ฅนใต้สร้างสุข [The Southern Happyness Action Networks]

เยาวชนต้นกล้้าฟื้นฟูพลังงานทดแทนบ้านนาโหรง(ต่อยอด)

พัฒนาโครงการ

สำหรับเจ้าหน้าที่ สสส.

รหัสโครงการ :

วันที่ :         /              /25       







แบบเสนอโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ ปี 2557 (เฉพาะภาคใต้)

1. ชื่อโครงการ

ควรสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสาระของสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน

ชื่อโครงการ เยาวชนต้นกล้้าฟื้นฟูพลังงานทดแทนบ้านนาโหรง(ต่อยอด)

ชื่อและที่อยู่ชุมชนที่เสนอโครงการ หมู่ที่ 1 บ้านนาโหรง ตำบลนาหมอบุญ อำเภอ จุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

พื้นที่ดำเนินโครงการ หมู่ที่ 1 บ้านนาโหรง ตำบลนาหมอบุญ อำเภอ จุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

2. ประเภทโครงการ

เป็นโครงการใหม่ เป็นโครงการต่อเนื่อง

** โครงการใหม่ หมายถึง เป็นโครงการที่ยังไม่เคยได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส.
** โครงการต่อเนื่อง หมายถึง เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการที่เคยได้รับทุนจาก สสส.

3. ผู้รับผิดชอบโครงการ

** กรณีขอทุนในนามบุคคล ผู้รับทุนกับผู้รับผิดชอบโครงการเป็นคนคนเดียวกัน
** ผู้รับผิดชอบโครงการ หมายถึงผู้ดำเนินการหลักของโครงการ อาจเป็นหรือไม่เป็นหัวหน้าองค์กรก็ได้
คุณสมบัติการเสนอโครงการ
  1. ผู้รับผิดชอบโครงการและผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการอย่างน้อย 3-5 คน ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านหรือประธานชุมชน สมาชิก อบต. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ข้าราชการที่อยู่ในชุมชน หรือตัวแทนกลุ่มต่างๆ ในชุมชนที่มีอยู่เดิม เช่น กลุ่มออมทรัพย์ ชมรมผู้สูงอายุ หรือกลุ่มอื่นๆ เป็นองค์ประกอบหลักในการดำเนินโครงการ
  2. ต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้าน หรือตำบลนั้นๆ มีความตั้งใจ/ความมุ่งมั่นอดทนในการพัฒนาโครงการ มีศักยภาพที่จะบริหารจัดการโครงการให้สำเร็จได้ และมีโครงสร้างการบริหารจัดการโครงการที่ชัดเจน

1. ชื่อ-นามสกุลผู้ใหญ่บ้านหรือประธานชุมชน

คำนำหน้าชื่อ นาย ชื่อ สุนทร นามสกุล ชัยสุวรรณ

เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก    3801300422707

ที่อยู่ปัจจุบันที่ตามบัตรประชาชน

บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 1 ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง นาหมอบุญ อำเภอ/เขต จุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ รหัสไปรษณีย์ 80130

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 0867452738 เบอร์มือถือ โทรสาร อีเมล์

2. ชื่อ-นามสกุลผู้รับผิดชอบโครงการ

คำนำหน้าชื่อ นาย ชื่อ ปิยวิทย์ นามสกุล จันทร์เสถียร

องค์กรหน่วยงานหรือเครือข่าย ผู้นำชุมชน ตำแหน่งในชุมชน กรรมการหมู่บ้าน

เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก    3801300421697

ที่อยู่ปัจจุบันที่ตามบัตรประชาชน

บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 1 ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง นาหมอบุญ อำเภอ/เขต จุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80130

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 0857926493 เบอร์มือถือ โทรสาร อีเมล์

4. รายชื่อผู้ร่วมทำโครงการ/คณะทำงาน (อย่างน้อย 3-5 คน)

รายชื่อผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ คนที่ 1

คำนำหน้าชื่อ นาง ชื่อ ศิริญญา นามสกุล เณรานนท์

องค์กรหน่วยงานหรือเครือข่าย อสม. ตำแหน่งในชุมชน อสม.

เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก    3801300423507

ที่อยู่ปัจจุบันที่ตามบัตรประชาชน

บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 1 ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง นาหมอบุญ อำเภอ/เขต จุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80130

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 0899715512 เบอร์มือถือ โทรสาร อีเมล์

บทบาทหน้าที่/ความรับผิดชอบในโครงการนี้ เหรัญญิก

รายชื่อผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ คนที่ 2

คำนำหน้าชื่อ นาย ชื่อ ชูศักดิ์ นามสกุล มณีฉาย

องค์กรหน่วยงานหรือเครือข่าย ปราชฌ์ชุมชน ตำแหน่งในชุมชน ปราชฌ์การทำกังกันลม

เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก    3800900105426

ที่อยู่ปัจจุบันที่ตามบัตรประชาชน

บ้านเลขที่ 169 หมู่ที่ 1 ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง นาหมอบุญ อำเภอ/เขต จุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80130

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 0848421161 เบอร์มือถือ โทรสาร อีเมล์

บทบาทหน้าที่/ความรับผิดชอบในโครงการนี้ ประชาสัมพันธ์

รายชื่อผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ คนที่ 3

คำนำหน้าชื่อ นาย ชื่อ สมพงค์ นามสกุล ชมเชยวงค์

องค์กรหน่วยงานหรือเครือข่าย ผู้นำชุมชน ตำแหน่งในชุมชน กรรมการหมู่บ้าน

เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก    3801300057405

ที่อยู่ปัจจุบันที่ตามบัตรประชาชน

บ้านเลขที่ 194 หมู่ที่ 1 ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง นาหมอบุญ อำเภอ/เขต จุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80130

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 0835288519 เบอร์มือถือ 0835288519 โทรสาร อีเมล์

บทบาทหน้าที่/ความรับผิดชอบในโครงการนี้ รองประธาน

รายชื่อผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ คนที่ 4

คำนำหน้าชื่อ นาย ชื่อ ดำรงค์เกียรติ นามสกุล ลายสิงห์

องค์กรหน่วยงานหรือเครือข่าย กลุ่มพลังสตรี ตำแหน่งในชุมชน ตัวแทนเยาวชน

เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก    3801300423436

ที่อยู่ปัจจุบันที่ตามบัตรประชาชน

บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 1 ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง นาหมอบุญ อำเภอ/เขต จุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80130

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก เบอร์มือถือ 0854284553 โทรสาร อีเมล์

บทบาทหน้าที่/ความรับผิดชอบในโครงการนี้ เลขานุการ

รายชื่อผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ คนที่ 5

คำนำหน้าชื่อ นาง ชื่อ อุบลรัตน์ นามสกุล จันทร์เสถียร

องค์กรหน่วยงานหรือเครือข่าย เครือข่ายเยาวชน ตำแหน่งในชุมชน อาสาสมัครพลังงาน

เลขที่ประจำตัวประชาชน 13 หลัก    3801300424246

ที่อยู่ปัจจุบันที่ตามบัตรประชาชน

บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ที่ 1 ตรอก/ซอย ถนน ตำบล/แขวง นาหมอบุญ อำเภอ/เขต จุฬาภรณ์ จังหวัด นครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80130

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก เบอร์มือถือ 0828314813 โทรสาร อีเมล์

บทบาทหน้าที่/ความรับผิดชอบในโครงการนี้ รองประธาน



ระบุรายชื่อแกนนำในชุมชน ให้ระบุเพิ่มอีก 3- 5 คน พร้อมประสบการณ์ในการทำงานที่จะมาช่วยหนุนเสริมการดำเนินงานของโครงการ( เช่น ปราชญ์ชาวบ้านสมาชิกองค์การบริหารตำบล ครู ผู้นำศาสนา กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มสวัสดิการ ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. เป็นต้น)

นาย ประดิษฐ์ จันทร์เสถียร ปรชญ์ชาวบ้านเรื่องการใช้พลังงานทดแทน ได้แก่ ไปแซก ไฟตบ เตา
นาย ธรรมรัตน์ นาคสันต์ ผู้แทนกลุ่มสวัสดิการตำบล
นาย พัฒนา พูนพนัง ผอ.รพ.สต. บ้านกาโห่เหนือ

6. ท่านและองค์กรของท่าน จัดอยู่ในองค์กรประเภทใด (เลือกเพียง 1 ข้อ)

1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด)
2. องค์กรชุมชน / องค์กรชาวบ้าน / กลุ่มชาวบ้านซึ่งมีการรวมตัวเฉพาะกิจ
3. คณะบุคคล (ที่ไม่ใช่องค์กรชุมชน หรือองค์กรชาวบ้าน)

7. กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์หลัก

ความสอดคล้องกับทิศทาง เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปี (2555-2564)/ แผนหลัก 3 ปี ของ สสส. (2555-2557) (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

1. ลดอัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยใน พ.ศ. 2557 ลงร้อยละ 10 จาก พ.ศ. 2552
2. ลดอัตราการดื่มสุราของคนไทยใน พ.ศ. 2563 ให้น้อยกว่าร้อยละ 27
3. ลดอุบัติการณ์การติดเชื้อเอดส์ในหญิงตั้งครรภ์ใน พ.ศ. 2559 ลงสองในสามของที่คาดประมาณไว้
4. เพิ่มอัตราการบริโภคผักและผลไม้อย่างเพียงพอตามข้อแนะนำ (400 กรัมต่อวัน) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ใน พ.ศ. 2557
5. เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายประจำของคนไทยอายุ 11 ปีขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ใน พ.ศ. 2557
6. ลดความชุกของภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนในเด็กให้น้อยกว่าร้อยละ 10 ใน พ.ศ. 2562
7. ลดอัตราการตายจากอุบัติเหตุทางถนนสัดส่วนไม่เกิน 10 ต่อประชากรแสนคน ใน พ.ศ. 2563
8. เพิ่มสัดส่วนของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่มีความสุขในการดำรงชีวิต
9. เพิ่มสัดส่วนของครอบครัวอบอุ่น
10. ชุมชนและท้องถิ่นเข้มแข็ง
11. อื่น ๆ (นอกจาก 10 ข้อข้างต้น) ระบุ

8. เป้าหมาย แผนหลัก 3 ปี ของ สสส.

