ฅนใต้สร้างสุข [The Southern Happyness Action Networks]

สร้างสุขฅนใต้ 52

ประชุมสรุปบทเรียนงานสร้างสุขภาคใต้ ๒๕๕๑-๒๕๕๒

by Little Bear @May,09 2009 13.33 ( IP : 61...177 ) | Tags : สร้างสุขฅนใต้ 52
photo  , 800x600 pixel , 120,319 bytes.

๙ พ.ค. ๕๒ การประชุมสรุปบทเรียนงานสร้างสุขภาคใต้ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยจัดประชุมกันที่โรงแรมแกรนปาร์ค อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และนับเป็นการประชุมครั้งแรกเพื่อเตรียมงานสร้างสุขของปีหน้าซึ่ง จ.นครศรีธรรมราช จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน

เริ่มด้วยการสรุปภาพรวมของงานสร้างสุข ๔ ภาค โดย คุณหมอบัญชา พงษ์พานิช เป็นผู้สรุปให้ฟัง โดยแบ่งออกเป็นประเด็นคือ

  • ประเด็นบทเรียนรู้ ผ่านกรณีศึกษาที่แยกเป็นรายกรณี , การกระจายพื้นที่/ภาคี , รายประเด็น , จังหวัดเจ้าภาพ ซึ่งภาคใต้ไม่มีกรณีศึกษารายกรณีและการกระจายพื้นที่/ภาคี ภาพรวมก็อยู่ในเกณฑ์ดีพอสมควร ส่วนภาคอีสานจะทำได้ดีที่สุดเนื่องจากบทเรียนต่าง ๆ ได้มีการรวบรวมและผ่านการเรียบเรียงใหม่โดยนักเขียนของภาคอีสานจึงทำให้ได้งานออกมาเป็นหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คที่น่าอ่านมาก

  • ประเด็นเชื่อมร้อย & บูรณาการ ภาคีมีส่วนร่วม หลากหลาย หลัก-รอง-เข้าร่วม ทำได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

  • เวทีแลกเปลี่ยน ๑ กลไกประสานเตรียมการ ๒ การนำเสนอ/เอกสาร ๓ การมีส่วนร่วม ๔ ผล ภาคใต้ทำได้ออกมาดี เต็ม ๔ เกือบหมด

  • ยุทธศาสตร์พื้นที่ สถานการณ์สุข-ทุกข์ ๒ คะแนน ประเด็นหลักประจำปี ๓ คะแนน การขับเคลื่อนประเด็น ๓ คะแนน

  • กลไกภาค ๔ คะแนน กลไกวิชาการ ๓ คะแนน จังหวัดเจ้าภาพ ๓ คะแนน กลไกภาคกับกลไกวิชาการยังซ้อนทับกันอยู่โดย สวรส.ภาคใต้เป็นคนทำ กลุ่มวิชาการของภาคใต้ยังอยู่ในวงเดิม ๆ และขึ้นอยู่กับ อ.พงค์เทพเป็นหลัก ต้องขยายออกไปสู่กลุ่มอื่น ๆ ให้มากขึ้น จังหวัดเจ้าภาพยังไม่ค่อยชัดเจนว่ากลุ่มไหนเป็นคนเคลื่อนขบวนหลัก มีการกระจัดกระจายกันมาก

  • อื่น ๆ นิทรรศการ ๔ คะแนน สื่อสาร-ประชาสัมพันธ์ ๓ คะแนน บรรยากาศ ๔ คะแนน พิธีการ-การแสดง ๒ คะแนน ภาคใต้ทำได้ดีเกือบทุกอย่าง ยกเว้นการทำประชาสัมพันธ์ การกินการอยู่มีความสุขสบายดีมาก การแสดงตอนเปิดงานมีหลุดไปหน่อยอย่างที่ไม่มีใครคาดถึง การสื่อสารประชาสัมพันธ์มีการตั้งโต๊ะสัมภาษณ์ออกวิทยุ-ทีวี

โจทย์ สิ่งที่ขาดไปคือไม่ให้น้ำหนักกับยุทธศาตร์ภาค การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางปัญญา การขับเคลื่อนของกลไกภาคที่จะช่วยเสริมศักยภาพของเจ้าภาพไม่ให้ทำงานหนักมากเกินไป

