แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ สร้างครัวคนห้วยยวนด้วยธนาคารริมคลอง (ต่อเนื่อง)

รหัสโครงการ 58-03932 รหัสสัญญา 58-00-1922 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

ฝายมีชีวิตเป็นกระบวนการเปลี่ยนวิธีคิดจากการพัฒนาที่เอาเงินนำ เป็นสร้างปัญญาก่อน แล้วเงินตามมาทีหลังเขามองว่าฝายมีชีวิตจะต้องไม่เริ่มต้นจากงบประมาณเด็ดขาด เพราะเชื่อว่า ที่ใดเริ่มจากงบประมาณ ก็จะจบตั้งแต่วันเริ่มทำโครงการ ฝายมีชีวิต คำตอบทางวิชาการของชุมชน ผ่านเวทีประชาเข้าใจ ที่เปิดให้ทุกคนในชุมชนร่วมสร้างความเข้าใจ เรียนรู้ เรื่องดิน น้ำ ป่า ตัดสินใจบนพื้นฐานความถูกต้อง กระบวนการนี้เริ่มต้นจากความต้องการแก้ไขปัญหาน้ำของชุมชนเอง จากนั้นวางแผน เมื่อประชาลงมือแล้ว ขาดเหลืออะไร อาจารย์ศักดิ์พงษ์ ชี้ว่า เมื่อนั้นรัฐถึงจะเข้ามาช่วยทีหลัง "โครงการสร้างฝายมีชีวิต เป็นการยกระดับน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก และชะลอน้ำมิให้กระแสน้ำไหลหลาก ลดความรุนแรงของการกัดเซาะ นอกจากนี้ ฝายมีชีวิตจะช่วยพยุงเศษซากพืช ซากสัตว์ ไม่ให้ถูกพัดพาลงสู่แหล่งน้ำตอนล่างหมด ช่วยให้คุณภาพน้ำตอนล่างดีขึ้น ขณะที่ซากสัตว์ต่างๆ ที่ถูกพยุงไว้ ก็จะเป็นอาหารให้กับสัตว์น้ำ" dam3 หัวใจหลักของการทำฝายมีชีวิต นอกจากเป็นโครงสร้างสีเขียว 100% ไม่ใช้สิ่งแปลกปลอมธรรมชาติ เช่น เหล็ก หรือปูน แล้วโครงสร้างฝายมีชีวิต ยังแตกต่างจากฝายอื่นๆ หรือเขื่อนๆ โดยฝายโดยทั่วไปทำโครงสร้างสี่เหลี่ยม พอน้ำมาก็มาตีและทรายก็กองอยู่หน้าฝาย ยิ่งนานๆ เข้าก็จะตื้นเขินขณะที่ปลาว่ายน้ำมา ชนเขื่อน ชนฝายที่มีโครงสร้างแข็ง นี่คือการทำลายระบบนิเวศน์ ที่ผู้นำชุมชนท่านนี้อธิบายให้เห็นภาพถึงความแตกต่าง ฉะนั้น โครงสร้างฝายมีชีวิต เป็นการแก้ไขฝายที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์ ส่วนประกอบสำคัญ เช่น -“บันไดนิเวศน์” อยู่ด้านหน้าและด้านหลังฝาย แก้ปัญหาการตื้นเขินที่หน้าฝายได้ ตลอดจนสัตว์น้ำทุกชนิดสามารถผ่านตัวฝายได้ ตัวฝายกั้นน้ำ ใช้วัสดุธรรมชาติ คือ ทราย ขุยมะพร้าว มูลสัตว์ ผสมเข้ากันและบรรจุใส่กระสอบวางเรียงซ้อนกันเพื่อให้เป็นกำแพงกั้นชะลอน้ำ ลำไผ่ ตัวโครงปักฝังลงไปในลำคลองเสมือนเสาเข็มเป็นแนวผูกด้วยเชือกยึดโยงกระสอบที่กั้นน้ำไว้แข็งแรง หูช้าง เป็นแนวกำแพงยาวยื่นไปตามริมตลิ่งทั้งเหนือฝาย ตลอดจนใต้ฝาย และใช้กระสอบทรายผสมเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นอาหารให้กับต้นไม้ที่นำมาปลูกกับหูช้างได้เป็นอย่างดี เช่น ต้นไทร มะเดื่อ ไม้ไผ่ จิกน้ำ ภูมิปัญญาบรรพบุรุษ บอกให้เรารู้ว่า ต้นไทรมีระบบรากยาวได้ถึง 500 เมตรถ้าไม่มีน้ำให้กิน แต่จะหยุดทันทีที่เจอน้ำ และก่อนจะไปถึงน้ำ รากไทรก็จะทำหน้าที่ยึดหน้าดิน ยึดตลิ่งเอาไว้ไม่ให้ทรุดตัวได้ง่ายๆ “การนำไม้ไผ่มาปักเป็นเสา จะอยู่ได้ประมาณ 20 ปี แต่เมื่อมีการนำหลักคิดรากไทรสร้างสายน้ำ ปลูกบริเวณหูช้างเพื่อให้รากไทรคลุมฝายมีชีวิตนั้น รากไทรจะเจริญเติบโตเป็นตัวฝายที่มีชีวิตต่อไป มีอายุนานเป็นร้อยๆปี และยังเป็นที่อยู่ของปลาและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ” ผู้นำปฏิบัติการสร้างฝายมีชีวิต เห็นว่าบ่อน้ำอย่างเดียวไม่เคยเก็บน้ำได้ ดังนั้น ในสมัยโบราณทุ่งนาทุกทุ่ง จะเห็นบ่อน้ำ ต้องมีต้นไทรอยู่ด้วยเสมอ และแม้แต่ฤดูแล้งที่สุดรากไทรก็สร้างสายน้ำให้เราด้วย "การทำฝายมีชีวิต เป็นการยกระดับน้ำขึ้นระดับหนึ่งเท่านั้น เพื่อช่วยชะลอน้ำ เป็นฝายน้ำล้น น้ำจะไหลผ่านฝายตลอดเวลา แตกต่างจากกระแสพัฒนาสมัยใหม่ ฝายของชลประทาน นอกจากโครงสร้างแข็ง ทำด้วยปูน เหล็ก ยังทำสูง ปิดเปิดน้ำเป็นเวลา จึงทำให้น้ำนิ่ง น้ำจะตาย กลายเป็นน้ำเน่าในที่สุด" อาจารย์ศักดิ์พงษ์ ชี้ว่า นี่คือการทำลายระบบนิเวศน์มาอย่างต่อเนื่อง ฝายมีชี

