลุมที่ดูเหมือนปลักควาย และมีการเปลี่ยนแปลงจากป่ามาเป็นซอยจนถึงปัจจุบัน

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

40 52

5. เสวนาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ พืชร่วมยาง กับวิถีเกษตรยุคใหม่

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

5.1 เสวนาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ พืชร่วมยาง กับวิถีเกษตรยุคใหม่

วันที่ 10 มกราคม 2559 เวลา 13:00 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

1.เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ จุดเด่น จุดด้อยในการปลูกสวนยางเชิงเดี่ยว และสวนยางแบบพืชร่วมยาง และเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมาเรียนรู้และสามารถนำไปหฏิบัติใช้ในพิ้นที่แปลงขอตนเอง

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

คนในชุมชนได้ความรู้ในการปลูกพืชแซมยางหรือการทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริม อย่างน้อยร้อยละ 30

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • ทำให้คนในชุมชนมีความรู้เกี่ยวกับแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และีความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกพืชแบบผสมผสาน
  • ทำให้คนในชุมชน มีความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มรายได้จากการปลูกพืชเสริมในพื้นที่สวนยางที่มีอยู่แล้วโดยการปลูกพืชแซมที่เหมาะสมในพื้นที่ของ
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

1.สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) /เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน /พัฒนาที่ดิน อบต.และปราชญ์ชุมชนภายนอก ประมาณ 200 คน
-ม.1 จำนวน 100 คน -ม.8 จำนวน 20 คน -ม.11 จำนวน 20 คน -ม.13 จำนวน 60 คน

เข้ามาแชร์ประสบการณ์ความรู้ในเรื่องการปลูกพืชร่วมยาง ซึ่งวัตถุประสงค์ในการพูดคุยคือเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ จุดเด่น จุดด้อยในการปลูกสวนยางเชิงเดี่ยว และสวนยางแบบพืชร่วมยาง โดยเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้เข้ามาเรียนรู้ และสามารถนำไปปฎิบัติใช้ในพื้นที่แปลงของตนเอง

2.เด็ก เยาวชน นำเสนอข้อมูลชุมชน จากที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูล สำรวจพื้นที่เกษตรของชุมชนในแปลงยางทั้งในรูปแบบยางอย่างเดียว และการปลูกพืชอื่นเสริม

กิจกรรมที่ทำจริง
  • เวลา 12.40-13.00 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมการทำกิจกรรม
  • เวลา 13.00-13.20 น. นายพิศาล ธรรมรัตน์ พิธีกร และปราชญ์ชุมชน กล่าวสวัสดีทักทายพี่น้องในชุมชนที่มาร่วมทำกิจกรรม และได้เชิญ คุณเพ็ญศรี แซ่ตัน หัวหน้าเกษตรอำเภอ มากล่าวเปิดงาน และพบปะทักทายกับพี่น้องเกษตรกรในชุมชนที่เข้าร่วมรับฟังเวที เสวนา พร้อมทั้งแนะนำตัว ประวัติความเป็นมา และเสนอแนะกิจกรรมที่ทางเกษตรอำเภอควนเนียงกำลังจะจัดให้พี่น้องเกษตรกร เกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยที่ทางรัฐบาลกำลังสนับสนุนและช่วยเหลือชาวสวนยางพาราให้พี่น้องเกษตรกรไร่ละ 1,500 บาท สำหรับเกษตรกรที่เคยได้รับเงินค่าชดเชยไปแล้วผ่านการขึ้นทะเบียนเกษตรอำเภอเมื่อปี 2557 และ มีการประชาสัมพันธ์ เรื่อง ขอเชิญร่วมงานวันถ่ายทอดความรู้(Filed Day) ปี 2559 ณ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปี 2559 เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญา ที่มีความเหมาะสมกับพี้นที่ ตลอดจนการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้สำหรับพื้นที่การทำยางพาราซึ่งเป็นพืชเชิงเดี่ยวในปัจจุบัน เพื่อจัดกระบวนการในการบรรเทาปัญหายางราคาถูก และ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากเด็กนักเรียนในโรงเรียน เผยแพร่เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การปลูกพืชร่วมยาง และการป้องกันกำจัดโรคยางพาราให้มีคุณภาพ เพื่อให้มีการถ่ายทอดจากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ให้ร่วมด้วยช่วยกันพึ่งพาตัวเองสู่การอยู่รอดต่อไปในอยาคต
  • เวลา 13.20-13.40 น. นายพิศาล ธรรมรัตน์ ได้เชิญให้นายสำเริง แก้วศรีนวล จนท.ส่งเสริมการเกษตร จังหวัดสงขลา มาพบปะพูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมการดำเนินงานของหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรในปัจจุบัน ซึ่ง นายสำเริงได้แจ้งถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการทำงานในปัจจุบันว่า ในภาคใต้ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรขึ้นมาแล้วทั้งหมด 16 แห่ง ซึ่งเกษตรกรที่ทำสวนยางพาราสามารถไปขอข้อมูลและขอความรู้ได้ตามจุดต่างๆ ที่ทางจัดหวัดกำหนดไว้ตามอำเภอต่างๆ เช่น อ.รัตภุมิ อ.สิงหนคร อ.นาทวี อ.สทิงพระ เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาจากภาวะที่ยางพารา ราคาตกต่ำ
  • เวลา 13.40-14.00 น. นายพิศาล ธรรมรัตน์ ได้เชิญให้ นายสุทิศ พงษ์จีน ผจก.สหกรณ์การเกษตรควนเนียง จก. มาร่วมเสวนา ซึ่ง นายสุทิศ พงษ์จีน ได้บอกถึงแนวทางที่ทางสหกรณ์การเกษตรควนเนียงได้มีแผน การทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือ พี่น้อง เกษตรกร ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ในช่วงภาวะราคายางตกต่ำเปิดร้านขายอาหารราคาถูก เริ่มต้นที่ราคาจานละ10 บาททุกวันพุธ ของสัปดาห์ และอาหารบุฟเฟ่ จานละ 50 บาท ทุกวัน จันทร์-ศุกร์(ยกเว้นวันพุธ) มีการขายของราคาถูกตลาดนัดเปิดท้ายทุกวันพุธสุดท้ายของวันสิ้นเดือน ฯ พร้อมทั้งเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรภายในชุมชนสามารถนำสินค้า เช่น พืชผลทางการเกษตร ไป จำหน่าย ณ ตลาดกลางเกษตรอินทรีย์จุดร้านค้าจำหน่ายของ สหกรณ์การเกษตรควนเนียง ได้ทุกคน
  • เวลา 14.00-15.00 น. นายพิศาล ธรรมรัตน์ ได้เชิญให้ นาย จำนาญ วิจะสิกะ หน.ฝ่ายปฏิบัติการ กยท.รัตภูมิ เข้าร่วมเวที่ เสวนา ซึ่ง จำนาญ ได้บอกเล่าประวัติความเป็นมาของการการจัดตั้ง หน่วยงาน กยท. เปลี่ยนชื่อมาจาก สกย. เพื่อเป็นการ ส่งเสริม และ รวมกลุ่ม เพื่อแสวงหากำไรให้กับกลุ่มพี่น้องเกษตรกร เพื่อเพิ่มช่องทางให้กับกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางมากขึ้น ส่วนการส่งเสริมในการปลูกพืชแซมยาง โดยเปลี่ยนจากสวนยางโล่งเตียนให้เป็นป่ายาง เนื่องจากมีพืชหลายชนิดที่ช่วยเกื้อหนุนให้ยางพารามีน้ำยางที่มีคุณภาพดีมากขึ้น เช่นการปลูกกล้วย ปลูกผักเหมียง(เหรียง) ปลูกพืชสมุนไพรเช่น ขมิ้น หัวไพร หรือสำหรับเกษตรกรที่ล้มยางรัฐบาลจะมีเงินส่งเสริมการปลูกพืชแทนยางล้มครัวเรือนละ 100,000 บาท พร้อมทั้งได้ชี้แนะและเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรสวนยางปรับเปลี่ยนความคิดจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาปลูกพืช ร่วมแนวผสมผสานที่หลากหลายในบริเวณสวนยาง และเปลียนสภาพจากสวนยางเป็นป่ายางอีกครั้ง เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับผืนดิน และสามารถเอื้อกับยางพารา สามารถเพิ่มผลผลิตน้ำยางให้มีคุณภาพและทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกพืชแซมด้วย
  • เวลา 15.00-15.40 นายพิศาล ธรรมรัตน์ ได้เชิญ นางสุดา ยาอีด หน.เกษตรอำเภอคลองหอยโข่งมาเสวนาเกี่ยวกับวิธีการปลูกพืชร่วมยาง จากประสบการณ์จริงของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ อ.คลองหอยโข่ง นางสุดา ได้เริ่มบรรยายพร้อมฉายสไลต์ภาพประกอบ เกี่ยวกับหัวข้อทางรอดของเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้เริ่มจากการเปิดประเด็นปรับเปลี่ยนความคิดของเกษตรกรที่มาร่วมรับฟัง โดยใช้หลักการทำสวนยางพาราดังนี้
  1. ต้องทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง 2.ต้องทำให้มีรายได้เสริม นอกเหนือจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว 3.ต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ในส่วนของเกษตรกรที่จะมีการปรับเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นพืชผสมผสาน ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังนี้