ถัดมาด้วยการรายงานผลการประเมินเบื้องต้นของการจัดงาน สามารถอ่านรายละเอียดได้จากไฟล์รายงาน ได้นะครับ

  • มีเสียงบ่นเรื่องอาหารกันมาก ทั้งอาหารไม่พอทั้ง ๆ ที่ใช้งบประมาณเรื่องอาหารไปตั้งหลายแสน
  • คณะกรรมการมีการแต่งตั้งกันเยอะมาก แต่คนที่ทำงานจริง ๆ มีไม่กี่คน
  • ผู้เข้าร่วมงานเยอะมากในวันแรก แต่พอวันหลังคนหายไปเกือบหมด
  • ป้ายบอกงานไม่ค่อยมี การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง
  • พิธีเปิดติดขัด รวมทั้งพิธีกรไม่ค่อยคล่อง
  • การลงทะเบียนวุ่นวาย ช้า ไม่เป็นระบบ เอกสารแจกไม่ทั่วถึง
  • ของชำร่วยไม่พอ

ข้อเสนอแนะในการจัดงานครั้งต่อไป

  • อาหารควรหลากหลายกว่านี้ แต่ต้องพอเพียง
  • อาหารควรรสจัดกว่านี้ เป็นอาหารท้องถิ่น
  • อาหารควรอยู่ใกล้สถานที่จัดงาน โดยเฉพาะงานกลางคืน
  • พื้นที่จัดงานควรอยู่บริเวณเดียวกัน
  • ควรมีป้ายบอกในบริเวณจัดงานให้ชัดเจน
  • ควรมีข้อเสนอส่งต่อให้ผู้ทำงานทางนโยบาย
  • มีการจัดการแสดงให้มากขึ้น โดยเฉพาะเด็ก
  • ให้แต่ละจังหวัดได้อวดของดีของตนเอง
  • ควรให้ทางโรงเรียนเข้าร่วมมากขึ้น
  • ให้มีความร่วมมือกันหลายฝ่าย ประสานงานกันให้มากกว่านี้
  • เน้นความร่วมมือให้มาก
  • ฯลฯ

อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของการจัดงานสร้างสุขในแต่ละปีว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง พัฒนาการ มีอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาบ้าง

สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือการสวดมนต์ตอนเช้าแล้วมีบรรยากาศของการออกกำลังกายจากคนกลุ่มหนึ่ง เป็นภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้เห็นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ

เรียนรู้เรื่องกระบวนการวิชาการในงานสร้างสุข

งานวิชาการน่าจะแบ่งเป็น ๒ เรื่องหลัก คือ เนื้อหาทางวิชาการ และ เรื่องของรูปเล่ม-วิธีการนำเสนอ ซึ่งการทำในปีแรกทำได้ค่อนข้างดี แต่ควรมีพัฒนาการที่ดีกว่านี้ ของภาคอีสานเป็นตัวอย่างการทำงานเอกสารที่ดี มีการแปลงข้อมูลทางวิชาการให้อยู่ในรูปแบบที่ชาวบ้านสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ่ ช่วยกันมองยุทธศาสตร์ภาคใต้ว่าจะเดินไปทางไหน ให้ทำประเด็นเชิงรุกให้มากขึ้น เช่นประเด็นนาข้าวและข้าวพื้นเมืองที่ถูกรุกรานมากขึ้น ความมั่นคงด้านอาหาร การคาดการณ์ล่วงหน้าในแต่ละประเด็น

งานข้อมูลข่าวสาร-ความรู้เป็นหัวใจสำคัญของงานวิชาการ ต้องสร้างชุดความรู้ที่เข้มแข็งสำหรับนำมาใช้ในกระบวนการสาธารณะ สนับสนุนให้ทุกภาคีเห็นความสำคัญและช่วยกันทำ

พลังในการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมต้องมีภาควิชาการเข้ามาช่วย สร้างข้อมูลในการสื่อสารเพื่อลดช่องว่างระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ จะใช้พลังของวิชาการมาก่อให้เกิดพลังการขับเคลื่อนทางสังคมได้อย่างไร?

