แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

• ชุมชนเลือกปัญหาสารเคมี เนื่องจากพื้นที่เขาพระเป็นพื้นที่ทางการเกษตร คนในชุมชน 90% มีอาชีพเป็นเกษตรกรปัญหาการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร จึงเป็นสาเหตุหลักๆ ของปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นชุมชนจึงเลือกปัญหานี้มาเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องรีบแก้ไข -จากการพูดคุยปรึกษาหารือของคนในชุมชนในเรื่องของการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ชุมชนได้ร่วมกันหาวิธีการแก้ไขปัญหาโดยจัดทำโครงการ การสร้างสุขภาวะเกษตรกรลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวบ้านมีพฤติกรรมลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรเพื่อพัฒนารูปแบบการกระจายสินค้าทางการเกษตรที่ปลอดสาร และเพื่อพัฒนานโยบายของชุมชนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการปลูกผักปลอดสาร การปลูกผักพื้นบ้าน ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการในระยะแรกตามวัตถุประสงค์ข้อที่หนึ่ง คือชาวบ้านในพื้นที่สนใจและหันมาปลูกผักพื้นบ้านปลอดสารพิษกันมากขึ้น ยกระดับแปลงเกษตรของตัวเองให้เป็นแปลงต้นแบบ เห็นผลจริงประมาณ 15 ราย หลังจากนั้น ชาวบ้านที่ปลูกผักพื้นบ้านปลอดสารพิษก็มีการรวมกลุ่มกัน พูดคุยปรึกษาหารือแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคในการทำเกษตรของตัวเอง และเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมการจัดทำข้อมูลสถานการณ์การใช้สารเคมี สถานการณ์สุขภาวะ เกิดทักษะการเก็บรวบรวมข้อมูลในชุมชน ผลการดเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อที่สอง ชุมชนมีจุดจำหน่ายผักพื้นบ้านปลอดสารพิษในระดับชุมชน แต่ยังมาสามารถที่จะกระจายผักพื้นบ้านในรูปแบบที่ปลอดสารไปยังตลาดภายนอกได้ หมายถึงกลุ่มผักพื้นบ้านที่กระจายออกไปสู่ตลาดภายนอกยังไม่มีการแยกอย่างชัดเจนระหว่างผักที่ปลอดสารและไม่ปลอดสาร กลุ่มพ่อค้าคนกลางที่ซื้อผัก รับซื้อรวมกันไป อาจจะมาจากสาเหตุของกลุ่มผู้บริโภคหรือกลุ่มพ่อค้าคนกลางยังไม่เห็นความสำคัญ หรือว่าเรายังไม่ไปถึงจุดที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพจริงมาเจอกับกลุ่มผู้ผลิตผักปลอดสารได้ และที่สำคัญ การกระจายผักพื้นบ้านออกสู่ตลาดภายนอก จำเป็นจะต้องมีผลผลิตที่คงที่มากพอ มั่นคง และแน่นอน ซึ่งจริงๆแล้วระบบการผลิต ผักพื้นบ้านปลอดสารพิษยังไม่สามารถทำได้เนื่องจาก ผลผลิตของผักแต่ละเดือนจะได้ปริมาณที่ไม่เท่ากัน และแต่ละชนิดในหนึ่งแปลงไม่สามรถผลิตได้มากพอ เพราะต้องปลูกแบบผสมผสาน นี่คือจุดด้อยของกระบวนการผลิตผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ ผลจากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อสุดท้ายนี้ บางชุมชนมีการผลักดันนโยบายการปรุงอาหารจากผักพื้นบ้านปลอดสารพิษเพื่อเป็นอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งทางโรงเรียนได้รับข้อเสนอไว้ แต่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ผลจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในชุมชนต่อกิจกรรมในโครงการที่ผ่านมา คนในชุมชนได้หันมาปลูกผักพื้นบ้านกันมากขึ้น สามารถเห็นผลได้จริงถึง 15 ราย จากเมื่อก่อนที่มีน้อยมากๆ จนเกือบจะไม่มีเลย ซึ่งก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความตั้งใจของคนในชุมชนที่อยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเกษตร ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านในชุมชนจึงเกิดความคิดที่จะขยายเครือข่ายของภาคเกษตรกรที่สนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ประกอบกับพื้นที่ในชุมชนมีทุนทรัพยากรทางธรรมชาติที่มากมาย เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ มีน้ำตกที่สวยงาม และมีสวนผลไม่นานาชนิด เลยเกิดการระดมความคิดที่จะสร้างชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ แต่เนื่องด้วยทรัพยากรเดิมที่มีอยู่แล้วมากมาย ยังไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ เราจึงมีความคิดที่จะสร้างกระบวนการจัดการ พัฒนา และปรับปรุงสภาพพื้นที่ให้ดีขึ้นเพื่อที่จะทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวทางการเกษตรที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า หรือการปั่นจักรยานเรียนรู้สวนเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเห็นถึงความสวยงามทางทรัพยากรธรรมชาติ และสัมผัสวิถีชีวิตในรูปแบบของการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้เกิดความตระหนักในเรื่องของผลกระทบจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีมากมายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งต่อคน สัตว์ หรือสิ่งแวดล้อม และเห็นถึงคุณค่าและประโยชน์ของผักพื้นบ้านปลอดสารพิษที่นักท่องเที่ยวจะได้ลองบริโภคในการเข้าร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรจากโครงการนี้ เช่นเดียวกัน ในส่วนของคนในชุมชนเอง ก็จะได้เห็นถึงคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญในการลดใช้สารเคมีทางมีทางการเกษตร และมีความภาคภูมิใจในการทำเกษตรอินทรีย์ จากการที่พวกเขาได้จำหน่ายผลผลิตผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามา นอกจากนี้ผักพื้นบ้านปลอดสารพิษทีี่เป็นผลผลิตจากคนในชุมชนเองก็จะกลายเป็นผลผลิตที่เป็นที่รับรู้และแพร่หลายจากการบอกต่อของนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั่นเอง