- ต้องรู้จักวิธีการปลูกพืชแซมที่ถูกต้อง เช่น การปลูกผักเหลียง - ต้องมีงบประมาณในการลงทุน เช่น กิ่งพันธ์ ค่าเดตรียมพื้นที่ การสนับสนุนจาก ภาครัฐ เช่น ภาคการเกษตร
- ต้องมีตลาดรองรับ - ควรรู้วิธีการปลูกที่ถูกต้อง สำหรับพืชร่วมยางที่แนะนำให้ปลูกและมีเกษตรกรในพื้นที่ อ.คลองหอยโข่งปลูกและมีตลาดรองรับสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง แยกประเภทตามอายุอย่างได้แก่ 1. พื้นที่ยางพาราแก่ เหมาะสำหรับปลูก หมากเหลือง,สละอินโด,ผักเหรียง,เหรง,และ เลี้ยงเป็ด 2. พื้นที่ยางพาราอ่อนเหมาะสำหรับการปลูก ดาวเรือง,ผักกูด,มะละกอ 3. พื้นที่ล้มยางพาราไปแล้ว เหมาะสำหรับการปลูก ข้าวโพดหวาน,ฝรั่ง สำหรับการปลูกพืชร่วมยาง คือ การปลูกพืชที่อยู่ร่วมกับยางอายุ มากกว่า 3 ปี ขึ้นไป เช่น ไผ่ลวก คุณสุดา ได้สรุปตอนท้ายไว้ สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ กรมทรัพยากรธรณี มีการลงทุน เรื่องน้ำ ผ่านพลังงาน Solar Cell  เกษตรกรสามารถยื่นหลักฐานการขึ้นทะเบียนได้ที่หน่วยงานดังกล่าวได้ เวลา 15.40-16.00 นายพิศาล ธรรมรัตน์ ได้เชิญนายอนุชา ยาอีด ตำแหน่งหัวหน้ายุทธศาสตร์เกษตร จ.สงขลา มากล่าวสรุปปิดการเสวนา พืชร่วมยาง ซึ่งนายอนุชา ได้กล่าวสรุปว่า เกษตรกรทุกคนต้องหันมาปรับทัศนคติเกี่ยวกับการปลูกพืชเสริมให้มากขึ้นเปลี่ยนจากสวนยางพาราที่โล่งเตียน มาเป็นป่ายางที่มีพืชแซม แต่ต้องเป็นพืชที่ตลาดต้องการ และต้องมีการรวมกลุ่มและมีเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันได้เพื่อจะได้พึ่งพาเกี่ยวกับเรื่องควบคุมคุณภาพของผลผลิตและตลาดที่จะนำไปขาย เพื่อจะได้เป็นทางรอดในการดำเนินชีวิตเพื่อปากท้องของพี่น้องเกษตรกรทุกคนในขณะที่กำลังเผชิญกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจราคายางตกต่ำ 16.00-16.20 นายพิศาล ธรรมรัตน์ ได้เปิด การถามตอบระหว่าง วิทยากร ปราชญ์ชุมชน และเกษตรกรในชุมชน โดยนายนุสนธิ์ ได้ถามถึง ตลาดผักเหลียงพร้อมขอคำแนะนำวิธีการปลูก ว่าสามารจำหน่ายที่ไหน นางสุดาได้ตอบว่า ตลาดส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารในหาดใหญ่ และ ตลาดกิมหยง ส่วนวิธีการปลูก นางสุดา แนะนำให้ปลูก 2 วิธี คือ ผักเหรียงใบเรียวเล็ก ให้ปลูกเอียง 45 องศา ส่วนผักเหรียงใบใหญ่ ให้ปลูกลำต้นตั้งตรง


16.20 น. นายพิศาล ธรรมรัตน์ ขอบคุณ วิทยากรที่มาร่วมเสวนาทุกคน พร้อมกล่าวปิดการเสวนา และ มอบกระเช้าของที่ระลึก

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

200 214

6. บัญชีครัวเรือน เรียนรู้คู่ครัวไทย

ไม่มีกิจกรรม

7. เรียนรู้ และอยู่อย่างพอเพียง : ผลิตภัณฑ์ของใช้ใกล้ตัว

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

7.1 เรียนรู้ ทำสบู่สมุนไพร และน้ำยาล้างจาน

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา 11.00น.-15.44 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เพื่อให้คนในชุมชนเกิดความตระหนักที่จะเรียนรู้ และสามารถนำความรู้มาทำใช้เองเพื่อลดรายจ่ายภายในรัวเรือนได้

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

คนในชุมชนมีความรู้การทำบัญชีครัวเรือน สามาถรับรู้สถานะทางการเงินภายในครอบครัว และเกิดความตระหนัก รู้จักวางแผนในเรื่องค่าใช้จ่าย อย่างน้อย ร้อยละ 80 ของกลุ่มตัวอย่าง

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจในการทำสบู่สมุนไพร และน้ำยาเอนกประสงค์ และ สามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฏิบัติใช้จริงในการผลิต สบู่ และ น้ำยาล้างจาน ไว้ใช้เองภายในรัวเรือน
  • เป็นการลดค่าใช้จ้ายสำหรับของใช้สิ้นเปลืองในชีวิตประจำวัน ทำให้คนในชุมชน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในสภาวะเศรษฐกิจตกต้ำ และสามารถพึ่งพาตัวเองได้
  • เป็นการนำวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วภายในชุมชน มาแปรรูปเป็นของใช้ประจำวันได้ เช่นการ ทำน้ำหมักจากมะนาว และลดปัญหาขยะในชุมชนด้วยที่เกิดจากผลผลิตที่เน่าเสีย
  • ทำให้คนในชุมชนมีการพูดคุย และแบ่งปันกันมากขึ้น ทำให้สังคมน่าอยู่ เนื่องจากมีการรวมกลุ่มกันทำของใช้สิ้นเปลืองในครัวเรือน
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

1.ผลิตภัณฑ์และของใช้ใกล้ตัว

1.1.สบู่สมุนไพรจากขมิ้น วิธีการทำ คือ ใช้น้ำสมุนไพรที่มีส่วนผสมของขมิ้นและน้ำผึ้งรวง 1 แก้วน้ำมากวนผสมกับกรีเซอรีนหัวเชื้อสบู่ เทใส่บล็อกหรือกระปุกสำหรับใส่สบู่ ทิ้งไว้ 30-45 นาที รอแห้ง ก็สามารถนำสบู่ที่แข็งตัวแล้วมาใช้ได้