เป้าประสงค์ 5 ขยายโอกาสและพัฒนาศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาวะ

9. ระยะเวลาดำเนินงาน 1 ปี

วันเริ่มต้น 1 พค. 2557 กำหนดเสร็จ 30 เมย.2558

10. รายละเอียดของโครงการ

คำแนะนำ

กรุณาให้รายละเอียดในหัวข้อที่กำหนดไว้ให้เพียงพอต่อการพิจารณา เพื่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาอนุมัติการสนับสนุนโครงการ

ความกระจ่างชัดของเอกสารที่อ่านแล้วเข้าใจถึงจุดมุ่งหมาย วิธีการดำเนินการ ลักษณะการทำงานร่วมกันกับคนหลากหลาย การใช้เงินและทรัพยากรที่มีในชุมชนมาทำให้กิจกรรมบรรลุเป้าหมาย คนที่ร่วมคิดร่วมทำแต่ละคนมีบทบาทอย่างไร ฯลฯ มีผลต่อการพิจารณาอนุมัติโครงการ

1. ท่านได้ศึกษาแนวคิดชุมชนน่าอยู่และสนใจจะนำแนวคิดดังกล่าว ไปปฏิบัติในชุมชนของท่านหรือไม่อย่างไร

สนใจ เพราะ สนใจ เพราะ แนวคิดการสร้างชุมชน ให้น่าอยู่ เป็นการส่งเสริม และ พัฒนาสังคม ชุมชน ได้ทุกมิติ ภายใต้แนวคิดและการมีส่วนร่วมของชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชน เกิดองค์ความรู้ และต่อยอดนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและสังคมที่น่าอยู่ ที่ประสานสอดคล้องกับวิถีชีวิต

ไม่สนใจ เพราะ

2. ท่านมีความพร้อมในการเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการอย่างน้อย 3 ครั้งเพื่อพัฒนาโครงการหรือการศึกษาดูงานนอกพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางในการพัฒนาชุมชนของท่านหรือไม่ (การเข้าร่วมประชุมปฏิบัติการแต่ละครั้งต้องประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านหรือประธานชุมชน ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการซึ่งอาจเป็นสมาชิก อบต. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแกนนำกลุ่มต่าง ๆ หรือผู้ที่มีศักยภาพในการดำเนินโครงการ)

มีความพร้อม (ต้องเข้าร่วมครบทุกครั้ง) ไม่มีความพร้อม

3. ข้อมูลสำคัญเพื่อการวิเคราะห์โครงการ

3.1 ให้อธิบายขั้นตอนการพัฒนาโครงการและผลการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน

3.1.1 ท่านมีการรวมรวบข้อมูลชุมชน และวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนอย่างไร (สำหรับรายละเอียดของข้อมูลชุมชนให้แสดงในภาคผนวกที่ 1)

3.1.1 ขั้นตอน และวิธีการรวมรวบข้อมูลชุมชน และวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน (ให้แสดงข้อมูลชุมชนในภาคผนวกที่ 1)
ขั้นตอนการพัฒนาโครงการเพื่อให้คนในชุมชนเกิดสุขภาวะ มีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการดังนี้
1. สร้างกระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ ถึงสถานการณ์สุขภาวะ ของชุมชน ทั้งจุดเด่น จุดด้อย โดยการเก็บรวมรวมข้อมูลของคนในชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง
2. ชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ จำแนกสถานการณ์ที่เป็นปัญหา ทั้ง ทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา ตลอดจนถึงสิ่งแวดล้อม และให้ชุมชนระดมความคิดเพื่อแสวงหาว่าในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชนต้องการสุขภาวะแบบใด
3.ชุมชน ร่วมกันสร้างตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับสุขภาวะตามความต้องการของชุมชน
4. ชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ว่าปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อตัวชี้วัดสุขภาวะ เช่น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และปัจจัยเกี่ยวกับกลไกที่มีผลกระทบต่อการขับเคลื่อน
5. ชุมชนร่วมกันจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยที่มีผลต่อตัวชี้วัเพื่อหามาตรการในการปรับปรุงแก้ไขและสนับสนุน
6.ชุมชนร่วมกันจัดกระบวนการทำแผนชุมชน
7.ชุมชนช่วยกันคิดว่าในแผนชุมชน ควรจะมี โครงการหรือกิจกรรมใดบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด และตอบโจทย์ สภาพปัญหาสุขภาวะ
8.ชุมชนร่วมกับกลุ่มต่าง ๆหน่วยงาน รวมทั้งท้องถิ่น ดำเนินงานตามแผน
9.ชุมชนวางแผนการติดตาม ประเมิน ร่วมกัน เพื่อ ทบทวนสถานการณ์ ทบทวนและปรับปรุงแผนและวิธีการทำงาน นอกจากนี้ยังต้องทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน สังเคราะห์ เป็นชุคความรู้เพื่อพัฒนาสุขภาวะของชุมชนต่อไป

3.1.2 ท่านมีการทำหรือทบทวนแผนชุมชนอย่างไร โดยประเด็นที่จะทำในโครงการนี้ควรมีอยู่ในแผนชุมชน (สำหรับรายละเอียดของแผนชุมชนให้แสดงหรือแนบในภาคผนวกที่ 2 )

นำมาตรวจสอบร่วมกันกับแกนนำชุมชน ทุกฝ่ายได้แก่ มาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล แล้วมาวิเคราะห์ร่วมกีน ปัญหาที่เกิดจากการวิเคราะห์คือ ชุมชนจึงมีมติร่วมกันว่า น่าจะทำ เพื่อแก้ ปัญหา

3.1.3 ท่านใช้วิธีการและมีขั้นตอนในการพัฒนาหรือเขียนโครงการนี้อย่างไร (เช่น การประชุมกลุ่มหรือการทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อการตัดสินใจร่วมกันในการทำโครงการ)

มีการเปิดเวทีประชาคมเพื่อการตัดสินใจร่วมกันในการทำกิจกรรมโครงการและระดมความคิด ในการทำแผนปฏิบัติและกำหนดกฎกติกาในการทำงานพร้อมกับตัววบุคคลที่รับผิดชอบแต่ละกิจกรรมที่ชัดเจน

3.2 โปรดวิเคราะห์และอธิบายทุนที่มีอยู่ในชุมชนที่จะเป็นปัจจัยเอื้อค่อการดำเนินโครงการ (ทุนของชุมชน ได้แก่ คน ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน)

3.2.1 ในชุมชนของท่านมีใครที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน เป็นผู้นำ และแกนนำ ด้านใดบ้างที่ได้รับการยอมรับจากชุมชน (เช่น ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หมอพื้นบ้าน ครู เป็นต้น)

ในชุมชนหมู่ที่ 1 บ้านนาโหรงมีทุนในชุมชนที่เป็นปัจจัยเอื้นการดำเนินโครงการ
เช่นผู้นำหมู่บ้านที่มีวิสัยทัศน์ และเสียสละ พร้อมกับเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความมุ่งมั่นที่จะนำพาสังคมชุมชนของตนเองให้โดดเด่น เป็นหมู่บ้านนำร่องในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม
มีปราชฌ์ชาวบ้านด้านพลังงาน เช่น พลังงานความร้อน จากเตาซุปเปอร์ฮั่งโล่ (นาย ปิยวิทย์ จันทร์ เสถียร)
เตาเผาถ่านโดยใช้ถังน้ำมัน 200 ลิตร (นางหนูแจ่ม พิชัยยุทธิ์)
แก๊ชชีวภาพ (นายประดิษฐ์ จันทร์ เสถียร)
ไฟแช็คโบราณ (นายประดิษฐ์ จันทร์ เสถียร)
สมาชิกสภา อบต. ที่มีบทบาทในสภา ( นายช่วง พิชัยยุทธ์) เพื่อหนุนเสริม งบประมาณ เพิ่มเติม
มีกลุ่มอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตในหมู่บ้านซึ่งเป็นเยาวชน ซึ่งมีแกนนำชื่อ นายฉัตรชัย รักษาสี

3.2.2 ในชุมชนของท่านมีกลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่ายใดบ้างที่มีความเข้มแข็งเป็นกำลังหลักในงานพัฒนาชุมชน (เช่น เทศบาล, อบต., รพ.สต., โรงเรียน, อสม., กลุ่มแม่บ้าน, กลุ่มผู้สูงอายุ, กลุ่มอาชีพ เป็นต้น)

องค์กรที่มีความเข้มแข็งและเป็นกำลังหลักในการพัฒนาชุมชนมีหลากหลายองค์กรซึ่งจะร่วมกันพัฒนาชุมชนแบบบูรณาการและทำงานเป็นทีม ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลนาหมอบุญ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาโห่เหนือ อสม. กลุ่มพัฒนาองค์กรสตรี กลุ่มองค์กรสวัสดิการชุมชน กลุ่มอาชีพเสริม ต่าง ๆ เช่น กลุ่มทำปุ๋ยหมัก กลุ่มพัฒนาอาชีพ (สวนยาง นาข้าว) กลุ่มสุจจะออมทรัพย์ กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือน ชมรมผู้สูงอายุ ชมรม ทู บี นัมเบอร์วัน มรมออกกำลังกาย และกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มอนุรักษ์พลังงานทดแทนในครัวเรือน

3.2.3 ในชุมชนของท่านมีวิถีชีวิตหรือประเพณี วัฒนธรรมใดบ้างที่เป็นจุดเด่น สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชน (เช่น ศาสนา ประเพณีพื้นบ้าน การบริโภค อาชีพ กีฬาและการละเล่น เป็นต้น)

ในชุมชน หมู่ที่1 บ้านนาโหรง ยังคงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมและการละเล่นพื้นบ้าน เช่น พระเพณีชักพระ ประเพณีลอยกระทง ประเพณีงานเดือนสิบ ประเพณีทำขวัญนาคในงานบวช หนังตลุง มโนรา และมีการละเล่นต่าง ๆ เช่นกลองยาว ซึ่งหาดูได้ยากในสัยปัจจุบัน มีการอนุรักษ์ วิถีชีวิตแบบดังเดิม เอาไว้ เพื่อ ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ เช่น กลุ่มอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม การผลิตงานฝีมือโดยใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น ก้อนดับกลิ่น ผลไม้ ที่ผ่านเผา โดยเตาที่มีประสิทธิภาพสูง การทำขนมโบราณและอาหารโบราณ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต เช่นแกงคั่วกลิ้ง ที่เลื่องชื่อ จนกลายเป็นคำขวัญประจำอำเภอ ที่ว่า “ สามวังลือเลื่อง นามเมืองเจ้าฟ้า ศิลาช่องคอย อร่อยคั่วกลิ้ง” การกวนขนมยาโค ประเพณี ให้ทานไฟ การละเล่นพื้นบ้าน เช่นการชกมวยตับจาก การชกมวยทะเล การเล่นวิ่งเปี้ยว เล่นตี่ ยิงสะบ้า ยิงธนู วงดนตีรำวงย้อนยุค ลิเกป่า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์สามารถทำให้สังคม ชุมชน เกิดความรัก ความสามัคคี เป็นสังคมที่น่าอยู่

3.2.4 ในชุมชนของท่านมีสิ่งใดที่ถือว่าเป็นภูมิปัญญา เป็นความรู้ เป็นนวัตกรรม ที่จะนำมาใช้ในการการพัฒนาชุมชน (เช่น แพทย์แผนไทย เกษตรวิถีธรรมวิถีไท ตำรับอาหาร สิ่งประดิษฐ์และกรรมวิธีในการประกอบอาชีพ เป็นต้น)

ภูมิปัญญาในชุมชนที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาชุมชนมีปรากฏอย่งหลากหลายเช่นหลากหลาย เช่น ภูมิปัญญาด้านการพึ่งตนเอง ด้านการประหยัดพลังงาน เช่นการทำขนม ที่เป็นกุศโลบายในการส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรมให้กับคนในชุมชนรักบ้านเกิด และการอนุรักษ์ภูมิปัญญา เช่น การทำข้าวหลามเดือนห้า (เดือนห้าอากาศร้อน การทำข้าวหลามจะสอนให้คนมีความอดทน) การทำขนมพองขนมลาเ ดือนสิบ การคั่วข้าวตอก การตำข้าวม่าว (เน้นความสามัคคี) การกวนข้าวยาโค การทำขนมจาก (การประยุกต์ใช้ วัสดุในท้องถิ่นซึ่งมีมาก ริมฝั่งคลอง) การทำขนมกวน การทำขนมนึ่งต่าง ๆ การเคี่ยวน้ำมันมะพร้าว ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยสาขาต่าง ๆ เช่นหมอกระดูก หมอเอ็น หมอนวดผ่อนคลายเส้น การเกษตรที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต
เน้นการพึ่งตนเอง ด้านการใช้พลังงานทดแทน

3.2.5 ในชุมชนของท่านมีศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชนอย่างไร (เช่น ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หลักสูตรท้องถิ่น เวทีชาวบ้าน การวิจัยชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น)

ในชุมชนมีศูนย์เรียนรู้และมีการจัดการความู้อย่างต่อเนื่อง เช่นส่งเสริมให้มีการศึกษาตามอัธยศัยในชุมชน โดยใช้สถานที่ที่ประชุมหมู่บ้านเป็นที่ถ่ายทอดการเรียนรู้ และศึกษาค้นคว้าตำรา และมีการเปิดเวทีชาวบ้านเพื่อจัดการความรู้อย่างเหมาะสมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จัดหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการพึ่งตนเองด้านต่าง ๆ หลักสูตรปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ กรีดยาง และมีศูนย์เรียนรู้การประกอบอาชีพ โดยการใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่นศูนย์เรียนรู้การทำอาชีพเสริม เช่นการทำแก๊ชชีวภาพจากมูลสัตว์ (ขี้หมู) การทำน้ำยาอเนกประสงค์ โดยใช้วัสดุ ในท้องถิ่น เป็นวัตถุตั้งต้น เช่นการทำน้ำด่างจากขี้เถ้าแกลบจาการเผาถ่าน การทำดอกไม้ประดิษฐ์ต่าง ๆ และมีการจัดหลักสูตรการศึกษา โดยชุมชน ให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษา เรียนรู้เรื่องพลังงานทดแทน ทั้งการผลิตและการใช้

3.2.6 ในชุมชนของท่านมีการทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างไร (เช่น สภาชุมชน สภากาแฟ การลงแขก เวทีชุมชน เวทีชาวบ้าน การทำงานเป็นกลุ่ม เครือข่าย เป็นต้น)

กระบวนการมีสวนร่วมในชุมชนมีหลากหลายตามความเหมาะสมตามจังหวะและฤดูกาล เช่น ถ้าในช่วงก่อนมีการเลือกตั้งมักจะพบปะกันรูปของสภากาแฟ แต่ในภาวะปกติมีการปรึกษาหารือร่วมกันในรูปของการประชุมปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเปิดเวทีประชาคม และมีการทำงานกันเป็นกลุ่มและเครือข่าย ตามวาระและความจำเป็นที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบที่ชัดเจน ในกรณีที่เป็นวิถีชีวิตเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ มักจะอยู่ในรูปของการลงแขก เช่นลงแขกเกี่ยวข้าว ลงแขกร่วมโมธนางานบุญ

3.2.7 ในชุมชนของท่านมีเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนใดบ้าง ที่มีความเข้มแข็งและสามารถเข้าร่วมในการพัฒนาชุมชน (เช่น กองทุนออมทรัพย์ สหกรณ์ กองทุนสวัสดิการ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กองทุนสุขภาพตำบล เป็นต้น)

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนที่มีความเข้มแข็งสามารถเข้าร่วมในการพัฒนาชุมชน ได้แก่ กลุ่มกองทุนออมทรัพย์ กลุ่มกองทุนสวัสดิการ กองทุนหมู่บ้าน กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล กลุ่มเขียงหมู วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอาชีพเสริมต่าง ๆ

4. สภาพปัญหาของชุมชนที่ต้องดำเนินการแก้ไข หรือพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

4.1 ให้ระบุปัญหาในชุมชนและจัดลำดับความสำคัญจากปัญหาที่สำคัญมากไปน้อย และให้รายละเอียดแต่ละปัญหาในตารางต่อไปนี้

ปัญหาในชุมชน ขนาดของปัญหา
(เป็นปัญหามากหรือน้อยเท่าใด)
ความรุนแรง
และผลกระทบของปัญหา
ความตระหนัก
ในการแก้ปัญหาของชุมชน
ความยากง่าย
ในการแก้ปัญหานี้ของชุมชน

1. 1.เยาวชนติดยาเสพติด

4

4

4

5

2. 2.การบริโภคไม่ปลอดภัย

4

4

3

4

3. 3.โรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น

4

4

3

3

4. 4.สิ่งแวดล้อม (ปัญหาขยะชีวมวล ในครัวเรือน)

4

3

3

2

5. เยาวชนติดยาเสพติด

5

4

2

1

ให้อธิบายเหตุผลสำคัญว่าทำไมชุมชนจึงเลือกปัญหาใดปัญหาหนึ่ง (หรืออาจจะมากกว่าหนึ่งปัญหา) ในตารางข้างต้นมาเพื่อดำเนินโครงการนี้

4.2 ภาพพึงประสงค์ของชุมชนน่าอยู่ที่อยากเห็นของท่านเป็นอย่างไร หากท่านดำเนินการตามโครงการนี้สำเร็จจะทำให้บรรลุภาพความเป็นชุมชนน่าอยู่ของท่านได้หรือไม่ อย่างไร

หากการดำเนินโครงการนี้สำเร็จ จะทำให้ เยาวชนหมุ่ที่ 1 ตำบลนาหมอบุญทั้งใน และนอกระบบการศึกษา มีความรู้ และมีทักษะ การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครัวเรือน เช่นพลังงานสำหรับการหุงต้ม แก๊ชชีวภาพ เตาเผาถ่นประสิทธิภาพสูง มีการใช้ทรัพยากรของท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถสร้างอาชีพเสริมให้กับครัวเรือน เพิ่มรายได้ และมีความรักความสามัคคีในชุมชนใช้ทรัพยากรของท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่าทำให้สังคม หมู่ที่ 1 ตำบลนาหมอบุญ สามารถพึ่งตนเองได้ ตามแนวทางของความพอเพียง สามารถพึ่งตนเองในด้านการจัดหาแหล่งพลังงานมาใช้ในครัวเรือนได้อย่างไม่เดือดร้อน สามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่า เกิดกรณี วิกฤติใดภัยพิบัติใด ๆ (น้ำท่วม ไฟฟ้าดับ) มีความรักความสามัคคีในชุมชนใช้ทรัพยากรของท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่าทำให้สังคม หมู่ที่ 1 ตำบลนาหมอบุญ สามารถพึ่งตนเองได้ ตามแนวทางของความพอเพียง เยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา มีความรู้ และมีทักษะ(ทำได้ ใช้เป็น เห็นประโยชน์ และขยายผลสู่ชุมชนอื่นได้) ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด

4.3 ปัจจัยอะไรที่เป็นสาเหตุของปัญหาและปัจจัยอะไรที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาที่ระบุในโครงการ

4.3.1 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคน (เช่น ความรู้ ความตระหนัก พฤติกรรม ความเชื่อ จิตวิญญาณ)

ครัวเรือน หมู่ที่ 1 ตำบลนาหมอบุญ เริ่มมีความตื่นตัว และเห็นสถานการณ์ด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป และประสบการณ์ ที่ประสบกับภัยพิบัติ น้ำท่วม พายุ ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน อย่างหนัก เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันต้องหยุดชะงัก จึงเป็นบทเรียน ที่จะต้องเตรียมความพร้อม โดยการประยุกต์ใช้ สิ่งที่มีคุณค่า ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ และพึ่งพาตนเองให้ได้ โดยไม่ต้องอาศัยพลังงานจากไฟฟ้าจึงเกิดจิตสำนึกที่จะฟื้นฟู ประกอบกับการเห็นคุณค่า และประโยชน์ของพึ่งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้แหล่งทรัพยากรในท้องถิ่น ในการสร้างอาชีพเสริม เป็นนโยบายในการพัฒนาหมู่บ้าน และผู้นำชุมชน และปราชฌ์ชาวบ้าน ที่มีภูมิปัญญาด้านพลังงาน และส่วนที่เกี่ยวข้อง มีจิตสาธารณะ พร้อมที่จะเป็นแกนนำในการขับเคลื่อน ประกอบกับ ในหมู่ที่ 1 ตำบลนาหมอบุญ มีเยาวชน ทั้งใน และนอกสถานศึกษาจำนวน 150 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความพร้อม ที่จะตอบสนองกิจกรรมของชุมชนที่เป็นวิถีชีวิต

4.3.2 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม (เช่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา การศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง นโยบาย เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม)

ตำบลนหมอบูญ มีอาชีพทำสวน ยางพารา สวนผลไม้ นาข้าว ซึ่งมีปัจจัยเอื้อ ของแหล่งวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน สามารถ นำมาใช้เป็นพลังทดแทนในครัวเรือน ประกอบกับตำบลนาหมอบุญ มีสถานการศึกษาระดับมัธยม คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์ ซึงได้จัดแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอน โดยจัดหลักสูตรท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ซึ่งทางคณะครู นักเรียน มีมติเห็นพ้องกันในการจัดให้มี การส่งเสริม อนุรักษ์ และฟื้นฟู การผลิต และการใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน มาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น เพิ่มเติมในการเรียนการสอน ประกอบกับอาจารย์ ที่รับผิดชอบหลักสูตรท้องถิ่นเป็นคนในพื้นที่เข้าใจชุมชน ทำให้กิจกรรมสามารถขับเคลื่อนไปได้ อย่างมีคุณภาพ

4.3.3 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลไก (เช่น ระบบสาธารณสุข กลไกของกลุ่ม และเครือข่ายในชุมชน กลไกท้องถิ่น กลไกของหน่วยราชการในชุมชน กลไกสื่อสารสาธารณะ)

ตำบลนาหมอบุญ มีสถานการศึกษาระดับมัธยม คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์ ซึงได้จัดแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอน โดยจัดหลักสูตรท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ซึ่งทางคณะครู นักเรียน มีมติเห็นพ้องกันในการจัดให้มี การส่งเสริม อนุรักษ์ และฟื้นฟู การผลิต และการใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน มาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น เพิ่มเติมในการเรียนการสอน ประกอบกับอาจารย์ ที่รับผิดชอบหลักสูตรท้องถิ่นเป็นคนในพื้นที่เข้าใจชุมชน ทำให้กิจกรรมสามารถขับเคลื่อนไปได้ อย่างมีคุณภาพ

4.4 ท่านจะใช้แนวทางสำคัญ วิธีการสำคัญ หรือกลวิธีดำเนินงานที่สำคัญอะไร อย่างไร เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

4.4.1 กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

การแก้ปัญหาดังกล่าว ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ชุมชน ต้องวางเป้าหมายร่วมกัน รู้ และเข้าใจสถานการณ์ โดยให้ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วม ในการคิดวิเคราะห์ และวางแผนการปฏิบัติ และประเมินผล และพร้อมที่จะขยายผล เพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืน โดยใช้ใช้ปราชฌ์ชาวบ้าน หรือ ผู้ที่มี ทักษะความชำนาญ มาเป็นแกนนำ หรือวิทยากรชุมชน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

4.4.2 กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

มีจัดฐานเรียนรู้ภายในชุมชน และรวบรวมภูมิปัญญาด้านการใช้พลังงานทดแทน ขึ้นในชุมชน เพื่อ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ โดยใช้สถานที่บ้านว่าง ของผู้นำชุมชน เป็นสถานที่จัดแสดงอุปกรณ์ประหยัดพลังงานต่าง ๆ และมีการสาธิต และฝึกทักษะเพื่อให้ปฏิบัติได้ เช่น ฐานเรียนรู้ การผลิต เตาฮั่งโล่ ประหยัดพลังงาน ฐานเรียนรู้ การผลิต การเผาถ่านด้วยเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงจากถังน้ำมัน 200 ลิตร ฐานเรียนรู้ การทำน้ำหมักชีวภาพ ฐานเรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์ ไล่แมลง จากน้ำส้มควันไม้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่าน ฐานเรียนรู้ การปั๊มน้ำโดยการใช้จักรยานฯลฯ มีการจัดหลักสูตรท้องถิ่นในสถานการศึกษา ของโรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์ในระดับนักเรียนชั้นมัธยม ปลาย

4.4.3 กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

1 สร้างแกนนำในการดำเนินโครงการ ในรูปแบบของคณะปฏิบัติงาน(เช่นครูโรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์ โรงเรียนกศน. ตำบลนาหมอบุญ) โดยให้ผู้ที่มีภูมิปัญญาด้านการประหยัดพลังงานในชุมชน เป็นแกนนำหลัก และบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหนุนเสริมคุณภาพในการทำโครงการ มอบหมายภารกิจให้รับผิดชอบ ส่งเสริม และสนับสนุน การเรียนรู้อย่างต่อเนิ่อง

4.5 ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่อไปนี้อย่างไร

4.5.1 การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของคนและกลุ่มคนในชุมชน คือคนในชุมชนเตรียมความพร้อมที่จะรับสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติต่าง ๆ เยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษามีความรู้ มีทักษะที่จะการประยุกต์ใช้ สิ่งที่มีคุณค่า ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ และพึ่งพาตนเองให้ได้ โดยไม่ต้องอาศัยพลังงานจากไฟฟ้าจึงเกิดจิตสำนึกที่จะฟื้นฟู ประกอบกับการเห็นคุณค่า และประโยชน์ของพึ่งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยคือ คนมีความสมัครสมนสามัคคี มีจิตสำนึกรักบ้านเกิดและท้องถิ่นของตนเอง สามารถเผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ เกี่ยวทักษะ การผลิต และการใช้พลังงานทดแทนสู่ ชุมชนอื่น ๆ (สอนแนะ ทำได้ ใช้เป็น ) มีอาชีพเสริม เกิดการพึ่งตนเอง ตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ คุณภาพชีวิตดีขึ้น

4.5.2 การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

คนมีความสมัครสมานสามัคคี และมีความเสียสละ เพื่อที่จะแบ่งปันความรู้ ความสามารถ ในการผลิตอุปกรณ์ การประหยัดพลังงานให้กับประชาชนนท้องถิ่น อย่างเต็มใจ ใช้ประโยชน์ จากวัสดุในท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่ามีอาชีพเสริม เกิดการพึ่งตนเอง ตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง ลดปัญหาขัดแย้ง และภาวะเครียด จากภัยพิบัติต่าง ๆ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาสในการทำงาน และประกอบอาชีพ เกิดแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เยาวชนมีจิตสำนึกรัก หวงแหนกิจกรรมอันเป็นวิถีชีชีวิต คุณภาพชีวิตดีขึ้น

4.5.3 การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ตื่นตัว และ พร้อมที่จะบูรณาการ การพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนพร้อมที่จะเรียนรู้ และนำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะ สถานการศึกษา และ แกนนำชุมชน สามารถบูรณาการกิจกรรม ไปได้พร้อม ๆกัน มีความสมัครสมานสามัคคี มีจิตสำนึกรักบ้านเกิดและท้องถิ่นของตนเอง มีอาชีพเสริม เกิดการพึ่งตนเอง ตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ คุณภาพชีวิตดีขึ้นชุมชนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทุกขั้นตอนและพร้อมที่จะเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นลอกเลียนแบบ

5. สรุปผลการวิเคราะห์ (หัวข้อย่อย 3 -4 ) ให้ได้หลักการและเหตุผลที่สำคัญในการดำเนินงานโครงการ เป็นส่วนสำคัญที่แสดงข้อมูลรายละเอียดถึงสาเหตุหรือปัญหาที่ต้องการดำเนินงานโครงการ และมีแนวคิดว่าจะแก้ไขปัญหาตรงจุดไหน

  • ระบุหลักการและเหตุผลของโครงการ วิเคราะห์สถานการณ์ ใช้ข้อมูลสภาพปัญหาเฉพาะพื้นที่ โดยแสดงหลักฐานข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกับปัญหาที่ต้องการแก้ไขสำหรับกลุ่มเป้าหมาย และในพื้นที่นั้นๆ (แหล่งข้อมูล จะเป็นข้อมูลที่ชุมชนรวบรวม หรือหน่วยงานในชุมชนรวบรวมก็ได้ แต่ต้องเชื่อถือได้) และอธิบายได้ชัดเจนว่า โครงการเกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพอย่างไร มุ่งเน้นที่แก้ปัญหาประเด็นสุขภาพเรื่องใด
  • กรณีเป็นโครงการนำร่อง จะต้องอธิบายได้ว่าจะใช้โครงการเป็นแบบอย่างสำหรับพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างไร
  • กรณีที่เป็นโครงการต่อเนื่อง ให้ระบุผลการประเมินการดำเนินงานที่ผ่านมา และเชื่อมโยงมาสู่โครงการที่เสนอใหม่อย่างไร

หลักการและเหตุผลของโครงการ จากการวิเคราะห์สถานการการชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลนาหมอบุญ อำเภอ จุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า ประชาชน ร้อยละ 72(จาการสอบถาม)ไม่ได้พึ่งตนเองในการใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน โดยเฉพาะการใช้พลังงานในการหุงต้มในครัวเรือน ก้ปัญหาเฉฑาะหน้าได้ในยามเกิดวิกฤติขาดแคลน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้ง ๆที่พลังงานเหล่านี้ มีอยู่อย่างเพียงพอ ในชุมชน ซึ่งถ้าพลังงานทดแทนเหล่านี้ได้ ได้รับการหยิบยกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ภายใต้ การอนุรักษ์ และฟื้นฟู ทำให้การใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานดังกล่าว สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่ง ชาวบ้าน และเยาวชนทั้งใน และนอกสถานศึกษา หมู่ที่ 1 บ้านนาโหรง ตำบลนาหมอบุญ ได้วิเคราะห์ปัญหา และสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น และได้ขานรับพลังงานทดแทน และการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในชุมชนในรูปแบต่าง ๆเช่น เตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง ถังเผาถ่าน 200 ลิตร แก๊ชชีวภาพในครัวเรือน จักรยานส่งน้ำ มีความตื่นตัว การผลิตและใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้ และประหยัดพลังงานใและหวังลดปริมาณการใช้พลังงาน และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว และพร้อมที่จะยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ในระดับหมูบ้าน ตำบล อำเภอ ต่อไป เป็นแหล่งผลิตเตาเปอร์อั้งโล่ ในอำเภอ จุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราชปัจจุบันการพึ่งตนเองในการประหยัดพลังงานในครัวเรือนประชาชนหันมาให้ความสำคัญ ชาวบ้านและแกนนำชุมชนได้เรียนรู้ เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงาน รวมทั้งผลกระทบ ต่อการดำรงชีวิตมากขึ้น อีกทั้งมีโอกาสได้รับรู้ และเห็นตัวอย่างเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดการใช้เชื้อเพลิง หลายอย่าง ประกอบกับข้อมูลการสำรวจการใช้พลังงาน ของคนในชุมชน หมู่ที่ 1 ตำบล นาหมอบุญ พบว่า ทุกครัวเรือนมีการใช้พลังงานจากไฟฟ้าในการประกอบภาระกิจทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ทุกครัวเรือนจะใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก แต่ในขณะเดียวกัน พบว่าการใช้พลังงานในการหุงต้มในครัวเรือน ร้อยละ 28 ยังคงใช้ถ่าน และฟืนเป็นบางครั้ง โดยใช้เตาถ่านจากท้องตลาดทั่วไป ซึ่งเป็นเตาที่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและไม่ประหยัดพลังงาน ต้องใช้ถ่านและฟืนมาก ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นประจำ จึงเป็นที่มาของร่วมอนุรักษ์ และฟื้นฟู เทคโนโลยีดังกล่าว โดยเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษายยินดี เป็นแกนนำหลัก ในการขับเคลื่อนการผลิตและการใช้เทคโนโลยีในชุมชน โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ทำได้ ใช้เป็น และเป็นวิทยากรสอนเพื่อนบ้านได้ และบูรณาการหลักสูตรการศึกษาท้องถิ่นในโรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์ ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 100 คน และบูรณาการหลักสูตรวิชาชี การพึ่งตนเองด้านการใช้พลังงานในครัวเรือน สำหรับนักเรียนการศึกษาอัธาศัย อีก 50 คน ซึ่งหาการดำเนินโครงการ ดังกล่าวเสร็จสิ้นทำให้เยาวชน ทั้งใน และนอกสถานศึกษาได้ศึกษาเรียนรู้ การปั้นเตาซุปเปอร์อั้งโล่หรือเตาหุงต้มประสิทธิภาพสูงขึ้นและส่งเสริมการเผาถ่านใช้เองโดยใช้เตาเผาที่ทีประสิทธิภาพสูงซึ่งทำจากถังน้ำมัน 200 ลิตร ซึ่งทำง่าย และสะดวกต่อการใช้งาน โดยจุดเด่นของเตาประเภทนี้อยู่ที่โครงสร้างได้ถูกออกแบบให้ความร้อนสูญเสียออกภายนอกได้น้อย อีกทั้งยังให้พลังงานความร้อนสูง ใช้เชื้อเพลิงเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอต่อการหุงต้มในแต่ละมื้อโดยไม่ต้องเติมถ่านอีก ช่วยประหยัดถ่านได้ถึงร้อยละ 30เมื่อเปรียบเทียบกับเตาหุงต้มแบบเดิมตามท้องตลาด แต่ปัจจุบันเตาซุปเปอร์ อั้งโล่หาซื้อยาก ทาง ชุมชน ครัวเรือน และปราชฌ์ชาวบ้านผู้มีภูมิปัญญาด้านนี้ จึงมีความเห็นร่วมกันว่าน่าจะมีการส่งเสริม การผลิต การใช้ เตาชนิดนี้ขึ้น ขยายไปสู่กลุ่มเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา เพราะชุมชน มีฐานความรู้ หรือภูมิปัญญาด้านนี้อยู่แล้ว ประกอบกับมีแหล่งวัสถุดิบในชุมชนและที่น่าภูมิใจคือ ผู้ที่มีภูมิปัญญาดังกล่าวเป็นผู้เสียสละ มีจิตสาธารณะ พร้อมที่จะถ่ายทอด และสนับสนุนการฝึกปฏิบัติ การเรียนรู้ในการนำไปใช้อีกด้วย เป็นผู้ถ่ายทอด และส่งเสริมการเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติตลอดจนอธิบายเทคนิคการใช้ ประโยชน์ให้กับผู้สนใจ ตามความถนัดของแต่ละรูปแบบหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปซึ่งถ้าผู้สนใจมีทักษะในการผลิตเตาวุปเปอร์อั้งโล่ที่ผลิตได้ในเบื้องต้น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับคือชุมชนของเราจะประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ยะยาว ทางชุมชน หมู่ที่ 1 ตำบลนาหมอบุญ มีความคาดหวังให้ ครัวเรือนในชุมชน ได้ใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครัวเรือนได้อย่าทั่วถึงและครอบคลุม และขยายผล สู่ครัวเรือนและชุมชนใกล้เคียงดได้ สามารถสร้างสุขให้กับชุมชนได้อย่างแน่นอนโครงการ เยาวชน ต้นกล้า ฟื้นฟู พลังงานทดแทน หมู่ที่ 1 บ้านนาโหรง นำไปสู่การสร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชุน หวงแหน ประเพณี วัฒนธรรมและวิถีชีวิต นำไปสู่การจัดการตนเอง และการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน เป็นการสร้างสุขที่เกิดโดยชุมชน และเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง สามารถพึ่งตนเองได้ ตามแนวทางของความพอเพียง

11. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด การดำเนินงาน

  • บอกจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานโครงการ และสิ่งที่ต้องการให้เกิดผลจากการดำเนินงานโครงการ โดยระบุวัตถุประสงค์ของโครงการที่แสดงให้เห็นว่า โครงการจะก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนด้านการสร้างเสริมสุขภาพต่อกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ซึ่งวัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้จริง แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ในระยะเวลาที่กำหนด
  • ตัวชี้วัด ให้ระบุความชัดเจนว่า เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือบรรลุผลสำเร็จอะไรบ้างและมากน้อยเพียงใด และควรแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมวัดผลได้ และระบุตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทั้งในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ (ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ)
วัตถุประสงค์ / เป้าหมาย (ให้สอดคล้องกับข้อ 4.2) ตัวชี้วัด (ให้สอดคล้องกับข้อ 4.5)
ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
เป้าหมาย/จำนวน และหน่วยนับ (เช่น คน, แห่ง)
ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ

1.

เพื่อให้ เยาวชนหมุ่ที่ 1 บ้านนาโหรง ตำบลนาหมอบุญทั้งใน และนอกระบบการศึกษา มีความรู้ และมีทักษะ การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครัวเรือน
ห่างไกลยาเสพติด

เยาวชนนอกระบบการศึกษา ในชุมชน จำนวน 50 คน
เยาวชนในระบบการศึกษา (นักเรียนมัธยมปลาย โรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์ จำนวน 100 คน

เยาวชนในชุมชน จำนวน 150 คน มีทักษะ ในการผลิต ใช้ และ อนุรักษ์เทคโนโลยี ประหยัดพลังงานในครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และหันมาใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยรักษาสภาวะแวดล้อม เพื่อขยายประโยชน์ไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงให้ได้รับประโยชน์จากแหล่งพลังงานทดแทนที่มีอยู่ในแต่ละชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ดีมีประสิทธิภาพและพึ่งพาตนเองได้

2.

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชน นำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ แลแฝึกทักษะมาปฏิบัติได้จริง ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรมและสร้างสำนึกเรื่องการทำงานจิตอาสา เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และหันมาใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยรักษาสภาวะแวดล้อม เพื่อขยายประโยชน์ไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงให้ได้รับประโยชน์จากแหล่งพลังงานทดแทนที่มีอยู่ในแต่ละชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ดีมีประสิทธิภาพและพึ่งพาตนเองได้ ห่างไกลยาเสพติด

- ในครัวเรือนเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย ทำได้ ใช้เป็น จำนวน 150 ครัวเรือน
- เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย 150 คน ได้แนะนำ ชักชวน ครัวเรือนใกล้เคียง ให้
ทำได้ ใช้เป็น โดิยรับผิดชอบ 1 คน ต่อ 2 ครัวเรือน (ครอบคลุมเต็มพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบล นาหมอบุญ

ครัวเรือนมีและใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง

3.

4.

5.

12. กลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์และพื้นที่ดำเนินงาน

  • ระบุกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นใครบ้าง จำนวนเท่าไร
  • กลุ่มเป้าหมายและพื้นที่มีความเหมาะสมทั้งในเชิงของการบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ และระยะเวลาดำเนินงาน
  • การเลือกกลุ่มเป้าหมาย/พื้นที่ สอดคล้องกับสภาพปัญหา
  • ในกรณีที่เป็นพื้นที่เป้าหมายให้ระบุชื่อพื้นที่ดำเนินการและเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่

กลุ่มเป้าหมาย (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ)

1. ปฐมวัย (0 - 5 ปี) จำนวน คน
----> 1.1 ในโรงเรียน จำนวน คน
----> 1.2 นอกโรงเรียน จำนวน คน

2. วัยเรียน (6 - 12 ปี) จำนวน คน
----> 2.1 ในโรงเรียน จำนวน คน
----> 2.2 นอกโรงเรียน จำนวน คน

3. วัยรุ่น (13 - 15 ปี) จำนวน คน
----> 3.1 ในโรงเรียน จำนวน 100 คน
----> 3.2 นอกโรงเรียน จำนวน 50 คน

4. เยาวชน (15 - 20 ปี) จำนวน คน
----> 4.1 ในโรงเรียน จำนวน คน
----> 4.2 นอกโรงเรียน จำนวน คน

5. วัยทำงาน จำนวน คน
----> 5.1 ในระบบ จำนวน คน
----> 5.2 นอกระบบ จำนวน คน
----> 5.3 อยู่ระหว่างศึกษา (20 ปีขึ้นไป) จำนวน คน

6. ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) จำนวน คน

7. ผู้พิการ จำนวน คน

8. ผู้หญิง จำนวน คน

9. ประชากรกลุ่มเฉพาะ จำนวน คน
----> 9.1 มุสลิม จำนวน คน
----> 9.2 พระภิกษุ จำนวน คน
----> 9.3 ชาติพันธุ์ จำนวน คน
----> 9.4 ผู้ต้องขัง จำนวน คน
----> 9.5 หลากหลายทางเพศ (LGBTIQ) จำนวน คน
----> 9.6 กลุ่มด้อยโอกาส (คนไร้บ้าน, เด็กเร่ร่อน, เด็กกำพร้า, เด็กในสถานพินิจ) จำนวน คน
----> 9.7 แรงงานข้ามชาติ จำนวน คน
----> 9.8 อื่น ๆ ระบุ จำนวน คน

10. อื่น ๆ ระบุ จำนวน คน

พื้นที่ดำเนินการ

4. ชุมชน (วัด, หมู่บ้าน)

พื้นที่ดำเนินการ (ภูมิศาสตร์) (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ)

1. ในเมือง
2. ชนบท
3. ชานเมือง
4. พื้นที่เฉพาะ
----> 4.1 ลุ่มน้ำ
----> 4.2 ชายแดน
----> 4.3 พื้นที่สูง
----> 4.4 ชุมชนแออัด
----> 4.5 อื่น ๆ ระบุ
5. อื่น ๆ ระบุ


13. แผนการดำเนินงาน

กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห้นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
วัตถุประสงค์
(ตามข้อ 11)
ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
(ตามข้อ 11)
กลุ่มเป้าหมาย
(ตามข้อ 12)
กิจกรรมจะทำอะไร วิธีการอย่างไร
(สอดคล้องกับข้อ 4.4)
ระยะเวลาดำเนินงาน ผลลัพธ์ /ผลผลิต ประมาณการค่าใช้จ่ายที่เสนอ สสส. ภาคีร่วมสนับสนุน
(ระบุชื่อภาคและวิธีการสนับสนุน เช่น งบประมาณ สิ่งของ การเข้าร่วมอื่นๆ)

เพื่อให้ เยาวชนหมุ่ที่ 1 บ้านนาโหรง ตำบลนาหมอบุญทั้งใน และนอกระบบการศึกษา มีความรู้ และมีทักษะ การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครัวเรือน

เยาวชนในชุมชน จำนวน 150 คน มีทักษะ ในการผลิต ใช้ และ อนุรักษ์เทคโนโลยี ประหยัดพลังงานในครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และหันมาใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยรักษาสภาวะแวดล้อม เพื่อขยายประโยชน์ไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงให้ได้รับประโยชน์จากแหล่งพลังงานทดแทนที่มีอยู่ในแต่ละชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ดีมีประสิทธิภาพและพึ่งพาตนเองได้

เยาวชน หมู่ที่ 1 บ้านนาโหรง ตำบล นาหมอบุญ อำเภอ จุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
(เยาวชนนอกระบบการศึกษา ในชุมชน จำนวน 50 คน
เยาวชนในระบบการศึกษา (นักเรียนมัธยมปลาย โรงเรียนมัธยมศึกษาจุฬาภรณ์ จำนวน 100 คน)

-มีการประชุมคณะทำงาน อย่างต่อเนื่อง ทุกเดือน
เพื่อวางแผนการดำเนินงาน และ จัดทำปฏิทินกาดำเนินโครงการ














สร้างเสริม ความรู้เรื่องพลังงานทดแทน และแลกเปลี่ยน เรียนรู้ สถานการณ์ พลังงานในครัวเรือน ในกลุ่มเยาวชนนอกระบบการศึกษา

พค.57 - เมย.58

















10 มิย.57

สภาผู้นำชุม และคณะทำงาน มีการประชุม และวางแผนการดำเนินงาน















เยาวชน ตำบลนาหมอบุญ นอกระบบการศึกษาจำนวน 50 คน ได้ับความรู้รื่องพลังงานทดแทน

ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการจัดประชุมคณะทำงาน จำนวน 15 คน ๆละ 25 บาท เดือนละ 1 ครั้ง 12 เดือน เป็นเงิน 4,140 บาท
- ค่าวัสดุุปกรณ์ ในการจัดประชุม เดือนละ 500 บาทจำนวน 12 เดือน เป็นเงิน 6,000 บาท
- ค่า ติดต่อประสานงาน เดือนละ 500 บาท จำนวน 12 เดือน เป็นเงิน 6,000 บาท




ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ในกาจัดการอบรม จำนวน 50 คนๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน 5000 บาท
(50*100 เป็นเงิน 5000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรในการจัดอบรม ชั่วโมงละ 300 บาท จำนวน 5 ชั่วโมง เป็นเงิน 1500 บาท
(300*5 เป็นเงิน 1,500 บาท)

ค่าวัสุในการจัดอบรม 3,000 บาท


รวมเงิน 9,500 บาท

สร้างเสริม ความรู้เรื่องพลังงานทดแทน และแลกเปลี่ยน เรียนรู้ สถานการณ์ พลังงานในครัวเรือน ในกลุ่มเยาวชนในระบบการศึกษาโดยบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่น กับโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา
ระดับมัธยมปลาย
(จัดอบรม 2 รุ่น ๆละ 50 คน รุ่นละ 1 วัน

13 มิถุนายน 2557

เยาวชน ตำบลนาหมอบุญ ในระบบการศึกษาจำนวน 100 คน ได้รับความรู้รื่องพลังงานทดแทน เกิดหลักสูตรท้องถิ่น ในระบบการศึกษา

ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ในกาจัดการอบรม จำนวน 100 คนๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
(100*100 เป็นเงิน 10,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรในการจัดอบรม ชั่วโมงละ 300 บาท จำนวน 10 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,000 บาท
(300*10 เป็นเงิน 3,000)

- ค่าวัสดุในการจัดอบรม 6,000 บาท

รวมเป็นเงิน 19,000 บาท

ฝึกทักษะ การผลิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครััวเรือนและฝึกทักษะการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครัวเรือนในกลุ่มเยาวชน นอกระบบการศึกษา

กรกฎาคม 2557

เยาวชน ตำบลนาหมอบุญ นอกระบบการศึกษาจำนวน 50 คน ได้รับการเรียนรู้ และฝึกทักษะการผลิต อุปกรณ์เทคโนโลยีพลังงานทดแทน

ค่่าวัสดุสาธิต ในการเรียนรู้และฝึกทักษะ การผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีพลังงานทดแทน สำหรับผู้สอน และผู้เรียน
-ค่าวัสดุสาธิต ในการผลิตเตาซุปเปอร์ฮั่งโล่ (เตาถ่านหุงต้มในครัวเรือน จำนวน 55 ชุด ๆละ 200 บาท เป็นเงิน 11,000 บาท (ผู้เรียน 10 คน /วิทยากร 1คน)

-ค่าตอบแทนวิทยากรชุมชน จำนวน 5 คน ๆ ละ 300 บาท จำนวน 3 วัน
เป็นเงิน 4,500 บาท

- ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่างในการเรียนรู้ และฝึกทักษะ จำนวน 50 คนๆ ละ 100 บาท จำนวน 3 วัน เป็นเงิน 15,000 บาท

--ค่าวัสดุสาธิต ในการผลิตเตาเผาถ่านประหยัดพลังงาน จำนวน 3 ชุด ๆละ2,000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท

-ค่าตอบแทนวิทยากรชุมชน จำนวน 2 คน ๆ ละ 500 บาท จำนวน 3 วัน
เป็นเงิน 3,000 บาท

- ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่างในการเรียนรู้ และฝึกทักษะ จำนวน 50 คนๆ ละ 100 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 5,000 บาท

--ค่าวัสดุสาธิต ในการผลิตแก๊ชชีวภาพ จากมูลสัตว์ และเศษอาหารเหลือใช้ในครัวเรือน จำนวน 2 ชุด ๆละ 5,000 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท

-ค่าตอบแทนวิทยากรชุมชน จำนวน 2 คน ๆ ละ 500 บาท จำนวน 2 วัน
เป็นเงิน 2,000 บาท

- ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่างในการเรียนรู้ และฝึกทักษะ จำนวน 50 คนๆ ละ 100 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 5,000 บาท

ฝึกทักษะ การผลิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครััวเรือนและฝึกทักษะการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานทดแทนในครัวเรือนในกลุ่มเยาวชน .ในระบบการศึกษาโดยบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่น กับโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา
ระดับมัธยมปลาย
(แบ่งเป็น 2 รุ่น ๆละ 50 คน)

สิงหาคม 2557 - กันยายน 2557

เยาวชน ตำบลนาหมอบุญ ในระบบการศึกษาจำนวน 100 คน ได้รับการเรียนรู้ และฝึกทักษะการผลิต อุปกรณ์เทคโนโลยีพลังงานทดแทน

ค่่าวัสดุสาธิต ในการเรียนรู้และฝึกทักษะ การผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีพลังงานทดแทน สำหรับผู้สอน และผู้เรียน
-ค่าวัสดุสาธิต ในการผลิตเตาซุปเปอร์ฮั่งโล่ (เตาถ่านหุงต้มในครัวเรือน จำนวน 100 ชุด ๆละ 200 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท

-ค่าตอบแทนวิทยากรชุมชน จำนวน 5 คน ๆ ละ 500 บาท จำนวน 3 วัน* 2รุ่น
เป็นเงิน 7,500 บาท

- ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่างในการเรียนรู้ และฝึกทักษะ จำนวน 50 คนๆ ละ 100 บาท จำนวน 3 วัน เป็นเงิน 15,000 บาท* 2 รุ่น เป็นเงิน 30,000 บาท

-วัสดุสาธิต ในการผลิตเตาเผาถ่านประหยัดพลังงาน จำนวน 3 ชุด
(ใช้วัสดุสาธิต ชุดเดิม)

-ค่าตอบแทนวิทยากรชุมชน จำนวน 2 คน ๆ ละ 500 บาท จำนวน 3 วัน
เป็นเงิน 3,000 บาท *2 รุ่น เป็นเงิน 6,000 บาท

- ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่างในการเรียนรู้ และฝึกทักษะ จำนวน 50 คนๆ ละ 100 บาท จำนวน 1วัน เป็นเงิน 5,000 บาท * 2รุ่น เป็นเงิน 10,000 บาท

--ค่าวัสดุสาธิต ในการผลิตแก๊ชชีวภาพ จากมูลสัตว์ และเศษอาหารเหลือใช้ในครัวเรือน จำนวน 2ชุด ๆละ 5,000 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท

-ค่าตอบแทนวิทยากรชุมชน จำนวน 2คน ๆ ละ 500 บาท จำนวน 2 วัน
เป็นเงิน 2,000 บาท* 2รุ่น เป็นเงิน 4,000 บาท

- ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่างในการเรียนรู้ และฝึกทักษะ จำนวน 50 คนๆ ละ 100 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 5,000 บาท * 2
รุ่น เป็นเงิน 10,000บาท

ประเมินผลการดำเนินโครงการ

ตค.2557

เปิดเวทีแสดงความคิดเห็นและหาข้อเสนอแนะร่วมกัน ในการสรุปผลดำเนินโครงการและประสิทธิภาพของโครงการเพื่อหาแนวทางในการ ส่งเสริม พัฒนาปรับปรุงและขยายผล สู่สังคมชุมชน ต่อไป

ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่มในการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นในเยาวชน ทั้งในและนอกระบบการศึกษา จำนวน 150 คน ๆละ 100 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท

สรุปโครงการ ถอดบทเรียน

ธค. 57

คณะทำงาน เก็บรวบรวมข้อมูล
ตรวจสอบความถูกต้อง จัดพิมพ์เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์

ค่าวัสดุ เครื่องเขียน ในการจัดพิมพ์รายงาน

ค่ากระดาษ หมึกพิมพ์
ค่าอาหรว่าง และเครื่งดื่ม เป็นเงิน 5,000 บาท


งบประมาณโครงการ

จำนวนงบประมาณที่ต้องการสนับสนุนจาก สสส. จำนวน 200000 บาท (ไม่เกิน 200,000 บาท)

งบประมาณสมทบจาก จำนวน บาท

งบประมาณรวม จำนวน 200000 บาท

14. การติดตาม/การประเมินผล

ใช้กระบวนการสภาผู้นำ/สภาชุมชนที่มีการประชุมหมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง และกำหนดให้มีวาระการติดตามประเมินผลโครงการ การจัดทำแผนชุมชน เป็นต้น พร้อมทั้งจัดทีม เพื่อทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลเป็นระยะว่าแต่ละโครงการ แต่ละกิจกรรม เป็นตามแผนหรือไม่ มีปัญหาอุปสรรค และต้องปรับปรุงการดำเนินงานอะไร อย่างไรบ้าง สุดท้ายทำเสร็จแล้วจะได้คุณค่าอะไรบ้าง ทั้งนี้ การติดตามประเมินผล ควรระบุการกำกับติดตามกิจกรรมต่างๆ ของโครงการที่ชัดเจน ได้แก่ วิธีการติดตามประเมินผล เครื่องมือในการติดตาม ผู้มีบทบาทในการติดตาม ระยะเวลาในการติดตาม เป็นต้น

15. แนวทางการพัฒนาเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน และการขยายผล

แสดงให้ชัดเจนในเรื่องคาดหวังผลของโครงการว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะนำไปทำอะไร อย่างไร ให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในชุมชน/ท้องถิ่น และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไป ชุมชนจะทำเองต่อ หรือใช้แหล่งทุนใดในชุมชน ตลอดจนจะมีวิธีการขยายผลจากการดำเนินโครงการนี้อย่างไร และชุมชน หรือผู้อื่นจะใช้ประโยชน์จากผลของโครงการอย่างไร


ภาคผนวกที่ 1

ข้อมูลชุมชน

1. ข้อมูลประชากรศาสตร์

  1. โครงสร้าง ลักษณะและสถานภาพต่าง ๆ ของคนในหมู่บ้าน เช่น เพศ อายุ เชื้อชาติ สถานภาพการสมรส เป็นต้น

  2. สภาพการเคลื่อนย้ายของคน ได้แก่ การย้ายเข้าและออกของคนในหมู่บ้าน

  3. จำนวนคนในหมู่บ้าน พร้อมทั้งแยกตามเพศและอายุ

  4. การเพิ่มของคน ได้แก่ อัตราเพิ่มของคนในหมู่บ้านในรอบปีที่ผ่านมา

2. ข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคม

  1. ประวัติศาสตร์ชุมชน

  2. ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเชื่อถือต่าง ๆ

  3. องค์การชุมชนรวมทั้งผู้นำของชุมชน

  4. อาชีพปัจจุบัน อาชีพหลัก อาชีพรอง

  5. ความสามารถในการทำงานแต่ละอาชีพ

  6. ระดับรายได้เป็นรายบุคคลและครอบครัว

  7. รายจ่ายเป็นรายบุคคลและครอบครัว

  8. ภาระหนี้สิน

  9. ระดับการศึกษา

  10. การซื้อขายผลิตผล เช่น ข้าว และพืชไร่ต่าง ๆ เป็นต้น

  11. การคมนาคมไปสู่ชุมชนอื่น

  12. กองทุนชุมชนต่าง ๆ เช่น กองทุนออมทรัพย์ กองทุนสวัสดิการ เป็นต้น

3. ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องความอุดมสมบูรณ์และสถานการณ์ปัญหา

  1. ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่า น้ำ พืช สัตว์ แหล่งน้ำดื่ม เป็นต้น

  2. สิ่งแวดล้อม เช่น สภาพภูมิประเทศ สภาพและลักษณะบ้านแต่ละครอบครัว ขยะมูลฝอย น้ำเสีย แมลงและสัตว์ที่เป็นพาหนะของโรค

4. นวัตกรรมและภูมิปัญญา

  1. นวัตกรรม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ กลไก วิธีการ หรือ ลักษณะของกิจกรรม อันเป็นสิ่งใหม่ หรือความรู้ใหม่ในพื้นที่หรือเป็นการต่อยอดจากความรู้ที่สะสมอยู่ก่อนแล้วในพื้นที่

  2. ภูมิปัญญา หมายถึง ชุดความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน เช่น การแพทย์แผนไทย การเกษตรแบบผสมผสาน เป็นต้น

5. คน กลุ่มคน เครือข่าย

  1. คน กลุ่มคน เครือข่าย ที่เป็นภาคีหลัก หมายถึง มีบทบาท หน้าที่ ในการดำเนินงานในเรื่องนั้นๆ

  2. คน กลุ่มคน เครือข่าย ที่เป็นภาคียุทธศาสตร์ หมายถึง เป็นตัวทำหน้าที่ผลักดัน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานในเรื่องนั้นๆให้ประสบความสำเร็จ

6. ข้อมูลเกี่ยวกับสถิติชีพและอนามัย

  1. ความยืนยาวของชีวิต

  2. การเจ็บป่วยทางกายและทางจิต เช่น อัตราป่วยด้วยโรคต่าง ๆ เป็นต้น

  3. ความทุพพลภาพ ได้แก่ อัตราคนพิการจากสาเหตุต่าง ๆ

  4. การตาย ได้แก่ อัตราตายจากสาเหตุต่าง ๆ

  5. สภาวะเสี่ยงและปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น บุหรี่ เหล้า ยาเสพติด เป็นต้น

7. ข้อมูลเกี่ยวกับกลไก ระบบ ด้านสุขภาพ

  1. บุคลากรและสถานบริการด้านสาธารณสุขของรัฐ ท้องถิ่นและเอกชนในหมู่บ้าน และเขตใกล้เคียง

  2. การครอบคลุมการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพและการใช้บริการด้านสุขภาพของชุมชน

  3. กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น

  4. กองทุนสวัสดิการสุขภาพชุมชน

  5. เครือข่ายอาสาสมัครสุขภาพของชุมชนเครือข่ายหรือกลุ่มที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับสุขภาพ


ภาคผนวกที่ 2

ข้อมูลแผนชุมชน


  1. สถานการณ์สุขภาวะในมิติต่างๆของชุมชน (มิติทางกาย จิต สังคม และ ปัญญา

  2. วิสัยทัศน์ (ภาพพึงประสงค์หรือภาพที่คาดหวังของชุมชน)

  3. พันธกิจ (บทบาท และภารกิจที่ชุมชนต้องทำเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์)

  4. เป้าประสงค์ (เรื่องหรือประเด็นที่ต้องทำให้สำเร็จ)

เป้าประสงค์ (เรื่องหรือประเด็นที่ต้องทำให้สำเร็จ) ยุทธวิธี (แนวทางหรือวิธีการสำคัญที่จะทำให้สำเร็จในแต่ละเป้าประสงค์) วัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย (ต้องการให้เกิดผลอะไรบ้างในแต่ละยุทธวิธี) โครงการหรือกิจกรรม (ต้องทำอะไรอย่างไรบ้างในแต่ละวัตถุประสงค์) ผู้รับผิดชอบ (ใครเป็นคนทำและใครร่วมทำ) งบประมาณ (ต้องใช้เงินเท่าไรจากแหล่งทุนใด) การติดตาม และ ประเมินผล (จะใช้วิธีการใดทำให้รู้ว่างานได้ผลสำเร็จ)

1.

1.

1.

2.

3.

2.

1.

2.

3.

2.

1.

1.

2.

3.

2.

1.

2.

3.

3.

1.

1.

2.

3.

2.

1.

2.

3.

4.

1.

1.

2.

3.

2.

1.

2.

3.


ภาคผนวกที่ 3

ความเห็น

1. ความเห็นของ สจรส.ม.อ. - พี่เลี้ยง

เหตุผลที่ควรให้การสนับสนุน

1. บริบทชุมชนในปัจจุบันมีความเข้มแข็งของชุมชนที่สามารถจัดการตนเองอย่างไร เช่น คน, กลไกชุมชน, กระบวนการในชุมชน, การจัดการข้อมูล, การจัดการแผน รวมถึงการบริหารจัดการของชุมชน

2. การดำเนินโครงการนี้ จะทำให้ชุมชนน่าอยู่ เข้มแข็ง จัดการตนเองได้อย่างไร เช่น คนในชุมชนมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร, เกิดกระบวนการชุมชนทั้งเรื่อง การจัดการข้อมูล, แผน, เกิดกลไกการบริหารจัดการเพื่อการขับเคลื่อนของชุมชนอย่างไร

3. การดำเนินงานของโครงการ จะแก้ปัญหาหรือสร้างนวัตกรรมอะไรเกิดขึ้นบ้าง อย่างไร

4. อื่น ๆ

2. ความเห็นของ สสส. - ผู้ทรงคุณวุฒิ