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :

คนในชุมชนติดความสะดวกสบายในการทำเกษตร ที่ใช้สารเคมีมาช่วยในการกำจัดวัชพืชโดยไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ปัจจัยที่เอื้อต่อการแก้ปัญหา ยังมีเยาวชนที่เป็นลูกหลานของเกษตรกรที่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและรวมตัวกันคิดหาวิธีและแนวทางที่จะแก้ไข

สภาพแวดล้อม :

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ นโยบายที่ส่งเสริมเกษตรกรให้เน้นการผลิตแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว เน้นในเรื่องปริมาณของผลผลิตเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้สร้างความตระหนักในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการใช้สารเคมี

ปัจจัยที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา มีพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีทั้งน้ำตกและแหล่งน้ำ(ลำคลอง) ที่ไหลผ่านไร่และสวนของคนในพื้นที่ และพื้นที่ดังกล่าวนี้เองก็ได้รับการดูแล และปรับปรุงภูมิทัศน์ มีการสร้างฝ่ายชะลอน้ำขึ้น เพื่อที่จะให้ได้เป็นสถานที่พักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวให้แก่คนในพื้นที่ รวมถึงผู้คนทั่วไปที่สนใจ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีการทำไร่สวนผสมผสานที่ไม่ใช้สารเคมี จึงเป็นโอกาสเหมาะที่จะมีการผลักดันให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่จะให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวรวมถึงเรียนรู้ถึงการทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีเหมือนการทำเกษตรทั่วๆไป ทั้งนี้เพื่อที่จะให้เกิดการซึมซับและตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสารเคมีทั้งในส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยว และตัวของคนในชุมชนเอง

กลไก :

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ -ระบบการตลาดที่มีการกระจายสินค้าในรูปแบบการค้าส่ง เน้นเฉพาะในเรื่องของการให้ได้มาซึ่งผลผลิตในปริมาณ ทำให้คนในชุมชนขาดความตระหนักในเรื่องของผลกระทบไป ประกอบกับสื่อโฆษณาชวนเชื่อในการใช้สารเคมีทางการเกษตร ที่สามารถเข้าถึงผู้ผลิต(เกษตรกร)ได้อย่างง่ายดายในปัจจุบัน จนทำให้กลายเป็นค่านิยมในการทำเกษตรที่ส่งผลร้ายทั้งต่อคนและสิ่งแวดล้อมไปโดยไม่รู้ตัว -สื่อโฆษณาชวนเชื่อในการใช้สารเคมีทางการเกษตร