1.2.นำ้ยาล้างจานจากนำ้หมักผลไม้ เช่น มะเฟือง ,มะขาม วิธีการทำ ใช้หัวเชื้อN70 จำนวน1กิโลกรัม กวนให้เป็นครีมขาวๆขุ่น เติมน้ำหมักชีวภาพเช่นน้ำหมักมะนาว หรือน้ำหมักที่มีรสชาดเปรี้ยว 3กิโลกรัม เติมน้ำเกลืออิ่มตัว1กิโลกรัม ผสมทุกอย่างรวมกันในถังพลาสติก กวนประมาณ15นาทีจนทุกอย่างรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ประมาณ6 ชั่วโมงให้ฟองยุบแล้วนำมาบรรจุใส่แกลลอนหรือภาชนะที่ผ่านการทำความสะอาดแล้วสามารถนำมาใช้ในชวิตประจำวันในการล้างจานทำความสะอาดได้

กิจกรรมที่ทำจริง

กิจกรรม เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง ผลิตของใช้ใกล้ตัว วันอาทิตย์ ที่ 29 เดือน พฤศจิกายน 2558
ณ โรงอาหารโรงเรียนบ้านควนเนียงใน

………………………………….

  • เวลา 11.00 น. น.ส.อมรรัตน์ ธรรมรัตน์ ผู้ดำเนินโครงการได้กล่าวต้อนรับสมาชิกในชุมชนซอยปลักควายผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน และได้เชิญให้ นายพร้อม ทองเอื้อ ผู้นำชุมชน มากล่าวทักทายและเชิญชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ความสนใจและตั้งใจในการเรียนรู้ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในการผลิตน้ำยาล้างจาน และสบู่ ซึ่งเป็นของใช้สิ้นเปลืองที่มีความจำเป็นต้องใช้ภายในครัวเรือนทุกๆบ้าน

  • ฝึกการทำสบู่สมุนไพร และ น้ำยาล้างจาน

  • เวลา 11.20-12.00 นนางสาวอมรรัตน์ ได้เชิญวิทยากร ซึ่งเป็นปราชญ์ชุมชน คือ นางสาวอัมไพ ธรรมรัตน์ ปราชญ์ ทางด้านการทำสบู่สมุนไพรมาสอนวิธีการทำสบู่ และบอกถึง ประโยชน์ของการใช้สมุนไพรในท้องถิ่นมาประยุกต์การทำสบู่ น.ส.อัมไพ ธรรมรัตน์ เริ่มการสอนวิธีการทำสบู่ โดยเริ่มจากแนะนำส่วนอุปกรณ์และส่วนประกอบที่ใช้ในการทำสบู่ ดังนี้

ลำดับที่ อุปกรณ์/ส่วนประกอบ ปริมาณ/จำนวน ประโยชน์

1 กรีเซอร์รีน 1 ก.ก. ทำให้เกิดฟองและแข็งตัว

2 ฟักข้าว 1 ลูก สมุนไพร บำรุงผิวพรรณ

3 ขมิ้นชัน 200 กรัม ช่วยให้ผิวขาว แก้ผดผื่น คัน

4 น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 1 ช้อนโต๊ะ ทำให้ผิวนุ่ม

5 น้ำผึ้งรวง 1 ช้อนโต๊ะ ช่วยสมานแผล กระชับรูขุมขน

6 กะทะก้นลึก 1 อัน ใช้ใส่น้ำรองก้นหม้อ

7 จวัก1 อัน สำหรับกวนกรีเซอร์รีน

8 น้ำเปล่า 1 ขวด ช่วยให้ละลายกรีเซอร์รีนผ่านความร้อน

9 หม้อ 1 ใบ ใสกรีเซอร์รีนและส่วนผสมของสมุนไพรสำหรับทำสบู่

10 เครื่องปั่น 1 ใบ ปั่นสมุนไพรทั้งหมด

11 หัวน้ำหอม 10 ซีซี เพิ่มความหอมสดชื่น

วิธีการทำ / ขั้นตอนการเตรียมน้ำสมุนไพร
1. ปอกเปลือกฟักข้าว พร้อมหั้นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ และน้ำมาใส่เครื่องปั่น

  1. หั่นขมิ้น เป็นชิ้นเล็กๆ และนำมาใสในเครื่องปั่น

  2. เติมน้ำเปล่าลงไปในฟักข้าวเล็กน้อยพร้อมปั่นให้ละเอียด

  3. ต้มน้ำสมุนไพรที่ปั่นแล้ว และเมื่อเดือดได้ที่ แล้วยกลงจากเตา

  4. เทใส่แก้ว ประมาณ 100 กรัม

  • ขั้นตอนการกวนสบู่สมุนไพร
  1. หั่นกรีเซอร์รีนเป็นชิ้นเล็กๆ และนำมาใส่ในหม้อที่เตรียมไว้

  2. ตั้งกระทะพร้อมใส่น้ำ แล้วนำหม้อที่ใส่กรีเซอร์รีนและวางในกระทะที่มีน้ำ

  3. กวนกรีเซอร์รีนเบาๆ เปิดไฟอ่อน พร้อมคนไปทางเดียวกันประมาณ 5 นาที จนละลายเป็นน้ำเหลวๆ

  4. เทกรีเซอร์รีนที่เตรียมไว้ 100 กรัม และกวนให้ละลายผสมกับกรีเซอร์รีนประมาณ 10 นาทีจนเป็นเนื้อเดียวกัน

  5. ยกลงจากเตา เติมหัวน้ำหอมกลิ่นที่ชอบลงไป(หากไม่ชอบกลิ่นก็ไม่ต้องใส่ลงไป) และคนให้น้ำหอมผสมให้เข้ากับน้ำสมุนไพร

  6. เทใส่ภาชนะ หรือบล็อค ที่เตรียมไว้ พักไว้ประมาณ 30-60 นาที รอแห้ง

  • เวลา 12.30-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

  • เวลา 13.00-15.00 น. เข้าสู่กิจกรรมภาคปฏิบัติการสอนวิธีการทำน้ำยาล้างจาน วิทยากรโดยปราชญ์ชุมชน นางสาว สุวิมล ทองเอื้อ ซึ่ง วิทยาการได้บอกขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์และส่วนผสม วิธีการทำ และประโยชน์ ตามรายละเอียดและขั้นตอน ดังนี้

ลำดับที่ อุปกรณ์/ส่วนประกอบ ปริมาณ/จำนวน ประโยชน์

1 N70 1 กก. ทำให้เกิดฟอง

2 F24 1 กก. ขจัดคราบมัน

3 เกลือ 1 กก. ทำให้น้ำยาแข็งตัว

4 น้ำหมักมะนาว 3 กก. ชำระล้างคราบ และกลิ่นติดจาน

5 กันเสีย 10 ซีซี กันบูด เน่าเสีย

6 สีผสมอาหาร 1 ซอง แยกประเภทน้ำยา

7 ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนชา แก้พื้น และแก้คันมือ ฆ่าเชื้อราที่มือและซอกเล็บ

8 น้ำเปล่า 14 ลิตร ละลายให้น้ำยาไม่แข็งตัวเกินไป

วิธีทำ

1.กวนN70 ไปทางเดียวกัน จนเป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่น ใช้เวลา 15 นาที

2.ใช้เกลือ 1 กก. ผสมน้ำ 3 กก. คนละลายให้เข้ากน จนได้เกลืออิ่มตัว

3.เทN70 ใส่ลงไปในถังพลาสติก 1กิโลกรัม พร้อมเติมน้ำเกลื้อลงไป

4.เติมน้ำหมัก+F24กันเสีย +สีผสมอาหาร+ผงขมิ้นชัน กวนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

5.เติมกันเสีย พร้อมน้ำเปล่าทั้งหมดลงไป

6.กวนทั้วหมดให้เข้ากัน

7.พักทั้งไว้ พร้อมปิดฝาเบา รอฟองยุบ ประมาณ 1 วัน แล้วสมารถนำมาบรรจุใส่ขวดพร้อมใช้

  • สรุปผลงาน ผลผลิต

จากที่สมาชิกได้ร่วมกันทำสบู่สมุนไพร และน้ำยาเอนกประสงค์ ผลิตที่ได้ คือ

1.สบู่สมุนไพร จากฝักข้าว จำนวน ....160.......... ก้อน

2.สบู่สมุนไพร จากขมิ้นชันจำนวน .......160.......ก้อน

3.น้ำยาเอนกประสงค์จำนวน...........240........... กก.

