แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ร้อยมือสร้างวิถีชุมชนบ้านบางโกระ

รหัสโครงการ 58-03792 รหัสสัญญา 58-00-2217 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

 

 

 

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

 

 

 

3. กระบวนการใหม่

กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ชุมชนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับชุมชน

กระบวนการจัดทำโครงการร้อยมือสร้างวิถีชุมชนฯ

การนำกระบวนการวิเคระห์สถานการณ์ในการจัดทำแผนชุมชน

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

การจัดการข้อมูล และให้คนตระหนักในการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ฐานข้อมูลหมู่บ้าน

การจัดทำฐานข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนชุมชน

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

เกิดสภาเศรษฐกิจหมู่บ้านบ้านจำนวน45คน

สภาผู้นำ(สภาเศรษฐกิจชุมชน)

การนำรูปแบบประชุมสภาผู้นำแทนการจัดเวทีประชาคมหมู่บ้าน

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

การนำครัวเรือนเป็นศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้านเช่นการปลอดผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงไก่พื้นเมืองกินเอง การทำปุ๋ยหมักชีวภาพทดแทนปุ๋ยเคมีเป็นการลดรายจ่าย

ครัวเรือนสมัครเข้าร่วมโครงการ20ครัวเรือน

การพัฒนาศูนย์เรียนรู้เป็นแหล่งศึกษาดูงานของชุมชน

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

การปลูกผักในครัวเรือนปลอดสารพิษครัวเรือนละ 1แปลง

แปลงผักในครัวเรือนปลอดสารพิษ 30ครัวเรือน ครัวเรือนละ 1แปลง

การดำรงชีวิตตามวิถีพอเพียงนำมาใช้ในวิถีชุมชน

3. การออกกำลังกาย

การลงแขกแปลงผัก เตรียมแปลงผักเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งของชุมชน

กิจกรรมการลงแขกเตรียมแปลงผักและปลูกผักในหมู่บ้าน

การจัดทำแผนการออกกำลังอย่างน้อยอาทิตย์ละ3 วัน

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

ความร่วมมือของคนในชุมชนในการเข้าร่วมกิจกรรมและไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่ติดป้ายสถานที่ปลอดบุหรี่ตลอดโครงการ

ป้ายสถานที่ปลอดบุหรี่ 2ป้าย

การณรงค์พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่และลดนักสูบหน้า่ใหม่

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

 

 

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

การเรียนรู้ การดำรงวิถีพอเพียงชุมชน และฝึกปฎิบัติการจัดทำบัญชีครัวเรือน

บัญชีครัวเรือน 60 ครัวเรือน

การรวบรวมมูลการบัญชีครัวเรือนไปใช้ประโยชน์ในการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

ชาวบ้านในชุมชนจำนวน 60 ครัวเรือนได้รับความรู้เกี่ยวกับสารพิษตกค้างในพืชผักที่เป็นโทษแก่ร่างกายและมีความเข้าใจถึงประโยชน์ของการปลูกผักกินเองทำให้ปราศจากสารพิษที่ตกค้างในร่างกายและหันกลับมาปลูกผักกินเองในครัวเรือนเพื่อลดรายได่เพิ่มรายจ่ายโดยนำใบต้นยอ ใบของสะเดานำมาตำให้ละเอียด โดยผสมกับน้ำและกรองเอาน้ำนำไปฉีดพ่นผักของตนเอง

การปลูกผักปลอดสารพิษ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนการทำปุ๋ยหมักชีวภาพแก่คนในชุมชน

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

 

 

 

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

ส่งเสริมบทบาทของกลุ่มสตรีให้เข้าถึงอาชีพที่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการขยายกลุ่มแม่บ้านทำขนมและการปลูปผักครัวเรือนละ1 แปลงเป็นการเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือน

กิจกรรมการฝึกอาชีพการทำขนมและปลูกผักในครัวเรือน

การเปิดตลาดชุมชนเพื่อนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่าย

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

กติกาการออมเงินและการปลูกผักครัวเรือนละ 1 แปลง

กิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมและความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจครัวเรือนด้วยธนาคารการออมในกระป๋องและการปลูกผัก60ครัวเรือน

การจัดตั้งธานคารหมู่บ้าน

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

 

 

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

การติดตามประเมินแก้ใขสรุปและถอดบทเรียน สภาชุมชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน 10 ครั้ง

การประชุมสภาผู้นำ

การนำรูปแบบการประชุมสภาในการติดตามประเมินแก้ใขสรุปและถอดบทเรียนทุกครั้งก่อน หลังและเสร็จสิ้นกิจกรรม

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

การใช้พื้นที่ว่างเปล่าของหมู่บ้านในการจัดทำแปลงผักสาธารณะของชุมชน

กิจกรรมแขกเตรียมแปลงผักและปลูกผักในหมู่บ้านซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าของหมู่บ้าน