เรียนรู้เรื่องกระบวนการจัดการในงานสร้างสุขภาคใต้

สงขลา : (โดย ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ) ต้องการให้เป็นเวทีที่ให้เครือข่ายได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน มีคนเข้าร่วมหลากหลายมาก จึงแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม คือ เกษตรและอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ชุมชนพึ่งตนเอง โดยช่วงแลกได้เชิญแต่ละกลุ่มเข้ามาร่วมพูดคุยกัน มีฝ่ายวิชาการเข้ามาช่วยด้วย มีผลงาน Fact and Figures ออกมาปีละ ๑ เล่ม (จนถึงปัจจุบันออกมา ๓ เล่ม)

การดำเนินงานแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย เช่นงานส่วนกลาง การจัดเวที ประชาสัมพันธ์ สื่อ ให้มีวาระสำคัญของเจ้าภาพคือการเซ็นต์ MOU แผนสุขภาพจังหวัดสงขลา และได้รับการขับเคลื่อนต่อเนื่องเรื่อยมา

ปัญหาเรื่องการจัดการ อาหารในงานให้เครือข่ายเกษตรวิถีธรรมวิถีไทรับจัดหามาให้ทั้งหมด การเดินทางและที่พักให้แต่ละเครือข่ายรับไปจัดการกันเองโดยให้งบประมาณในการดำเนินการไปให้

การจัดการทั้งหมดทำโดยเครือข่ายทั้งหมด จึงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แถมยังมีงบประมาณเหลือ

ผลที่ได้จากการจัดงานทำให้เกิดกลไกภาค และคิดต่อให้เกิดกลไกที่ดำเนินงานในปีต่อ ๆ ไป

ทุกคนมาด้วยจิดอาสาที่จะมาร่วมงาน ความเป็นวิชาการจึงมีไม่มากนัก

ปัญหาใหญ่ของการจัดงาน คือ กลไกเครือข่ายที่มาจากแต่ละจังหวัดมีน้อย เนื่องจากเป็นการจัดการเครือข่ายในเชิงประเด็น ความหลากหลายของกลุ่มต่าง ๆ มีน้อย

ภูเก็ต : (โดยคุณสุพจน์ สงวนกิตติพันธุ์) เข้าร่วมในงานสร้างสุขปีแรกโดยนำวัฒนธรรมในร่วมในการจัดงาน หลังจากการประชุมร่วมกันหลายครั้ง มีข้อเสนอให้รับจัดงานในปีต่อไป ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มจนในที่สุดก็รับจัดงานต่อ

จุดที่นำมาทำต่อคือเรื่องการประสานภาคีภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด (ปีแรกมี ๘ จังหวัด) เมื่อได้ประสานงานแล้วทุกคนยินดีเข้ามาร่วมงาน

ยึดเอาประเด็นการท่องเที่ยวเป็นประเด็นหลักของการจัดงาน

หลังจากเวทีนี้ ผลที่ตามมาอย่างหนึ่งคือไม้ขาวจากที่ไม่ได้ทำนาข้าว ก็มีการทำนาข้าวขึ้นมาใหม่ ๕ ไร่

ดึง ๓ วัฒนธรรมทางศาสนาเข้ามร่วมงาน

สุราษฎร์ธานี : ไฟล์ประกอบ เปิดแฟ้มงานสร้างสุขภาคใต้ ๕๒ นำเสนอโดย อ.ทวีศักดิ์ สุขรัตน์

การทำงานต้องมองด้วยตานอกและตาใน

ตานอก - การตั้งชื่องาน "สุขภาวะทางปัญญา วาระสร้างสุขของฅนใต้" การจัดงานมีลักษณะแบบอยู่เข้าค่าย มีการออกกำลังการ ฝึกสมาธิ , สถานที่จัดงานทุกคนยอมรับว่าเหมาะและร่มรื่นดี , เนื้อหาวิชาการมีกลไกภาคทำงานนี้อยู่แล้ว , ช่วงเวลากระชั้นมาก

การจัดการ มี ๓ ขั้น คือ ๑ ขั้นเตรียมการ ๒ ขั้นปฏิบัติการ ๓ ประเมินผล-ถอดบทเรียน มีการกำหนด script งาน

การเตรียมงาน(ก่อนจัดงาน) หลังจากรับงานมาเมื่อปี ๔๙ ได้มีสถานการณ์หลายอย่างเปลี่ยนไป หลังจากรับธงมา ก็มีการดูงาน มีการฟอร์มทีม

