ระบบติดตามโครงการ ศอ.บต.


ระบบติดตามโครงการอื่น ๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์

งานสร้างสุข ภาคใต้ ครั้งที่ 11

@18 มี.ค. 62 10.38

งานสร้างสุข ภาคใต้ (ปี62) ครั้งที่ 11

เดินหน้ากองทุน 50 ล้านขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาสังคม ชี้จ่ายงบฯงวดแรก 30 สิงหาคมนี้

@14 ก.ค. 61 10.27

พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัช ผู้แทนพิเศษรัฐบาล เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการมีสาวนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการอบรมแนวทางการขับเคลื่อนโครงการเพื่อการเสนอโครงการในการขอรับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคมที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท





พล.อ.อุดมชัย กล่าวในระหว่างพิธีเปิดว่า ภาคประชาสังคมในพื้นที่เป็นผู้ที่อยู่กับประชาชนในพื้นที่ เป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐกับประชาชนและเป็นผู้ที่รู้ข้อมูลต่างๆ ว่าประชาชนนั้นมีความเป็นอยู่อย่างไร ประชาชนต้องการอะไร ดังนั้นโครงการที่เสนอจะสามารถเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคมได้ เพื่อที่จะให้ภาคประชาสังคมได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่

“ภาคประชาสังคมในพื้นที่มีความสำคัญมากเพราะพี่น้องประชาชนเชื่อใจและไว้วางใจ การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับภาคประชาสังคม คิดว่าจะมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เพราะบุคลากรจากภาคประชาสังคมมีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน เข้าใจปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำงานด้วยอุดมการณ์ ซึ่งในส่วนของปัจจัยในการขับเคลื่อนงานที่ทำเพื่อประชาชน รัฐจะพยายามสนับสนุนอย่างเต็มที่” พล.อ.อุดมชัยกล่าว

ในส่วนการดำเนินการในโครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในครั้งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการจำนวน 15 คน ในจำนวนนี้มีผู้แทนของภาคประชาสังคมจำนวน 5 คน เรียกว่า คกป. และมีเจ้าหน้าที่ประสานงานจำวน 25 คน โดยมีนายปรีชา ชนะกิจกำจร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากร ศอ.บต ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สำนักประสานเครือข่ายภาคประชาสังคม ซึ่งศูนย์ประสานงานที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของ ศอ.บต. โดยคณะกรรมการดังกล่าวนี้จะเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองโครงการที่ภาคประชาสังคมในพื้นที่เสนอขอรับการสนับสนุนทุน รวมทั้งการกำกับดูแล ติดตามภาคประชาสังคมที่ได้รับกรอนุมัติทุนดำเนินการ

สำหรับโครงการที่จะขอรับการสนับสนุนทุนในกรอบของกองทุนจะต้องเป็นโครงการที่มีประเด็นตามกรอบนโยบายใน 10 ประเด็นคือ 1 ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2 ด้านความยุติธรรมและเยียวยา 3 งานสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศและเรื่องสิทธิมนุษยชน 4 การศึกษา ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม 5 การพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่และคุณภาพชีวิตประชาชน 6 การแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี 7 การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 8 งานขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหา จชต.ปี 60-62 9 การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 10 การพัฒนาสร้างศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคม

ในการสนับสนุนงบประมาณให้กับองค์กรประชาสังคมในกรอบของกองทุนนั้น ประชาสังคมที่สามารถเสนอโครงการจะต้องเป็นองค์กรที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และมีสมาชิกที่เหมาะสม โดยสามารถเสนอโครงการขอสนับสนุนงบประมาณไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท

สำหรับองค์กรประชาสังคมที่ประสงค์จะเสนอโครงการเพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณจะต้องเสนอโครงการให้คณะกรรมการพิจารณาภายในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ โดยคณะกรรมจะพิจารณาโครงการและจะดำเนินการจ่ายงบประมาณงวดแรกภายในวันที่ 30 สิงหาคม ทั้งนี้หลักเกณฑ์การพิจารณาต่างๆ จะอยู่ในดุลยพินิจของ คปก.

