แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ชุมชนหูยาน บ้านน่าอยู่สู่การจัดการตนเอง(ต่อเนื่องปี 3)

รหัสโครงการ 58-03825 รหัสสัญญา 58-00-1934 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่
  • ปีที่ 1 ภูมิปัญญาการเลี้ยงผึ้ง เสริมสร้างชุมชนสร้างเสริมสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น
  • ปีที่ 2 ตลาดเขียว เป็นตลาดเสริมสร้างชุมชนผลิดอาหารปลอดสารพิษ ชุมชนสร้างเสริมสุขภาพ เศรษฐกิจสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์
  • ปีที่ 3 ปิ่นโตเพื่อสุขภาพ ชุมชนสร้างเสริมสุขภาพ ด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
  • ชุมชนไม่ใช้สารเคมี ส่งเสริมภูมิปัญญาการเลี้ยงผึ้ง ผลผลิตจากผึ้งเพิ่มขึ้นผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น รายได้ของชุมชนเพิ่มขึ้นแก้ปัญหา ชุมชนเลิกใช้สารเคมี สร้างเสริมสุขภาพชุมชน
  • ตลาดหูยานสะพานคนเดิน เป็นตลาดเขียวตลาดนัดของคนรักษ์สุขภาพที่มีกติกา ผลผลิตในตลาดต้องปลอดสารเคมีพร้อมที่จะรับการตรวจ รองรับผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคในครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ของครัวเรือนและสร้างเสริมสุขภาพ
  • ปิ่นโตสุขภาพ เป็นข้อตกลงของชุมชน ทุกวันที่ 10 ทุกเดือนเป็นวันประชุม หมู่บ้าน เป็นการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน จากการส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคในครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้นำไปขายในตลาดเขียว เพิ่มรายได้จากการแปรรูป และสร้างเมนูสุขภาพในชุมชน เช่น เคยปิ้งเครื่องแกง น้ำสมุนไพรกระบอกไม้ไผ่ ขนมไทย ฯลฯ ใส่ปิ่นโตมาวัดทุกวันที่ 10 นิมนต์พระหลังจากนั้นรับประทานอาหารร่วมกัน โดยมีข้อตกลงเมนูอาหารทุกปิ่นโตต้องทำเองห้ามซื้อแกงถุง
  • เมื่อชุมชนเลิกใช้สารเคมีได้เร็วขึ้นและชุมชนเกิดความตระหนักผึ้งตัวช่วยเสริมพลังทำให้ชุมชนเกิดความเปลี่ยนแปลงการนำภูมิปัญญามาส่งเสริมขยายผลการเลี้ยงผึ้งเมื่อไม่ใช้สารเคมี ผึ้งและผลผลิตจากผึ้งจะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้จากผึ้งจากผลไม้ จากการส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ มีตลาดนัดคนรักษสุขภาพรองรับ มีการแปรรูปผลผลิตจากการส่งเสริม เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพและเป็นแหล่งอาหารปลอดภัย ที่มีความหลากหลายจากปิ่นโตครัวเรือนในชุมชน เพื่อรองรับการพัฒนาต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีอาหารปลอดภัยจากแปลงปลูกสู่โต๊ะอาหาร จากประชาชนในชุมชนด้วยความหลากหลายชนิด พร้อมด้วยบริการด้วยใจ ผลมาจากการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลด้วยปิ่นโตสุขภาพ
2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่
  • ปิ่นโตสร้างสุขคือ ผลผลิตใหม่ที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านหูยาน เป็นการนำภาชนะที่มีอยู่เดิมทุกครัวเรือน ร่วมคิด นำมาปรับใช้เป็นภาชนะที่ใส่เมนูอาหารปลอดภัยที่ตนเองปลูกนำมาแปรรูป นำมาร่วมรับประทานทุกวันที่ 10ของทุกเดือน และนำมาต้อนรับผู้มาศึกษาดูงานจนสร้างความสุขแก่ชุมชนและคนมาเยี่ยม ในส่วนของวัดพระได้มีอาหารปลอดภัย ผู้สูงอายุได้นำภูมิปัญญาอาหารดังเดิมมาต่อยอด จนมีรายได้จากการเฉลี่ยค่าอาหารจากผู้มาเยือน
  • เพื่อลดขยะในชุมชน จากกิจกรรมปิ่นโตสุขภาพ
  • ทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน จำทำเมนูสุขภาพมาร่วมรับประทานด้วยกันของชุมชน ประกอบด้วย นิมนต์พระฉันท์เพล ผู้สูงอายุ เด็ก คนทั้วไป ร่วมกันทำเมนู จากพื้ชผักที่ปลูก ใส่ปิ่นโตมาร่วมรับประทาน เกิดจากข้อตกลงในการประชุมประจำเดือน เป็นผลมาจากการรณรงค์ส่งเสริมการปลูกปลอดสารพิษแปรรูปสู่เมนู มาร่วมรับประทาน เป้าหมายเป็นชุมชนที่มีการจัดการอาหารปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
  • เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนน่าอยู่ต้นแบบที่เกิดจาก การนำภูมิปัญญามาต่อยอด ขายผล จนเป็นชุมน่าอยู่ คือ
  1. ปีที่ 1 นำภูมิปัญญาผึ้งต่อยอดขยายผลการเลี้ยงในชุมชนหูยาน และชุมชนอื่นๆทั้งภายในและภายนอก ด้วยแนวคิด ผึ้งไม่ชอบสารเคมี ยาฆ่าแมลง
  2. ปีที่ 2 ตลาดนัดคนรักษ์สุขภาพ เป็นการจัดพื้นที่ดี ให้คนรักษ์สุขภาพมีพื้นที่นำเสนอผลผลิตอาหารปลอดภัยที่ตัวเองปลูก เหลือจากการบริโภคในครัวเรือนนำมาแลกเปลี่ยนซื้อขาย เป็นรายได้ในชุมชน ที่ลดรายจ่ายไม่ต้องไปนอกชุมชน สิ่งที่ได้ คือ เมื่อชุมชนผลิตอาหารปลอดภัยบริโภคในครัวเรือนเหลือกินนำมาแลกเปลี่ยนในตลาดเป็นรายได้
  3. ในปีที่ 3 เกิดปิ่นโตสร้างสุขเป็นตัววัดการจัดการอาหารปลอดภัยในระดับครอบครัวที่มีการจัดการในระดับ ต้นทางกลางทาง และปลายทาง สร้างจิตสำนึก ลดขยะในชุมชน
3. กระบวนการใหม่

กระบวนการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลผ่านเวทีประชุมหมู่บ้าน

  1. การประชุมทุกวันที่ 10ของเดือนของหมู่บ้าน
  2. การประชุมอย่างต่อเนื่องของสภาแกนนำก่อให้เกิดกิจกรรมหลากหลายและเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชุมชน
  3. กระบวนการแผนชุมชนในการแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วม
  1. การพัฒนาศักยภาพสภาแกนนำเพื่อยกระดับชุมชนในเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องการพัฒนาไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตชุมชนเช่น การสร้างกติกาใหม่ ๆการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนสีเขียวบ้านหูยาน เพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน
4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่
  • มีข้อตกลงร่วมกันทุกวันที่ 10 ที่มีการประชุมหมู่บ้าน ให้นำปิ่นโต มาถวายพระ และร่วมกันรับประทานอาหารร่วมกัน

