แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ นาอินทรีย์คืนวิถีคนไทรงาม (ต่อเนื่อง)

รหัสโครงการ 58-03832 รหัสสัญญา 58-00-1933 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

ได้ศึกษาและเรียนรู้เรื่องวิธีการทำ นาหว่าน นาดำ นาโยน

รายงานการประชุม ภาพถ่ายกิจกรรม

ร่วมสร้างเครือข่ายและให้ความรู้กับชุมชนให้คนหันมาทำนาอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

เกษตรกรได้บริโภคข้าวที่ปลอดจากสารพิษ

ข้าวสาร ภาพถ่ายกิจกรรม

จัดตั้งกลุ่มแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าอาทิเช่นสีเป็นข้าวกล้อง (ไม่ขัดขาว)

3. กระบวนการใหม่

มีการคิด วางแผนดำเนินการ อย่างเป็นขั้นตอนโดยจุดประสงค์หลักคือให้คนในชุมชนหันมาปลูกข้าวกินเอง(นาอินทรีย์)เพื่อลดต้นทุนการผลิต และได้กินข้าวที่ปลอดสารพิษ

รายงานการประชุมและภาพถ่าย

นำความรู้ที่ได้ไปขยายต่อให้ชุมชนใกล้เคียงหันมาทำนาอินทรีย์เพิ่มมากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีและความสมดุลทางธรรมชาติคืนกลับมา

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

ศึกษาดูงานเพื่อหาความรู้/สร้างกลุ่ม/สร้างข้อตกลงร่วมกัน/ลงมือปฎิบัติจริงตามขั้นตอนโดยมีทีมพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำ

ภาพถ่ายกิจกรรม รายงานการประชุม บันทึกการลงทะเบียน

หาความรู้เพิ่มเติมและนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่กับชุมชนต่อไป

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

เกิดกลุ่มเกษตรกรนาอินทรีย์ สร้างความสามัคคีการทำงานเป็นทีม การช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าว

ภาพถ่ายกิจกรรม บันทึกการลงทะเบียน

ขยายกลุ่มนาอินทรีย์ให้เพิ่มมากขึ้นและให้ความรู้แก่ผู้สนใจ/ศึกษาดูงาน

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

-

-

-

7. อื่นๆ

-

-

-

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

กลุ่มคนที่เข้าร่วมโครงการเริ่มหันมาสนใจสุขภาพและตระหนักถึงเรื่องการบริโภคข้าวสารที่มีสารเจือปนทำให้มีแรงผลักดันที่จะทำนาอินทรีย์ไว้กินเองตลอดไป

สุขภาพชาวนาที่ดีขึ้นที่ได้กินข้าวที่ปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์

ส่งเสริมสนับสนุนและให้ความรู้แก่ชาวบ้านและเกษตกรให้หันมาทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร

2. การบริโภค

กลุ่มทำนาอินทรีย์ทุกครัวเรือนได้บริโภคข้าวที่ปลอดสารพิษ100%และได้แจกจ่ายแบ่งขายให้คนในชุมชนได้นำไปบริโภคด้วย

ภาพถ่ายกิจกรรม ชาวนามีข้าวกิน และปลอดภัย

มีการแบ่งข้าวสารให้คนในชุมชนได้บริโภคและมีการเก็บพันธ์ข้าวเปลือกไว้ขยายพันธ์ต่อไป

3. การออกกำลังกาย

กลุ่มทำนาอินทรีย์จะช่วยกันผลัดเปลี่ยนกันลงแขกช่วยทำทั้งตอนที่หว่าน ดำ โยน และเก็บเกี่ยวจะไม่จ้างแรงงานถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว

มีสุขภาพที่ดีขึ้นเห็นได้จากการดำรงชีวิตและปัญหาสุขภาพก็ลดน้อยลง

รณรงค์ให้คนในชุมชนบริโภคพืชผักปลอดสารพิษและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

มีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ลด ละ เลิก อบายมุขเพื่อปลูกฝังสิ่งที่ดีๆแก่เยาวชนรุ่นหลัง

รายงานการประชุมประจำเดือนหมู่บ้าน

ให้ความรู้เด็กเยาวชนให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสนับสนุนให้เล่นกีฬาออกกำลังกาย