ช่วงเตรียมงาน ทีมหด คนหาย เงื่อนไขต่อรองเยอะ เกิดวิกฤติ ๒ เดือนสุดท้าย กองเลขาไม่ขอร่วมงาน ทำให้ทีมงานต้องจัดหาใหม่หมด ทีมงานเลยไม่เข้มแข็ง ขาดประสพการณ์ ประชุมไม่ต่อเนื่อง

ระหว่างการจัดงาน หลายอย่างไม่เป็นไปตามสคริปต์ โดยเฉพาะการแสดงในพิธีเปิด พิธีกรของงานต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์งาน คุมสภาพของงานได้ ป้ายบอกทางไม่ชัดเจน

สิ่งที่ต้องระวังคือระวังหลุมดำที่อาจจะเกิดขึ้น

บทเรียนการทำงาน ราชการกับประชาชนมีกรอบการทำงานที่ไม่เหมือนกัน

งานนี้พลังยังไม่เกิด การร่วมทำงานของคนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องออกแบบให้เติมพลังให้มากขึ้น

ตาใน - ซาบซึ้งน้ำใจเพื่อน ๆ อุปสรรคทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

สรุปภาพรวม

  • ประชาคมมิน่าจะเป็นเจ้าภาพ แต่เป็นเพียงผู้ประสาน
  • เจ้าภาพหลักควรให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักแทนประชาคม เครื่องมือพร้อม
  • จังหวัดขาดอิสระในการตัดสินใจ
  • ถ้าออกแบบใหม่น่าจะให้ดีกว่านี้
  • งานออกมาดี ทั้งๆที่เป็นงานอาสา (ควรภูมิใจน่ะ)

Reflection

  • สถานการณ์เปลี่ยน คนเปลี่ยน มุมมองเปลี่ยน
  • รู้จักหน้าแต่ไม่รู้ใจ
  • ระหว่างงานส่วนรวมกับตัวเอง
  • ระหว่าง ผลประโยชน์ เกียรติยศ กับชีวิตเชิงอุดมคติ และประชาชน
  • ถือข้าง ฝักฝ่าย แยกพวก ปรากฏการณ์ที่มาแรงในสังคมไทย
  • เฝ้ามองอย่างสะใจ สมเพทเวทนา มองอย่างเห็นใจกับการเข้ามาช่วยเหลือ แล้วใครได้ ผลกระทบ

การเชื่อมต่อกับราชการ ภูเก็ตมีการเชื่อมต่อกับสาธารณสุข ภาคีเป็นพันธมิตรหุ้นส่วนกับ สสจ. เข้าร่วมกันทุกงาน มาทำงานร่วมกัน ให้เขาเห็นว่าเขาก็ได้งานด้วย

แพร่ สสจ.ส่งนักสาธารณสุขเข้าไปช่วยเหลือ อบจ. และเป็นผู้ประสานงานหน่วยงานภาครัฐกับภาคประชาชนเข้าร่วมกัน

อุบล มีการทำงานมานานและเชื่อมต่อกันได้ สสจ.กับผู้ว่าเห็นว่างานนี้เกี่ยวข้องกับตัวเองก็เลยลงมาช่วยงาน

ต้องประเมินให้ได้ว่าจังหวัดเจ้าภาพจะเข้าร่วมงานในระดับไหน ให้จังหวัดและสสจ.เห็นประเด็นว่าสามารถใช้ประเด็นนี้ขับเคลื่อนงานตัวเองได้ด้วย ให้เห็นว่าเป็นผลงานของจังหวัดและสสจ.ด้วย

ความคาดหวังกระบวนการงานสร้างสุขต่อสุขภาวะของคนใต้

อ.กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

เป้าหมาย เพื่อคนไทยอยู่เย็นเป็นสุข

  • ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
  • เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของภาคีเครือข่ายสร้างสุขของคนใต้

ประเด็นการขับเคลื่อน

  • ต้องสมประโยชน์ของรัฐ/ภาคีเครือข่าย
  • เชื่อมต่อกับวาระในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
  • มีกระบวนการติดตามมติจากเวทีสร้างสุขที่ผ่านมา

เครือข่ายพันธมิตร

  • ฐานข้อมูล
  • พัฒนาต่ออย่างไร สื่อสารต่ออย่างไร

การจัดการ

  • สถานที่
  • เวลา

กลไกการทำงาน

  • ระดับจังหวัด
  • ระดับประเด็น
  • ระดับภาค

คุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์

การจัดงานสร้างสุขทุกครั้งมักจะมีปัญหาเรื่องการจัดการ

เราจะทำงานสร้างสุขให้เป็นงานที่ภาคนโยบายสนใจได้อย่างไร?