  • ใช้ปิ่นโตเพื่อสุขภาพต้อนรับผู้มาดูงานและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้(ชุมชนได้ความรู้)

  • ใช้ปิ่นโตสุขภาพขับเคลื่อนชุมชนช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือแบ่งปัน และตอบสังคม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผล
  • ร่วมกำหนดให้ทุกวันที่ 10 เป็นวันครอบครัวของชุมชนหูยาน
  • ทุกวันที่ 10ของเดือน ณ.ศาลาประชุมบ้านหูยาน


  • วันที่ 17/5/59 ชุมชนหูยานใช้ปิ่นโตต้อนรับเทศบาลควนเมืองควนลัง มาศึกษาดูงาน กลุ่มสวนผักชุมชนคนหูยานฯ และ ชุมชนหูยานจัดการตนเอง

  • วันที่ 30/6/59 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จำนวน 70คนมาดูงานของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลนาท่อมต้อนรับสร้างความประทับใจกับปิ่นโตสุขภาพ

  • กำหนดให้วันที่ 10 ทุกเดือนเป็นวันครอบครัวเพื่อจูงใจให้คนมาร่วมทานข้าว พูดคุยกันต่อเนื่อง ลดปัญหาต่างคนต่างอยู่

  • พัฒนาเป็นท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
  • กลุ่มปิ่นโต สร้างความเป็นธรรมแก้ปัญหาเศรษฐกิจความไม่เท่าเทีมในชุมชนเป็นการกระจายรายได้เท่าเทียม เป็นธรรม ทุกคน ทุกครัวเรือน
  • ปิ่นโตทำให้ชุมชนเกิดความร่วมมือเพิ่มขึ้นเมนูอาหารปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพราะมีกติการ ต้องทำเองจากผักปลอดสารที่ปลูกกินเอง
  • เมื่อส่งเสริมการปลูกแล้ว มีการต่อยอดไปเมนูที่หลากหลาย
  • ปิ่นโตทำให้สังคมเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ แบ่งปัน
  • ปิ่นโตสุขภาพทำให้ชุมชนได้เรียนรู้ จากการปฏิบัติจริง
5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่
  • กลุ่มสวนผักเป็นองค์กรหรือชุมชนที่ทุกคนหวงแหน และต้องปกป้องรักษาชื่อเสียง คือ กลุ่มสวนผักชุมชนคนหูยานฯ

  • เกิดกลุ่มย่อย ที่เป็นหน่วยธุรกิจได้แก่ กลุ่มผึ้งกลุ่มเลี้ยงเห็ดกลุ่มเครืองแกงกลุ่มสินค้าทดแทน กลุ่มน้ำสมุนไพร กลุ่มปุ๋ยและดินปลูก

-เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสีเขียวบ้านหูยานจากการรวมกลุ่มย่อยๆ เข้าด้วยกัน

  • กลุ่มสวนผักชุมชนคนหูยานฯ

    • ในปีที่หนึ่งยึดหลักสภาแกนนำทำให้ดูอยู่ให้เห็น

    • ในปีที่สอง และปีสาม ยึดหลัก ปีที่หนึ่่ง และเพิ่มการเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ แบ่งปัน เป็นกติการ่วม

  • เกิดกลุ่มใหม่มีโครงสร้างกลุ่ม และจดทะเบียนกับสภาองค์กรชุมชนได้แก่ กลุ่มเลี้ยงผึ้งบ้านหูยานกลุ่มเลี้ยงเห็ดบ้านหูยาน กลุ่มเครืองแกงสมุนไพรบ้านหูยานกลุ่มผลิตปุ่ย-ดินปลูกบ้านหูยาน กลุ่มแปรรูป น้ำสมุนไพรขนมพื้นบ้าน ต้นชำ
  • ประกาศเป็นชุมชนต้นแบบผลิตอาหารปลอดภัย และมีผลิตภัณฑฺฺ์อาหารปลอดภัยมีแปลงผักรวม ชื่อ สวนผักชุมชนคนหูยาน เป็นแปลงรวมปลูกพืชผัก อย่างน้อย 20ชนิด
  • มีแปลงสาธิต ปลูก 20 อยู่ใกล้โรงปุ๋ย ในแปลใช้ปุ๋ยที่กลุ่มผลิต
  • พัฒนาชุมชนบ้านหูยานโดยใช้ฐานการปลูกผักปลอดสารพิษ 20ชนิดไปสู่กิจกรรมที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาชุมชน
6. แหล่งเรียนรู้ใหม่
  • แหล่งเรียนรู้ ชุมชนหูยานจัดการตนเอง ทำเรื่องการจัดการอาหารปลอดภัย
  • แหล่งเรียนรู้โรงเรียนผู้นำ ให้ชุมชนอื่นมาเรียนรู้ชุมชนต้นแบบการแก้ปัญหาสุขภาพของชุมชนและขยายในระดับตำบล
  • แหล่งเรียนรู้ตลาดเขียว พื้นที่คนรักษ์สุขภาพ เป็นพื้นที่เสริมพลังให้คนหันมาทำกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษเพิ่มขึ้น เพราะสุขภาพ เพราะมีรายได้ ในชุมชนและนอกชุมชน
  • แหล่งเรียนรู้โรงเรียนผึ้ง
  • แหล่งเรียนรู้ที่เกิดจากความร่วมมือ ของคนทั้งชุมชน ผ่านการเรียนรู้จักตัวเอง เรียนรู้ดูงานคนอืน แล้วมาร่วมกันกำหนดออกแบบชุมชน สร้างและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องด้วยสภาแกนนำ จนในระดับครัวเรือน สภาแกน 21 คนเกิดเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรม อย่างชัดเจนตัวอย่างครอบครัวในชุมชน หันมาปลูกผักปลอดสารพิษ ร้านค้าก็ขายผลิตภัณฑ์ชุมชนปลอดสารพิษ ตลาดก็เป็นตลาดอาหารปลอดภัย และคนในชุมชนพร้อมใจกันบริการแขกมาเรียนรู้ศึกษาดูงานด้วยปิ่นโตสุขภาพ เช่นในวันที่ 17/5/59 ล่าสุดต้อนรับเทศบาลควนลัง จ.สงขลา
  • สภาแกนนำชุมชนบ้านหูยาน
  • พัฒนาศักยภาพสภาแกนนำ โดยจัดให้มีหลักสูตรการพูดและวิทยากรแหล่งเรียนรู้การถอดบทเรียนเพื่อทำสื่อให้ชุมชนไว้เผยแพร่การต้อนรับและการวางตัวของชุมชน
  • พัฒนาศักยภาพเรื่องอาหาร จากแปลงปลูกสู่โต๊ะเมนูที่ปลอดภัย
  • พัฒนาศักยภาพโรงเรียนผู้นำที่มีสภาแกนนำเป็นกลไกทำงานขับเคลื่อนชุมชนน่าอยู่
7. อื่นๆ
  • กลุ่มวิสาหกิจสีเขียวบ้านหูยาน เกิดจากฐานการปลูกผักปลอดสารพิษ 20 ชนิดเพื่อลดสารเคมีปนเปื้นในร่างกาย ลดรายจ่ายครัวเรือน นำมาขายเป็นรายได้ รวมกลุ่มพัฒนาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายเป็นรายได้
  • การรวมกลุ่ม เช่นรวมพืชผักขายในตลาดเขียวในชุมชน ทำกลุ่มเครื่องแกง ผลิตปุ๋ยใช้เอง ทำแปลงรวม ชำต้นกล้าไม้พัฒนาแปรรูผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งเป็นฐานการเป็นวิสาหกิจชุมชนสีเขียว บนฐานการปลูกผัก 20 ชนิด
  • พัฒนาศักยภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสีเขียวบ้านหูยานสู่การแก้ปัญหาสุขภาพและเศรษฐกิจของชุมชนหูยาน
2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล
  • ชุมชนหูยานหมู่ที่ 8 และชุมชนใกล้เคียงทั้ง 7 หมู่บ้านของตำบลนาท่อม มีความตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพส่วนบุคคล
  • เป็นหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดหวาน มันเค็ม และเป็นชุมชนที่รณรงค์ปลูกผักปลอดสารพิษอย่างต่ำ 20ชนิดปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ระดับบุคคลมีการพิถีพิถันในการบริโภคพืชผักที่จะชื้อมาทานในระดับชุมชนมีร้านค้าผักปลอดสารพิษมีตลาดขายอาหารปลอดภัย
  • ส่งเสริมรณรงค์ขยายผลเต็มพื้นที่
2. การบริโภค
  • ชุมชนหูยาน ปลูกพืชผักปลอดสารพิษไว้กินเองลดรายจ่ายครัวเรือน แปรรูปเป็นอาหารปลอดภัยจำหน่ายในตลาดชุมชน เป็นแหล่งจำหน่ายอาหารปลอดภัย
  • ร้านค้าในชุมชนบ้านหูยาน 2 ร้าน ที่ขายพืช-ผักพื้นบ้านปลอดสารพิษและอาหารแปรรูปจากสมาชิกกลุ่มสวนผัก ทุกวัน

