แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ภูมิปัญญา เพิ่มรายได้ สร้างสุขที่บ้านยางในลุ่ม (ต่อยอดปี 2)

รหัสโครงการ 58-03889 รหัสสัญญา 58-00-2026 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

ความรู้ ทำให้มีความรู้ใหม่คือ -การปลูกผักหวาน ปลูกกล้วย การปลูกผักทุกชนิดต้องมีการเรียนรู้ ไม่ใช่ปลูกอย่างไรก็ได้
-มีความรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมัก และการทำชีวภาพ
-การปลูกผักไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี
-ได้เรียนรู้เรื่องสิ่งเหลือใช้ มาใช้ทำชีวภาพ เช่น น้ำหมักผสมน้ำเยี่ยว -มีการพูดคุยกับผู้สูงอายุ

บันทึกถอดบทเรียน

 

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

ผลผลิตที่เกิดจากโครงการ 1.ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ 2.การทำบัญชีครัวเรือน
3.ยาหม่องสมุนไพร

บันทึกถอดบทเรียน และภาพกิจกรรม

 

3. กระบวนการใหม่

เดิมมีการทำงานเฉพาะบางกลุ่ม ตอนนี้มีการทำงานร่วมกันทังผู้สูงอายุ เยาวชน และทีมงาน ทำให้เกิดคุณค่าการทำงาน

เอกสารถอดบทเรียน

 

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

 

 

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

เกิดกลุ่มในพื้นทีมีการทำกลุ่มในพื้นที่ ทำให้เกิดผลดีคือ
-มีผู้สูงอายุเข้ามารทำกิจกรรมในกลุ่ม และการทำกลุ่มต้องมีเยาวชนมาช่วยกันทำน้ำยา สบู่

บันทึกการประชุม

 

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

1.ได้ความรู้ เพราะเกิดผลิตภัณฑ์แล้ว น้ำผึ้ง เกิดความสงสัย เช่น คนที่เป็นเบาหวานกินน้ำผึ้งได้มั้ย ผู้รู้บอกว่า น้ำผึ้งเป็นกรด ความหวาน มาจากดอกไม้ชนิด พี่ได้เลยแก้ปัญหาให้กับประชานชน 2.เกิดความร่วมมือ ความสามัคคี ช่วงแรกไม่ค่อยเท่าไร ปีแรกไม่ค่อยเท่าไรปีต่อมา คนเข้ามาเพิ่มขึ้นการเป็นผู้นำไม่ต้องมีตำแหน่งก็ได้

เอกสารถอดบทเรียน

 

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

กิจกรรมตามโครงการเน้นให้มีการปลูกผัก เช่น ผักหวาน ดีปลี มะเขือผักเหรียงปลูกไว้กิน เหลือขาย อาทิตย์ละ 200 บาท ทำกิจกรรมแล้วสิงที่ได้คือได้กินผักที่ปลูก ใครมาขอก็ให้ เพิ่มรายได้มีความสุข การเปลี่ยนแปลงตนเอง คือ สุขภาพดี ไม่เข็ดเมื่อย ได้ออกแรง ได้ออกกำลังกายคนในครอบครัว เปลี่ยนแปลง มีการเห็นด้วยเพื่อนบ้าน มีการเปลี่ยนแปลง บางคนก็ทำ บางคนไม่ทำ บางคนปลูกพอกินบางคนปลูกพออยู่ได้
กิจกรรมมีการประชุม มีการพูด แต่ทำเป็นกลุ่มเล็กๆ จากกลุ่มเล็กก็พาไปพูดคุยกัน

บันทึกถอดบทเรียน

 

3. การออกกำลังกาย

มีการออกกำลังกายและออกแรงจากการปลูก

บันทึกถอดบทเรียน

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

สถานที่ประชุมติดป้ายรณรงค์เรื่องเหล่าบุหรี่

ภาพถ่าย

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

กิจกรรมของโครงการ ได้มีการเรียนรู้เรื่องผึ้ง ผึ้งมาอยู่เอง ได้น้ำผึ้ง ได้ประมาณ 20 ขวด มีรังผึ้ง 34 รัง ตั้งรังไว้ข้างบ้าน ปลูกผักข้างบ้าน ปลูกไว้กิน ปลูกไว้ขาย เหลือแจกขายได้เดือนละ 3000 บาท

กิจกรรมถอดบทเรียน

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

โครงการนี้ได้ปลูกผัก ปลูกกล้วย ได้ออกแรง สิ่งที่เหลือจากในบ้าน ในครัว เราก็นำมาทำปุ๋ยหมัก น้หมักชีวภาพ ของที่ทำในครัว ไม่ได้ซื้อเลย

บันทึกถอดบทเรียน

 

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

 

 

 

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

ปลูกกล้วย ได้ขาย ได้กิน ปลูกขมิ้น ปลูกมะนาว นอกจากกินแล้ว ขาย ขายได้เดือนละ 3000 บาท

ถอดบทเรียน

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

การทำงาน ทุกคนต้องสมัครเป็นสมาชิก และเข้าร่วมกิจกรรมถึงจะได้สิทธิ

การประชุม

 

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

สิ่งที่ภูมิใจ ผอ.ศูนย์ผึ้ง จ.ชุมพร จะจัดสรรงบประมาณให้ทำให้ชุมชนมีโอกาส ทุนต่างๆ ก็จะเข้ามาสมทบ ผู้สูงอายุมีงานทำ โดยการหยอดสบู่ กวนน้ำยา ทำให้มีอาชีพเสริม