การสร้างศูนย์เรียนรู้ เพื่อนำมาขับเคลื่อนขยายผล

วาระของคนภาคใต้ ที่มีอยู่หลายประเด็นทำให้ลดพลังในการทำ หากทำเพียง ๒ เรื่องจะมีพลังมากขึ้น รวมทั้งแหล่งทุน เรื่องนั้น ๆ มีเจ้าภาพหลักในพื้นที่ที่สามารถชักชวนเข้าร่วมอย่างเต็มที่ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ใช้วิธีทำแบบสะสมพลัง มาพูดคุยโต้แย้งกันทางวิชาการ

ประเด็นจังหวัดเจ้าภาพจัดงาน จะแบ่งจังหวัดเป็นคลัสเตอร์(กลุ่ม) โดยให้กลุ่มจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก ทุก ๔ ปี แต่ละกลุ่มจังหวัดจะได้กลับมาจัดงานอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดความไม่พร้อมของบางจังหวัดลงได้

ประเด็นของเครือข่าย ปีต่อ ๆ ไปจะมีเครือข่ายใหม่ ๆ เข้ามา เครือข่ายใหม่จะมีผู้นำหรือไม่ เราต้องดูแลเครือข่ายใหม่ซึ่งอาจจะไม่รู้เรื่องราวที่เป็นอยู่ หากมีคนใหม่เข้ามาเพียงปีละ ๑๐ คนก็นับว่าเยอะแล้ว

สปสช.

คาดหวัง ๔ ช.

  • เชื่อม สปสช. สาธารณสุข เวทีสร้างสุข กลไกภาค กลไกจังหวัด กลไกเชิงประเด็น กระบวนการทางวิชาการ
  • แชร์ เรื่องข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลทางวิชาการ
  • ชี้ ผลจากแต่ละเวทีน่าจะบอกได้ว่า สปสช.ควรจะทำอะไรได้อีกเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของสุขภาวะได้เร็วขึ้น
  • ใช้ จะให้ สปสช.ช่วยทำงานอะไรให้บ้าง สนับสนุนงบประมาณ สนับสนุนทางวิชาการ

การจัดงานแต่ละครั้งต้องมีการต่อยอด เพื่อให้เห็นผลของการก้าวหน้าในแต่ละปี

ภาคี

ภาคี

ภาคี

ี่###วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒

จังหวะก้าวของงานสร้างสุขภาคใต้ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕

จังหวะก้าวงานสร้างสุข ๓  ปี

โดยคุณมานะ ช่วยชู สมาคมดับบ้านดับเมือง

อัตลักษณ์... ที่ยังไม่ลงตัว

  • วาระหลักของภาคใต้ คม ชัด มีพลังทางนโยบาย
  • หาเพื่อน(ใหม่) เกิดเครือข่ายเรียนรู้ และเครือข่ายปฏิบัติการ
  • การเชื่อมโยงภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และภาควิชาการ

เลือกหรือเอาทั้งหมด

งานวิชาการ

  • เพิ่มมิติความลึก มีหน่วยวิชาการเพิ่มขึ้นที่ช่วยแบ่งเบา สวรส.
  • เปิด "กรณีศึกษา" ใหม่ ๆ
  • มีกระบวนการติดตาม ประเมินเสริมพลัง

การเคลื่อนนโยบาย

  • อบต. เทศบาล อบจ. ไม่ใช่เป็นแต่ประเด็นหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มภาคีหลักในการผลักดันนโยบาย
  • จังหวัด / อบจ. / ภาคประชาสังคม เน้นพื้นที่เจ้าภาพงานสร้างสุขช่วยหนุนให้เกิด

การจัดการ

  • สรุปบทเรียน
  • คณะทำงานครอบคลุม กระชับ
  • คนทำงานร่วมจากจังหวัดอื่น ๆ
  • เริ่มแต่เนิ่น ๆ
  • สร้างการมีส่วนร่วมจากจังหวัด สสจ. สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน
  • ต้องไม่ยุ่ง จนไม่ได้พัฒนางานของจังหวัด