ปัจจัยที่เอื้อ
ในชุมชนมีศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ 4
เป็นศูนย์ที่รวบรวมภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในด้านการจัดการเกษตรมาถ่ายทอดให้กับเกษตรรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจในด้านการเกษตรทั่วไป สามารถใช้เป็นฐานในการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. เพื่อให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร
  2. เพื่อจัดตั้งกลุ่มเยาวชน “ลูกหลานเกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจเกษตรอินทรีย์”
  3. เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
  4. เพื่อเพิ่มรายได้แก่คนในชุมชนจากการขายผลผลิตทางการเกษตรให้แก่นักท่องเที่ยว
  5. เพื่อผลิตสื่อประชาสัมพันธ์แนะนำชุมชน
  6. จัดตั้งกลุ่มมัคคุเทศก์อาสา เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวในชุมชน
  7. เยาวชนและคนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ จากการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการได้ลงมือปฏิบัติจริง และเกิดแรงจูงใจในการปลูกผักปลอดสารพิษ
  8. เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการข้อมูลชุมชน การวางแผน และการจัดทำแผนปฏิบัติการของชุมชน
  9. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  • คนในชุมชนร้อยละ 80 เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ
  • ร้อยละ 80 ของชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการมีการใช้สารเคมีทางการเกษตรลดลง เยาวชนในชุมชนอย่างน้อย 20 คนเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มเยาวชน “ลูกหลานเกษตรกรรุ่นใหม่ หัวใจเกษตรอินทรีย์” มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเกิดขึ้นในชุมชนอย่างน้อย 1 แห่ง คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายผลผลิตทางการเกษตรให้แก่นักท่องเที่ยว
  • มีสื่อประชาสัมพันธ์แนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทั้งในรูปของสื่อออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์ อย่างน้อย 1 ช่องทาง
  • มีชุดความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ จำนวน 1 ชุด สมาชิกในชุมชน อย่างน้อย 20 คน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มมัคคุเทศน์อาสา เยาวชนและคนในชุมชนร้อยละ 80 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์
  1. ชุมชนมีฐานข้อมูลด้านสถานการณ์และทุนชุมชนอย่างน้อย 1 ชุด
  2. มีกลุ่มเด็กเยาวชน และคนในชุมชนที่มีทักษะในการเก็บข้อมูล อย่างน้อย 20 คน
  3. มีแผนชุมชนหรือแผนปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน อย่างน้อย 1 ฉบับ
  4. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด
  5. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม
  6. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม
  7. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  • สร้างแรงจูงใจให้กับนักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลเขาพระโดยการสาธิตการปลูกผักแบบปลอดสารพิษและเน้นให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริง
  • สร้างกระบวนการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์แก่คนในชุมชนและบุคคลทั่วไปผ่านการท่องเที่ยว

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

-ปรับภูมิทัศน์แปลงเกษตรปลอดสารและพื้นที่ป่าต้นน้ำให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยการจัดทำป้ายบอกความรู้ ชื่อต้นไม้ ชื่อสมุนไพร

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

-จัดทำเวบไซต์ประชาสัมพันธ์ชุมชน -จัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรน้อยในโรงเรียน -จัดตั้งกลุ่มมัคคุเทศน์อาสา ทำหน้าที่บริหารจัดการท่องเที่ยวในชุมชน

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

  1. นายอภินันต์ หมัดหลี ประธานศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ4  มีความเชียวชาญด้านการทำเกษตรในรูปแบบสังคมพืช 12 ชั้น ประโยชน์ 5 อย่าง
  2. นายเจ๊ะเล๊าะ บิลอะหลี มีความเชียวชาญในการจัดการพื้นที่เกษตรริมคลอง

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

  • ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ4
    • กลุ่มสตรีก้าวหน้า
    • โรงงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลเขาพระ
    • กลุ่มน้ำยางสดบ้านคลองลำแชง
    • โรงเรียนบ้านเขาพระ
    • กลุ่มอนุรักษ์คลองลำแชง

วัฒนธรรม

  • ศาสนาอิสลาม ที่มีผู้นำในชุมชนคอยสอนและคอยตักเตือน การมีชีวิตตามแบบอย่างของศาสดามูฮัมหมัด(ซ.ล) เพราะศาสนาจะช่วยขัดเกลาจิตใจของคนให้เป็นคนดี
  • วิถีการอุปโภคบริโภคน้ำในคลองลำแชงเป็นหลัก ซึ่งเป็นลำคลองที่ล่อเลี้ยงคนในชุมชนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

