โครงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ โครงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

รหัสโครงการ 55-01864 รหัสสัญญา 55-00-1033 ระยะเวลาโครงการ 1 ตุลาคม 2555 - 31 ตุลาคม 2556

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

 

 

 

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

 

 

 

3. กระบวนการใหม่

กระบวนการพูดคุยกันของคนในชุมชน จากเดิมการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการพัฒนาอ่างเก็บน้ำป่าพะยอมและพื้นที่ต้นน้ำ จะถูกจัดการโดยหน่วยงานรัฐเป็นหลัก คือกรมป่าไม้และชลประทาน แต่หลังจากดำเนินโครงการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้มีกระบวนการใหม่ที่คนในชุมชนสามารถมาพูดคุย ปรึกษาหารือ และกำหนดกิจกรรมในการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอมได้โดยคนในชุมชนเอง หน่วยงานราชการเป็นเพียงหน่วยหนุนเสริม  ซึ่งถือเป็นกระบวนการทางสังคมใหม่ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน

  • ภาพถ่ายกิจกรรมการประชุมหารือของชุมชน
  • รายงานการประชุมคณะทำงานโครงการที่ร่วมกับคนในชุมชนในการกำหนดกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆในพื้นที่ป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม

 

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

 

 

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

เกิดกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษืป่าต้นน้ำป่าพะยอม จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่และได้เข้าร่วมกิจกรรมในการสำรวจทรัพยากรป่าต้นน้ำ ร่วมวางแผนในการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำป่าพะยอม

  • ภาพถ่ายการลงพื้นที่สำรวจทรัพยากรป่าต้นน้ำของกลุ่มอาสาสมัคร
  • ใบลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครอนุรักษืป่าต้นน้ำป่าพะยอม

 

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

เกิดแหล่งเรียนรู้ใหม่ในชุมชนคือ เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำป่าพะยอม  ซึ่งภายในเส้นทางการท่องเที่ยวนี้ประกอบด้วยป้ายแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธ์พืชในพื้นที่ป่าต้นน้ำ  ฐานการเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งเยาวชนและผู้สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ และมีกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษืป่าต้นน้ำ เป็นวิทยากรให้ความรู้

  • แผนที่เส้นทางท่องเที่ยวป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม

 

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

 

 

 

3. การออกกำลังกาย

 

 

 

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

 

 

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

มีการใช้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าต้นน้ำ มาใช้ในชีวิตประจำวัน มีการถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นให้กับเยาวชนผ่านเวทีคืนข้อมูลชุมชน ทำให้มีการปรับพฤติกรรมในการใช้สมุนไพรในท้องถิ่นในการรักษาโรค และนำมาใช้ในการบริโภคด้วยบางส่วน  นอกจากนี้ยังได้นำภูมิปัญญาการขยายพันธ์พืชสมุนไพรและพืชพื้นถิ่นหายากมาถ่ายทอดให้กลุ่มอาสาสมัครได้นำมาใช้ในการขยายพันธุ์พืชด้วย

  • ภาพถ่ายเวทีคืนข้อมูลชุมชน
  • ภาพถ่ายกิจกรรมการเพาะขยายพันธุ์พืชพื้นถิ่น

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพคือการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษืป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม ซึ่งมีการสำรวจ จัดการปรับปรุงให้มีความสะดวกในการเดินทางเยี่ยมชม มีการจัดทำป้ายความรู้ต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง จนกลายเป็นที่พักผ่อนและที่เรียนรู้แหล่งใหม่ของชุมชน

  • ภาพเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม

 

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

มีพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพบริเวณริมอ่างเก็บน้ำป่าพะยอมและในเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม ซึ่งกลุ่มเยาวชนและประชาชนทั่วไปสามารถมาใช้ประโยชน์ในการพักผ่อนหย่อนใจ และจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน เช่นงานลอยกระทอง งานสงกรานต์ เป็นต้น

  • ภาพถ่ายพื้นที่สาธารณะริมอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม

 

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

จากการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้น้ำป่าพะยอม เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ทำให้กลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์ป่าต้นน้ำมีรายได้จากอาชีพใหม่คือการนำเที่ยวเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ทำให้เพิ่มรายได้ อีกทั้งยังเป็นกาลดรายจ่ายของบางครอบครัวที่หันมาใช้ประโยชน์จากพืชผักพื้นบ้านที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำเป็นอาหาร ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อพืชผักจากท้องตลาดได้อีกทางหนึ่งด้วย