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

80 81

8. เรียนรู้ และอยู่อย่างพอเพียง : ผึ้งน้อยจากลังไม้ ในป่ายาง

ไม่มีกิจกรรม

9. เรียนรู้ และอยู่อย่างพอเพียง : พลังงานใกล้ตัว แก๊สชีวภาพจากครัวเรือน

ไม่มีกิจกรรม

10. เรียนรู้ และอยู่อย่างพอเพียง : อาชีพเสริม ที่เพิ่มรายได้ ขนมไทยและเครื่องดื่มสมุนไพร จากพืชท้องถิ่น

ไม่มีกิจกรรม

11. เรียนรู้และอยู่อย่างพอเพียง : ปุ๋ยอินทรีย์ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

11.1 เรียนรู้และอยู่อย่างพอเพียง : ปุ๋ยอินทรีย์ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นครั้งที่1

วันที่ 16 มกราคม 2559 เวลา 10:30-14.40 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  • เพื่อเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และทำให้คนในชุมชนมีความรู้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ และลดการใช้ปุ๋ยเคมีให้น้อยลงภายในพื้นที่
ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

1.คนในชุมชนมีความรู้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ อย่างน้อยร้อยละ60

2.คนในชุมชนลดการใช้ปุ๋ยเคมี อย่างน้อยร้อยละ50

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • คนในชุมชนมีความรู้และมีความเข้าใจในการทำปุ๋ยอินทรีย์
  • คนในชุมชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ปุ๋ยเคมี และ สามารถลดรายจ่ายภายในครอบครัว
  • คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการเข้ามารับฟังความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับปราชญ์ชุมชน
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน
  1. อบรมให้ความรู้ การทำปุ๋ยหมักแห้งสูตรมูลสัตว์จำนวน 2 ครั้ง ๆละ 1 วัน โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆละ 40 คน

ส่วนประกอบ : มูลของสัตว์ (ขี้วัว) จำนวน 100 กก. เศษพืชโดยใช้ซังข้าวหรือแกรบดิบ100 กก.(ซังข้าว เนื่องจากชุมชนมีการทำนา ปีละ 1 ครั้ง ทำให้ในพื้นที่มีเศษวัสดุนี้มีจำนวนมาก หากมีการนำมาทำปุ๋ยจะช่วยลดการเผาซังข้าวในพื้นที่ ) รำระเอียด 2 กก. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 กก. (หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น ) และกากน้ำตาล

วิธีทำ : นำมูลวัว ซังข้าว รำระเอียด ผสมคลุกเคล้าให้เป็นเนื้อเดียวกันผสมกั กับน้ำสะอาด 100 ลิตร ให้เข้ากันรดลงบนกองวัสดุ ผสมให้เข้ากันจนมีความชื้น 35 % (ทดลองกำดู จะสามารถเกาะกันเป็นก้อน แต่ไม่เหนียว เมื่อปล่อยลงพื้น จากความสูงประมาณ 1 เมตร ก้อนปุ๋ยจะแตก แต่ยังมีรอยนิ้วมืออยู่ )ซึ่งสมาชิกที่เข้าอบรมมีการผสมปุ๋ย เมื่อมีการผสมปุ๋ยเสร็จ หมักกองปุ๋ยไว้ที่บ้านของสมาชิก (สวนลุงวร ) สมาชิกนัดหมายอีก 7 วัน สมาชิกร่วมกันพลิกกลับหน้าปุ๋ย เป็นระยะ จนสังเกตดูถ้ามีกลิ่นหอม และไม่มีไอร้อน สามารถใช้นำไปใช้งานได้ทั้งในนาข้าว พืชไร่ พืชผัก ไม้ยืนต้น (นาข้าว 200 กก. ต่อ 1 ไร่ /พืชผัก 2 กำมือ ต่อ 1 ตารางเมตร )

กิจกรรมที่ทำจริง
  • 10.30-11.00 น. รับลงทะเบียนผู้เข้าอบรม
  • 11.00-11.15 น.ส.อมรรัตน์ ธรรมรัตน์ ผู้ดำเนินโครงการ กล่าวต้อนรับผู้เข้าอบรม และแนะนำวิทยากร ปราชญ์ชุมชน คือ น.ส.อัมไพ ธรรมรัตน์ และ น.ส.สุวิมล ทองเอื้อ ให้ความรู้เรื่องการทำปุ่ญอินทรีย์
  • 11.15-12.15 น.เข้าสู่กิจกรรมบรรยายเรื่องการนำวัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตร มาใช้เป็นส่วนผสมในการทำปุ๋ยหมัก และ ให้ความรู้เกี่ยวกับส่วนผสม อัตราส่วน และประโยชน์ ของส่วนผสมแต่ละรายการที่ให้ในการทำปุ๋ยหมัก
  • 12.15-13.00 น.พักรับประทานอาหารเที่ยง
  • 13.00-14.40 เข้าสู่กิจกรรมภาคปฏิบัติ โดย น.ส.สุวิมล ทองเอื้อ พร้อม กับแบ่งกลุ่มสมาชิกที่สมัครเข้าร่วมทำปุ๋ย กับกิจกรรม ซอแรง บ้านเธอบ้านฉันร่วมกันทำปุ๋ยอินทรีย์ โดยจะแบ่งสมาชิกออกเป็นกลุ่มๆ และจัดให้มีหัวหน้าทีมในการทำปุ๋ยแต่ละครั้ง
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

65 65
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

11.2 เรียนรู้และอยู่อย่างพอเพียง : ปุ๋ยอินทรีย์ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นครั้งที่2

วันที่ 23 มกราคม 2559 เวลา 11.00-14.00 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  • เพื่อเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และทำให้คนในชุมชนมีความรู้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ และลดการใช้ปุ๋ยเคมีให้น้อยลงภายในพื้นที่
ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

1.คนในชุมชนมีความรู้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ อย่างน้อยร้อยละ60

2.คนในชุมชนลดการใช้ปุ๋ยเคมี อย่างน้อยร้อยละ50

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • คนในชุมชนมีความรู้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ และสามารถนำวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์
  • คนในชุมชนลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมดีขึ้น และสงผลให้ดินดี สามารถบริโภคอาหารได้อย่างปลอดภัยภายในพื้นที่ของชุมชน
  • ลดขยะและของเสียภายในชุมชน
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน
  1. อบรมให้ความรู้ การทำปุ๋ยหมักแห้งสูตรมูลสัตว์จำนวน 2 ครั้ง ๆละ 1 วัน โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆละ 40 คน

ส่วนประกอบ : มูลของสัตว์ (ขี้วัว) จำนวน 100 กก. เศษพืชโดยใช้ซังข้าวหรือแกรบดิบ100 กก.(ซังข้าว เนื่องจากชุมชนมีการทำนา ปีละ 1 ครั้ง ทำให้ในพื้นที่มีเศษวัสดุนี้มีจำนวนมาก หากมีการนำมาทำปุ๋ยจะช่วยลดการเผาซังข้าวในพื้นที่ ) รำระเอียด 2 กก. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 กก. (หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น ) และกากน้ำตาล