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงกรอบการพิจารณาการสนับสนุนงบประมาณโครงการว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่ายที่ทำงานให้ประโยชน์กับประชาชนและกรอบคิดข้อเสนออาจจะมากกว่า10 ประเด็นตามที่กำหนดไว้ได้ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงของการดำเนินโครงการคือการหนุนเสริมและการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการพูดคุยสันติสุขที่กำลังดำเนินอยู่

หัวข้อข่าวทั้งหมด

การดำเนินกิจกรรมโครงการ

  • การจัดการพลังงานสะอาดในชุมชน

    การจัดการพลังงานสะอาดในชุมชน

    ** มีผู้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ทั้งหมด 26 คน โดยผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ ในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานโซลาร์เซลล์ สามารถนำมาผลิตไฟฟ้า เพื่อใช้ในบ้านเรือนและในภาคการเกษตรได้ ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาด และเป็นพลังงานทางเลือก ที่มีให้ใช้หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาจนกว่าโลกนี้จะไม่มีดวงอาทิตย์ เหมาะที่จะนำมาใช้กับบ้านเรือนหรือสถานที่ที่สายส่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเสาไฟฟ้า ค่าสายไฟ เป็นต้น ได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์ ว่ามีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างมีหลักการทำงานอย่างไร ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถเข้าใจและคิดคำนวนค่าใช้จ่าย เพื่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความตระหนักต่อการบริหารจัดการ การใช้พลังงานอย่างประหยัด ลดการใช้งานอย่างสิ้นเปลือง เพื่อให้มีพลังงานใช้ได้อีกยาวนาน@24 มิ.ย. 62 13:50
  • การจัดการพลังงานสะอาดในชุมชน

    การจัดการพลังงานสะอาดในชุมชน

    ** มีผู้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ทั้งหมด 29 คน โดยผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ ในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานโซลาร์เซลล์ สามารถนำมาผลิตไฟฟ้า เพื่อใช้ในบ้านเรือนและในภาคการเกษตรได้ ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาด และเป็นพลังงานทางเลือก ที่มีให้ใช้หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาจนกว่าโลกนี้จะไม่มีดวงอาทิตย์ เหมาะที่จะนำมาใช้กับบ้านเรือนหรือสถานที่ที่สายส่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเสาไฟฟ้า ค่าสายไฟ เป็นต้น ได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์ ว่ามีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างมีหลักการทำงานอย่างไร ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถเข้าใจและคิดคำนวนค่าใช้จ่าย เพื่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความตระหนักต่อการบริหารจัดการ การใช้พลังงานอย่างประหยัด ลดการใช้งานอย่างสิ้นเปลือง เพื่อให้มีพลังงานใช้ได้อีกยาวนาน@24 มิ.ย. 62 13:32
  • โครงการการจัดการขยะ บ้านป่าตอ ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง

    1.คณะทำงานตามโครงการ แกนนำขับเคลื่อนดครงการในชุมชน รวม 15 คน และแกนนำกลุ่มบ้านที่สมัครร่วมจัดการขยะได้การศึกษาดูงานการจัดการขยะครัวเรือนที่บ้านทุ่งยาว 2.ครัวเรือนที่เข้าร่วมและคณะกรรมการขับเคลื่อน และภาคีเครือข่าย ศึกษาดูงาน จำนวน 30 คน เข้าใจการจัดการขยะ@18 มิ.ย. 62 16:03
  • โครงการการจัดการขยะ บ้านป่าตอ ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง

    1.มีการประชุมตามแผน 2.ครัวเรือนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 64 ครัว จากครัวเรือนที่สมัครร่วมโครงการ 72 ครัวเรือน ร้อยละ 88.88 2.1 การคัดแยกขยะขายได้ 2.2 คัดแยกขยะอินทรีย์ทำปุ๋ยโดยใช้ถังโคนไม้@18 มิ.ย. 62 15:49
  • โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นด้วยเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติที่บ้านโคกไทร

    โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นด้วยเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติที่บ้านโคกไทร

