รายละเอียดโครงการ
รหัสโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม การจัดการภัยพิบัติ
ภายใต้โครงการ งานสร้างสุขภาคใต้ ปี 61
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ
วันที่อนุมัติ 1 มกราคม 2560
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤศจิกายน 2560 - 31 มีนาคม 2561
งบประมาณ 100,000.00 บาท
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายไมตรี จงไกรจักร์
พี่เลี้ยงโครงการ
พื้นที่ดำเนินการ
ผู้ดำเนินการติดตามสนับสนุนโครงการ
  • ฮามีด๊ะ หวันนุรัตน์ฮามีด๊ะ หวันนุรัตน์ (Owner)  
  • ไมตรี จงไกรจักรไมตรี จงไกรจักร (Owner)  
  • วารี ฉ่ำมาลีวารี ฉ่ำมาลี (Owner)  
งวดสำหรับการทำรายงาน
งวดวันที่งวดโครงการวันที่งวดรายงานงบประมาณ
(บาท)
จากวันที่ถึงวันที่จากวันที่ถึงวันที่
1 1 พ.ย. 2560 31 ม.ค. 2561 70,000.00
2 1 ก.พ. 2561 15 มี.ค. 2561 25,000.00
3 16 มี.ค. 2561 31 มี.ค. 2561 5,000.00
รวมงบประมาณ 100,000.00
สถานภาพโครงการ กำลังดำเนินโครงการ

ข้อมูลในการดำเนินโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์ปัญหาขนาด

สถานการณ์/หลักการและเหตุผล (บรรยายเพิ่มเติม)

  1. ทบทวนข้อเสนอจากหน่วยงานที่มีบทบาทการจัดการภัยพิบัติ 1.1 ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๔ พศ.๒๕๕๕ 1.2 ทบทวนประสบการณ์ชุมชนและเครือข่าย ในการเตรียมความพร้อมในจัดการภัยพิบัติที่ผ่านมา ทั้งในและต่างประเทศ เช่นกรณีเหตุการณ์ สึนามิ บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา น้ำท่วมนครศรีธรรมราช อำเภอชะอวด ดินโคลนถลม น้ำกัดเซาะชายฝั่ง เป็นต้น 1.3 ศึกษาเอกสาร งานวิจัย กฎเกณฑ์ กฎหมาย ที่ส่งผลต่อการจัดการภัยพิบัติ
    1.4 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานร่วมของชุมชน หน่วยงาน อาสาสมัคร เตรียมความพร้อมในการจัดการภัยพิบัติ อย่างมีส่วนร่วม

  2. สถานการณ์ปัญหาของประเด็น สถานการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นในประเทศไทย ทั้งชนิดที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันโดยก่อความเสียหายรุนแรง กับชนิดที่คาดการณ์ได้แต่ก่อความเสียหายอย่างกว้างขวาง รวม ๗ประเภทได้แก่ อุทกภัย-ดินโคลนถล่มพายุหมุนเขตร้อนแผ่นดินไหวสึนามิ มหาอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า-หมอกควัน ซึ่งจะสร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตทรัพย์สิน เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติเป็นงานที่เกินความสามารถที่หน่วยงานรัฐจะบริหารจัดการเพียงลำพังหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ประกอบกับการดำเนินงานด้านแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติยังมีข้อจำกัด ขาดมาตรการรองรับที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบแจ้งเตือนภัย การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอย่างเป็นระบบการฝึกซ้อมของหน่วยงานการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหา การกำหนดการบัญชาการเหตุการณ์ที่มีเอกภาพ และความเข้าใจของบุคลากรในการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ในภาวะปกติจนถึงขั้นสถานการณ์วิกฤต ทำให้การบริหารจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉินไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในแนวทางการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางและยังขาดแนวนโยบายเฉพาะสำหรับรองรับภัยพิบัติแต่ละประเภท ตลอดจนระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันสาธารณภัย รวมทั้งการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการควบคุมอาคารที่ยังไม่สามารถบังคับใช้อย่างได้ผล และยังให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนน้อยเกินไป ขาดการถอดบทเรียนการทำงานในขณะการเกิดภัยพิบัติแต่ละครั้งอย่างเพียงพอที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ดีขึ้นกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ขณะเดียวกัน พบว่าสังคมและชุมชนท้องถิ่น ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ เข้าไม่ถึงความซับซ้อนของปัญหาและความหลากหลายของภัยพิบัติธรรมชาติ จนไม่อาจนำมาสู่การกำหนดมาตรการป้องกันและรับมือภัยพิบัติอันเป็นสาธารณภัยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ที่ผ่านมามีการสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการภัยพิบัติโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น จาก สสส. และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( พอช. ) และมีองค์กรที่ขับเคลื่อนงานที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ฯลฯ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังมีการศึกษาวิจัยเรื่องการสื่อสารและการจัดการจราจรกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ UNWOMEN สนับสนุนกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เรื่องการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางในการจัดการภัยพิบัติ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดเวทีภัยพิบัติอาเซียน รวมทั้งการจัดเวทีทบทวนบทเรียน 10ปี สึนามิ
    ในการประชุมสหประชาชาติระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ ครั้งที่ ๓ ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ที่ประชุมจะประกาศรับรองเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมที่สำคัญ ๒ ฉบับ คือ กรอบการดำเนินงานลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ หลังปี ๒๕๕๘ (Post-2015 Framework for Disaster Risk Reduction) ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานของโลกระยะเวลา ๑๕ ปี ข้างหน้า (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๗๓)มีเป้าหมายในการสร้างการป้องกันและลดความเสี่ยงภัยพิบัติผ่านภาคเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศสมาชิกรวมทั้งไทยซึ่งมีพันธกิจที่จะต้องนำกรอบการดำเนินงานมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบททางกฎหมาย สังคมและวัฒนธรรมของประเทศและปฏิญญาเซนได (Sendai Declaration) ซึ่งเป็นคำประกาศแสดงเจตจำนงทางการเมืองของประเทศสมาชิกที่จะร่วมให้การสนับสนุนการดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติหลังปี ๒๕๕๘ อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะที่ผ่านมาจะมีการขับเคลื่อนเรื่องการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นอยู่ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ กรณีการเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย น้ำท่วมภาคใต้ต้นปี 2560 น้ำท่วมภาคอีสาน ภาคกลาง ที่ผ่านมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยนังไม่มีความพร้อมมากพอในการรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นการขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านภัยพิบัติ จึงจะต้องมีการดำเนินงานอย่างเป็นจริงเกิดรูปธรรมการทำงานที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีโดยไม่มีข้อจำกัดในทุกระดับ