การใช้พื้นที่สาธาณะเป็นพื้นที่ดำเนินกิจกรรมร่วมของชุมชน

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

การมอบหมายภาระกิจร่วมกันดูแล ทำอย่างต่อเนื่องกำหนดผู้รับผิดชอบในการดูแลแปลงผักรวมของหมู่บ้าน โดยกำหนดออกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มซึ่งประกอบด้วยคณะทำงานสภาผู้นำ เด็ก เยาวชน

กิจกรรมการปลูกผักของชุมชน

การสนับสนุนกิจกรรมแก่เด็ก เยาวชนในชุมชน(สร้างคนจิตอาสา)

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

 

 

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

จัดเวทีวางแผนการเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย และวางแผนการออม รวมถึงจัดทำข้อตกลงของหมู่บ้านในเรื่องการลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ และแผนการออมของครัวเรือน

การจัดทำบัญชีครัวเรือนและกิจกรรมการออมทรัพย์

การพัฒนาศักยภาพการเพิ่มทักษะการจัดทำข้อมูลครัวเรือน

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

การสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ของกลุ่มสตรีทำขนม

การจดบันทึก การปันผลจากการทำขนมเดือนละ1200บาท

องค์ปรกครองส่วนท้องถิ่นตำบลบางโกระสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มสตรี

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

การลงแขกเตรียมแปลงผักและปลูกผักในหมู่บ้านซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าของหมู่บ้านเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน

สมาชิกในชุมนจำนวน 50คน

การใช้พื้นที่ว่างเปล่าของชุมชนเป็นพื้นที่สาธารณะ

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

การจัดทำบัญชีครัวเรือนและการปลูกผัก เลี้ยงไก่และการออม

ศูนย์เรียนรู้ครัวเรือนต้นแบบตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

การประกวดครัวเรือนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

การรู้จักแบ่งปันและการทำงานเพื่อส่วนรวมเช่นการปลูปผักเพื่อแบ่งปันแก่คนในชุมชน

กิจกรรมจิดอาสาเพื่อคนในชุมชนการปลูกผักในพื้นที่สาธารณะของชุมชน

การสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

บ้านบางโกระเกิดปัญหา รายได้ไม่พอกับรายจ่ายจากการกู้หนี้สิน กู้เงินกองทุนหมู่บ้านมาใช้จ่าย กู้เงินระบบมาส่งเงินกองทุนหมู่บ้านเนื่องจากคนในชุมชนบ้านบางโกระประกอบอาชีพกรีดยาง ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอนช่วงฤดูฝนก็ไม่สามารถกรีดยาง วันไหนฝนตกก็ไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายต้องจ่ายทุกวัน กลับสูงขึ้นทุกวัน เช่นเงินค่ารถ ค่าอาหารลูกไปโรงเรียน ค่าอาหารในครอบครัว รายได้จากการกรีดยางอย่างเดียวไม่เพียงพอเนื่องเศรษฐกิจตกต่ำเดิมรายได้จากการกรีดยางวันละ600-500 บาท ปัจจุบันรายได้ลดน้อยเนื่องจากยางราคาถูกประกอบกับค่าครองชีพสูงขึ้นรายจ่ายสูงขึ้นตามแต่รายได้กลับน้อยลงวันละ 300ถึง200 บาทต่อครัวเรือน ประกอบค่านิยม "ซื้อทุกอย่างที่อยากกินกินทุกอย่างต้องซื้อ" บางครอบครัวไม่สามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้เนื่องจากค่าครองชีพสูงต้องออกจากโรงเรียน ทำให้เป็นปัญหากับชุมชน ลักเล็กขโมยน้อยเป็นปัญหาที่ชุมชนต้องหาทางแก้ไขปัญหาการทำโครงการร้อยมือสร้างวิถีชุมชนบ้านบางโกระโดยให้คนในชุมชนมีอาชีพในการทำขนม ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ไว้บริโภค ใช้ปุ๋ยหมักและนำ้หมักแทนปุ๋ยเคมีลดค่าใช่จ่าย จัดทำบัญชีครัวเรือน รายรับรายจ่ายเพื่อให้ทราบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสามารถลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความต้องการรู้จักใช้ชีวิตตามวิถีของชุมชน วัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาให้เกิดกลไกการมีส่วนร่วม ในรูปแบบสภาผู้นำ(สภาเศรษฐกิจชุมชน) (2) เพื่อพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านในการจัดการข้อมูล และให้คนตระหนักในการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน (3) เพื่อให้ครัวเรือนในหมู่บ้านสามารถทำบัญชีครัวเรือนได้ (4) เพื่อให้ครัวเรือนในหมู่บ้านสามารถทำบัญชีครัวเรือนได้ (5) เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ (6) เพื่อนำพื้นที่ว่างรอบครัวเรือนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ (7) เพื่อให้เกิดครัวเรือนต้นแบบเป็นศูนย์เรียนรู้ในหมู่บ้าน วิธีการดำเนินงาน 1. เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการจัดทำโครงการโดยภาคีเครื่อข่ายในท้องถิ่นรวมถึงกำหนดกรอบแนวทางในการปฎิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งผลสำเร็จในการดำเนินโครงการ 2. ประชาสัมพันธ์โครงการร้อยมือสร้างวิถีชุมชนบ้านบางโกระ 3. สภาผู้นำ(สภาเศรษฐกิจชุมชน)แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับคณะทำงาน 4. สร้างเครื่องมือและสำรวจข้อมูลโดยเน้นข้อมูลเศรษฐกิจชุมชน 5. วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม 6. จัดเวทีเพื่อถ่ายทอดและสื่อข้อมูลสู่สมาชิกในหมู่บ้าน 7. เรียนรู้ เรื่องการดำรงวิถีพอเพียงชุมชน และฝึกปฎิบัติการจัดทำบัญชีครัวเรือน 8. วางแผนปฏิบัติการแก้ปัญหารายจ่าย เพิ่มรายได้ ทำข้อตกลงร่วมกัน 9. การสร้างอาชีพทางเลือกและการปรับตัวด้านอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจด้านครัวเรือนและชุมชน 10. ร่วมลงแขกเตรียมแปลงผักและปลูกผักในหมู่บ้านซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าของหมู่บ้าน 11. เพื่อส่งเสริมอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพขยายครัวเรือนการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง 12. ส่งเสริมบทบาทของกลุ่มสตรีให้เข้าถึงอาชีพที่สอดคร้องกับสภาพและความต้องการขยายกลุ่มแม่บ้านทำขนม 13. ส่งเสริมพฤติกรรมและความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจครัวเรือนด้วยธนาคารการออมในกระป๋อง 14. เสริมสร้างการเรียนรู้และสื่อสารคุณค่าแนวทางการปฎิบัติที่เป็นต้นแบบที่ดีคัดเลือกครัวเรือนต้นแบบ 15. ติดตามประเมินแก้ใขสรุปและถอดบทเรียน สภาชุมชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน 10 ครั้ง ผลลัพธ์การดำเนินงาน 1. มีรายงานตามกิจกรรมโครงการที่คอบคลุมทั้งผลผลิตของโครงการ คอบคลุมถึงบทเรียนที่ได้โดยพิจารณาทั้งในมิติด้านการบริหารจัดการโครงการในด้านมิติต่างๆ 2. คนในหมู่บ้านได้ทราบถึงกิจกรรมที่จัดขึ้นในชุมชน เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน ร่วมกันแก้ไขปัญหาและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3. เกิดกลุ่มสภาผู้นำ(สภาเศรษฐกิจชุมชน)ที่สามารถวิเคราะห์ปัญหาของหมู่บ้าน มีความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรมโครงการและสามารถเสนอความคิดเห็นแลกเปลี่ยนร่วมกับคณะทำงานตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจกรรมได้ 4. มีฐานข้อมูลรายรับ-รายจ่าย หนี้สิน การดำรงชีวิตทั้งระดับครัวเรือนและหมู่บ้าน เด็กเยาวชนและคนในหมู่บ้านมีทักษะในการสำรวจและการเก็บรวบรวมข้อมูล เด็กและผู้ใหญ่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 5. เกิดกระบวนเรียนรู้ร่วมกันมีฐานข้อมูลของหมู่บ้านทราบถึงสาเหตุสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการจัดการปัญหาหนี้สิน สถานการณ์ของหมู่บ้าน ทุนของหมู่บ้าน 6.คนในหมู่บ้านทราบข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินที่ได้จากการสำรวจและวิเคราะห์ 7. เกิดการพัฒนาระบบการจัดทำบัญชีครัวเรือนตามวิถีชุมชนพอเพียงโดยการมีส่วนร่วมของสมาชิกในหมู่บ้าน 8. ครัวเรือนเข้าร่วมกิจกรรม 60 ครัว มีข้อตกลงร่วมกัน ในการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ของครัวเรือนและชุมชน 9.เกิดเครือข่ายปลูกผักปลอดสารพิษ
10.เกิดแปลงปลูกผักรวมของคนในหมู่บ้าน 1 แปลง 11. เกิดกระบวนการเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่พันธ์ุพื้นเมือง 12. 60 ครัวเรือนได้ฝึกอาชีพและพัฒนาอาชีพการทำขนม 13. ครัวเรือนมีเงินออมตามกติกา 60 ครัวเรือน 14. เกิดกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม 15. แกนนำมีความเข้าใจแนวทางการดำเนินกิจกรรมตามโครงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมีแผนการดำเนินการร่วมกัน
ข้อเสนอแนะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องพัฒนาศักยภาพและสนับสนุนกลุ่มสตรี เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับแนวคิดวิถีความพอเพียง

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3