    1 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 41 คน เป็นคณะทำงานจำนวน 15 คน กลุ่มเป้าหมายโครงการจำนวน 20 คน ภาคีสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่หมู่บ้านรัก์ป่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดพัทลุง จำนวน 5 คน ครู กศน.อำเภอกงหรา จำนวน 1 คน รวมทั้งหมดจำนวน 41 คน 2 คณะทำงานและกลุ่มเป้าหมายร่วมโครงการ ได้เรียนู้กระบวนการติดตามประเมินผลในรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่การประเมินแบบผิดหรือถูกแต่เป็นก่รประเมินผลเพื่อการเรียนรู้ร่วมระหว่างพี่เลียงโครงการ คณะทำงานและกลุ่มเป้าหมายร่วมโครงการ 3 ผลที่ได้จากการประเมินตามบันไดผลลัพธ์ในแต่ละช่วงของบันไดตามตัวชั้วัด 3.1เกิดการเรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสานในสนยางพาราและสวนผลไม้ 3.1.1มีข้อมูลพืชท้องถิ่นที่มีอยู่ในแปลงสมาชิก ฐานข้อมูลในการเรียนรู้ของสมาชิกมีแล้วและคณะทำงานได้รวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลางของกลุ่มไว้แล้ว 3.1.2มีครัวเรือนเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย20ครัวเรือนแต่ละครัวเรือนมีพื้นที่ดำเนินงานอย่างน้อยแปลงละ1ไร่ ผลที่เกิดคือมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน20คน จากครัวเรือนจำนวน 20 ครัวเรือน 3.1.3 สมาชิก กลุ่มเป้าหมายมีความรู้สามารถวิเคราะห์พืชที่จะปลูกในแปลงของตนเองได้ ผลคือสมาชิก/กลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการสามารถรู้ว่าในแปลงของตนเองจะปลูกพืชอะไรได้บ้างเพราะผ่าการเรียนรู้จากการไปดูงานมาส่วนหนึ่ง จากการสังเกตในแปลงตัวเองส่วนหนึ่งและส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนสมาชิกร่วมโครงการด้วยกันซึ่งมีการปลูกแล้วในแปลงคือ บอนส้ม บอนเต่า ผักกูด ผักหวานช้าง(ตาหมัด)ราน้ำ สาคูวิลาส กอ เตาร้าง บัวบก ประ ไฟกา สาคู พ้อ ทุเรียนบ้าน ตะเคียนทอง สะเดาเทียม มะเดื่อ ซึ่งพืชพวกนี้เป็นพืชที่มีดั้งเดิมในพื้นที่และสามารถงอกงามได้ดีและสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งกินเป็นอาการ เป็นยารักษาโรค และเป็นไม้ใช้สอย 3.1.4สมาชิก/กลุ่มเป้าหมายมีความรู้สามารถขยายพันธ์เองได้ ผลคือ กลุ่มเป้าหมายมีความรู้จาการถ่ายทอดของผู้รู้ในพื้นที่ และการเรียนรู้จากการดูงาน และการลงมือทำจริง ซึ่งตอนนี้สามารถลงมือเริ่มขยายพันธ์พืชหลายชนิด ล็ดเช่น ไฟกาขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง ผัดกูดขยายพันธุ์ด้วยหน่อและสปอร์ เตาร้างขยายพันธ์ุด้วยหน่อและเพาะเมล็ด ประขยายพันะุ์ด้วยการเพาะเมล็ด 3.2 เกิดข้อตกลงหรือกติกาในการทำเกษตรแบบผสมผสาน ข้อตกลงที่เกิดขึ้นการการเรียนรู้ร่วมกันจนเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเป้าหมายเกิดจากคณะทำงานเป็นคนร่างกติกาแล้วถามความเห็นสมาชิกกลุ่มเป้าหมาย กติกาคือ 3.2.1 สมาชิกกลุ่มเป้าหมายต้องไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าที่เป็นเคมีในพื้นที่ที่ร่วมโครงการ และรวมถึงสารเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วย 3.2.2 สมาชิกกลุ่มเป้าหมายต้องขยายพันธ์ุพืชที่มีในแปลงตนเองก่อน ก่อนที่จะขอจากเพื่อนสมาชิก และเพื่อนสมาชิกควรต้องมีน้ำใจแบ่งปันกันและกัน 3.2.3 ในแปลงพื้นที่ร่วมโครงการจะไม่การไถพรวนด้วยเครื่องจักรใหญ่ที่จะส่งผลต่อการทำลายพันธุ์กรรมพืช 3.3 เกิดกลไกหนุนเสริมการทำเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติ 3.3.1มีแปลงเกษตรเป็นต้นแบบเพื่อการเรียนรู้อย่างน้อย 5 แปลง ผลคือ แปลงต้นแบบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นแปลงของแกนนำ/คณะทำงานที่สามารถเป็นต้นแบบได้จำนวน 5 แปลงคือ แปลงที่ 1 ของนายโหยบ หลำสะ เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะเป็นสวนยางพาราที่ผสมผสานไปด้วยพืชสมุนไพรและพืชถิ่นอีกหลายชนิด จุดเด่นนายโหยบ หลำสะเป็นหมอสมุนไพรของชมรมหมอพื้นบ้านอำเภอกงหรา มีความรู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรด้วยและยังเป็นเกษตรกรที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้การทำการเกษตรแบบผสมผสานด้วย แปลงที่ 2 ของนายเจ๊ะโหด พลนุ้ย เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะเป็นสวนผลไม้ที่มีทุเรียนและมังคุดเป็นพืชหลักแต่ผสมผสานไปด้วยพืชอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นต้นกอ ไผ่ป่า เจียก กาแฟ ไม้ยืนต้นโตเร็ว ขี้ค้อน ผักเมี่ยง และอีกหลายชนิด จุดเด่น สวนผลไม้ที่ไม่ใช่พืชเชิงเดียว ไม่ใช้ยาฉีดหญ้าไม่ใช้ยาฆ่าแมลงใดๆเน้นการผสมผสานที่ธรรมชาติดูแลกันเอง แปลงที่ 3 ของนายอำนวย แอนิ่ม เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะใช้สวนผลไม้ผสมผสานปลูกหลายชนิดในพื้นที่ 2 ไร่กว่าๆ มีทุเรียนเป็นพืชหลัก มีผักกูด แปลงที่ 4 ของนายหมู่ห่ำ เหล็มปาน เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะ เป็นพื้นที่ขนาด 1 ไร่บริเวณรอบบ้านที่ใช้พื้นที่รอบบ้านให้เกิดประโยชนืมากที่สุด มีพืชพันธ์ุที่ใช้กิน ใช้ประโยชน์อย่างลงตัว พืชสวนครัวทุกชนิด พืชท้องถิ่น เน้นเกษตรอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมีใดๆ แปลงที่ 5 ของนายวินิตร์ พลนุ้ย เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะใช้พื้นที่ 2 ไร่กว่าๆ ผสมผสานปลูกพืชหลากหลายชนิด ไม้เศรษฐกิจโตเร็ว ตะเคียนทอง มอฮอกกานี พยอม กระถิน และมีไผ่หวาน ทุเรียนสายพันธ์พื้นเมือง ขี้เหล้ก และอีกหลายชนิด เน้นเกษตรอินทรีย์ กสิกรรมธรรมชาติไม่ใช่ใช้สารเคมี ให้ธรรมชาติจัดการกันเอง 3.3.2 ผู้ร่วมโครงการสามารถผลิตปัจจัยหนุนเสริมการปลูกได้อย่างน้อยครัวเรือนละ1 อย่าง ผลคือ .....ยังไม่เกิด......เหตผล.....ยังไม่ได้ทำกิจกรรม 3.4 เกิดแปลงเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติและมีความอุดมสมบูรณ์ 3.4 เกิดแปลงเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติและมีความอุดมสมบูรณ์ 3.4.1 มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 แปลง ผลคือ ยังไม่เกิดเพราะไม่ไม่มีการขยายผลกับกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ 3.4.2 แปลงเกษตรที่ร่วมโครงการต้องมีพืชถิ่นที่ปลูกในแปลงไม่น้อยกว่าแปลงละ10 ชนิด ผลคือ ช่วงนี้มีแปลงที่นอกเหนือจากแปลงต้นแบบมีการปลูกพืชถิ่นแล้วยังไม่เด่นชัดอยู่ในช่วงจัดเก็บข้อมูล 4ข้อจำกัดหรืออุปสรรคที่ค้นพบระหว่างดำเนินการคือ.....ความสมาร๔ของคณะทำงานในการจัดทำรวบรวมฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช.วิธีการลดข้อจำกัดคือ....ต้องเร่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้คณะทำงานมีความสามารในการรวบรวมข้อมูล...@15 มิ.ย. 62 15:57
  • โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นด้วยเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติที่บ้านโคกไทร

    โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นด้วยเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติที่บ้านโคกไทร

    ผลการประชุมแลกเปลี่ยนมีการกำหนดพื้นที่ต้นแบบที่คณะทำงานได้ลงไปสำรวจและเห็นแนวทางที่จะเป็นต้นแบบให้สมาชิกได้ตามตัวชี้วัด คือ 1. แปลงของนายโหยบ หลำสะ มีลักษณะเป็นสวนยางพาราที่มีพืชสมุนไพรหลายสิบชนิดและมีพืชผักพื้นบ้านที่หากินได้ง่าย 2. แปลงนายเจ๊ะโหด พลนุ้ย มีลักษณะเป็นสวนผลไม้ผสมผสานมีพืชหลักทุเรียน มังคุด พื้นที 5 ไร่ มีต้นไม้พื้นถิ่นหลายสิบชนิด เช่น กอ บอนส้ม เพกา ตาหมัด เป็นต้น 3.แปลงของนายวินิตร์ พลนุ้ย มีพื้นที่ ประมาณ ๓ ไร่กว่าๆ เป็นสวนผสมผสานมีไม้โตเร็วจำพวกตะเคียนทอง ทุเรียนบ้าน พยอม มอฮฮกกานีเป็นไม้หลักมีพืชผักอีกหลายสิบชนิด 4 แปลงของนายหมู่ห่ำ เหล็มปาน เป็นพื้นที่ประมาร 1 ไร่รอบบ้านมีพืชผักท้องถิ่นที่ใช้ในครัวเรือน 5 แปลงนางสาวไบดะ ราป้อม ใช้พื้นที่บริเวณบ้านประมาณ ไร่กว่าๆ มีพืชผักท้องถิ่น เช่น แส้ ผักกาดนกเขา ลำแย้ เป็นต้น 6 แปลงนางสาวกรรณิการณ์ ราป้อม เป็นสวนยางพาราผสมผสานไม้ยืนต้นโตเร็ว พืชผักท้องถิ่นต่างๆ เช่น ราน้ำ ผักหนาม บอนส้ม ต้นกรวด เนียง เป็นต้น คณะทำงานและผู้เข้าร่วมประชุมได้เข้าใจในบันไดผลลัพธ์มากขึ้น และมีการประสานหน่วยงานที่จะเข้ามาแจกพันธ์กล้าไม้โตเร็ว เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจในเรื่องมูลค่าทางเศรษฐกิจและเป็นเครื่องมือในการดึงคนในหมู่บ้านมาร่วมกันเข้าร่วมโครงการในการขยายผลต่อไป@15 มิ.ย. 62 15:50
  • การจัดการพลังงานสะอาดในชุมชน

    มีครัวเรือนที่สมัครเข้าร่วมเป็นศูนย์เรียนรู้ระดับครัวเรือน จำนวน 16 ครัวเรือน เพื่อทำการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด คือ เตาชีวมวล มีแหล่งเรียนรู้ระดับชุมชนด้านพลังงานสะอาด จำนวน 2 แหล่งเรียนรู้   2.1 แหล่งเรียนรู้ โรงเรียนฅนกินแดด เลขที่ 53 ม.9 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง   2.2 แหล่งเรียนรู้ ศูนย์รวมพันธุกรรมพืชตำบลลำสินธุ์ เลขที่ 212 ม. 7  ต.ลำสินธุ์  อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง@15 มิ.ย. 62 15:26
  • ชาวปากเครียวร่วมใจ คัดแยกขยะ ลดมลพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

    -  ชาวบ้าน  50  ได้มีความรู้และตระหนักความสำคัญ ร่วมใจ คัดแยกขยะ ลดมลพิษในพื้นที่สาธารณะ -  ขยะริมถนนสองข้างทางลดลง  ร้อยละ 50 ของขยะที่มีริมสองข้างทาง  คนทิ้งขยะรินถนนลดลง  และทำให้ขยะในหมู่บ้านลดลง -  มีจุดรณรรงค์และมีป้ายประชาสัมธ์ให้จัดการขยะ  ทิ้งขยะเป็นที่เป็นทาง  และแยกขยะ  นำขยะไปใช้ประโยชน์ -  ร่วมกันเดินเก็บขยะทุกวันที่ 1 ของเดือน บนทางสาธารณะหมู่บ้าน@15 มิ.ย. 62 12:43
  • การจัดการขยะชุมชนบ้านทางเกวียน

    การจัดการขยะชุมชนบ้านทางเกวียน

    ครัวเรือน 125 คน มีความรู้ในการจัดการขยะ และออกแบบการจัดการขยะในรูปแบบเป็น ขยะเปียก ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย ขยะติดเชื้อ@15 มิ.ย. 62 11:32
  • โครงการปลูกป่าชุมชนเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้คลองโหล๊ะจันกระ

    โครงการปลูกป่าชุมชนเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้คลองโหล๊ะจันกระ

    มีคณะทำงานและชุมชน และคณะจากมหาวิทยาลัยทักษิณร่วมกิจกรรม 80 คน ได้ฝายแนวชะลอทรายจำนวน2แหล่ง@14 มิ.ย. 62 23:35
  • โครงการปลูกป่าชุมชนเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้คลองโหล๊ะจันกระ

    โครงการปลูกป่าชุมชนเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้คลองโหล๊ะจันกระ

    มีคณะทำงานและสมาชิกชุมชนจาก้ทศบาลตำบลแม่ขรีร่วมกิจกรรมจำนวน 33คน ได้ฝายแนวชะลอทรายจำนวน 1 หน่วย@14 มิ.ย. 62 23:33
  • โครงการแก้ไขปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อม บ้านลานช้าง

    โครงการแก้ไขปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อม บ้านลานช้าง

    ได้ครัวเรือนต้นแบบที่จะประกวดจำนวน 30 ครัวเรือน@14 มิ.ย. 62 21:11