บ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

 

บ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

3. กระบวนการใหม่

 

 

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

 

รายงานในเว็บไซต์คนใต้สร้างสุข

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

 

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

รักษาความต่อเนื่อง สืบทอดรุ่นต่อรุ่น

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

 

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

มีอาหารปลอดภัยเพิ่มขึ้นในชุมชน

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

3. การออกกำลังกาย

 

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

 

 

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

การเข้าร่วมจัดการกิจกรรมตามแผนของชุมชนทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน ต้องช่วยกันจัดการ เป็นการผ่อนคลายความเครียด

รายงานในเว็บไซต์คนใต้สร้างสุข

ขยายสู่ประเด็นอื่น

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

การเพิ่มพื้นที่พืชอาหารในชุมชนในบริเวณชายคลองและในป่าชุมชน

รายงานในเว็บไซต์คนใต้สร้างสุข

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของชุมชนทำให้ครวเรือนแต่ละครวเรือน ต้องจัดสรรเวลาเพื่อให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ อีกทั้งยังเกิดการจัดแบ่งงานที่ทำออกตามความถนัดของแต่ละคน

ครัวเรือนในบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่ประเด็นอื่น

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

โครงการนี้มีเป้าหมายในการจัดการป่าชุมชน และปลูกจิสำนึกของคนให้รักป่า

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

เกิดการสร้างพื้นที่และกิจกรรมให้คนทุกวัยได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมตามโครงการ

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่ประเด็นอื่น

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

การเพิ่มพืชอาหารริมคลอง ในป่า เป็นการสร้างอาหารเพิ่มในชุมชน

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

รักษาและขยายผลในชุมชน

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

มีกฏกติกาของชุมชนในการดูแลป่า เช่นการห้ามแผ้วถางป่าเพิ่ม

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

บังคับใช้และสร้างมาตรการเพิ่มเติม

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

มีองค์กรทั้งภายในและภายนอกที่เข้ามาช่วยกันทำฝายฯ

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลทั้งในและนอกชุมชน

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

การร่วมคิดร่วมวิเคราะห์ร่วมวางแผนและร่วมดำเนินการตามแผนในโครงการนี้

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่ประเด็นอื่น

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

การดำเนินงานตามโครงกาต้องระดมทุนคน ทุนสมอง ทุนเวลา ทนทรัพย์ ของคนทั้งในและนอกชุมชนเข้ามาร่วมกันดำเนินงาน

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่ประเด็นอื่น

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

สามารถดำเนินงานตามโครงการอย่างต่อเนื่องจนสามารถปิดโครงการได้ และยังมีการดำเนินงานต่อเนื่องจากโครงการต่อไป

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่ประเด็นอื่น

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

การไปเรียนรู้จากภายนอก ได้รับความรู้ใหม่และนำมาปรับใช้และใช้ในชุมชน และการดำเนินงานตามโครงการนี้ ทำและสรุปผลเป็นช่วง นำเอาผลของการสรุปมาปรับการดำเนินงานในช่วงต่อไป

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่ประเด็นอื่น

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

การสำรวจพันธ์ไม้ การจัดทำเวทีระดมความเห็นการวิเคราะห์สาเหตุการเปลี่ยนแปลงฯล้วนเป้นการพัฒนาทักษะของคนในชุมชน

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่ประเด็นอื่น

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

ภูมิใจที่สามารถทำฝายมีชีวิตได้สำเร็จ เป็นอันดับหนึ่ง

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ให้รางวัลและเสริมแรงจูงใจ ยกย่องคนทำดี

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในโครงการ ของคนหลากหลายกลุ่ม

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ให้รางวัลและเสริมแรงจูงใจ ยกย่องคนทำดี

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

การเพิ่มพื้นที่สีเขียว มีพืชอาหารเพิ่มขึ้น การจัดการน้ำโดยชุมชน การร่วมมือกันดำเนินงานตามโครงการ ล้วนเป็นเรื่องของตนเอง เรื่องของตนเองเรื่องของชุมชน

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ให้รางวัลและเสริมแรงจูงใจ ยกย่องคนทำดี

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

ความช่วยเหลือ ความร่วมมือกันในการดำเนินงานตามโครงการ

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ให้รางวัลและเสริมแรงจูงใจ ยกย่องคนทำดี

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

การใช้ข้อมูลการระดมความคิดเห็น การวิเคราะห์ถึงสาเหตุแห่งปัญหา การวางแผนและการดำเนินงานตามโครงการ การติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการ

คณะทำงานบ้านห้วยยวนเหนือ

ขยายผลสู่การดำเนินงานในประเด็นอื่น

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

หลักจากดำเนินงานตามโครงการเสร็จสิ้นลง มีผลที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้คือ

  • มีกลไกในการบริหารจัดการชุมชนโดยรูปแบบสภาหมู่บ้าน มีการประชุมทุกเดือน มีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน

  • เกิดคณะทำงานที่ร่วมกันรับผิดชอบการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 15 คน

  • มีชุดลาดตระเวณเฝ้าระวังการทำลายป่า 3 ชุด 3 เขตพื้นที่

    • มีฝายเก็บน้ำ 3 แห่ง

    • มีพันธ์ไม้เพิ่มขึ้น 1500 ต้น

    • มีเด็กและเยาวชนกลุ่มรักษ์ป่า จำนวน 50 คน

  • ไม่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำเพิ่มทั้งจากคนภายในและภายนอกพื้นที่ มีการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เจ้าหน้าที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ในขณะเดียวกันพื้นที่สวนยางพาราหลายแปลงเริ่มปรับตัว มีการปลูกพืชอาหารเพิ่มเติมในสวนยาง มีการตั้งต้นไปทำสวนสมรมหลายราย

  • เกิดนวัตกรรม 1 เรื่อง คือ ฝายมีชีวิต ที่เก็บกักน้ำไว้เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม สร้างพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณฝายในพื้นที่ด้านบนฝายและด้านล่างฝาย
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3