วิธีทำ : นำมูลวัว ซังข้าว รำระเอียด ผสมคลุกเคล้าให้เป็นเนื้อเดียวกันผสมกั กับน้ำสะอาด 100 ลิตร ให้เข้ากันรดลงบนกองวัสดุ ผสมให้เข้ากันจนมีความชื้น 35 % (ทดลองกำดู จะสามารถเกาะกันเป็นก้อน แต่ไม่เหนียว เมื่อปล่อยลงพื้น จากความสูงประมาณ 1 เมตร ก้อนปุ๋ยจะแตก แต่ยังมีรอยนิ้วมืออยู่ )ซึ่งสมาชิกที่เข้าอบรมมีการผสมปุ๋ย เมื่อมีการผสมปุ๋ยเสร็จ หมักกองปุ๋ยไว้ที่บ้านของสมาชิก (สวนลุงวร ) สมาชิกนัดหมายอีก 7 วัน สมาชิกร่วมกันพลิกกลับหน้าปุ๋ย เป็นระยะ จนสังเกตดูถ้ามีกลิ่นหอม และไม่มีไอร้อน สามารถใช้นำไปใช้งานได้ทั้งในนาข้าว พืชไร่ พืชผัก ไม้ยืนต้น (นาข้าว 200 กก. ต่อ 1 ไร่ /พืชผัก 2 กำมือ ต่อ 1 ตารางเมตร )

กิจกรรมที่ทำจริง
  • 11.00-11.15 น. รับลงทะเบียนผู้เข้าอบรม
    -11.15-13.30 น.ส.อมรรัตน์ ธรรมรัตน์ ผู้ดำเนินโครงการ กล่าวต้อนรับผู้เข้าอบรม และแนะนำวิทยากร ปราชญ์ชุมชน คือ น.ส.อัมไพ ธรรมรัตน์ และ น.ส.สุวิมล ทองเอื้อ ให้ความรู้เรื่องการทำปุ่ญอินทรีย์
  • 11.15-12.15 น.เข้าสู่กิจกรรมบรรยายเรื่องการนำวัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตร มาใช้เป็นส่วนผสมในการทำปุ๋ยหมัก และ ให้ความรู้เกี่ยวกับส่วนผสม อัตราส่วน และประโยชน์ ของส่วนผสมแต่ละรายการที่ให้ในการทำปุ๋ยหมัก
  • 12.15-13.00 น.พักรับประทานอาหารเที่ยง
  • 13.00-14.40 เข้าสู่กิจกรรมภาคปฏิบัติ โดย น.ส.สุวิมล ทองเอื้อ พร้อม กับแบ่งกลุ่มสมาชิกที่สมัครเข้าร่วมทำปุ๋ย กับกิจกรรม ซอแรง บ้านเธอบ้านฉันร่วมกันทำปุ๋ยอินทรีย์ โดยจะแบ่งสมาชิกออกเป็นกลุ่มๆ และจัดให้มีหัวหน้าทีมในการทำปุ๋ยแต่ละครั้ง
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

40 41

12. ซอแรงบ้านเธอ บ้านฉัน ร่วมทำปุ๋ยอินทรีย์

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

12.1 ซอแรงบ้านเธอ บ้านฉัน ร่วมทำปุ๋ยอินทรีย์ ครั้งที1

วันที่ 17 มกราคม 2559 เวลา 13.00-15.45 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  1. ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิตของคนในชุมชนในด้านปุ๋ยเคมี และเพื่อให้คนในชุมชนเกิดความร่วมมือร่วมใจกันทำงาน
ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

1.เกิดการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน ร้อยละ 70

2.คนในชุมชนมีความเข้าใจกันมากขึ้น มีความเอื้ออาทรแบ่งปัน ร้อยละ 70

3.ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิตของคนในชุมชนในด้านปุ๋ยเคมี

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

  1. เกิดการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน ร้อยละ 70 ลดความแตกแยกของคนในสังคม

  1. คนในชุมชนมีความเข้าใจกันมากขึ้น มีความเอื้ออาทรแบ่งปัน ร้อยละ 70

  2. ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิตของคนในชุมชนในด้านปุ๋ยเคมี

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

1.สมาชิกร่วมกันทำปุ๋ยอินทรีย์ในรูปแบบของการซอแรง(ซอแรง หมายถึง การลงแขกร่วมกันทำงาน อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน )ซึ่งสมาชิกจะร่วมกันทำปุ๋ย จำนวน 3 ครั้ง เพื่อเป็นกองทุนปุ๋ยให้กับสมาชิกในการนำไปใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง และพื้นที่สาธารณะของชุมชน

2.แกนนำชุมชนลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงสมาชิกหลังจากที่ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และมาใช้ปยอินทรีย์เพื่อได้เก็บข้อมูลทั้งจุดดี และจุดด้อย เพื่อปรับใช้ในการทำงานครั้งต่อไป

กิจกรรมที่ทำจริง

เวลา 15.00 น. ลงทะเบียนรายชื่อสมาชิกที่มาร่วมซอแรงทำปุ๋ยอินทรีย์
เวลา 13.15-13.45 นางสาวอัมไพ ธรรมรัตน์ ปราชญ์ชุมชนเริ่มบรรยายเกี่ยวกับส่วนผสมที่ต้องใช้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ พร้อมกับอธิบายประโยชน์และคุณสมบัติของส่วนผสมทีละรายการ ตามรายละเอียด ลำดับที่ อุปกรณ์/ส่วนประกอบ ปริมาณ/จำนวน ประโยชน์ 1 ขี้ไก่แกรบ 360 กก. บำรุงดิน เป็นปุ๋ยบำรุงดิน 2 ขี้วัว 240 กก ทำให้ดินร่วนซุย 3 รำละเอียด 60 กก. ทำให้ขั้วเหนียว 4 ยูเรียน้ำ 6 กก. บำรุงราก และเร่งการเจริญเติบโตของรากและลำต้น 5 ปุ๋ยน้ำหนักชีวภาพจากปลา/ผลไม้ 6 กก. ทำให้ลำต้นและใบสมบูรณ์ 6 อาหารจานด่วน 6 กก. เร่งการเจริญเติบโต ของราก ลำต้น ดอก และใบ 7 จุลินทรีย์หน่อกล้วย 6 กก. เป็นจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย 8 ไตรโตเดอร์มา 6 กก. ฆ่าเชื้อรา รากเน่า โคนเน่า 9 บูวาเลีย 500 มล. กำจัดแมลงปากดูด เช่นไข่แมลงวัน 10 น้ำสะอาด 600 ลิตร ช่วยผสมให้ส่วนประกอบเคล้ารวมกัน 11 ถังผสมน้ำหมัก 1 ใบ บรรจุน้ำหมัก 12 1กากน้ำตาล 6 กก. เป็นอาหารของจุลินทรีย์ทำให้เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการย่อยสลาย

วิธีการทำและขั้นตอนการทำปุ๋ย

ขั้นตอนการเตรียมปุ๋ย

  1. เทขี้ไก่แกรบให้ครบตามจำนวน 340 ก.ก.
  2. เทขี้วัวผสมกับขี้ไก่แกรบ กรณีที่ขี้วัวเป็นก้อนๆ ก็ต้องใช้เครื่องบดโดยการเทก้อนขี้วัว ลงในเครื่องยดให้ละเอียด
  3. เทรำละเอียดผสมรวมในกองขี้ไก่และขี้วัว โดยผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขั้นตอนการเตรียมน้ำหมัก 1.เทปุ๋ยหมักชีวภาพ จุลินทรีย์หน่อกล้วย อาหารจานด่วน บูวาเลืย ยูเรียน้ำ ไตรโคโดม่าผสมลงไปในถังบรรจุน้ำ 700 ลิตร พร้อมกวนให้เคล้ากัน ขั้นตอนการผสมปุ๋ย 1.ราดหรือฉีดพ่นน้ำหมักที่ผสมแล้วจากถังหมักเอามารดลงบนกองขี้ไก่ที่ผสมคลุกเคล้ากับขี้วัวและรำละเอียดโดยรดน้ำให้ชุ่มๆ เอามือทดลองกำปุ๋ยพอแห้งหมาดๆ 2.คลุกเคล้าส่วนผสมปุ๋ยตอกรวมกับน้ำหมักรดน้ำพอชุ่มหมาดๆ
    3.กวาดปุ๋ยที่ผสมเรียบร้อยแล้ว เอาไปเก็บไว้ในล็อคปุ๋ยให้เรียนร้อยความสูงของปุ๋ย ไม่เกิน 45 ซม. 4.ใช้ผ้าใบ/ถุงดำคลุมกองปุ๋ยที่ผ่านการผสมเรียบร้อย พร้อมใช้ท่อแป๊ป พีวีซี เสียบระบายความร้อนออกจากกองปุ๋ย 5.กองปุ๋ยหมักไว้ 15 วันนับจากวันที่15 ม.ค.59 จนถึง วันที่ 1 ก.พ.59 แล้ว ค่อยมาพลิกกลับกองปุ๋ยเพื่อระบายความร้อนออก พักไว้อีก 15 วัน จน ถึงวันที่ 15 ก.พ. 59 สังเกตว่ากองปุ๋ยมีราสีขาวขึ้น และปุ๋ยเย็นลง แล้วจึงตักปุ๋ยบรรจุลงกระสอบ เพื่อเอาไปใช้งานกับพืชต่อไป เวลา 15.45 น. สมาชิกทำปุ๋ยเสร็จเรียบร้อย สรุปยอดที่ทำปุ๋ยจากกิจกรรมซอแรงบ้านเธอบ้านฉันร่วมกันทำปุ๋ยทั้งหมด ยอดรวม 700 ก.ก.
    เลิกประชุมในการทำกิจกรรมเวลา16.00 น. นัดรวมกลุ่มในการพลิกปุ๋ยระบายความร้อนครั้งต่อไป วันที่ 1 ก.พ.59 เวลา 16.00 น.
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

65 65
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

12.2 ซอแรงบ้านเธอ บ้านฉัน ร่วมทำปุ๋ยอินทรีย์ ครั้งที่2

วันที่ 24 มกราคม 2559 เวลา 13:00-14.00 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิตของคนในชุมชนในด้านปุ๋ยเคมีและเกิดการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

1.เกิดการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน ร้อยละ 70

2.คนในชุมชนมีความเข้าใจกันมากขึ้น มีความเอื้ออาทรแบ่งปัน ร้อยละ 70

3.ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิตของคนในชุมชนในด้านปุ๋ยเคมี

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

1.ทำเกิดการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน

2.ทำให้คนในชุมชนมีความเข้าใจกันมากขึ้น มีความเอื้ออาทรแบ่งปันร่วมกันทำให้มีความสัมพัันธ์ที่ดีกันมากขึ้น 3.ทำให้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิตของคนในชุมชนในด้านปุ๋ยเคมี

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

1.สมาชิกร่วมกันทำปุ๋ยอินทรีย์ในรูปแบบของการซอแรง(ซอแรง หมายถึง การลงแขกร่วมกันทำงาน อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน )ซึ่งสมาชิกจะร่วมกันทำปุ๋ย จำนวน 3 ครั้ง เพื่อเป็นกองทุนปุ๋ยให้กับสมาชิกในการนำไปใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง และพื้นที่สาธารณะของชุมชน

2.แกนนำชุมชนลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงสมาชิกหลังจากที่ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และมาใช้ปยอินทรีย์เพื่อได้เก็บข้อมูลทั้งจุดดี และจุดด้อย เพื่อปรับใช้ในการทำงานครั้งต่อไป

กิจกรรมที่ทำจริง

เริ่มการทำกิจกรรม ซอแรงบ้านเธอบ้านฉันร่วมกันทำปุ๋ยอินทรีย์ เวลา 13.00-13.15 น. ลงทะเบียนรายชื่อสมาชิกที่มาร่วมซอแรงทำปุ๋ยอินทรีย์
เวลา 13.15-13.45 นางสาวอัมไพ ธรรมรัตน์ ปราชญ์ชุมชนเริ่มบรรยายเกี่ยวกับส่วนผสมที่ต้องใช้ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ พร้อมกับอธิบายประโยชน์และคุณสมบัติของส่วนผสมทีละรายการ ตามรายละเอียด ลำดับที่ อุปกรณ์/ส่วนประกอบ ปริมาณ/จำนวน ประโยชน์ 1 ขี้ไก่แกรบ 360 กก. บำรุงดิน เป็นปุ๋ยบำรุงดิน 2 ขี้วัว 240 กก ทำให้ดินร่วนซุย 3 รำละเอียด 60 กก. ทำให้ขั้วเหนียว 4 ยูเรียน้ำ 6 กก. บำรุงราก และเร่งการเจริญเติบโตของรากและลำต้น 5 ปุ๋ยน้ำหนักชีวภาพจากปลา/ผลไม้ 6 กก. ทำให้ลำต้นและใบสมบูรณ์ 6 อาหารจานด่วน 6 กก. เร่งการเจริญเติบโต ของราก ลำต้น ดอก และใบ 7 จุลินทรีย์หน่อกล้วย 6 กก. เป็นจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย 8 ไตรโตเดอร์มา 6 กก. ฆ่าเชื้อรา รากเน่า โคนเน่า 9 บูวาเลีย 500 มล. กำจัดแมลงปากดูด เช่นไข่แมลงวัน 10 น้ำสะอาด 600 ลิตร ช่วยผสมให้ส่วนประกอบเคล้ารวมกัน 11 ถังผสมน้ำหมัก 1 ใบ บรรจุน้ำหมัก 12 1กากน้ำตาล 6 กก. เป็นอาหารของจุลินทรีย์ทำให้เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการย่อยสลาย วิธีการทำ
ขั้นตอนการทำปุ๋ย ขั้นตอนการเตรียมปุ๋ย 1. เทขี้ไก่แกรบให้ครบตามจำนวน 690 ก.ก.
2. เทขี้วัวผสมกับขี้ไก่แกรบ กรณีที่ขี้วัวเป็นก้อนๆ ก็ต้องใช้เครื่องบดโดยการเทก้อนขี้วัว ลงในเครื่องยดให้ละเอียด 3. เทรำละเอียดผสมรวมในกองขี้ไก่และขี้วัว โดยผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขั้นตอนการเตรียมน้ำหมัก 1.เทปุ๋ยหมักชีวภาพ จุลินทรีย์หน่อกล้วย อาหารจานด่วน บูวาเลืย ยูเรียน้ำ ไตรโคโดม่าผสมลงไปในถังบรรจุน้ำ 700 ลิตร พร้อมกวนให้เคล้ากัน ขั้นตอนการผสมปุ๋ย 1.ราดหรือฉีดพ่นน้ำหมักที่ผสมแล้วจากถังหมักเอามารดลงบนกองขี้ไก่ที่ผสมคลุกเคล้ากับขี้วัวและรำละเอียดโดยรดน้ำให้ชุ่มๆ เอามือทดลองกำปุ๋ยพอแห้งหมาดๆ 2.คลุกเคล้าส่วนผสมปุ๋ยตอกรวมกับน้ำหมักรดน้ำพอชุ่มหมาดๆ
3.กวาดปุ๋ยที่ผสมเรียบร้อยแล้ว เอาไปเก็บไว้ในล็อคปุ๋ยให้เรียนร้อยความสูงของปุ๋ย ไม่เกิน 45 ซม. 4.ใช้ผ้าใบ/ถุงดำคลุมกองปุ๋ยที่ผ่านการผสมเรียบร้อย พร้อมใช้ท่อแป๊ป พีวีซี เสียบระบายความร้อนออกจากกองปุ๋ย 5.กองปุ๋ยหมักไว้ 15 วันนับจากวันที่23ม.ค.59 จนถึง วันที่ 8 ก.พ.59 แล้ว ค่อยมาพลิกกลับกองปุ๋ยเพื่อระบายความร้อนออก พักไว้อีก 15 วัน จน ถึงวันที่ 23 ก.พ. 59 สังเกตว่ากองปุ๋ยมีราสีขาวขึ้น และปุ๋ยเย็นลง แล้วจึงตักปุ๋ยบรรจุลงกระสอบ เพื่อเอาไปใช้งานกับพืชต่อไป เวลา 15.45 น. สมาชิกทำปุ๋ยเสร็จเรียบร้อย สรุปยอดที่ทำปุ๋ยจากกิจกรรมซอแรงบ้านเธอบ้านฉันร่วมกันทำปุ๋ยทั้งหมด ยอดผลิตรวม 600 ก.ก.
เลิกประชุมในการทำกิจกรรมเวลา16.00 น. นัดรวมกลุ่มในการพลิกปุ๋ยระบายความร้อนครั้งต่อไป วันที่ 8 ก.พ.59 เวลา 16.00 น.