  • ตลาดหูยานสะพานคนเดินในชุมชนเปิด วันเสาร์ที่ 2 และเสาร์สุดท้ายของเดือน

  • ขยายผลตลาดอาหารเพื่อสุขภาพไปพื้นที่หน้าเทศบาลตำบลนาท่อมร่วมกับเทศบาลที่ใช้ กองทุนสุขภาพตำบล
  • ฟื้นตลาดเช้านาท่อมที่เป็นตลาดนัดวันเว้นว้นเป็นตลาดนัดอาหารปลอดภัยของตำบล และเป็นตลาดดังเดิมของชุมชน
3. การออกกำลังกาย

ครอบครัวจักรยานสานฝันวันอาทิตย์ ให้วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวของตำบลนาท่อมใช้จักรยาน การวิ่งการเดินเพื่อออกกำลังกาย เพื่อได้พบกันสร้างความสัมพันธ์กัน

  • ครอบครัวจักรยานสานฝันวันอาทินย์ พบกันที่จุดนัดพบ เวลา 6.30 น. ณ สะพานหูยานสะพานคนเดิน
  • เสนอเข้าแผนชุมชน ให้ทำที่จอดรถจักรยานเพิ่มขึ้น / ทำป้ายป้องกัน ลดอุบัติเห็น เพื่อส่งเสริมใช้จักรยานออกกำลังกายใช้ในกิจกรรมชีวิตประจำวัน
4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่
  • มีการรวมตัวกันเลิกบุหรี่ของกลุ่มผู้นำในชุมชน บ้านหูยาน
  • การมีพื้นที่ดี คือ พื้นที่รกร้าง ให้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมของ ชุมชน เด็ก ประชาชนทั่วไป เช่น พื้นที่ริมคลองใช้เป็นตลาดนัดหูยานสะพานคนเดิน(ตลาดเขียว) น้ำตกงาช้าง เป็นพื้นที่เล่นน้ำของเด็ก ๆ และครอบครัวในช่วงหน้าร้อนศาลาการประชุมหมู่บ้านทั้ง 8 หมู่บ้านมีอินเตอร์เน็ตทุกแห่ง มีป้ายปลอดเหล้า บุหรี และการพนัน เพื่อให้เด็กและเยาวชนทำกิจกรรม

ตัวอย่างผู้นำทำให้ดูอยู่ให้เห็น

  • กำนันอนุชาเฉลาชัยหัวหน้าโครงการเลิกบุหรีเด็ดขาด

  • สารวัตกำนัน นายสมพรพวงพวาเลิกบุหรีได้เด็ดขาด

  • นายทวีศรีโดนสามีนางสุมาลีศรีโดน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลนาท่อมเลิกบุหรีได้เด็ดขาด

  • สร้างแรงจูงใจเพื่อขยายผลให้คนเลิกสูบบุหรีโดยกำหนดพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของชุมชน เพื่อป้องกันการรบกวนและนักดื่ม นักสูบนักดื่มหน้าใหม่
5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

เป็นการร่วมกิจกรรมกับเทศบาลในการเรียนรู้การขับขี่ปลอดภัย กับกิจกรรมหลากหลาย

กิจกรรมในเทศบัญญัติ

สร้างจิตสำนึกในการมีวินัยในการขับขี่

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

การรณรงค์ เป็น นาท่อมตำบล..บายใจ เน้นกิจกรรมสร้างวินัย 3 เรื่องหลักร่วมกัน วินัยเรื่องขยะวินัยการแต่งกายผ้าไทย วินัยจราจร

งานกาชาด จังหวัดพัทลุง ระหว่างวันที่ 29/4/59 ถึง 8/5/59ชุมชนหูยานจัดการตนเองร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ชุมชนวินัย 3 เรื่อง ร่วมกับ โรงพยาบาลพัทลุงและสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ทำกิจกรรมแสดงอาหารปลอดภัย ให้ผู้ที่เข้าชมบูธได้ชมได้ชิม ได้สบายใจโดยการร้องเพลง แสดงความรู้สีก จนเป็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

ต้องขยายผล ทำให้ประชาชนไ้ด้กล้าแสดงออกในเรื่่องที่ตนเองถนัดเพิ่มขึ้นลดการเก็บตัว กล้าแสดงออก ลดภาวะซึ่มเศร้า

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง
  • ภฺูมิปัญญาการเลี้ยงผึ้งโพรงไทย ขยายผลเป็นแหล่งเรียนรู้จำนวนผู้เลี้ยงเพิ่มขึ้นทั้งในตำบล - นอกนอกพื้นที่
  • การผลิตเครืองแกงตามภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ
  • การดำเนินชีวิตตามปรัชญาความพอเพียง
  • ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งโดยเสนอผ่านสภาออกมาเป็นเทศบัญญัติ ขยายผลการเลี้ยงผึ้ง ทุกปีอย่างน้อย 1 โครงการ
  • เกิดกลุ่มผลิตเครื่องแกง โดยการรวบรวมผลิตนำมาแปรรูปเป็นเครื่องแกงจากการรณรงค์ให้ปลูกไว้บริโภคในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย เหลือจากบริโภคนำมาจำหน่ายให้กลุ่มแปรรูป
  • พัฒนาและแปรรูป ผลิตภัณฑ์นำ้ผึ้งกล่องเลี้ยงหมวกเก็บน้ำผึ้ง เป็นรายได้
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องแกงสมุนไพร เป็นรายได้ของกลุ่มและของสมาชิกขายวัตถุดิบ
8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน
  • ทั้งครอบครัวเกิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • ความร่วมมือพัฒนาชุมชนในวันสำคัญ สถานที่สำคัญ ได้แก่ พัฒนาหมู่บ้านเดือนละ 1 ครั้งภายใต้การนำของกำนัน กำหนดเขตอภัยทานปลาในคลองนาท่อม
  • ครอบครัวมีอาหารปลอดภัยทางอย่างเพียงพอจากการปลูกผักปลอดสารพิษ
  • ชุมชนมีความร่วมมือ ความเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ แบ่งปัน เพิ่มขึ้น
  • ตัวอย่าง ครอบครัวต้นแบบปรับเปลี่ยนทั้งครอบครัว ส่งผลดีกับชุมชน
  • นางสุมาลีศรีโดน
  • นางบุญเรืองแสงจันทร์
  • นางจิราพรช่วยรักษ์
  • นางจิราภรพงษ์ชู
  • นางจริญาฮั่นพิพัฒน์
  • นางประคอง จันทร์เพ็ง
  • นางสาวสุนีย์สงแสง
  • นางบุญธรรมศรีบริรักษ์
  • นางเสงี่ยมช่วยนะ
  • นางหนูเอียดภิรมย์
  • นางวาสนาด้วงวงศ์
  • นางเหียบหนูแป้นน้อย
  • นางจิตนิลทอง
  • นางเจียมใจหนูพุ่ม
  • นางสุดาไข่ด้วง
  • นางบุญลือเพชรรัก
  • นางปราณีบัวแก้ว
  • นางละมุลแก้วสม
  • นางนวลจัทร์อินทรา