กรอบแนวคิด

กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์หลัก

  1. ปัจจัยสาเหตุที่เกี่ยวข้อง (ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยอุปสรรค) 3.1 ปัจจัยด้านคน ภาคใต้มีเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน เช่น เครือข่ายที่มูลนิธิชุมชนไททำงานเครือข่ายที่ พอช.ทำงาน เครือข่ายที่ สสส.ทำงาน และองค์กรอื่นๆที่ทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีพื้นทีปฏิบัติการระดับชุมชน ตำบล จังหวัดและมีแกนนำเครือข่ายที่ผ่านประสบการณ์จากผู้ประสบภัย และลุกขึ้นมาเป็นชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และมากด้วยประสบการณ์ภัยพิบัติที่หลากหลาย 3.2 ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ภาคใต้เป็นภาคเดียวที่เคยผ่านประสบการณ์ภัยพิบัติทุกรูปแบบมาแล้ว ทั้งพายุเกย์ ภูเขาถล่ม สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และภัยพิบัติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามต้นทุนทรัพยากร ในพื้นที่ที่หลากหลาย ที่ก่อให้เกิดภัยพิบัติ และสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ในภาคใต้ 3.3 ปัจจัยด้านกลไก นโยบายกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ส่งเสริมการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน มีแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยระดับชาติ โดยมีคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติ จังหวัด อยู่รวมทั้งมีกลไกเครือข่ายภาคประชาชนที่เกิดขึ้น ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ เช่น เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคใต้ เครือข่ายชุมชนจัดการภัยพิบัติภาคใต้ เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการภัยพิบัติ เครือข่ายจิตอาสาประชารัฐจัดการภัยพิบัติ เป็นต้น

กลุ่มเป้าหมาย

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดความสำเร็จเป้าหมาย 1 ปี
1. เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาอุปสรรค์ ข้อจำกัด และข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการภัยพิบัติชุมชน

1.เกิดเครือข่ายภัยพิบัติภาคใต้ 2.เกิดข้อเสนอเชิงนโยบาย

2. เพื่อเกิดข้อเสนอเชิงนโยบาย กฎหมายที่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาภัยพิบัติ และป้องกันภัยพิบัติโดยชุมชนอย่างยั่งยืน
  1. เกิดข้อเสนอเชิงนโยบาย 2.เกิดชุดความรู้การจัดการภัยพิบัติ 1 ชุด
3. เกิดชุดความรู้กรณีศึกษาในการแก้ปัญหาและบริหารจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน อย่างน้อย ๑ กรณี
  • เกิดความรู้ภัยพิบัติ 2 กรณีศึกษา

การดำเนินงาน/กิจกรรม

วันที่ชื่อกิจกรรมกลุ่มเป้าหมาย (คน)งบกิจกรรม (บาท)ทำแล้วใช้จ่ายแล้ว (บาท)
21 - 22 พ.ย. 60 1. เวทีข้อเสนอนโยบายภัยพิบัติ ณ สำนักงานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจังหวัดพัทลุง(พอช.ภาคใต้) 40 40,000.00 47,350.00
25 ธ.ค. 60 พื้นที่ 1.ถอดบทเรียนพื้นที่การจัดการภัยพิบัติสึนามิ ณ บ้านน้ำเค็ม 10 10,000.00 -
9 - 10 ม.ค. 61 พื้นที่2.ถอดบทเรียนพื้นที่การจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 20 20,000.00 18,996.00
23 - 24 ม.ค. 61 2. เวทีจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านภัยพิบัติ ณ สำนักงานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจังหวัดพัทลุง(พอช.ภาคใต้) 15 30,000.00 17,752.00
รวม 85 100,000.00 3 84,098.00
วิธีดำเนินการ (บรรยายเพิ่มเติม)

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 

เอกสารประกอบโครงการ

โครงการเข้าสู่ระบบโดย Admin_ae Admin_ae เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 13:30 น.