ถอดบทเรียน

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

 

 

 

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

 

 

 

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

เกิดกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เป็นกระบวนการเกิดขึ้นเอง

 

 

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

 

 

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

 

 

 

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

 

 

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

 

 

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

 

 

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน มีวัตถุประสงค์ข้อที่ 1มีสภาผู้นำที่เข้มแข็ง ตัวชี้วัดประกอบด้วย (1.1) สภาผู้นำมีการประชุมทุกเดือน จำนวน 10 ครั้ง (1.2) การประชุมสภาผู้นำทุกครั้งมีผู้เข้าร่วมประชุมร้อยละ 95 (1.3) การประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาเรื่องการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้านร่วมด้วยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อให้ครัวเรือนเป้าหมายมีรายได้จากการเลี้ยงผึ้งด้วยภูมิปัญญามีตัวชี้วัดประกอบด้วย (2.1) ครัวเรือนเข้าร่วมกิจกรรมเป้าหมาย 100 ครัวเรือน แต่เข้าร่วมกิจกรรมจริง 170 ครัวเรือน (2.2) ครัวเรือนเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง ร้อยละ 100 (2.3) ครัวเรือนเป้าหมายมีรายได้จากน้ำผึ้งที่เลี้ยงด้วยภูมิปัญญาเฉลี่ย 25,000 บาท (ต่ำกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ ครัวเรือนละ 30,000 บาท)(2.4) มีแหล่งเรียนรู้ 3 แหล่ง คือ การเลี้ยงผึ้งโพรงจากภูมิปัญญาเกษตรผสมผสานและการแปรรูปสมุนไพร จากการดำเนินงานตามโครงการมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทำให้สรุปได้ดังนี้ 1.มีการเรียนรู้ตามภูมิปัญญา คือได้เรียนรู้การเลี้ยงผึ้งโพรง ได้รวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาวิธีการทำรั้งผึ้ง แต่ละบ้านมีรังผึ้งอย่างน้อยบ้านละ 2 รังผลิตน้ำผึ้งได้ประมาณ 7 ขวด สูงสุด 72 ขวด มีรายได้เฉลี่ยต่ำสุดต่อปี 20,000 บาท สูงสุดต่อปี 40,000 บาท เฉลี่ย 25,000 บาท ทำเป็นอาชีพเสริมได้และยังเรียนรู้ว่า ผึ้งจะพบในพื้นที่ปลอดสารเคมี การมีผึ้งแสดงถึงสิ่งแวดล้อมดี อาหารดี และเกิดนวัตกรรมคือรังผึ้งทำเป็นยา มีสรรพคุณเยอะ
2.เกิดความภูมิใจที่มีทุนและเป็นทุนธรรมชาติ เพราะสิ่งแวดล้อมเราดี ผึ้งมาอยู่ ทำให้พวกเราทุกคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดสารเคมี ปลอดภัยต่อสุขภาพ 3.ลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีการแปรรูปสมุนไพร ได้แก่ ยาสระผมมะกรูด/อันชัญ ทำสบู่มะขาม เป็นการประหยัดรายจ่ายและยังเอาน้ำผึ้งไปผสมกับผลิตภัณฑ์ เป็นการสร้างมูลค่า นอกจากนั้นเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่ม 4.ลดความขัดแย้ง การทำกิจกรรมเป็นการสร้างความร่วมมือ ความสามัคคี แม้ว่าช่วงแรกไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไรในช่วงปีแรก ปีต่อมาประชาชนเข้ามาเพิ่มขึ้นทำให้พบว่า การเป็นผู้นำไม่ต้องมีตำแหน่งก็ได้ และยังพบว่าการทำงานต้องมีแนวคิดการทำงานและมีวิสัยทัศน์ในการมอง ทำให้เกิดกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง 5.เกิดการต่อยอดคือ ศูนย์เลี้ยงผึ้งจังหวัดชุมพร จะขยายพื้นที่เลี้ยงผึ้งและจัดสรรงบประมาณมาให้ ทำให้ชุมชนมีโอกาสได้รับทุนเข้ามาสมทบ กลุ่มผู้สูงอายุได้มีงานทำโดยการทำสบู่น้ำผึ้ง และเกิดเป็นอาชีพเสริม
6.ได้เรียนรู้วิถีชีวิตผึ้ง พบว่าการที่ผึ้งไปตอมใบยาง เพราะขอบใบยางมีน้ำหวาน ผึ้งไม่ได้กินดอกยาง ทำให้มีความรู้ต้นยางไม่มีสารเคมีถ้าผึ้งไม่มีอาหารแสดงว่าสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้นสกปกรก ผึ้งก็จะไม่อยู่ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าหมู่บ้านของเราปลอดสารเคมี

การบริหารการเงินตามโครงการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีหลักฐานทางการเงินและผ่านการตรวจสอบโดยพี่เลี้ยง และมีระบบการบริหารจัดการทางการเงินอย่างเป็นระบบ นวัตกรรมทีเกิดจากโครงการ คือ การเลี้ยงผึ่งโพรงจากภูมิปัญญาศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานและการแปรรูปสุมุนไพร

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3