ขยายผลให้ทุกคนเกิดความตะหนักนำไปปรับใช้

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ
  • เป็นชุมชนเลิกใช้สารเคมี จากแรงสนับสนุนผลตรวจเลือดสารตกค้างสูง 97 %
  • การเลี้ยงผึ้ง ชุมชนเลิกใช้สารเคมี
  • ตลาดนัดคนรักษ์สุขภาพ(ตลาดหูยานฯ)ชุมชนมีรายได้ ลดรายจ่ายจากการส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ 20 ชนิด
  • ชุมชนจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ การกำจัดขยะอินทรีย์นางสุมาลีเป็นหัวหน้ากลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ต้นแบบรวบรวมขยะอินทรีย์มาทำปุ๋ยในลดรายจ่ายซื้อปุ๋ยในครัวเรือน
  • เป็นชุมชนคัดแยกขยะตามวิธี 3 R ตามหลักวิชาการที่เทศบาลส่งเสริม ได้แก่ นำเศษไม้เก่ามาทำรังเลี้ยงผึ้งนำเศษกิ่งไม้มาเผาถ่าน นำของเก่ามาใช้เป็นกระถางปลูกผักสวนครัวส่วนขยะที่ขายได้แยกเป็นประเภทต่าง ๆ รอคนซื้อของเก่ามารับเดือนละครั้ง 2ครั้ง
  • ขยายผลทำทั้งชุมชน ทุกครัวเรือน และเพิ่มกิจกรรมตลาดนัดขยะอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งร่วมกับเทศบาล หมู่บ้านที่มีความพร้อม
2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

เป็นชุมชนที่มีหลักปฎิบัติ คือ ชุมชนเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือแบ่งปัน เพิ่มพื่้นที่ให้เป็นพื้นที่ดี ใช้ทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นในชุมชนทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น พื้นที่ริมคลองศาลาหมู่บ้าน

  • ครอบครัว นางจิราพรช่วยรักษ์ ได้รับรางวัลโล่ ครอบครัวร่วมเย็นระดับจังหวัด จาก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง ปี 2559เป็นครอบครัวอบอุ่น ที่อยู่ร่วมกัน 3 วัย พ่อแม่ปู่ย่าและหลาน และทำงานจิตอาสาช่วยเหลือสังคม
  • เป็นชุมชนที่มีความส่งเสริม การปลูกผักปลอดสารพิษ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีมาจนตลอด คนทั้ง 8 ชุมชนตำบลนาท่อมรู้และคนในจังหวัดพัทลุงรู้ ในชือ กลุ่มสวนผักหูยาน
  • ชุมชนที่มีกติกาไม่จับปลาในเขตอภัยทานนำปิ่นโตมาทุกวันที่ 10 ทุกเดือนประชุมหมู่บ้าน มีแนวทางปฎิบัติ เอื้อเฟื้อช่วยเหลือ แบ่งปัน
  • พัฒนาเป็นท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ ที่พร้อมเมนูสุขภาพ อาหารปลอดภัยในชุมชน จากแปลงปลูก สู่ปิ่นโตเมนูอาหารต้อนรับและของฝากจากผักแปลงรวมที่หูยาน
3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

ฐานวิสาหกิจที่สำคัญ

  • ตลาดหูยานสะพานคนเดิน
  • ผึ้งและผลิตภัณฑ์ผึ้งครบวงจร
  • กลุ่มเครื่องแกง
  • กลุ่มเห็ด
  • กลุ่มผลิตแปรรูปอาหารปลอดภัย
  • กลุ่มน้ำสมุนไพรกระบอกไม้ไผ่
  • กลุ่มขนมไทย
  • กลุ่มสวนผักชุมชนหูยาน เป็นกลุ่มองค์กรที่สมาชิกทุกคนใช้ชื่อร่วมกันแต่เกิดกิจกรรมที่สร้างรายได้ย่อย ๆ ตามความถนัดของสมาชิกสร้างและพัฒนากิจกรรมขึ้นมาเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกในกลุ่มจำนวนหลากหลาย
  • พัฒนาศักยภาพกลุ่ม พัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ พัฒนาตลาดของกลุ่ม พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ
  • ได้ได้งบสนับสนุนทำโครงการออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลนาท่อม
  • ได้รับงบสนับสนุนขยายผลการเลี้ยงผึ้งจากเทศบาล
  • ได้รับงบสนับสนุนขยายผลให้ความรู้การปลูกผักปลอดสารพิษและการทำนาอินทรีย์จากเทศบาล
  • โครงการครอบครัวจักรยานสานฝันวันอาทิตย์
  • โครงการให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะการปลูกผักปลอดสารพิษจากเทศบาล
  • ทุกกิจกรรมมีการขยายผลโดย รพสต นาท่อมเทศบาลตำบลนาท่อม และหน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วนจากการทำงานร่วมกัน เป็นหมายเดี่ยวกัน คือ สุขภาพของชุมชน ที่ประกอบด้วย คนกับสิ่งแวดล้อม
5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน
  • ชุมชนไม่จับปลาในเขตอภัยทาน
  • ชุมชนไม่ใช้โฟม
  • ชุมชนไม่ใช้สารเคมี
  • ชุมชนเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือแบ่งปัน
  • กำหนดให้วันที่ 10 ทุกเดือนเป็นวันครอบครัวของชุมชนหูยาน โดยนำปิ่นโตมาทานอาหารร่วมกันทุกวันที 10 ของเดือนโดน นุ่งผ้าถุงร่วมกิจกรรมของชุมชน
  • แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยที่ใช้วัสดุในชุมชน เช่นใบตอง กระบอกไม้ไผ่แทนถุงพลาสติหรือโฟม ได้แก่ ภาชนะใส่ น้ำสมุนไพรกระบอกไม้ไผ่ เคยปิ้งขนมปากหม้อข้าวไข่เจียวผักทอดใช้ใบตองแทน
  • ต้อนรับผู้มาเยี่ยมและเลี้ยงแขกงานสำคัญใช้เมนูปิ่นโตเพื่อสุขภาพ
  • รณรงค์วินัย การแต่งกาย วินัยจราจรวินัยขยะ
  • ขยายผลเต็มพื้นที่ตำบลนาท่อม
  • พัฒนาสร้างกระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นจากเวทีประชุมหมู่บ้านทุกวันที่ 10 ของเดือน
2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