คุณชัยพร จันทร์หอม

  • ต้องมีวิสัยทัศน์ของงานสร้างสุขระยะยาวเช่น ๕-๑๐ ปี
  • สร้างแกนนำที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างขบวนของคนที่มีพลังในการขับเคลื่อน
  • จังหวะก้าวของพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลง ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วม ไม่ใช่การรวมศูนย์
  • การเชื่อมร้อยเครือข่าย สร้างประชาคมของการเรียนรู้

ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ

  • ใช้ทุนภายในจังหวัดให้มากขึ้น เช่น จังหวัดต้องเข้ามาหนุนเสริม ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน
  • สร้างความเข้มแข็งของภาคีเพื่อสร้างพลังในการต่อรองกับแหล่งทุนหรือส่วนกลาง
  • สร้างสุขเป็นงาน ๓ ปี วางยุทธศาสตร์-แผนงานให้ชัดเจน

ความคิดเห็น

  • สปสช.ไม่ใช่แหล่งทุน แต่มีงบประมาณอยู่ หากนำทุนก้อนนี้มารวมกัน จัดมหกรรมงานวิชาการในแนว สปสช. ก็สามารถจัดได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ สปสช.ด้วย มีงบส่งเสริมป้องกันที่ให้ สสจ.ใช้อยู่ สามารถนำส่วนหนึ่งมาสนับสนุนให้กับภาคีภาคประชาชนได้
  • สปสช.ยินดีสนับสนุนงบระยะยาวแต่ต้องมีการทำแผนงานร่วมกัน
  • การจัดคลัสเตอร์เป็น ๔ โซน เวียนกันจัดงาน

สรุปแนวทางต่อไป

เป้าหมายร่วม

  • วาระหลักของภาคใต้ คม ชัด มีพลังทางนโยบาย
  • เกิดเครือข่ายเรียนรู้ และเครือข่ายปฎิบัติการ
  • การเชื่อมโยงภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคท้องถิ่น และภาควิชาการ

ยุทธศาสตร์ภาค

  • ระดับภาค
  • ระดับอนุภาค
  • ระดับจังหวัด เช่น สมัชชาสุขภาพจังหวัด

สร้างวาระของภาคใต้

  • ช่องทางในพื้นที่ : แผนระดับจังหวัด , แผนระดับตำบล , หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ช่องทางระดับชาติ : ช่องทางสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ , ช่องทางสภาที่ปรึกษาฯ

วางแผน ๓ ปี

  • ปี ๕๒-๕๓ : นครศรีธรรมราช+พัทลุง+ชุมพร+สุราษฎร์ธานี+กระบี่ ประเด็น วัฒนธรรม,แผนพัฒนาท้องถิ่นสร้างสุข กองทุนสุขภาพท้องถิ่น,แผนพัฒนาภาคใต้,เศรษฐกิจพอเพียง

  • ปี ๕๓-๕๔ : ตรัง+ระนอง+พังงา+ภูเก็ต

  • ปี ๕๔-๕๕ : ปัตตานี+ยะลา+นราธิวาส+สตูล+สงขลา

การขับเคลื่อนผลจากสร้างสุข

  • ติดตามเจ้าภาพเดิม
  • ติดตามประเด็นเดิม

ขยายเครือข่าย

  • ภาคียุทธศาสตร์หลัก
  • สมัชชาคุณธรรม

กลไกการประสาน

  • กลไกประสานงานเว็บไซท์ http://happynetwork.org
  • กลไกสื่อ

ฐานทุน

  • ท้องถิ่น เช่น สมาคม อปท.ภาคใต้ , สปสช. , สถาบันวิชาการ
  • ส่วนกลาง เช่น สสส. , สช. , สวรส.

ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี ภาคี

Comment #1ทำงานสรุปได้รวดเร็ว
อารยา
Posted @May,11 2009 05.14 ip : 61...83

ขอบพระคุณทีมงานที่ทำงานสรุปได้รวดเร็วมากค่ะ ขอชื่นชมด้วยจิตคารวะ

Comment #2
Posted @May,11 2009 11.24 ip : 61...184

ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ จะพยายามรวบรวมข้อมูลในการจัดงานที่ผ่านมา นำมาจัดหมวดหมู่ให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกและง่ายกว่านี้

ตอนนี้กำลังคอยไฟล์รายงานผลการประเมินเบื้องต้นฉบับสมบูรณ์อยู่ครับ ได้รับแล้วจะรีบนำมาลงให้ครับ

แสดงความคิดเห็น

« 5190
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง