รายละเอียดโครงการ
เลขที่ข้อตกลง 60-ข-071
รหัสโครงการ
ชื่อโครงการ การจัดการภัยพิบัติ
ชุดโครงการ งานสร้างสุขภาคใต้ ปี 61
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายไมตรีจงไกรจักร์
คณะทำงาน ? นายไมตรี จงไกรจักร์,นายศักดา พรรณ์รังษ์,นางชาตรี มูลสาร,นายวันชัย จิตต์เจริญ,นายวิทวัส เทพสง,นางสาวอรวรรณ หาญทะเล,นายกำธร ขันธ์ธรรม,นายประยูร จงไกรจักร์,นางสาววารี ฉ่ำมาลี
พี่เลี้ยงโครงการ
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤศจิกายน 2560 - 31 มีนาคม 2561
งบประมาณโครงการ 100,000.00 บาท
จำนวนกลุ่มเป้าหมาย (คน) 100
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย

 

พื้นที่ดำเนินการ
จังหวัด
ผู้ดำเนินการติดตามสนับสนุนโครงการ
  • ฮามีด๊ะ หวันนุรัตน์ฮามีด๊ะ หวันนุรัตน์ (Owner)
  • ไมตรี จงไกรจักรไมตรี จงไกรจักร (Owner)
  • วารี ฉ่ำมาลีวารี ฉ่ำมาลี (Owner)
งวดสำหรับการทำรายงาน
งวดวันที่งวดโครงการวันที่งวดรายงานงบประมาณ
(บาท)
จากวันที่ถึงวันที่จากวันที่ถึงวันที่
1 1 พ.ย. 2560 28 ก.พ. 2561 70,000.00
2 1 มี.ค. 2561 31 มี.ค. 2561 30,000.00
รวมงบประมาณ 100,000.00
สถานภาพโครงการ กำลังดำเนินโครงการ

หลักการและเหตุผล

  1. ทบทวนข้อเสนอจากหน่วยงานที่มีบทบาทการจัดการภัยพิบัติ 1.1 ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๔ พศ.๒๕๕๕ 1.2 ทบทวนประสบการณ์ชุมชนและเครือข่าย ในการเตรียมความพร้อมในจัดการภัยพิบัติที่ผ่านมา ทั้งในและต่างประเทศ เช่นกรณีเหตุการณ์ สึนามิ บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา น้ำท่วมนครศรีธรรมราช อำเภอชะอวด ดินโคลนถลม น้ำกัดเซาะชายฝั่ง เป็นต้น 1.3 ศึกษาเอกสาร งานวิจัย กฎเกณฑ์ กฎหมาย ที่ส่งผลต่อการจัดการภัยพิบัติ
    1.4 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานร่วมของชุมชน หน่วยงาน อาสาสมัคร เตรียมความพร้อมในการจัดการภัยพิบัติ อย่างมีส่วนร่วม

  2. สถานการณ์ปัญหาของประเด็น สถานการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นในประเทศไทย ทั้งชนิดที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันโดยก่อความเสียหายรุนแรง กับชนิดที่คาดการณ์ได้แต่ก่อความเสียหายอย่างกว้างขวาง รวม ๗ประเภทได้แก่ อุทกภัย-ดินโคลนถล่มพายุหมุนเขตร้อนแผ่นดินไหวสึนามิ มหาอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า-หมอกควัน ซึ่งจะสร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตทรัพย์สิน เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติเป็นงานที่เกินความสามารถที่หน่วยงานรัฐจะบริหารจัดการเพียงลำพังหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ประกอบกับการดำเนินงานด้านแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติยังมีข้อจำกัด ขาดมาตรการรองรับที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบแจ้งเตือนภัย การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอย่างเป็นระบบการฝึกซ้อมของหน่วยงานการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหา การกำหนดการบัญชาการเหตุการณ์ที่มีเอกภาพ และความเข้าใจของบุคลากรในการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ในภาวะปกติจนถึงขั้นสถานการณ์วิกฤต ทำให้การบริหารจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉินไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในแนวทางการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางและยังขาดแนวนโยบายเฉพาะสำหรับรองรับภัยพิบัติแต่ละประเภท ตลอดจนระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันสาธารณภัย รวมทั้งการใช้ประโยชน์ในที่ดินและการควบคุมอาคารที่ยังไม่สามารถบังคับใช้อย่างได้ผล และยังให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนน้อยเกินไป ขาดการถอดบทเรียนการทำงานในขณะการเกิดภัยพิบัติแต่ละครั้งอย่างเพียงพอที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ดีขึ้นกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ขณะเดียวกัน พบว่าสังคมและชุมชนท้องถิ่น ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ เข้าไม่ถึงความซับซ้อนของปัญหาและความหลากหลายของภัยพิบัติธรรมชาติ จนไม่อาจนำมาสู่การกำหนดมาตรการป้องกันและรับมือภัยพิบัติอันเป็นสาธารณภัยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ที่ผ่านมามีการสนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการภัยพิบัติโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น จาก สสส. และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( พอช. ) และมีองค์กรที่ขับเคลื่อนงานที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ฯลฯ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังมีการศึกษาวิจัยเรื่องการสื่อสารและการจัดการจราจรกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ UNWOMEN สนับสนุนกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เรื่องการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางในการจัดการภัยพิบัติ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดเวทีภัยพิบัติอาเซียน รวมทั้งการจัดเวทีทบทวนบทเรียน 10ปี สึนามิ
    ในการประชุมสหประชาชาติระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ ครั้งที่ ๓ ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ที่ประชุมจะประกาศรับรองเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมที่สำคัญ ๒ ฉบับ คือ กรอบการดำเนินงานลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ หลังปี ๒๕๕๘ (Post-2015 Framework for Disaster Risk Reduction) ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานของโลกระยะเวลา ๑๕ ปี ข้างหน้า (พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๗๓)มีเป้าหมายในการสร้างการป้องกันและลดความเสี่ยงภัยพิบัติผ่านภาคเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศสมาชิกรวมทั้งไทยซึ่งมีพันธกิจที่จะต้องนำกรอบการดำเนินงานมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบททางกฎหมาย สังคมและวัฒนธรรมของประเทศและปฏิญญาเซนได (Sendai Declaration) ซึ่งเป็นคำประกาศแสดงเจตจำนงทางการเมืองของประเทศสมาชิกที่จะร่วมให้การสนับสนุนการดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติหลังปี ๒๕๕๘ อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะที่ผ่านมาจะมีการขับเคลื่อนเรื่องการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติโดยชุมชนท้องถิ่นอยู่ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ กรณีการเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย น้ำท่วมภาคใต้ต้นปี 2560 น้ำท่วมภาคอีสาน ภาคกลาง ที่ผ่านมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยนังไม่มีความพร้อมมากพอในการรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นการขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านภัยพิบัติ จึงจะต้องมีการดำเนินงานอย่างเป็นจริงเกิดรูปธรรมการทำงานที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีโดยไม่มีข้อจำกัดในทุกระดับ

กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์หลัก

  1. ปัจจัยสาเหตุที่เกี่ยวข้อง (ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยอุปสรรค) 3.1 ปัจจัยด้านคน ภาคใต้มีเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน เช่น เครือข่ายที่มูลนิธิชุมชนไททำงานเครือข่ายที่ พอช.ทำงาน เครือข่ายที่ สสส.ทำงาน และองค์กรอื่นๆที่ทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีพื้นทีปฏิบัติการระดับชุมชน ตำบล จังหวัดและมีแกนนำเครือข่ายที่ผ่านประสบการณ์จากผู้ประสบภัย และลุกขึ้นมาเป็นชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และมากด้วยประสบการณ์ภัยพิบัติที่หลากหลาย 3.2 ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ภาคใต้เป็นภาคเดียวที่เคยผ่านประสบการณ์ภัยพิบัติทุกรูปแบบมาแล้ว ทั้งพายุเกย์ ภูเขาถล่ม สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และภัยพิบัติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามต้นทุนทรัพยากร ในพื้นที่ที่หลากหลาย ที่ก่อให้เกิดภัยพิบัติ และสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ในภาคใต้ 3.3 ปัจจัยด้านกลไก นโยบายกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ส่งเสริมการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน มีแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยระดับชาติ โดยมีคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติ จังหวัด อยู่รวมทั้งมีกลไกเครือข่ายภาคประชาชนที่เกิดขึ้น ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ เช่น เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติภาคใต้ เครือข่ายชุมชนจัดการภัยพิบัติภาคใต้ เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการภัยพิบัติ เครือข่ายจิตอาสาประชารัฐจัดการภัยพิบัติ เป็นต้น