ชุุมชนหูยานจัดการตนเอง มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม คือ

  • ชุมชนหูยานฯ ยึดหลักการอยู่ร่วมกัน คือ เป็นสังคม เอื้อเฟื้อช่วยเหลือแบ่งปัน หนึ่งในหลักการพึ่งตนเอง ในแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • ชุมชนมีการจัดการขยะที่ต้นทาง(ครัวเรือน)
  • คนในชุมชนไม่จับปลาในเขตอภัยทาน
  • ทุกวันที่ 10 มีการประชุมประจำเดือนใช้ข้อมูลในการเข้าร่วมประชุมเป็นหลักเกณฑ์พิจารณาความช่วยเหลือ
  • ใช้เวทีประชุมหมู่บ้านสร้างกติกาชุมชนแบบมีส่วนร่วม
  • ชุมชนหูยานยึดหลักการทำงานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ผู้นำทำให้ดูอยู่ให้เห็นเป็นสังคมเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือแบ่งปัน เป้าหมายจะเป็นชุมชนจัดการตนเองได้

พัฒนาขยายสู่กิจกรรมใหม่ ๆ เช่น การท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

3. มีธรรมนูญของชุมชน
  • กำลังดำเนินการสร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้นำในทุกระดับ ในการทำธรรมนูญสุขภาพ โดยใช้ อบต.นาทอน เป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพ
  • สมัครเข้าร่วมกระบวนการธรรมนูญสุขภาพอยู่ในขั้นตอนสร้างความเข้าใจและแต่งตั้งคณะทำงาน และคณะทำงานศึกษาดูงานวันที่ 15/7/57อบต.นาทอน

-พัฒนาการสู่การมีธรรมนูญสุขภาพของตำบลและประกาศใช้

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

การส่งเสริมการเลี้ยงผึ้ง/สนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์

  • เทศบาลตำบลนาท่อมตั้งงบสนับสนุนขยายการเลี้ยงผึ้ง/การแปรรูปผลิตจากผึ้งเป็นประจำทุกปีงบประมาณ เป็นการส่งเสริมขยายผลการทำเกษตรอินทรีย์

เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลนาท่อมที่ผ่านสภาเพื่อขยายผลการเลี้ยงผึัง

ขยายผลเพื่อความยังยืน

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

สภาแกนนำ สมาชิกทุกคนสามารถต่อยอด ขยายผลงานของชุมชนได้อย่างต่อเนื่องกับหลายภาคส่วนทั้งภายใน-และภายนอกชุมชน เช่น

  • ประสาน กศน. ธกส. เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์ เกษตรสหกรณ์ ของสภาแกนนำให้ช่วยในการต่อยอดกิจกรรม สอนอาชีพระยะสั้น แปรรูปเห็ด ผลิตเครื่องแกง น้ำสมุนไพร การผลิตปุ่ย
  • ประสานแผนชุมชนกับหน่วยงานอื่น เช่นเทศบาล เช่น ฝึกอาชีพให้กับผู้สูงอายุปลูกผักปลอดสารพิษการผลิตปุย
  • เชื่อมงบจากเทศบาลจากการทำประชาคมเข้าแผนชุมชน โดยผลักสู่แผน 3 ปีสู่แผนปฎิบัติทั้งตำบล ได้แก่ โครงการเลี้ยงผึ้งโพรงไทย ขยายผลโครงการส่งเสริมการทำนาข้าวอินทรีย์โครงการสร้งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ
  • ทำงานร่วมกับ รพสต.ตำบลนาท่อม ให้ความรู้ สร้างเสริมงานด้านสุขภาพ และช่วยเป็นวิทยากร
  • เชื่อมงบกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ -ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคประชาชนและภาครัฐอื่น ๆ ได้แก่ พมจ. จังหวัดพัทลุงอำเภอเมื่องเกษตรอำเภอโครงการประชารัฐ
  • พัฒนาศักยภาพสภาแกนนำในชุมชนอย่างต่อเนื่องให้สามารถต่อเชื่อมกับหน่วยงาน กลุ่มเองกร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)
  • การประชุมทุกวันที่ 10 ของเดือน เป็นการพูดคุยปัญหาของชุมชน และแนวทางการแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วม นำมาสู่การการแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการของชุมชนโดยการเสนอเป็นกิจกรรม บรรจุไว้ในแผนชุมชน ใช้แนวทางทบทวนแผนชุมชน
  • การทบทวนแผนชุมชน ใช้การประชุมร่วมกับหน่วยงานที่มีงบประมาณแก้ปัญหา เช่น เทศบาลตำบลนาท่อม อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรจุเป็นบัญชีกิจกรรมในแผนชุมชน และเสนอแผนโครงการสู่หน่วยงานให้ได้มาซึ่งงบประมาณแก้ปัญหาของชุมชน เช่น โครงการขยายผลการเลี้ยงผึ้งโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง ได้แก่ เลี้ยงเห็ดการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้งการผลิตเครืองแกง การทำปุ๋ยอินทรีย์
  • โครงการประชารัฐ ที่รัฐส่งเสริมต้องผ่านการทำประชาคม นำผลไปสู่การเขียนโครงการของสนันสนุนงบประมาณจากภาครัฐ
  • ใช้การประชุมทุกวันที่ 10 เก็บปัญหาความต้องการของประชาชนบรรจุไว้ในแผนชุมชน และเสมือนได้ทบทวนแผนแผนของชุมชน
  • ชุมชนหูยานจัดการตนเองใช้แผนชุมชนในการจัดการแก้ปัญหาตนเอง
  • การพัฒนาศักยภาพสภาแกนนำให้รู้ เข้าใจ และสมารถใช้แผนชุมชนเป็นเครืองมือแก้ปัญหาชุมชน
3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน
  • สภาแกนนำ เป็นการรวมคนที่มีศักยภาพและมีจิตอาสาทำงานยกระดับชุมชนมาจากกลุ่มบ้าน
  • การเลี้ยงผึ้ง เป็นการยกระดับขยายผลทุนภูมิปัญญานายนิกร อรุณกิจ
    -ตลาดเขียว คือ ระบบรวมซื้อรวมขายผลผลิตจากชุมชนที่มีการส่งเสริมการปลูก
  • สภาแกนนำ คัดจากคนจิตอาสาจาก 5 กลุ่มบ้าน ทำงานอย่างมีระบบ ได้แก่ ใช้การปลูกผัก 20ชนิดปลอดสารพิษไว้บริโภค ลดรายจ่ายครัวเรือน ดูแลสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
  • ชุมชนได้นำภูมิปัญญาการเลี้ยงผึ้งทุนเดิมของชุมชน ได้นำมาต่อยอดขยายผล

