อนุกรรมการประเมินแผนชุมชนลงประเมินคุณภาพแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนอง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินแผนชุมชนจังหวัดระนอง เพื่อประเมินศักยภาพแผนเป็นแผนดีเด่นระดับจังหวัด
วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระนองและอนุกรรมการประเมินแผนชุมชนจังหวัดระนอง ได้ลงประเมินแผนชุมชนดีเด่นระดับหมู่บ้านวันแรก ๕ อำเภอ ๑๐ หมู่บ้าน อำเภอกระบุรี ๒ หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ ๖ บ้านน้ำขาว และหมู่ที่ ๑๐ บ้านนิคมผัง ๑ ตำบล จปร. อำเภอกระบรี จังหวัดระนอง
สสส.จัดประชุมเชิงปฎิบัติการพิจารณาโครงการภาคใต้

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสมัมนาเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนาและพิจารณาโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่พื้นที่ภาคใต้
วันที่ ๑๒-๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมหาดใหญ่ฮอลิเดย์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิชผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส. ได้ให้แนวทางกับพี่เลี้ยงโครงการแต่ละจังหวัดเพื่อได้วางกรอบร่วมกันตามหลักเกณฑ์ของ สสส. ในการพิจารณาโครงการ เพื่อแก้ไขปรับปรุงโครงการแบบบางโครงการที่สมบูรณ์ให้ผู้รับผิดชอบเซ็นสัญญาได้เลย ส่วนโครงการที่พอใช้ได้ก็ให้พี่เลี้ยงกับผู้รับผิดชอบโครงการปรับแก้ให้ส่งวันที่ ๑๓ ช่วงบ่ายโมง ส่วนโครงการที่หนักจริงคือไม่เข้ากรอบของทาง สสส. กำหนดไว้ ทาง สสส. ก็คงสนับสนุนไม่ได้
ผศ.ดร.ภก.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ ได้เสนอผลการดำเนินการพัฒนาโครงการของภาคใต้ทาง (สจรส.) ได้จัดกระบวนการโดยให้ตัวแทนโครงการไปดูงาน แล้วให้ปรับข้อมูลแผนชุมชนแล้วให้กลับเปิดเวทีสังเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาเหตุมาแก้ไขปัญหาของชุมชนแบบมีส่วนร่วม
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.จังหวัดระนอง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (10 กรกฎาคม 2553) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
1. * เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ที่นั่ง จากเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังโรงเรียนบ้านกำพวน หมู่ที่ 2 บ้านกำพวน ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว. จังหวัดระนอง โดยมีนายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง รองแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ จากนั้นรองประธานกรรมการ พอ.สว. ประจำจังหวัดระนอง กราบทูลรายงานเบิกผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินเข้ารับพระราชทานของที่ระลึกเป็นรายบุคคล รองประธานกรรมการมูลนิธิ พอ.สว.ประจำจังหวัดระนอง ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก รองเลขาธิการมูลนิธิ พอ.สว. เบิกผู้แทนกรรมการ และอนุกรรมการเข้ารับพระราชทานเข็มเครื่องหมายกรรมการ อนุกรรมการ และเบิกอาสาสมัครเข้ารับพระราชทานเข็มเครื่องหมาย พอ.สว. เข็มพระนามาภิไธยย่อ สว. และโล่ตามลำดับ
จากนั้น ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลกำพวน ได้กราบทูลถวายรายงานสภาพหมู่บ้าน พระราชทานเครื่องแบบนักเรียนแก่ผู้แทนนักเรียนชาย 6 คน หญิง 6 คน พระราชทานของเด็กเล่นและเสื้อแก่ผู้แทนนักเรียนอนุบาลชาย 1 คน หญิง 1 คน พระราชทานเครื่องนุ่งห่มและยาตำราหลวงแก่คนชรา ชาย 10 คน หญิง 10 คน จากนั้น ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จและเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และหน่วยแพทย์พระราชทาน สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่มาตรวจรักษา และเสด็จฉายพระรูปร่วมกับอาสาสมัคร พอ.สว. จากนั้นประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง จากสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวโรงเรียนบ้านกำพวน เสด็จไปยังเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี …..//////สวท.ระนอง
สปสช.พัฒนาศักยภาพกรรมการศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดระนอง

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 11 สุราษฎร์ธานี (สปสช.) ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดระนอง สัมนาเชิงปฎิบัติการพัฒนาศักยภาพให้เครือข่ายของศูนย์ประสานงานทั้ง 5 อำเภอ ณ ห้องประชุมโรงเรียนละอุ่นวิทยาคาร อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
เวลา 09.00 - 16.30 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2553 - "นายวิทยา วิริยพงศ์" ผู้อำนวยการโรงเรียนละอุ่นวิทยาคาร กล่าวต้อนรับผู้เข้าอบรม "ดร.วัชราภรณ์ สกุลพงศ์" ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานหลักประสุขภาพแห่งชาติเขต 11 สุราษฎร์ธานี ประธานกล่าวเปิดการอบรมสัมนาแกนนำ และนำเสนอบทบาทหน้าที่ของศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน จังหวัดระนอง ตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด
ช่วงบ่าย "นายทวีวัตร เครือสาย" ประธานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดชุมพรนำเสนอประสบการณ์ของจังหวัดชุมพรให้แกนนำระนองได้แลกเปลี่ยนการทำงาน
สรุปการสัมนาได้มีการปรับปรุงคณะกรรมการศูนย์ประสานงานเพิ่ม เพื่อให้ครบองค์ประกอบทั้งสามภาคีและขยายศูนย์ทั้ง 4 อำเภอของจังหวัดระนอง เพื่อสะดวกต่อการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนอย่างทั่วถึงเวลา 16.30 น. ร.ต.ต.สุวรรณ ณ นคร ผู้อาวุโสกล่าวปิดการสัมนาเชิงปฎิบัติการ
สถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 11 ร่วมกับ อบต.บางแก้ว ปลูกป่าชายเลน

สถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 11 ร่วมกับ อบต.บางแก้ว ปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 "นายพงศพัศณ์ เรืองระพีพรรณ" นายอำเภอละอุ่น ร่วมกับ นายวิบูลย์ เอกอุรุ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการป่าชายเลนที่ 4 เป็นประธานปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุสัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี ประจำปี 2553 ที่บริเวณป่าชายเลนหัวรถจักร กม.30 บ้านเขาฝาชี หมู่ที่ 4 ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง ซึ่งสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 11 ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว จัดขึ้น เพื่อร่วมกันฟื้นฟูป่าชายเลนให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ เป็นการสนองแนวพระราชดำริ และถวายเป็นราชสักการะ ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหามหาราชินี อีกทั้งเป็นแบบอย่างและสร้างแนวร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนและทรัพยากรสัตว์น้ำ มีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่น ประมาณ 500 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ป่าชายเลน เช่น โกงกาง โปรง ถั่ว พังกาหัวสุมดอกแดง จำนวน 7,000 ต้น บนเนื้อที่ 20 ไร่ และปล่อยพันธุ์ปูดำและหอยกัน รวม 16,000 ตัว ลงในแม่น้ำละอุ่น
นายวิบูลย์ เอกอุรุ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการป่าชายเลนที่ 4 กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 1,500,000 ไร่ เฉพาะจังหวัดระนองมีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 170,000 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ของพื้นที่ป่าทั้งประเทศ ซึ่งยังคงมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์..///////
ทีวีไทยจัดเวทีสัมมนาเชิงปฎิบัติการรับฟังความคิดเห็นจังหวัดระนอง

ทีวีไทย ทีวีสาธารณะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นพี่น้อง ๑๖ เครือข่ายจังหวัดระนอง ณ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง
เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐น. วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นายไมตรี จงไกรจักร สมาชิกสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการทีวีไทยเป็นประธานเปิดเวทีสัมมนาเชิงปฎิบัติการระดมความเห็นต่อรายการทีวีไทย
เวทีได้ระดมปัญหาของพื้นที่จังหวัดระนองที่ผ่านมา พร้อมจะใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานประเด็นสาธารณะของพี่น้องจังหวัดระนอง พร้อมแนวทางปฏิรูปประเทศไทยที่ประชุมสะท้อนปัญหาของสังคมไทย เรื่องคอรัปชั่นของหน่วยงานนักการเมืองและองค์อิสระตามรัฐนูญ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ตามกฎหมายแต่ไปเอื้อต่อนักการเมืองที่ผ่านมาในรอบ 50 ปีสังคมต่างประเทศและในไทยยังมองไม่เรื่องการปราบการทุจริตคอรัปชั่น "นี้คือสาเหตุของความเหลื่อมล้ำและขาดจิตสำนึกของสังคมไทย เลยเกิดเสื้อต่างสีขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมของประชาชนในชนบท ไม่ว่าเรื่องที่ดินที่ทำกินที่อยู่อาศัย , ความยุติธรรม , ความยากจน , การบริการของรัฐ ฯลฯ นี้คือส่วนหนึ่งที่ได้สะท้อนกันในเวที
พร้อมกับมีข้อเสนอ แนวทางของประชนที่ปฏิบัติการในพื้นที่
- ต้องร่วมสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ
- เสนอกฎหมายยุบองค์อิสระที่ไม่ได้ทำประโยชน์ต่อประเทศ
- จัดตั้งคณะทำงานปฎิรูปจังหวัด
- และให้ประชาชนเป็นผู้ติดตามประเมินผลหน่วยงานต่าง ๆ
- ถอดบทเรียนสังคมที่ผ่านมาแบบมีส่วนร่วม
ช่วงบ่ายแบ่งกลุ่มย่อยให้วิเคราะห์ผังรายการ 5 ประเด็น 5 รายการ
- รายการสถานีประชาชน
- รายการข่าว
- รายการวัฒนธรรม
- รายการสารคดี
- รายการเยาวชน
สรุปจังหวัดระนองได้มีมติจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อนทีวีไทย
ตำบลในวงเหนืออำเภอละอุ่นจังหวัดระนองแผ่นดินยุบตัวหลายสิบจุด

หมู่ที่ ๒-๓ ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ได้เกิดแผ่นดินยุบตัวหลายสิบจุดกว้างลึกแต่ละจุด ๕-๑๐ เมตรประชาชนทั้งตำบลตื่นกลัวแห่ตั้งวงพูดคุยถึงอันตราย
วันที่ ๕ กรกฏาคม ๒๕๕๓ "นายพงศพัณศ์ เรืองรพีพรรณ" นายอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ได้ประสานสื่อทีวีไทยลงสำรวจพื้นที่ เพื่อนำเสนอข่าวให้ประชาชนทุกคนทราบจะได้มีการเฝ้าระวังภัยกันในตำบล
นายอำเภอละอุ่นให้สำภาษณ์ทีวีไทย เหตุแผ่นดินยุบในครั้งนี้ว่าสืบเนื่องกรณีพายุซีต้าปี ๒๕๔๐ ได้เกิดดินถล่มหมู่บ้านบางหมู่บ้านเสียอย่างมาก และนับจากปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ทำให้ภูเขาในเขตอำเภอละอุ่นมีรอยร้าวแต่ไม่มีการยุบตัวของแผ่นเหมือนคณะนี้ ซึ่งตอนนี้ในเขตตำบลในวงเหนือและในวงใต้ จากการสำรวจของกำนันผู้บ้านพบว่า มีแผ่นดินยุบตัวแล้วหลายสิบจุดโดยไม่ทราบสาเหตุ และตอนนี้ทางอำเภอจะประสานกรมทรัพยากรธรนีเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป
นายอำนวย ฉลาด กำนันตำบลในวงเหนือ ให้สัมภาษณ์ทีวีไทยเพิ่มว่า จากการสังเกตุของประชาชนในตำบลในช่วงมีฝนตกหนัก จะพบว่ามีดินก้อนกรวดที่มีแผ่นดินยุบจะไหลออกจากปล่องน้ำที่ห่างจากจุดไปหลายกี่โลเมตร จากการสังเกตุลงจับดูเป็นกรวดไหลออกมาโดยบริเวรรอบ ๆ จะมีแต่ภูเขาหินเลยสันนิฐานกันว่าน่าจะมาจากการยุบตัวของดินดังกล่าว
แกนนำเครือข่ายประชาสังคมร่วมกับLDIประชุมหาแนวทางปฎิรูปประเทศไทย

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (Civicnet) ประชุมหาแนวทางปฎิรูปประเทศไทย
วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ (นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์และอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ )ร่วมกับพี่น้องเครือข่ายแกนนำประชาสังคมร่วมกันประชุมหาหรือแนวทางการปฎิรูปประเทศไทยในภาวะวิกฤตของประเทศโดยให้ทุกคนCheek inแลกเปลี่ยนปัญหาในพื้นที่และการเมืองไทยขณะนี้เป็นอย่างไรในวงได้สะท้อนสภาพปัญหาใน ๕๐ปีที่ผ่านมาจากการมองของโลกได้มองประเทศมีการคอรัปชั่นของนักการเมืองทุกระดับและข้าราชการบางหน่วยงานมาโดยตลอดเลยทำให้มีการเหลื่อมล้ำของชนชั้นเป็นสาเหตุของความแตกแยกและความยากจนของคนในชนบทดังนั้นการปฎิรูปประเทศครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากฉนั้นเครือข่ายประชาสังคมองค์กรเครือข่ายทั่วประเทศต้องระดมสมองกันเป็นเรื่องใหญ่ให้เป็นวาระของประชาชนจริงไม่ใช่ไปตอบสนองนักการเมืองอีกต่อไป ในวงได้ทบทวนรัฐธรรมนูญปี๒๕๔๐ว่าได้มีการจัดตั้งองค์อิสระขึ้นหลายองค์กรถามว่าแต่ละองค์ได้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญหรือเปล่าหรือไปรับใช้นักการเมืองขี้โกงดังนั้นบัดนี้เราต้องทบทวนองค์กรอิสระบางองค์กรว่าควรยุบทิ้งเสียบ้างเพื่อตัดช่องทางการหากินของนักการเมืองและงบประมาณที่จ้างเงินแพงคนเดือนละหลายแสนแต่ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญให้อำนาจแต่กลับไปช่วยนักการเมืองคอรัปชั่น
ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการปฎิรูปประเทศไทยเบื้องต้นว่าต้องลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเช่นด้านกระบวนการยุติธรรม,คนจนคนรวย,การถือครองที่ดินของคนรวย,วัฒนธรรมองค์กรรัฐ/เอกชน,องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ,สื่อต่างๆ,พร้อมกับเสนอให้รัฐบาลและเครือข่ายมีการถอดบทเรียนสังคมและการเรียนรู้ของสังคมกับเหตุการณ์,งานวิจัยดึงสกว.ให้มาร่วมด้วยต้องกระชับพื้นที่ทำงานให้ชุมชนเข้มแข็งแล้วค่อยขยายวงกว้างแบบมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งประเทศและมีการติดตามประเมินผล
สรุปหลังจากประชาชนจะเป็นผู้บอกหรือเสนอว่าประชาชนจะปฎิรูปดังต่อไปนี้ไม่ใช่ให้รัฐบาลทำอย่างนั้นทำอย่างนี้อีกแล้วแต่ต้องเสนอให้รัฐสนับสนุนประชาชนที่เสนอมาว่าเขาจะทำอะไรอย่างให้รัฐหนุนเสริมไม่ใช่รัฐทำอีกแล้วสุดท้ายนัดประชุมเวิร์ดช๊อบใหญ่วันที่ ๖-๘ สิงหาคม๒๕๕๓นี้อีกครั้ง
ระนองเปิดศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนให้บริการประชาชนแล้ว

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี สนับสนุงบประมาณให้จังหวัดระนองเปิดศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนแล้ว เพื่อให้บริการประชาชนทั่วไปในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานหลักประกันสุขภาพเชื่อมร้อยเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรทุกด้านในพื้นที่สำนักงานเลขที่ ๑๘๘/๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ๘๕๑๓๐ โทรศัพท์/โทรสาร ๐-๗๗๘๗-๓๐๑๙ และ E-mail:PsucheeP@hotmail.com
ระนองจัดประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานแผนชุมชนปี ๕๓

คณะกรรมการรับรองมาตรฐานแผนชุมชนจังหวัดระนองจัดประชุมคณะกรรมการครั้งที่๑ณห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง
วันที่ ๑ กรกฎาคม๒๕๕๓ (เวลา๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. นายสุวิทย์ แก้วเหล็ก พัฒนาการจังหวัดระนองทำหน้าที่แทนประธานคือรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนองในจัดประชุมชี้ภาระกิจหน้าที่ของคณะกรรมการรับรองมาตรฐานแผนชุมชนจังหวัดระนองปี ๒๕๕๓ ประธานกล่าวด้วยกระทรวงมหาดไทยได้ใช้กระบวนการ "แผนชุมชน"เป็นกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาโดยยึดหลักแนวทางปฏิบัติภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพร้อมไปกับการมุ่งเน้นให้ชุมชนไดเรียนรู้และมีความสามารถในการบริหารจัดการชุมชนด้วยชุมชนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของตนในชุมชนร่วมกันจัดทำแผนชุมชนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนด้วยแผนชุมชน
ปี ๒๕๕๑-๕๒ ทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมพัฒนาชุมชนได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานด้วยการสนับสนุนให้ชุมชนมีการจัดทำแผนชุมชนให้ครบทุกหมู่บ้านพร้อมแต่งคณะกรรมการหลายคณะเพื่อสนับสนุนและช่วยกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนชุมชนทั้งระดับชุมชนระดับตำบลและระดับจังหวัดให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
"นายสุชีพ พัฒน์ทอง"คณะทำงานเครือข่ายชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง๔ภาคและคณะกรรมการรับรองมาตรฐานแผนชุมชนจังหวัดระนองนำเสนอการทำแผนตำบลยุทธศาสตร์ของระนอง๒ตำบลคือตำบลม่วงกลวงอำเภอกะเปอร์และตำบลบางแก้วอำเภอละอุ่นนำร่องการทำงานแบบบรณาการของทุกภาคส่วนราชการในพื้นที่
