แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ โรงเรียนร้างสร้างชีวิตบ้านทุ่งหนองควาย (ต่อยอดปี 2)

รหัสโครงการ 58-03864 รหัสสัญญา 58-00-2114 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

การปลูกข้าวในบ่อจำลอง

แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนร้าง

ขยายผลในครัวเรือน

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

หมอนยางพารา

กลุ่มหมอนยางพารา

พัฒนาคุณภาพการผลิตและการตลาด

3. กระบวนการใหม่

สร้างทีมวิทยากร

ผู้นำกลุ่มอาชีพที่เป็นวิทยากรต้อนรับการศึกษาดูงาน

พัฒนาศักยภาพผู้นำกลุ่มด้านอื่นๆ

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

นำทรัพยากรที่อยู่มาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์

พื้นที่โรงเรียนร้างเปลี่ยนเป็นศูนย์เรียนรู้

พัฒนาศักยภาพทีมผู้นำชุมชนให้สามารถสอนเพื่อนได้ในครัวเรือน

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

กลุ่มหมอนยางพารา กลุ่มปลูกข้าวเลี้ยงปลาในแปลงผ้ายาง

โรงเรียนร้าง และบ้านนายเกษม

พัฒนารูปแบบเพื่อเป็นแนวทางสอนเพื่อนต่อไป

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

ครัวเรือนตัวอย่าง แบบเศรษฐกิจพอเพียง

บ้านผู้นำกลุ่มอาชีพ จำนวน 10 บ้าน

ขยายผลแหล่งเรียนรู้

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

บริโภคผักปลอดสารพิษ ข้าว และอาหารที่ผลิตขึ้นเอง

บัานตัวอย่าง

ถ่ยทอดให้สมาชิกในหมู่บ้านใกล้เคียง

3. การออกกำลังกาย

 

 

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

เลิกการพนัน

บ้านตัวอย่าง

เป็นแบบอย่าง

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

 

 

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาที่ดินข้างบ้านให้สร้างรายได้

บ้านตัวอย่าง 10 บ้าน

ขยายผลไปหมู่บ้านใกล้เคียง

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาที่ดินข้างบ้านให้สร้างรายได้ ลดการใช้สารเคมี

บ้านตัวอย่าง

ขยายผลไปในระดับครัววเรือนทั้งหมู่บ้าน

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

พื้นที่โรงเรียนร้างเปลี่ยนเป็นศูนย์เด็กเล็กและแปลงสาธิตการประกอบอาชีพ

โรงเรียนร้าง

พัฒนาแปลงสาธิตให้เป็นแหล่งเรียนรู้ไดยั่งยืน

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาที่ดินข้างบ้านให้สร้างรายได้

บ้านต้นแบบ

ขยายผลไปในระดับครัววเรือนทั้งหมู่บ้าน

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

กติกาหมู่บ้านเพื่อการพัฒนาแหล่งเรียนรู้

บันทึกประชุมกลุ่มอาชีพ

ติดตามการปฏิบัติตามกติกากลุ่มอย่างต่อเนื่อง

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

ประสานงานภาคีมาร่วมดำเนินงานทั้งในและนอกชุมชน

รายงานผลการดำเนินงานและรายงานการรับศึกษาดูงานจากหน่วยงนต่างๆ

พัฒนาเป็นข้อตกลงการทำงานร่วม

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

ผลที่เกิดขึ้นของโครงการ

พัฒนาให้ยั่งยืน

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

ภาคีมีหลากหลาย ทั้งเอกชน รัฐ และสถาบันการศึกษา

รายงานการดำเนินโครงการ

จัดทำข้อตกลงความร่วมมือ

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของอำเภอ

รายงานการมาศึกษาดูงาน จำนวนมาก

พัฒนาองค์ความรู้เพื่อนนำมาใช้พัฒนาชุมชนต่อเนื่อง

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

มีการพูดคุยและพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง จนเกิดชิ้นงนและนวัตกรรมของหมู่บ้าน เช่น แปลงสาธิตในน้ำมีปลาในนามีข้าว

โรงเรียนร้างและบ้านตัวอย่าง

ขยายผลองค์ความรู้ไปให้ครัวเรือน

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

มีแผนปฏิบัติการรายเดือนและมีการประชุมเพื่อพิจารณาดำเนินงานโดยคณะกรรมการ

รายงานการประชุม

ทบทวนและถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนือง

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

ภูมิใจที่ปรับเปลี่ยนโรงเรียนร้างให้เป็นศูนย์เรียนรู็ได้

ศูนย์เรียนรู้และบ้านตัวอย่าง

พัฒนาศูนย์เรียนรู้ต่อเนื่อง

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

รวมกลุ่มดำเนินงานตามกิจกรรมได้ต่อเนื่อง

รายงานโครงากร

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

ครัวเรือนปรับพื้นที่ว่างมาปลูกพืชผักสร้างรายได้

บ้านตัวอย่าง

ขยายผลไปในระดับครัววเรือนทั้งหมู่บ้าน

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่ว่างในโรงเรียนร้างจนกลายเป็ฯแหล่งเรียนรู้ที่มีพื้นที่อื่นๆ มาเรียนรู้ได้

โรงเรียนร้าง

ขยายผลไปในระดับครัววเรือนทั้งหมู่บ้าน

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

ใช้ความรู้เดิมมาเพิ่มความรู้ใหม่มาคิดนวัตกรรมเพื่อสรา้งรายได้ เช่น แปลงในน้ำมีปลาในนามีข้าว หมอนยางพารา เป็นต้น

บ้านตัวอย่าง

ขยายผลไปในระดับครัววเรือนทั้งหมู่บ้าน

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

“โรงเรียนร้างสร้างชีวิต” ผู้นำชุมชนได้นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในประเด็นการมีเหตุผลและการมีภูมิคุ้มกัน มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของหมู่บ้าน 1. หลักการมีเหตุผล กลุ่มผู้นำชุมชน ประชาชน และหน่วยงานในท้องถิ่น ร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าและอาคารชำรุดในโรงเรียนร้าง ให้เป็นฐานการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพพอเพียง ด้วยการใช้ศักยภาพของคนในชุมชน ใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมีเหตุผล
2. หลักการสร้างภูมิคุ้มกัน กลุ่มผู้นำชุมชนและประชาชน ใช้ความรู้ของกลุ่มอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง 4 กลุ่ม ประยุกต์เป็นฐานเรียนรู้ ให้ประชาชนได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาอาชีพ เกิดความตระหนัก สามารถนำความรู้กลับไปปรับปรุงพื้นที่ว่างของครอบครัว ให้ได้ใช้ประโยชน์ เกิดเป็นอาชีพเกษตรผสมผสาน มีรายได้เพิ่ม มีเงินมาจ่ายค่าหนี้ สมาชิกครอบครัวไม่ต้องหลบหนีหนี้ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ส่งผลให้ครอบครัวและชุมชนมีภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างพอเพียง

วิธีการ

  1. ออกแบบห้องจำลองฐานเรียนรู้ ผู้นำชุมชน ประชาชน และหน่วยงานในท้องถิ่น ร่วมกันปรับปรุงห้องเรียนในโรงเรียนร้าง ให้เป็นห้องเรียนจำลองประสานงานการเรียนรู้นำสู่การแลกเปลี่ยนตามฐานในครัวเรือน จำนวน 2 ห้อง มีวิทยากรประจำ 10 คน
  2. จัดทำข้อมูลผังครัวเรือนต้นแบบ ผู้นำชุมชน ประชาชน และหน่วยงานในท้องถิ่น จำนวน 100 คน ร่วมกันจัดทำชุดข้อมูลผังฟาร์มเกษตรผสมผสานในครัวเรือน เป็นแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ให้ประชาชนได้เรียนรู้ สามารถนำไปปรับพื้นที่ว่างเปลี่ยนเป็นการทำเกษตรผสมผสาน และเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบนำมาแปรรูปเป็นเครื่องแกง เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน
  3. ประชุมสภาผู้นำชุมชน จำนวน 30 คน เดือนละ 1 ครั้ง เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการทบทวนข้อมูล พัฒนาข้อมูล ออกแบบงาน วางแผน ปฏิบัติ และติดตามผลการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนซึ่งมีเป้าหมายเดียวกัน

ผลที่เกิดขึ้น

  1. เกิดครัวเรือนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงจำนวน 30 ครัวเรือน มีการจัดทำผังครัวเรือนจัดทำเป็นฐานการเรียนรู้ในชุมชน
  2. เกิดห้องเรียนฐานเรียนรู้ของชุมชน เรื่อง การผลิตเครื่องแกงพื้นบ้าน การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ การจัดทำน้ำยาเอนกประสงค์ การปลูกผักปลอดสารพิษ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ในชุมชน เช่น กล้วยฉาบ หัวมันฉาบ แหนม ลูกชิ้น เป็นต้น โรงสีข้าวชุมชน และ หมอนยางพารา
  3. เกิดการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอก ทำให้การดำเนินโครงการประสบความสำเร็จในการสร้างสภาผู้นำให้เป็นครัวเรือนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง

คุณค่าที่เกิดขึ้น

  1. เกิดการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ มีแหล่งปลูกผักปลอดสารพิษ แหล่งผลิตอาหารปลอดภัย คนในชุมชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย
  2. เกิดนวัตกรรมและองค์ความรู้ มีศูนย์เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้พื้นที่โรงเรียนในชุมชนเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษ เกิดองค์ความรู้ภูมิปัญญาสูตรเครื่องแกงพื้นบ้าน สูตรทำน้ำหมักชีวภาพโดยนำใบสะเดา ยาเส้น บรเพชร ตะไคร้หอม กระเพรา มาหมักรวมทำ ทำเป็นน้ำยาไล่แมลง ทำให้เกิดแหล่งเรียนรู้ใหม่ในชุมชน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและพอเพียง เกิดกระบวนการเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน

การพัฒนาต่อเนื่องและการขยายผล

  1. ผู้นำชุมชนร่วมกับประชาชนและหน่วยงานในท้องถิ่น ร่วมกันลงนามข้อตกลง (MOU) การบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ และมีความต่อเนื่อง
  2. ทางชุมชนมีแนวทางที่จะพัฒนาโรงสีข้าวชุมชน เป็นเครื่องสีข้าวสองระบบ คือ สีข้าวกล้อง และขัดข้าวขาวได้ ทำให้ชุมชนได้บริโภคข้าวปลอดสารพิษ
  3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชุมชน มีแนวทางจะทำแหนมส่งขาย เนื่องจากในชุมชนมีวัตถุดิบพร้อมในการผลิต มีการส่งตัวแทนไปเรียนรู้การทำแหนม แต่ยังขาดการพัฒนาฉลาก ซึ่งจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนในอนาคต
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3