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

ให้ความรู้แก่เด็กเยาชนและได้นำเด็กเยาชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการเพื่อปลูกฝังและนำไปประยุกต์ปฎิบัติใช้ต่อไป

ภาพถ่ายกิจกรรม/บันทึกการลงทะเบียน

สังเกตุพฤติกรรมหากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้ทำหรือจัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

มีการนำกลุ่มสมาชิกและผู้ที่สนใจไปทรรศนะศึกษาดูงานในที่ต่างๆทุกคนที่ไปต่างชอบและสนุกกับการได้ไปศึกษาสิ่งแปลกใหม่ได้นำมาปฎิบัติใช้ในชุมชน

ภาพถ่ายกิจกรรม

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

มีการทำน้ำหมักชีวภาพเองโดยหาเศษวัสดุจากธรรมชาติมาทำปุ๋ย และทำยาปราบศัตรูพืชแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน

ภาพถ่ายกิจกรรม รายงานการประชุม

สนับสนุนส่งเสริมการทำน้ำหมักชีวภาพจากเศษวัสดุเหลือใช้และเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

-

-

-

9. อื่นๆ

-

-

-

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

มีการสร้างข้อตกลงร่วมกันในเรื่องการไม่ใช้สารเคมี100%เพื่อให้สภาพดินปรับความสมดุลและคืนชีวิตธรรมชาติกลับมา

ภาพถ่ายกิจกรรมการสร้างจิตสำนึก

-

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

มีการทำงานแบบมีส่วนร่วมซึ่งประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้าน ตัวแทนจากกลุ่มอาชีพในชุมชน เกษตรกร โรงเรียน เด็กเยาวชน และกลุ่มภาคีเครือข่ายภายนอกในการติดต่อประสานงานและดำเนินกิจกรรม

บันทึกการลงทะเบียน ภาพถ่ายกิจกรรม

-

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

เกษตกรลดต้นทุนในการผลิต สร้างอาชีพเสริมจากการแปรรูปผลผลิต

ข้าวสารจากนาอินทรีย์

เรียนรู้เรื่องการแปรรูปผลผลิตจากข้าวอินทรีย์

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

-

-

-

5. อื่นๆ

-

-

-

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

เกษตรกรเข้าร่วมกลุ่มนาอินทรีย์ต้องยึดกติการ่วมกันคือต้องไม่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีอย่างเด็ดขาด

ภาพถ่ายการทำน้ำหมัก/ปุ๋ยหมัก/ยาปราบศัตรูพืชไว้ใช้เองถือเป็นสัญญาใจร่วมกัน

ร่วมกันปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชน

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

-

-

-

3. มีธรรมนูญของชุมชน

-

-

-

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

-

-

-

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

มีการเชื่อมโยงกันจากกลุ่มต่างๆเช่นตัวแทนกลุ่มอาชีพ กรรมการหมู่บ้าน ประชาชนโรงเรียน เด็กเยาวน เครือข่ายภายนอกต่างๆ

ภาพถ่ายจากกิจกรรมต่างๆ

ติดต่อประสานงานจากแหล่งความรู้ข้างนอกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ช่วยประสานงานด้านต่างๆเหิ่มเติม

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

มีการจัดกิจกรรมให้ชาวบ้านเด็กเยาวชนทำงานร่วมกันมีการแบ่งงานวางแผนงานให้แต่ละคนช่วยกันคิดหรือแสดงความคิดเห็นร่วมกันพร้อมกับเสนอปัญหาอุปสรรคและช่วยกันหาทางออกและวิธีแก้ไขซึ่งทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมในทุกๆกิจกรรม

ภาพถ่ายกิจกรรม รายงานการประชุมและแบบบันทึกการลงทะเบียน

ผู้เข้าร่วมโครงการเริ่มกล้าแสดงออกกล้าเสนอปัญหาและเริ่มมีความคิดที่แปลกใหม่

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

มีการใช้แรงงานจากคนในชุมชนโดยวิธีการลงแขกช่วยกันไม่มีค่าแรงงานจ้างในขั้นตอนของการทำนาดำ นาโยนและขั้นตอนการเก็บเกี่ยว

ภาพถ่ายกิจกรรม

-

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

ในปีถัดไปมีความคิดจะทำโครงการในเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรเพื่อให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่และสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น

-

ศึกษาดูงานหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

เกษตรกรได้รับความรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักเปียกและแห้ง/การทำน้ำหมักชีวภาพ/การกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีธรรมชาติ

มีการนำไปทำต่อที่บ้านของแต่ละครัวเรือน

สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์โดยจะหาแหล่งเงินทุนจากข้างนอกมาช่วยสนับสนุนหรือสมทบทุน

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

จากการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมการกินข้าวของคนในชุมชนทำให้หลายๆคนมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินข้าวโดยจะหันมากินข้าวที่ปลูกเองเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน

รายงานการประชุม/ภาพถ่ายกิจกรรม

รณรงค์การบริโภคข้าวพืชผักที่ปลอดภัยจากสารเคมี การลดต้นทุนการผลิต การประหยัดลดรายจ่ายในครัวเรือน

7. อื่นๆ

-

-

-

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

ภาคภูมิใจที่เห็นถึงความเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกันของคนในชุมชนและจากกลุ่มต่างๆ

ภาพจากกิจกรรมต่างๆ

สร้างความกลมเกลียวโดยการทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

ในระหว่างจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมจะเห็นได้ว่าผู้เข้าร่วมมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันมีความสามัคคีไม่มีการเอารัดเอาเปรียบกัน ทุกคนสัมผัสถึงตรงนี้ได้

ผลงานที่สำเร็จลุล่วงและจากรายงานกิจกรรม

ทำกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีโดยเพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมายจากหลายๆกลุ่มคนในชุมชน

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

จากการดำเนินโครงการชาวบ้านรู้จักที่จะประหยัดเริ่มคิดที่จะทำบัญชีรายรับรายจ่าย โดยเริ่มจากการปลูกผักสวนครัวไว้กินเองทำนากินเองซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

จากพื้นที่จริง:แต่ละบ้านมีผักสวนครัวไว้กินเกือบทุกบ้าน

มีการวางโครงการจะให้เกษตรกรในหมู่บ้านหันมาทำเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

จากกิจกรรมต่างๆในมื้ออาหารกลางวันสมาชิกกลุ่มหรือผู้เข้าร่วมโครงการมีการยกปิ่นโตมารับประทานอาหารร่วมกันมีการล้อมวงกันกินข้าวเป็นบรรยากาศที่หาชมได้ยากและเห็นแล้วมีความสุข

ภาพถ่ายกิจกรรม

พัฒนาและปลูกฝังเด็กเยาวชนในชุมชนให้รู้จักการแบ่งปัน การเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

-

-

-

6. อื่นๆ

-

-

-

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

ผลลัพธ์

  • มีสภาผู้นำชุมชน จำนวน 45 คน โดยมีโครงสร้างการบริหารจัดการชุมชนอย่างชัดเจนและมีการแบ่งบทบาทหน้าที่
  • มีครัวเรือนนำร่องผลิตข้าวกินเอง จำนวน 15 ราย จำนวน 30 ไร่
  • ครัวเรือนนำร่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ใช้เองในนาข้าว
  • เกิดกลุ่มผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ จำนวน 1 กลุ่ม สมาชิก จำนวน 30 คน
  • มีแปลงนาอินทรีย์สาธิต จำนวน 3 ไร่ จำนวน 3 แบบคือ นาหว่าน นาดำและนาโยน มีเวทีเรียนรู้ มีคนเข้าร่วมเวทีจำนวน 60 คน มีครัวเรือนตัวแทนของคน 3 วัย ตัวแทนครัวเรือน ที่ตัดสินเข้าร่วมเป็นครัวเรือนนำร่อง จำนวน 30 ครัวเรือน
  • มีชุดข้อมูลผลกระทบของการทำนาเคมี
  • มีชุดข้อมูลการผลิต บริโภค ข้าวของในชุมชนและมีการคืนข้อมูลให้คนในชุมชนได้รับรู้ร่วมกัน
  • มีข้อตกลงในการผลิตข้าวที่ปลอดภัย
  • ขยายพื้นที่ปลอดบุหรี่ในชุมชน จำนวน 2 แห่งคือ สถานที่ประชุมและสถานที่จัดกิจกรรม
  • เกิดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ จำนวน 3 เรื่อง คือ การทำนาอินทรีย์แบบนาโยน การทำนาอินทรีย์แบบนาดำ และการทำนาอินทรีย์แบบครบวงจร (นาหว่าน นาดำ นาโยน)
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3