จัดต้้งกลุ่มวิสาหกิจหูยานเพื่อจัดการอาหารหารปลอดภัยให้เพียงพอในชุมชน

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง
  • โครงการสวนผักชุมชนคนหูยานฯ ได้พัฒนาสู่โครงการชุมชนหูยานจัดการตนเอง เกิดกิจกรรมต่อเนื่อง เกิดกลุ่มหลากหลายเพิ่มขึ้น จากการ 3ขั้นตอน
  1. การสร้างพื้นฐาน ความรู้ความเข้าใจ รวมคน สร้างกลุ่ม
  2. พัฒนาศักยภาพให้คน และกลุ่มเข็มแข็ง ขยายกิจกรรม
  3. พัฒนาสร้างกลุ่มย่อยตามความถนัดที่สอดคล้องกับวิถีชุมชน
  • ชุมชนหูยานจัดการตนเอง พัฒนาการมาจากปัญหาด้านสุขภาพของคนในชุมชนปัญหาต่างคนต่างอยู่ปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย แก้ปัญหาหาโดยการ รวมคนเป็นสภาแกนนำ กลุ่มบ้าน ใช้การปลูกผักปลอดสารพิษ 20ชนิดบริโภคในครัวเรือนลดรายจ่าย และสร้างและพัฒนาพื้นที่ดีให้เป็นพื้นที่คนรักษ์สุขภาพไว้นำผลผลิตมาทำการแลกเปลี่ยนเป็นรายได้ของครัวเรือนและชุมชน
  • ชุมชนหูยานจัดการตนเอง ทำกิจกรรมต่อเนื่อง พัฒนาสู่การจัดการจัดการอาหารปลอดภัย เน้นการผลิตอาหารปลอดภัยให้เพียงพอในชุมชน ที่เหลือขายเป็นรายได้ของครอบครัวและชุมชน โดยมีตลาดนัดคนรักษ์สุขภาพ(ตลาดเขียว) ปัจจุบัน คือ ตลาดหูยานสะพานคนเดิน กิจกรรมงานต่างๆ ในชุมชน และตลาดนอกพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นรายได้ให้คนในชุมชนแก้ปัญหารายได้น้อยกว่ารายจ่าย นำมาสู่การเป็นกลุ่มวิสาหกิจที่ใช้กลุ่มสวนผักเป็นกลุ่มใหญ่ที่ทุกคนร่วมเป็นสมาชิกและกลุ่มย่อยตามที่ตัวเองถนัด
  • กลุ่มวิสาหกิจสีเขียวชุมชนหูยาน เป็นเป้าหมาย การจัดการอาหารปลอดภัยในชุมชนที่ดูแลระบบจากแปลงปลูกสู่เมนูโต๊ะอาหาร ของสมาชิกในชุมชนและคนนอกชุมชนได้ประโยชน์ คือ
  1. สมาชิกปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนเหลือไปสู่การแบ่งปัน ขายเป็นรายได้
  2. กลุ่มสวนผักมีแปลงรวม ผลิตอย่่างต่อเนื่อง จำหน่ายเป็นรายได้ของชุมชน
  3. กลุ่มย่อยตามความถนัดและศักยภาพเป็นเครื่อข่ายกลุ่มวิสาหกิจสีเขียวบ้านหูยาน มีระบบการรวมซื้อรวมขายโดยแบ่งหน้าที่
  4. มีการกระจายผลตอบแทน โดยใช้ปิ่นโตสุขภาพ ที่จัดการระบบกลุ่มหมุนเวียนให้เกิดรายได้จากการใช้ระบบคิว
  5. สร้างตราสินค้าและมาตรฐานวิสาหกิจสีเขียวบ้านหูยานให้เป็นที่ยอมรับ เรื่องการจัดการอาหารปลอดภัยของชุมชน
5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน
  • กลุ่มวิสาหกิจสีเขียวบ้านหูยานเกิดจากการจัดระบบข้อมูลที่เป็นจริง ในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในชุมชนเป็นฐาน ที่เริ่มจากการเรียนรู้ดูงาน พัฒนาตนเอง เกิดความสำเร็จ สะสมความสำเร็จที่เรื่อง ต่อเนื่อง ยกระดับเพิ่มขึ้น
  • การประชุมออกแบบวางแผนของสภาแกนนำอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการบวนการสร้างกลุ่มธุรกิจกลุ่มย่อย เช่น กลุ่มสินค้าทดแทนกลุ่มน้ำสมุนไพร กลุ่มผึ้งกลุ่มเครื่องแกง กลุ่มเห็ดผู้สูงอายุ กลุ่มแปรรูป กลุ่มขนมไทย กลุ่มปุ๋ย กลุ่ม ต้นชำ เป็นการจัดระบบเป็นกลุ่มวิสาหกิจสีเขียวบ้านหูยาน
  • สภาแกนนำ จำนวน 15 คนได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสามารถต่อขยายเครือข่ายเองได้ เช่น เชื่อกับธนาคาร ธกส พัฒนาเป็นผู้นำเกษตรกรเชื่อมกับเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง เปิดตลาดพืชผักปลอดสารพิษในเมืองขายทุกวันศุกร์และวันจันทร์ต่อกับกศน.ช่วยพัฒนาต่อยอดกิจกรรมกลุ่มย่อย เช่น ทำปุ๋ยแปรรูปเห็ด ทำเครื่องแกง ต่อกับหน่วยงานพมจ.ในการพัฒนาอาชีพเรียนรู้การผลิตเครื่องแกง
6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ
  • สภาแกนนำบ้านหูยานกลไกหลักของชุมชน อีกบทบาทเป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยมีกำนันเป็นประธาน มีการใช้การประชุมทุกวันที่ 10 ทุกเดือน เก็บข้อมูลปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการการทำประชาคมเพื่อหาแนวทางข้อเสนอ และตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม เพื่อนำไปสู่การบรรจุเป็นแผนของชุมชน
  • แผนชุมชนเป็นหัวใจของชุมชนที่รวบรวมข้อมูลปัญหาต่าง ๆ มาจากวงประชุมวันที่ 10 ทุกเดือน
  • การแก้ปัญหาชุมชน ด้านความเดือนร้อน ความต้องการของชุมชนโดยใช้แผนชุมชน มีการทำข้อมูล ทำแผน ทบทวนแผนประสานแผน ติดตามแผนโดยการ จะนำเอาบัญชีโครงการที่ถูกจัดลำดับไว้มาดำเนินการเป็นแผนปฏิบัติ ได้แก่ ด้านอาชีพขยายผลการเลี้ยงผึ้งและแปรรูปส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เลี้ยงเห็ด

พัฒนาศักยภาพสภาแกนนำ ฝึกการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน ออกแบบแก้ปัญหาชุมชน