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

65 65

13. ศึกษาดูงาน เกษตรธาตุ 4

ไม่มีกิจกรรม

14. อบรมการปลูกพืช ผักปลอดสารพิษ และการปลูกมะนาวในลูกท่อ

ไม่มีกิจกรรม

15. รวมพลังสร้างหน้าบ้าน หน้ามอง

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

15.1 สนับสนุนต้นพันธุ์ผักเหรียงปลูกในโซนบ้าน และแปลงเกษตร

วันที่ 4 ธันวาคม 2558 เวลา 09:00 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เพื่อสนับสนุนต้นพันธุ์ผักเหรียงใหช้ปลูกในโซนบ้าน และแปลงเกษตร 2.เพื่อให้เกิดพื้นที่อาหารของชุมชน 3.เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

1.เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนในการทำหน้าบ้านให้น่ามอง อย่างน้อย ร้อยละ 50

2.ภูมิทัศน์ของชุมชนสะอาดน่าอยู่ น่ามอง อย่างน้อย ร้อยละ 50

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

สนับสนุนต้นพันธุ์ผักเหรียง จำนวน 350 ต้น 

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

1.โซนบ้าน ให้สมาชิกมีการปลูกพืช (ผักสวนครัว / ผักปลอดสารพิษ )ไม่น้อยกว่า 15 ชนิด  และโซนแปลงเกษตร ในพืชที่สวนยางของสมาชิก โดยเน้นให้สมาชิกมีการปลูกพืชที่ร่วมกับยางได้ ต้องการแสงน้อย เช่น ผักเหรียง

กิจกรรมที่ทำจริง

สนับสนุนต้นพันธุ์ผักเหรียง จำนวน 350 ต้น 

  • photo
  • photo

 

50 50
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

15.2 พัฒนาริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน (ซอยปลักควาย )เพื่อปลูกพืชกินยอด

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:00 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เพือ่พัฒนาถิมถนนซอยปลักควายใช้ในการปลูกพืชกินยอด 

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

1.เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนในการทำหน้าบ้านให้น่ามอง อย่างน้อย ร้อยละ 50

2.ภูมิทัศน์ของชุมชนสะอาดน่าอยู่ น่ามอง อย่างน้อย ร้อยละ 50

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • พัฒนาริมถนนทางเข้าซอยปลักควายเพื่อปลูกพืชกินยอด เช่น มะม่วงหิมมะพาน สะหมุย
  • สามารถเป็นที่ปลูกผักสวนครัวตามแนวริมถนน เช่น ตะใคร้ และ พริก
  • สร้างสภาพแวดล้อมให้สวยงามน่าอยู่ ไม่รก
  • ทำให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมา รู้สึกปลอดภัย จากป่ารก ข้างทาง
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

ร่วมกันพัฒนาโซนริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน และที่โรงเรียน เพื่อปลูกพืชกินยอด กินใบ เช่น มะขาม ,โดน,จิก,มะม่วงหิมมพานต์ จำนวน 2 ครั้ง ในช่วงเดือนธันวาคม 58 และสิงหาคม 59

กิจกรรมที่ทำจริง

พัฒนาริมถนนทางเข้าซอยปลักควายเพื่อปลูกพืชกินยอด โดยใช้ความร่วมมือของสมาชิกในชุมชน โดยการเกณฑ์คนที่สามารถมีความพร้อมทั้งในเรื่องของเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง เช่น มีดพร้า เครื่องตัดหญ้า เพื่อให้ริมทางโล่งเตียน และ สามารถสัญจรโดยใช้เส้นทางได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวย ไม่มีแสงแดด หรือร้อนเกิน และเป็นเส้นทางที่ประชาชนทั่วไปนิยมใช้เส้นทางนี้เป็นประจำทุกวันด้วย

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

30 30

16. ถอดบทเรียน และการก้าวต่อไปของชุมชน

ไม่มีกิจกรรม

17. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

17.1 ปฐมนิเทศน์โครงการ

วันที่ 5 ตุลาคม 2558 เวลา 09:00 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เพื่อเรียนรู้และและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนรายงานและบันทึกข้อมูลผ่านweb site คนใต้สร้างสุข

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

 

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

  - ผู้รับผิดชอบโครงการเข้าใจวิธิการบันทึกข้อมูลผ่านweb
- ผู้รับผิดชอบโครงการเข้าใจวิธิการเขียนรายงาน

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

ปฐมนิเทศน์โครงการร่วมกับ สสส.สจรส.ม.อ.และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม

กิจกรรมที่ทำจริง
  • วันที่ 5-6/10/58 ผู้ดำเนินโครงการเข้ารับการปฐมนิเทศน์กับ สสส.สจรส.ม.อ.และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม ณ อาคาร LRC ชั้น14 เวลา 09.00-16.00น. เรื่องกางลงบันทึกข้อมูลผ่าน web site คนใต้สร้างสุข เรื่องการลงบันทึกข้อมูล,การเก็บเอกสารทาการเงินและวิธีการลงกิจกรรมทางปฏิทิน
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

2 2
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

17.2 อบรมการเขียนรายงานโดยทีม สจรส.มอ.

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 เวลา 09:00-15.00 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการเขียนรายงานทางการเงินที่ถูกต้อง ในการทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรมของโครงการผู้รับผิดชอบ

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

 

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง
  • เกิดความรู้ความเข้าใจในการบันทึกข้อมูลผ่าน Web site ของ สสส.
  • สามารถเข้าใจวิธีการรายงานทางการเงิน และการส่งเอกสารยื่นเสียภาษี
  • มีการ Up Date เอกสารที่ทันสมัย และเป็นปัจจุบันได้ตามแบบฟอร์มของเอกสาร
กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

อบรมการเขียนรายงาน การจัดการเอกสารทางการเงิน การจัดทำภาษีหัก ณ ที่จ่าย

กิจกรรมที่ทำจริง
  • 08.30-09.00 น. ลงทะเบียน
  • รับฟังคำแนะนำการเขียนรายงานทางการเงิน และการยี่นเอกสารการเสียภาษี ตามข้อกำหนดของ สสส.
  • พี่เลี้ยงตรวจความถูกต้องของเอกสารและข้อมูลให้ตรงกับWeb Site ที่บันทึกข้อมูล พร้อมแนะนำวิธีการตรวจเช็คเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรม
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

2 2
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

17.3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดทำรายงานปิดงวดที่1 โดยทีม สจรส.มอ.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:00-16.00 น. น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เพื่อจัดทำรายงานปิดงวด 1

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

 

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

จัดทำรายงานปิดงวด 1 รายงาน ส.1 รายงานการเงิน ง.1  และตรวจสอบเอกสารการเงิน การบันทึกรายงานหักภาษี ณ ที่จ่าย และรายการคืนเงินค่าเปิดบัญชีธนาคาร

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สังเคราะห์โครงการปิดงวดงานที่ 1 โดยทีม สจรส.มอ.