วัตถุประสงค์ของโครงการ / ตัวชี้วัด / การดำเนินกิจกรรม

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ / เป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จ

วัตถุประสงค์โดยตรง

1. เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาอุปสรรค์ ข้อจำกัด และข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการภัยพิบัติชุมชน

1.เกิดเครือข่ายภัยพิบัติภาคใต้ 2.เกิดข้อเสนอเชิงนโยบาย

2. เพื่อเกิดข้อเสนอเชิงนโยบาย กฎหมายที่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาภัยพิบัติ และป้องกันภัยพิบัติโดยชุมชนอย่างยั่งยืน
  1. เกิดข้อเสนอเชิงนโยบาย 2.เกิดชุดความรู้การจัดการภัยพิบัติ 1 ชุด
3. เกิดชุดความรู้กรณีศึกษาในการแก้ปัญหาและบริหารจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน อย่างน้อย ๑ กรณี
  • เกิดความรู้ภัยพิบัติ 2 กรณีศึกษา

วัตถุประสงค์โดยอ้อม

วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่มีผลต่อการแก้ปัญหา เรื่องการพัฒนาคน
วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่มีผลต่อการแก้ปัญหา เรื่องการปรับสภาพแวดล้อม
วัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่มีผลต่อการแก้ปัญหา เรื่องการสร้างกลไกในชุมชน

กิจกรรมหลัก

วันที่ทำกิจกรรมชื่อกิจกรรมหลักงบประมาณ
(บาท)
กลุ่มเป้าหมาย
(คน)
กิจกรรม
(ครั้ง)
งบกิจกรรม
(บาท)
ทำแล้ว
(ครั้ง)
ใช้จ่ายแล้ว
(บาท)
1 แผนงานขับเคลื่อนการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายภัยพิบัติภาคใต้ 90,000.00 40 2 90,000.00 1 49,760.00
21-22 พ.ย. 60 1. เวทีข้อเสนอนโยบายภัยพิบัติ ณ สำนักงานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจังหวัดพัทลุง(พอช.ภาคใต้) 40 - -
23-24 ม.ค. 61 2. เวทีจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านภัยพิบัติ ณ บ้าน เรือนไทยทักษิณา จังหวัดนครศรีธรรมราช 15 - -
2 ถอดบทเรียนพื้นที่่ภัยพิบัติ 2 พื้นที่ 1.ถอดบทเรียนพื้นที่การจัดการภัยพิบัติสึนามิ ณ บ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา,2.ถอดบทเรียนพื้นที่การจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 30,000.00 30 2 30,000.00 - -
25 ธ.ค. 60 พื้นที่ 1.ถอดบทเรียนพื้นที่การจัดการภัยพิบัติสึนามิ ณ บ้านน้ำเค็ม 10 - -
9-10 ม.ค. 61 พื้นที่2.ถอดบทเรียนพื้นที่การจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 20 - -
รวม 120,000.00 70 4 120,000.00 1 49,760.00

คำเตือน : งบประมาณของโครงการ (100,000.00 บาท) ไม่เท่ากับ งบประมาณของกิจกรรมหลัก (120,000.00 บาท)

โครงการเข้าสู่ระบบโดย Admin_ae Admin_ae เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 13:30 น.