  • ภาพกิจกรรมการนำเที่ยวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

คณะทำงานได้มีการประชุมร่วมกับประชาชนในชุมชนและกำหนดเป็นกติกาชุมชนในการอนุรักษ์พื้ยที่ป้่าต้นน้ำ  มีการจำกัดการใช้ทรัพยากร มีการห้ามจับสัตว์ป่า การจับปลาที่ผิดวิธี ซึ่งคนในชุมชนส่วนใหญ่ยอมรับกติกาดังกล่าวและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสอดส่องดูแลผู้ที่ไม่ทำตามกติกาของชุมชนด้วย อย่างไรก็ตามกติกาดังกล่าวยังไม่มีบทลงโทษ เป็นเพียงมาตรการทางสังคมของชุมชนจึงยังมีผู้ฝ่าฝืนอยู่บ้าง

  • กติตาชุมชนในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม

 

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

มีการกำหนดกติกาและประกาศให้ชุมชนรับราบแต่ยังไม่ถึงกับการกำหนดมาตรการลงโทษ จึงเป็นเพียงมาตรการทางสังคมที่บังคับใช้ร่วมกัน คนต่างชุมชชนหรือในพื้นที่ใกล้เคียงจึงยังอาจไม่ทราบและเข้ามาดำเนินการบางอย่างที่ขัดกับกติกาของชุมชนอยู่บ้าง

  • กติตาชุมชนในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

มีการเชื่อมโยงการทำงานกันภายในชุมชนทั้งภาครัฐและผู้นำชุมชน นอกจากนี้ยังมีภาคคีเครือข่ายภายนอกชุมชนที่เข้ามาร่วมดำเนินโครงการและสนับสนุนให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะเต่า และศูนย์การเรียนรู้ร้อยหวันพันธ์ป่า ซึ่เข้าร่วมให้ความรู้และสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ

  • ภาพบรรยากาศการทำงาน่วมระหว่างสภาองค์กรชุมชน

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

ชุมชนได้เรียนรู้กระบวนการจัดการพัฒนาต่างๆ ในชุมชน ผ่านกระบวนการทำงานของคณะทำงานโครงการที่ใช้การวางแผน การปฎิบัติ และการประเมินโครงการเป็นระยะ ทำให้คนในชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมโครงการได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้

 

 

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

 

 

 

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

ใช้กระบวนการเวทีคืนข้อมูลและการเก็บข้อมูลโดยคนในชุมชนเองเป็นกระบวนการตั้งต้นในการจัดการความรู้ของชุมชน เมื่อได้ข้อมูลจากการเก็บข้่อมูลของคนในชุมชนแล้วก็นำมาประมวลเป็นความรู้ชัดแจ้ง ก่อนนำไปถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน ผ่านเวทีคืนข้อมูลชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการถ่ายโยงความรู้จากความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน มาสู่การประมวลความรู้ และถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นระบบ

  • ภาพถ่ายการเก็บข้อมูล
  • บรรยากาศการประมวลความรู้
  • เวทีถ่ายทอดความรู้ด้วยการคืนข้อมูลสู่ชุมชน

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

คนในชุมชนโดยรอบพื้นที่เส้นทางกานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษืและกลุ่มอาสาสมัครเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่และมีคนเข้ามาเยี่ยมชม ให้ความสนใจ และได้มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรป่าต้นน้ำ

 

 

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

 

 

 

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

 

 

 

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

 

 

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

ในการดำเนินโครงการทำให้เกิดการพูดคุยกันของคนในชุมชน จากเดิมการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำ จะถูกจัดการโดยหน่วยงานรัฐเป็นหลัก คือกรมป่าไม้และชลประทาน แต่หลังจากดำเนินโครงการร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้เกิดกระบวนการใหม่ขึ้นในชุมชนที่คนสามารถมาพูดคุย ปรึกษาหารือ และกำหนดกิจกรรมในการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำอ่างเก็บน้ำป่าพะยอมได้โดยคนในชุมชนเอง นำไปสู้กลไกชุมชน เกิดกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษืป่าต้นน้ำป่าพะยอม จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่และได้เข้าร่วมกิจกรรมในการสำรวจทรัพยากรป่าต้นน้ำ ร่วมวางแผนในการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำป่าพะยอม และเกิดแหล่งเรียนรู้ใหม่ในชุมชนคือ เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำป่าพะยอม  ซึ่งภายในเส้นทางการท่องเที่ยวนี้ประกอบด้วยป้ายแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธ์พืชในพื้นที่ป่าต้นน้ำ  ฐานการเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งเยาวชนและผู้สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ และมีกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษืป่าต้นน้ำ เป็นวิทยากรให้ความรู้

** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3