กิจกรรมที่ทำจริง

1 จัดทำรายงานปิดงวด 1 รายงาน ส.1 รายงานการเงิน ง.1  และตรวจสอบเอกสารการเงิน การบันทึกรายงานหักภาษี ณ ที่จ่าย และรายการคืนเงินค่าเปิดบัญชีธนาคาร

  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo

 

2 2

18. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพท์และตัวชี้วัดผลลัพท์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

18.1 ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่

วันที่ 16 ตุลาคม 2558 เวลา 13.00 น.
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เพื่อรณรงค์ลดการสูบบุหรี่ในพื้นที่การดำเนินกิจกรรมโครงการ และพื้นที่สาธาณณะของชุมชน เช่น โรงเรียน วัด

ผลลัพท์ที่ตั้งไว้

 

ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริง

ได้ไวนิวส์จำนวน 1 แผ่นป้ายขนาด 240 ซม.x 120 ซม. ใช้รณรงค์ลดการสูบบุหรี่ในพื้นที่ดำเนินกิจกรรม

กิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผน

ป้ายไวนิวส์ห้ามสูบบุหรี่ ขนาด 1220x2400 ม.

กิจกรรมที่ทำจริง
  • วันที่ 6/10/2558 ออกแบบป้ายสัญลักษณ์ลักษณ์(LOGO) ของ สสส. สถานที่นี้ปลอดบุหรี่
  • วันที่ 7/10/2558 ส่งข้อมูลห้ร้านอาร์ตพ้อย พร้อมกับขอดูแบบหลังจากที่ทางร้านได้ทำแบบ และPrint ไวนิล
  • วันที่ 16/10/2558 ร้านนำส่งไวนิวส์ให้พื้นที่โครงการ
  • photo

 

2 2

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพท์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น

ส่วนที่ 2 ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการและปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินโครงการ

ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการ

การดำเนินงานเมื่อเทียบกับการดำเนินงานทั้งโครงการทั้งหมดทำแล้ว10%20%30%40%50%60%70%80%90%100%
การทำกิจกรรม 39 19                  
การใช้จ่ายงบประมาณ 213,000.00 79,439.00                  
คุณภาพกิจกรรม 76 56                  

ปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานโครงการ (สรุปเป็นข้อ ๆ)

ประเด็นปัญหา/อุปสรรคสาเหตุเพราะแนวทางการแก้ไขของผู้รับทุน

สถานที่ในการจัดประชุม ที่เป็นที่โล่ง ทำให้ช่วงเวลาฝนตก ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้ ต้องมีการขอใช้พื้นที่ของโรงอาหารโรงเรียน

ที่ประชุมหมู่บ้านชำรุด

ขอใช้สถานที่โรงเรียนควนเนียงใน เนื่องจากมีความพร้อมมากกว่า

ส่วนที่ 3 ผลลัพท์ของโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายตัวชี้วัดของแผนสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรมสุขภาวะ

แกนนำด้านการสร้างเสริมสุขภาพในประเด็นต่าง ๆ

(แกนนำด้านการสร้างเสริมสุขภาพ หมายถึง ผู้ผลักดันหรือผู้ทำให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาพ ชักชวนผู้อื่นมาร่วมทำกิจกรรมที่ทำให้มีสุสภาพที่ดีขึ้น เช่น แกนนำเลิกเหล้า บุหรี่)

เกิดแกนนำ จำนวน คน โปรดระบุข้อมูลของแกนนำ ตามตัวอย่างตารางด้านล่าง พร้อมแนบมากับรายงาน

ชื่อ-สกุลที่อยู่ติดต่อได้สะดวกบทบาทแกนนำ
นาย นุสนธิ์ ธรรมรัตน์ 37/2 หมู่ที่ 1 สร้างเสริมศักยภาพเยาวชน
นางสาว วลัยรัตน์ สุวรรณมณี 19/1 ค.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา หมู่ที่ 1 ชุมชนน่าอยู่/ สร้างความเข้มแข็งชุมชน/ จัดการข้อมูลชุมชน/ วางแผน/ ปฏิบัติ ระบบกลไกชุมชน สภาผู้นำชุมชน
นางสาว อมรรัตน์ ธรรมรัตน์ 37/2 ม 1 ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ชุมชนน่าอยู่/ สร้างความเข้มแข็งชุมชน/ จัดการข้อมูลชุมชน/ วางแผน/ ปฏิบัติ ระบบกลไกชุมชน สภาผู้นำชุมชน

นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพระดับพื้นที่

นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพระดับพื้นที่ หมายถึง การจัดการความคิด กลไก หรือกระบวนการ และ/หรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม นำมาใช้ในการดำเนินงานโครงการหรือใช้ในการจัดการปัญหาสุขภาพของพื้นที่แล้วได้ผลดีกว่าเดิม

ชื่อนวัตกรรมการพัฒนาความรู้ใหม่จากการวิจัยและพัฒนาการนำสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนอื่นมาปรับใช้ในชุมชนตนเองการนำสิ่งที่มีอยู่มาปรับกระบวนทัศน์ใหม่หรือทำด้วยวิธีใหม่การรื้อฟื้นสิ่งดีๆ ที่เคยมีในชุมชนมาปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์
(แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมตามที่ระบุมานั้นได้นำไปใช้ในการดำเนินงานโครงการแล้วทำให้เกิดการจัดการปัญหาของพื้นที่แล้วได้ผลดีกว่าเดิมอย่างไร)

แผนงาน/กิจกรรม ที่จะดำเนินการในงวดต่อไป

  1. สภาผู้นำประชุมประจำเดือน ก.พ.59 ( 21 กุมภาพันธ์ 2559 )
  2. สภาผู้นำประชุมประจำเดือน มี.ค.59 ( 20 มีนาคม 2559 )
  3. เรียนรู้ และอยู่อย่างพอเพียง : พลังงานใกล้ตัว แก๊สชีวภาพจากครัวเรือน ( 12 เมษายน 2559 )
  4. สภาผู้นำประชุมประจำเดือน เม.ย.59 ( 24 เมษายน 2559 )
  5. อบรมการปลูกพืช ผักปลอดสารพิษ และการปลูกมะนาวในลูกท่อ ( 8 พ.ค. 2559 )
  6. สภาผู้นำประชุมประจำเดือน พ.ค.59 ( 17 พ.ค. 2559 )
  7. บัญชีครัวเรือน เรียนรู้คู่ครัวไทย ( 18 พ.ค. 2559 )
  8. เรียนรู้ และอยู่อย่างพอเพียง : อาชีพเสริม ที่เพิ่มรายได้ ขนมไทยและเครื่องดื่มสมุนไพรจากพืชท้องถิ่นครั้งที1 ( 4 มิถุนายน 2559 )
  9. ซอแรงบ้านเธอ บ้านฉัน ร่วมทำปุ๋ยอินทรีย์ครั้งที่3 ( 18 มิถุนายน 2559 )
  10. สภาผู้นำประชุมประจำเดือน มิ.ย.59 ( 19 มิถุนายน 2559 )
  11. เรียนรู้ และอยู่อย่างพอเพียง : ผึ้งน้อยจากลังไม้ ในป่ายาง ( 26 มิถุนายน 2559 )
  12. ศึกษาดูงาน เกษตรธาตุ 4 ( 3 กรกฎาคม 2559 )
  13. สภาผู้นำประชุมประจำเดือน ก.ค.59 ( 16 กรกฎาคม 2559 )
  14. ลงพื้นที่เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล ( 22 กรกฎาคม 2559 - 26 สิงหาคม 2559 )
  15. แกนนำชุมชน เด็กเยาวชน ประเมินครัวเรือนต้นแบบหน้าบ้าน หน้ามอง ( 23 กรกฎาคม 2559 )
  16. ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการฯ ร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม ( 23 กรกฎาคม 2559 )
  17. ย้อนอดีต ตามรอยเส้นทางวิถีชุมชน คนปลักควาย( ลงพื้นที่เก็บข้อมูล) ( 29 กรกฎาคม 2559 )

(................................)
นางสาว อมรรัตน์ ธรรมรัตน์
ผู้รับผิดชอบโครงการ

(................................)
ทีมสนับสนุนวิชาการ ส.น. 6
......./............/.......