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน
  • ผลการดำเนินโครงการ 3 ปี ติดต่อกัน สร้างความเปลี่ยนต่อชุมชนหูยาน ดังนี้
  1. ความร่วมมือของชุมชนเพิ่มขี้นทั้งผู้นำ และประชาชนจน ชุมชน ครอบครัว และบุคคลได้รับรางวัล
  2. ชุมชนเกิดแหล่งเรียนรู้ผึ้งกลุ่มเลี้ยงผึ้ง กลุ่มเห็ดกลุ่มปุ๋ยกลุ่มเครื่องแกง กลุ่มน้ำสมุนไพร กลุ่มสินค้าทดแทน ส่งผลต่อการมีรายได้สร้างอาชีพใหม่ มากกว่า 50 ครัวเรือน
  3. ชุมชนมีตลาดชุมชนที่จำหน่ายผลิตอาหารปลอดภัย และมีสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนทั้งภายในและภายนอกชุมชน
  4. ผู้สูงอายุ มีอาชีพมีรายได้ จากผลของการดำเนินโครงการจำนวนมากกว่า 30 คน
  5. ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาดูงานชุมชนจัดการตนเอง ได้แก่เทศบาลเมืองควนหลังกรมกิจการสตรี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และชุมชนอื่นๆ หลายชุมชน
  • ชุมชนหูยานจัดการตนเองมีความรู้สึกภาคภูมใจกับสิ่งที่ได้รับดังนี้
  1. รางวัลหมู่บ้านนำร่องสร้างภูมิคุ้มกันตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2555
  2. รางวัลกำนันแหนบทองคำปี 2557 ผลจากการดำเนินโครงการ
  3. รางวัลโล่เชิดชูเกียรติครอบครัวร่มเย็นของสภาแกนนำนางจิราพรช่วยรักษ์ ประจำปี 2559 จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  4. รางวัลและประกาศเกียรติบัตรตำหรับอาหารปลอดภัยระดับอำเภอ ของทีสภาแกนนำโดนนางสุมาลีศรีโดน ผู้รับผิดชอบโครงการและสภาแกนนำ ปี 2559
  5. ได้โล้เชิดชูเกียรติสภาองค์กรชุมชน โครงการส่งเสริมธรรมาภิบาลการบริหารจัดการชุมชน โดยแนวทางหลักทศพิธราชธรรม ปี 2559

ต้องการพัฒนาศักยภาพสภาแกนนำและประชาชนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชน เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล
  • การดำเนินการโครงการหูยานจัดการตนเองแบ่งเป็น 3 ระดับ เพื่อไม่กระทบกับตนเอง คือ
  1. ระดับชุมชน ได้แก่ งานเชื่อต่อเครือข่าย คือต้องไปร่วมกับเครือข่าย เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเองและองค์กร ต้องแบ่งเวลา จัดคนเข้าร่วม ของกลุ่ม
  2. ระดับครอบครัว ทุกคนต้องทำงานและดูแลครอบครัวก่อน มาสายหรือติดธุระก็มีแกนนำในกลุ่มคอยสื่อสารได้
  3. ระดับบุคคล เข้าร่วมโดยสมัครใจ
  • การแบ่งเวลาของประชาชนในชุมชน ต้องคำนึงถึงครอบครัวเป็นสำคัญคือ ต้องไม่กระทบวิถีชีวิตครอบครัว และต้องเข้าร่วมโดยสมัครใจ

พัฒนาสภาแกนนำ และ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโดยสมัครใจ ทำอย่างต่อเนื่อง

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง
  • ชุมชนหูยานเป็นชุมชนเรียบง่ายพอเพียง ทำกิจกรรมปกติตามวิถีชีวิต เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมใช้สารเคมี มาใช้เกษตรปลอดสารพิษ
  • เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครอบครัวที่พ่อแม่ลูกและปู่ยาทำงานร่วมไปในทิศทางเดี่ยวกันในวิถีเดิม จนได้รับรางวัลครอบครัวร่มเย็น
  • เกิดความถนัดในอาชีพที่เห็นได้ชัด คือ คนที่เป็นคนขายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม มีทั้งคนเก่า และคนใหม่เพิ่มจำนวนมากขึ้นนำผลผลิตจากกลุ่มไปจำหน่ายร่วมกับภาคีภานอก เช่น ตลาดเกษตรและสหกรณ์พัทลุง งานออกบูทธแสดงสินค้าในงานสื่อสาร ประชาสัมพนธ์
  • กลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 17คนรวมตัวกันทำก้อนเชื้อเห็ด/ขายก้อนและขายดอกเห็น
  • ทุกครัวเรือนสมาชิกจะนำผลผลิตที่เหลือบริโภคในครัวเรือนนำมาวางลงทะเบียน ร่วมขายในตลาดหูยานสะพานคนเดิน และร้านค้าในชุมชน
  • พัฒนาสร้างระบบการผลิตระบบการรวมซื้อรวมขาย กับสภาแกนนำและสมาชิก
4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

ผลการดำเนินโครงการ ชุมชนหูยานจัดการตนเองติดต่อมา 3 ปี

  • ชุมชนหูยานได้รับรางวัลหมู่บ้านนำร่องสร้างภูมิคุ้มกันตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในปี 2555
  • สมาชิกสภาแกนนำได้รับคัดเลือกให้เป็นครอบครัวร่มเย็นจาก พมจ.พัทลุง เป็นครอบครัวต้นแบบตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
  • พัฒนาศักยภาพสภาแกนนำ ให้เห็นความสำคัญของการฟื้นวิถีชุมชน กลับคืนมาสู่สังคม เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ แบ่งปัน
5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา
  • การค้นหาตัวเองโดยนำเอาภูมิปัญญาและวิถีชุมชนมาแก้ปัญหาชุมชนให้น่าอยู่ แล้วค่อยพัฒนายกระดับไปตามลำดับ ได้แก่
  1. ปี 2555ถ้าชุมชนเลี้ยงผึ้ง ชุมชนต้องไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด เป้าหมาย ลดสารปนเปื้อนในร่างกาย อันนำไปสู่การเจ็บป่วย และการตาย
  2. ปี 2557 ตลาดนัดมีทั่วไปเป็นแหล่งขายอาหารที่มีสารปนเปื้อน ชุมชนตั้งตลาดเขียว หรือพื้นที่คนรักษ์สุขภาพ เป็นการส่งเสริมชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนที่เหลือนำมาจำหน่าย จ่ายแจก แลกกันในพื้นที่ของชุมชนที่จัดไว้ให้แต่ต้องมีกติกาผลผลิตต้องไม่มีสารเคมี ยาฆ่าแมลงปนเปื้อน
  3. ปี 2558 ปิ่นโตสร้างสุข หรือปิ่นโตสุขภาพ เป็นการนำเอาวิถีชุมชน ลงไปสู่ระดับครอบครัว เน้นการทำอาหารที่ปลอดภัยกินเองจากพืชผักที่ปลูก และทำมาให้คนอื่นร่วมรับประทาน กับเมนูที่หลากหลาย ผลที่ตามมาจากปิ่นโตสร้างสุข คือ เป็นชุมชนที่เข้าถึงแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ทั้งสมาชิกในครอบครัวและผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชม และคนภายนอกที่เข้ามาซื้อสินค้าในตลาดนัดสีเขียว
  • ภูมิปัญญาผึ้ง
  • สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ คือ ตลาดเขียว
  • ปิ่นโตสร้างสุข
  • การพูดคุย ประชุม ศึกษาดูงาน ของสภาแกนนำอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาต่อยอดกิจกรรมดีๆในชุมชน เช่น เมื่อพัฒนาเป็นท่องเที่ยวชุมชน ต้องมีอาหารปลอดภัยต้อนรับ "จากแปลงสู่เมนูโต๊ะอาหาร" ปิ่นโตสร้างสุข/มีของฝาก ของที่ระลึก ที่มีรูปผึ้งเป็นสัญญาลักษณ์ และเอกลักษณ์ /วางจำหน่ายในตลาดเขียวหรือตลาดนัดคนรักษ์สุขภาพ
6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ
  • จากสถานการณ์ปีก่อนปี 2554 พบปัญหา ความขัดแย้งทางความคิดคนต่างอยู่ ผู้เกี่ยวข้องและชุมชนไม่รู้ข้อมูลของชุมชน การพัฒนาไม่มีทิศทาง สังคมและภูมิปัญญาถูกกำหนดโดยคนนอก ละเลยไม่สนใจปัญหาสุขภาพคนในชุมชน เมื่อแก่นนำหยิบยกข้อมูลตัวเลขทางวิชาการ รพสต.ตำบลนาท่อมตรวจพบสารเคมีปนเปื้อนในร่างกาย สูง 97 เปอร์เซ็นต์จากการสู่ตรวจเลือด เริ่มรู้ว่าทุนคนมีปัญหาการผลิดใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลงทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพนำมาสู่การแก้ปัญหา 3 เรื่องของแกนนำหลักในชุมชน คือ ปัญหาต่างคนต่างอยู่ปัญด้านสุขภาพ และปัญหารายรับน้อยกว่ารายจ่าย เริ่มด้วยกระบวนการรวมกลุ่มคนสร้างสภาแกนนำขึ้นมาเรียนรู้ และออกแบบวางแผนสู่การเชิญชวนประชาชน ทำกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษกินเอง 20 ชนิด รวมกลุ่มกันผลิตสินค้าทดแทนหรือแปรรูปผลิตสินค้าของชุมชนด้วยภูมิปัญญาเพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ในครัวเรือนด้วยการเลี้ยงผึ้งด้วยภูมิปัญญาโดยใช้สภาแกนนำบ้านหูยาน 15 คนรับสมัครสมาชิก 50 ครัวเรือนต้นแบบปลูกพืชปลอดสารเคมีไว้กินเอง 20 ชนิด กลุ่มผลิตสินค้าทดแทนเพื่อลดรายจ่ายครัวเรือนจำนวน 15 ครัวเรือนตลาดนัดสี่เขียว 1แห่ง กลุ่มเลี้ยงผึ้ง 1 กลุ่ม 15 คน