  • ภูมิปัญญาและองค์ความรู้ด้านการเกษตร เช่น เกษตรธาตุ4 , เกษรต 4 ย. , สังคมพืช 12 ชั้น , เกษตรริมคลอง ฯลฯ
งบประมาณ

148400.00

บาท
บุคลากร
  1. นาย ภูมิปัญญา หมัดหลี
  2. นาย อาซัน เกลี้ยงสัน
  3. นาย อภินันต์ หมัดหลี
  4. นางสาว มารตี บิลอาสัน
  5. นาย เจ๊ะเล๊าะ บิลอะหลี


    แกนนำในชุมขน

1.นายเจ๊ะเล๊าะ บิลอะหลี
-ครูภูมิปัญญาด้านการจัดการพื้นที่เกษตรริมคลอง -ผู้นำชุมชนในพื้นที่บ้านคลองลำแชง 2.นายเศกสิทธิ์ เกียรติเสนกุล -ครูภูมิปัญญาด้านการตีผึ้งเชิงอนุรักษ์ -มีความเชียวชาญในด้านการจัดการพื้นที่ตามแนวเศรฐกิจพอเพียง 3.นายสัน เส็นหล๊ะ -ครูภูมิปัญญาเรื่องเกษตร 4 ย.

ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

  • ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ 4
    เป็นศูนย์ที่รวบรวมภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในด้านการจัดการเกษตรมาถ่ายทอดให้กับเกษตรรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจในด้านการเกษตรทั่วไป

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

  • ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทยเกษตรธาตุ 4 มีการจัดประชุมเดือนละครั้งโดยใช้เรื่องของการออมทรัพย์เป็นเครื่องมือ และมีการปรึกษาหารือถึงปัญหาจากการทำเกษตรของตัวเองมาแลกเปลื่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันถึงความรู้ใหม่ๆ

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

  • กลุ่มน้ำยางสดบ้านคลองลำแชง
    • วิสาหกิจชุมชนอานัสทรัพย์ยางทอง
    • กลุ่มสัจะเกษตร 4

ขั้นตอนทำงาน

  1. จัดตั้งสภาผู้นำชุมชนและคณะกรรมการดำเนินการโครงการ
  2. สำรวจและรวบรวมข้อมูลการทำเกษตรอินทรีย์ในชุมชน
  3. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ
  4. เวที & สร้างสุขภาวะชุมชนบ้านคลองลำแชงด้วยการท่องเที่ยวเชิงเกษตร" เพื่อคืนข้อมูลและเปิดตัวโครงการ
  5. กิจกรรมถ่ายทอดความรู้สู่เรื่องเกษตรภูมิปัญญาและเกษตรอินทรีย์แก่กลุ่มเยาวชน
  6. ประกวดแปลงผักอินทรีย์ในโรงเรียน
  7. ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษในระดับครัวเรือน
  8. จัดตั้งกลุ่มมัคคุเทศก์อาสา
  9. สำรวจสถานที่สำคัญในชุมชนเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
  10. กิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
  11. คลองลำแซงชวนเที่ยว
  12. กิจกรรมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์
  13. คลองลำแซงชวนปั่น
  14. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  15. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. มีสภาผู้นำชุมชนที่มีการประชุม ปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหาของชุมชน และมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการและติดตามผลโครงการอย่างต่อเนื่อง
    • มีฐานข้อมูลการทำเกษตรอินทรีย์ในชุมชน

- เด็กเยาวชนและคนในชุมชนมีทักษะในการสำรวจและการเก็บรวบรวมข้อมูล - เด็กและผู้ใหญ่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 3. ทราบสาเหตุสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการจัดการปัญหาการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร 4. - คนในชุมชนเข้าใจข้อมูลสถิติการใช้สารเคมีและผลกระทบที่เกิดจากการใช้สารเคมี - คนในชุมชนเข้าใจการดำเนินการกิจกรรมและทราบบทบาทของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการ 5. -นักเรียนที่เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง เกษตรภูมิปัญญา และเกษตรอินทรีย์ และเกิดเเรงจูงใจในการทำการเกษตรอินทรีย์ 6. -นักเรียนสามารถปลูกผักปลอดสารพิษได้ด้วยตนเองจากการที่ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาความรู้จากกิจกรรมการอบรมยุวเกษตรน้อย 7. คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายผลผลิต 8. เกิดกลุ่มอาสาสมัครทำหน้าที่บริหารจัดการการท่องเที่ยวในชุมชน 9. -พบสถานที่สำคัญในชุมชนที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว -เกิดแผนที่ทมือจลองสถานที่ที่หน้าสนใจในชุมชน 10. -แหล่งท่องเที่ยวมีจุดที่น่าสนใจพร้อมกับมีป้ายข้อมูลข้าวสารที่ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว

-มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรม 11. ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ท่องเที่ยวและเรียนรู้กระบวนการทำเกษตรแบบอินทรีย์และสามารถนำไปเป็นต้นแบบในการทำเกษตรแบบอินทรีย์ได้ 12. มีเวบไซต์สำหรับประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและบริการข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจทั่วไป 13. -ชุมชนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว

-คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายผลผลิตทางการเกษตร

ผลลัพท์

  1. มีสภาผู้นำชุมชนที่มีการประชุม ปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหาของชุมชน และมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการและติดตามผลโครงการอย่างต่อเนื่อง
    • มีฐานข้อมูลการทำเกษตรอินทรีย์ในชุมชน

- เด็กเยาวชนและคนในชุมชนมีทักษะในการสำรวจและการเก็บรวบรวมข้อมูล - เด็กและผู้ใหญ่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 3. ทราบสาเหตุสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการจัดการปัญหาการใช้สารเคมีในภาคการเกษตร 4. - คนในชุมชนเข้าใจข้อมูลสถิติการใช้สารเคมีและผลกระทบที่เกิดจากการใช้สารเคมี - คนในชุมชนเข้าใจการดำเนินการกิจกรรมและทราบบทบาทของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการ 5. -นักเรียนที่เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง เกษตรภูมิปัญญา และเกษตรอินทรีย์ และเกิดเเรงจูงใจในการทำการเกษตรอินทรีย์ 6. -นักเรียนสามารถปลูกผักปลอดสารพิษได้ด้วยตนเองจากการที่ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาความรู้จากกิจกรรมการอบรมยุวเกษตรน้อย 7. คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายผลผลิต 8. เกิดกลุ่มอาสาสมัครทำหน้าที่บริหารจัดการการท่องเที่ยวในชุมชน 9. -พบสถานที่สำคัญในชุมชนที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว -เกิดแผนที่ทมือจลองสถานที่ที่หน้าสนใจในชุมชน 10. -แหล่งท่องเที่ยวมีจุดที่น่าสนใจพร้อมกับมีป้ายข้อมูลข้าวสารที่ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว

-มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรม 11. ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ท่องเที่ยวและเรียนรู้กระบวนการทำเกษตรแบบอินทรีย์และสามารถนำไปเป็นต้นแบบในการทำเกษตรแบบอินทรีย์ได้ 12. มีเวบไซต์สำหรับประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและบริการข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจทั่วไป 13. -ชุมชนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว

-คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายผลผลิตทางการเกษตร

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

-เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ จากการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการได้ลงมือปฏิบัติจริง และเกิดแรงจูงใจในการปลูกผักปลอดสารพิษ
-นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้กระบวนการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษและเกิดความเชื่อมั่นต่อผู้ผลิต

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

-แปลงเกษตรอินทรีย์และพื้นที่ป่าต้นน้ำสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ -มีป้ายให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

-มีเวบไซต์ประชาสัมพันธ์ชุมชน -มีกลุ่มยุวเกษตรกรน้อยในโรงเรียน -มีกลุ่มมัคคุเทศน์อาสา ทำหน้าที่บริหารจัดการท่องเที่ยวในชุมชน

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

มีกระบวนการติดตามและประเมินผลการทำงานโดยจะมีการจัดประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับผิดชอบโครงการ เพื่อปรึกษาหารือและถอดบทเรียนจากกิจกรรมในทุกๆครั้ง และจะมีการจัดประชุมติดตามโครงการแบบภาพรวมสามครั้ง คือ ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ในช่วงระหว่างการจัดทำโครงการ และในช่วงสิ้นสุดโครงการ

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

มีกระบวนการติดตามและประเมินผลการทำงานโดยจะมีการจัดประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับผิดชอบโครงการ เพื่อปรึกษาหารือและถอดบทเรียนจากกิจกรรมในทุกๆครั้ง และจะมีการจัดประชุมติดตามโครงการแบบภาพรวมสามครั้ง คือ ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ในช่วงระหว่างการจัดทำโครงการ และในช่วงสิ้นสุดโครงการ