แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ปันตงสร้างสุขบ้านสี่แยกวัดโหนด (ต่อยอดปี 2)

รหัสโครงการ 58-03852 รหัสสัญญา 58-00-2116 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

 

 

 

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

 

 

 

3. กระบวนการใหม่

 

 

 

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

 

 

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

ปันตงสร้างสุข

กลุ่มปราชญ์ชาวบ้านและเยาวชนในโรงเรียนวัดสระประดิษฐ์

จัดการเรียนการสอนในโรงเรียน

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

 

 

 

3. การออกกำลังกาย

 

 

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

 

 

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

 

 

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

 

 

 

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

ครอบครัวอบอุ่น ครัวเรือนต้นแบบ

ครอบครัวต้นแบบในโครงการ 10 ครอบครัว

ขยายผลในครอบครัวอื่นๆ ในหมู่บ้านต่อไป

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

 

 

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรในชุมชนเพื่อเรียนรู้การละเล่นปันตง ได้แก่ อบต. โรงเรียน ผู้นำชุมชน เป็นต้น

บันทึกกิจกรรมในโครงการ

ขยายผลต่อในโรงเรียนอื่นๆ

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

การจัดการปัญหายาเสพติด ด้วยการให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์

การซ้อมการละเล่นปันตงทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

จัดทำเนื้อเพลงร้องเป็นคำสอนเรื่องอื่นๆ มากกว่าพี่สอนน้อง

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

ปราชญ์ชุมชน

สอนการละเล่นพื้นบ้านให้เด็กและเยาวชน

พัฒนาต่อยอดในกลุ่มวัยอื่นๆ ต่อไป

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน

หลักสูตรลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ของโรงเรียนวัดสระประดิษฐ์

ติดตามผลการดำเนินงานและพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

 

 

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

เกิดการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สูญหายไป ได้กลับคืนมา

บันทึกโครงการ

ถ่ายทอดในกลุ่มวัยอื่นๆ ต่อไป

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

 

 

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

 

 

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

 

 

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

“ปันตง” การละเล่นพื้นบ้านของประชาชนสองศาสนา เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านสี่แยกวัดโหนด จังหวัดนครศรีธรรมราช ในอดีต “ปันตง” เป็นการละเล่นที่ช่วยให้เกิดความรัก สามัคคี สร้างครอบครัวอบอุ่น ลดความขัดแย้งในชุมชนได้ ดังนั้นผู้นำชุมชนและปราชญ์ชาวบ้านจึงร่วมกันสอนการละเล่น “ปันตง” ให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชน เพื่อให้เกิดการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลการดำเนินงานพบว่า เด็กและเยาวชนมาฝึกซ้อมการละเล่นปันตงกับปราชญ์ชาวบ้านทุกสัปดาห์ จนสามารถขับร้องบทกลอนและเล่นดนตรีพื้นบ้านประกอบจังหวะได้ จึงจัดแสดงในงานประเพณีท้องถิ่นของตำบล ให้ประชาชนได้รับชมจนกระทั่งผู้บริหารโรงเรียนได้นำไปจัดเป็นกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ให้แก่นักเรียน ส่งผลให้เกิดคุณค่าด้านจิตวิญญาณและปัญญาด้านการสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาการละเล่นปันตง

ผลการดำเนินงานและคุณค่าของโครงการ

  1. เกิดแกนนำกลุ่มเด็กและเยาวชนจำนวน 20 คน ที่สามารถสืบสานการละเล่นปันตง จนกระทั่งสามารถทำการแสดงได้ สามารถขับร้องบทกลอน เล่นดนตรีพื้นบ้านประกอบจังหวะได้ โดยได้แสดงโชว์ในงานมัสยิด งานปัจฉิมโรงเรียนวัดสระประดิษฐ์ งานวันฮารีรายอ ทำให้ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนจำนวนมาก
  2. มีข้อมูลองค์ความรู้ภูมิปัญญาด้านการละเล่นปันตง ได้แก่ ปราชญ์ชาวบ้านจำนวน 7 คน ที่สามารถถ่ายทอดการละเล่นให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ได้ มีเครื่องดนตรีที่นำมาใช้ในการเล่น ได้แก่ รำมะนา ฉิ่งกลับ ปัจจุบันเครื่องดนตรีตั้งอยู่ที่โรงเรียนวัดสระประดิษฐ์ และได้ชุดความรู้เกี่ยวกับเพลงปันตงสร้างสุขจำนวน 4 เพลง คือ เพลงเรซอล อาเด๊ะ (น้องสาว) ยาเสพติด และไหว้ครูปันตง บทเพลงเหล่านี้ทางเยาวชนจะรวบรวมเพื่อทำการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนนำไปมอบให้สถานศึกษา และ อบต. เพื่อทำการอนุรักษ์และสืบสานการละเล่นปันตงในต่อไป
  3. ได้กลุ่มแกนนำเยาวชนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนรู้ และสืบสานการละเล่นปันตงในรุ่นต่อไปจำนวน 12 คน

คุณค่าที่เกิดขึ้น

  1. เกิดคุณค่าด้านจิตวิญญาณ มีความภาคภูมิใจของเด็กเยาวชน ปราชญ์ชุมชน และคนในหมู่บ้าน ต่อการสืบสานการละเล่นปันตง โดยเฉพาะปราชญ์ชุมชนที่เคยเล่นปันตงในอดีต เมื่อได้กลายเป็นครูผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านการเล่น การขับร้องเพลง ในบทขับร้องจะใช้ภาษามาลายู (พูดแขก) ซึ่งเป็นภาษาเดิมของคนบ้านวัดโหนดที่ในปัจจุบันยังใช้ภาษามาลายูในการสื่อสาร ทำให้เกิดคุณค่าต่อจิตใจ มีกำลังใจและมีความสุขเมื่อได้มาทำกิจกรรมฝึกซ้อมการละเล่นร่วมกัน ทำให้เกิดความผูกพันและมิตรภาพระหว่างวัย ชาวบ้านในชุมชนมีความภูมิใจต่อเยาวชนที่ได้แสดงปันตงในงานประเพณีต่าง ๆ ของบ้านวัดโหนดและพื้นที่ใกล้เคียง

การขยายผลเชิงนโยบายสาธารณะ
1. เด็กและเยาวชนได้จัดทำข้อมูลการละเล่นปันตงเป็นชุดความรู้ ได้นำเสนอชุดความรู้นี้ให้กับคณะกรรมการหมู่บ้าน คณะผู้บริหารครูโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามและโรงเรียนวัดสระประดิษฐ์ ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนวัดสระประดิษฐ์นำไปบูรณาการกับการเรียนการสอน จัดทำแนวทางการจัดกิจกรรมเรียนรู้“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของหลักสูตรสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อเสนอแนะ (สำหรับผู้สนใจการทำโครงการในครั้งต่อไป หรือ/และการต่อยอดโครงการ)

  1. ผู้นำชุมชน ครู บุคลากรสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเด็กและเยาวชน ควรนำข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน มาใช้ในการออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ ช่วยให้มีมุมมองในการคิดหาวิธีการจัดการพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จได้
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3