  • ปี 2556 ชุมชนยกระดับพัฒนากลไกเดิมให้เป็นชุมชนที่มีระบบจัดการตนเอง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม โดยการพัฒนาศักยภาพสภาแกนนำฯ บ้านหูยานและครัวเรือนขยายผลเลี้ยงผึ้งเพื่อจัดตั้งและขยายผลโรงเรียนผึ้งและพัฒนาเป็นตลาดเขียวพื้นที่คนรักษ์สุขภาพมีการรับรองมาตรฐานสินค้าอาหารปลอดภัย เป้าหมาย ชุมชนหูยานบ้านน่าอยู่สู่การจัดการตนเอง ผลที่เกิดขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์ชุมชนลดความขัดแย้งหันหน้าเข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น สืบเนื่องจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้คู่ขนานกับการทำกิจกรรมร่วมอย่างสมำ่เสมอเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในระดับบุคคล คนออกมาร่วมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นเป็นคมจิตอาสา หันหน้าเข้ามากันจัดการทรัพยากรตนเอง เช่น พัฒนาคลอง ดูแลความสะอาดถนนหนทางและระดับเครือข่ายเมื่อชุมชนพัฒนาการเลี้ยงผึ้งเป็นแหล่งเรียนรู้ภาคีเครื่อข่ายได้ขยายการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น ทั้งภายในชุมชน และนอกพื้นที่เข้ามาเรียนรู้ดูงานตลอดทั้งปี จนผลผลิตมีสมาชิกผู้เลี้ยงผึ้งมีรายได้จากการขายน้ำผึ้งและอุปกรณ์การเลี้ยงได้เพิ่มมากขึ้น จนพื้นที่ชุมชนหูยานกลายเป็นพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยว เกิดจากการการทำงานการแบ่งบทบาทหน้าที่ของสภาแกนนำที่ร่วมกันเรียนรู้การจัดการชุมชนอย่างมีระบบหรือ จัดการตนเองได้ดี จนผู้นำของชุมชนได้รับรางวัลแหนบทองคำ ระดับจังหวัดที่มีผลงานโดดเด่น การพัฒนาตลาดเขียวเป็นตลาดสินค้าอาหารปลอดภัยของชุมชนคืนมาสู่ชุมชนอีกครั้ง เมื่อชุมชนร่วมกันกำหนดกติกา ว่าจะขายหรือไม่ขายอะไรชุมชนร่วมกันจัดการขยะในตลาดเอง ออกแบบกิจกรรมเอง มีลานสร้างสุขให้เด็กเป็นพื้นที่ยิ้ม พื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็ก ผู้ใหญ่มาขายของ เป็นตลาดที่มีเวทีพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ในชุมชน

  • ปี 2558 ถึงปัจุบันปัญหาเศรษฐกิจ รายรับน้อยกว่ารายจ่าย แม้จะเป็นปัญหาหลัก ๆ ตั้งแต่ปีแรก ๆ สภาแกนนำไม่ใจร้อน มุ่งคิดแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพก่อนเป็นเรื่องหลัก และพัฒนาเรื่องการมีส่วนร่วมจนชุมชนเข้มแข็งในปีที่ 3 จึงเริ่มมุ่งแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสะสมความสำเร็จมาต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาสะสมความเข็มแข็งของชุมชนเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาสู่เป้าหมายชุมชนน่าอยู่ จนเป็นชุมชนที่มีการเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ แบ่งปัน สร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนบ้านหูยานเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม และยังยืนถึงปัจจุบัน คือการลดปัญหาความขัดแย้งในชุมโดยใช้สภาแกนนำ แก้ปัญหาดัวยการพูดคุยประชุมอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างและพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายกิจกรรม ได้เรียนรู้การทำบัญชีครัวเรือน บัญชีกลุ่ม ได้สร้างและพัฒนากิจกรรมตลาดสีเขียวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นรายได้ให้ครัวเรือนอย่างมีกติกา ของการรวมซื้อ รวมขายทำงานเป็นกลุ่ม และได้สร้างเครือข่ายภายนอกอย่างสม่ำเสมอจนมีกลุ่มลูกคนรักษ์สุขภาพกับค้าสินค้าอาหารปลอดภัย ภายใต้ชื้อ กลุ่มสวนผักชุมชนคนหูยานฯ และรูปแบบการทำงานโดยรวบรวมนำผลผลิตไปสู่ตลาดในเมือง เช่น จำหน่ายทุกวันศุกร์ในตลาดสินค้าเกษตรกลางเมือง ออกบูทร่วมกิจกรรมสำคัญในเมืองต่อเนื่องทุกปี เช่น งานเกษตรแฟร์ ทุกปีงานสินค้าประจำปีเมืองลุง และงานรณรงค์ต่าง ๆภายในชุมชนก็มีตลาดหูยานสะพานคนเดิน และกำลังจะเปิดตลาดหน้าเทศบาลพื่อผลิตอาหารปลอดภัยให้เพียงพอในชุมชน และสร้างชื่อเสียงให้ชุมชนจนเป็นที่ยอมรับบจากทั้งภายในและภายนอกชุมชน ปัจจุบันนี้ชุมชนต้องการยกระดับเพื่อแก้ปัญหาชุมชนอย่างแท้จริง การสร้างและพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนสีเขียวบ้านหูยานจะตอบโจทย์ชุมชนจัดการตนเองได้อย่างแท้จริงจากฐานการปลูกผักปลอดสารพิษครัวเรือนละ 20ชนิดนำไปสู่กิจกรรมรวมกลุมแปรรูปที่หลากหลาย ภายใต้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสีเขียวบ้านหูยาน เป็นผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยของชุมชน

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3