ชุมชนสามัคคีปลอดโรค ปลดหนี้ด้วยวิถีพอเพียง หมู่ที่ 3 บ้านถ้ำทะลุ

แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

ผลสรุป จากมติประชาคม หมู่ที่ 3 บ้านถ้ำทะลุ และการวิเคราะห์ตารางปัญหา มีข้อสรุปว่า ปัญหาด้านเศรษฐกิจของชุมชน คือ รายได้ ไม่มีพียงพอกับรายจ่าย เกิดหนี้สิน ส่งผลกระทบ ต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ เนื่อง การที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายๆด้านจากสิ่งแวดล้อมและการมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงทำให้มีปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้นคนป่วยเป็นโรคหลายโรคพร้อมกันซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการ ขาดการออกกำลังกายที่สมำเสมอกินอาหารที่ไม่ถูกต้องกินอาหารที่มีไขมันกินผักและผลไม้น้อยลงและการปลูกผักในชุมชนรับประทานเองก็มีน้อยมากเมื่อเทียบกับอาณาเขตพื้นที่ของชุมชนละเลยต่อวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่กินของที่ปลูก ปลูกของที่กิน ที่มีดินที่อุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่บรรพบุรุษและชุมชนขาดความรักความสามัคคีซึ่งปัญหามาจากสาเหตุหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องของการเมืองท้องถิ่นเมื่อมีการเลือกตั้งคนมักจะมีการแบ่งฝ่าย เมื่อมีการจัดกิจกรมในชุมชนคนในชุมชนไม่ค่อยให้ความร่วมมือ คนในชุมชนต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างอยู่ ทำให้เห็นภาพชุมชนอ่อนแอ คณะทำงานและแกนนำจึงร่วมกันคิดว่าถึงเวลาที่คนในชุมชนต้องลุกขึ้นมา รวมตัวกัน พลิกฟื้นชีวิต สร้างความรักความสามัคคี ร่วมกันทำกิจกรรม ทำสิ่งดีดี แบบอย่างตามพ่อหลวง โดยแก้ปัญหาหนี้สิน เพราะถือเป็นเรื่องที่เชื่อมบูรณาการ ถ้าคนไม่เครียด สุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีตามมา ครอบครัวอบอุ่น ดูแลกันและกัน มีกิจกรรมให้เยาวชนร่วมทำเสริมความมีคุณค่า เมื่อชุมชนมีกิจกรรม เกิดการสร้างการมีส่วนร่วม ทำกิจกรรมด้วยกัน ส่งผลให้เกิดความสามัคคี หันหน้าคุยกัน ผ่านกิจกรรมที่ออกรูปแบบไว้ในโครงการ โดยน้อมนำแนวทางวิถีพอเพียง เพราะถือว่า ยังมีทุนทางสังคมที่เหลืออยู่ คือ คน ปราชญ์ชาวบ้าน หมอดิน ทางการเกษตร และสร้างคนรุ่นใหม่ หันมาใส่ใจ เรียนรู้ การดำรงชีวิต หวงแหนทรัพยากร ใช้เวลาว่างเกิดประโยชน์ เพื่อลดความสุ่มเสี่ยงเรื่องยาเสพติดโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ที่คนมีศักยภาพ พาตัวรอดในการประกอบอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ รู้จักประมาณตน ลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือย ทั้งด้านอุปโภค บริโภค และการดูแลสุขภาพเกิดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อ มีกิจกรรมที่เอื้ออาทรต่อกันในชุมชน ในระยะยาว ก่อเกิดมิตรภาพลดการแบ่งฝ่าย หันหน้ามาทำมาหากิน ดูแลสุขภาพร่วมกันและการขยายผล ต่อยอดวิสาหกิจชุมชนเพื่อเกิดความสามัคคีในชุมชนส่งผลให้ชุมชนน่าอยู่แบบยังยืนแนวทางความพอเพียง สู่ชุมชนน่าอยู่และเข้มแข็ง

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :

1.คนในชุมชนใช้ชีวิตแบบสะดวก มีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ขาดทักษะ แนวทางการเรียนรู้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง 2. ขาดการร่วมมือ แบ่งฝ่าย การทำกิจกรรมร่วมกันของชุมชนเองมีน้อยมาก 3. ความรู้ความเข้าใจ ทักษะ ไม่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพเสริม 4. กินอาหารที่มีไขมันกินผักน้อยลงขาดการออกกำลังกายอย่างสมำเสมอ

สภาพแวดล้อม :
  1. ไม่มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน
  2. ไม่มีการจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์
  3. ภัยธรรมชาติ เช่นน้ำท่วม ภัยแล้ง
  4. ระบบการเมืองมีปัญหาทั้งระดับหมู่บ้านและท้องถิ่น
  5. พื้นที่ห่างไกลจากตัวอำเภอควนโดนไม่มีรถโดยสารประจำทาง
กลไก :
  1. อบต.ควนโดน ให้ความรู้เรื่องกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาระดับหมู่บ้าน สนับสนุนในการพัฒนากลุ่มองค์กรในชุมชน
  2. รพ.สต.ควนโดน สนับสนุนวิชาการ องค์ความรู้
  3. กลุ่ม อสม. ผู้ประสานงานการทำงานและกการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. เพื่อมีสถาผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง
  2. เพื่อพัฒนาระบบการจัดการฐานข้อมูล ด้านเศรษฐกิจ สังคมและด้านสุขภาพของชุมชน
  3. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนของชุมชนในการร่วมกันแก้ไขปัญหา

3.1ด้านเศรษฐกิจ สร้างงานภายในชุมชน ส่งเสริมความรู้ ฝึกอบรม การทำบัญชีครัวเรือน เศษรฐกิจพอเพียง

3.2ด้านพฤติกรรมสุขภาพ การบริโภค การออกกำลังกาย

3.3 ด้านสังคม ส่งเสริมความสามัคคีของชุมชน 4. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนของชุมชนในการร่วมกันแก้ไขปัญหา 4.1ด้านเศรษฐกิจ สร้างงานภายในชุมชน ส่งเสริมความรู้ ฝึกอบรม การทำบัญชีครัวเรือน เศรษฐกิจพอเพียง 4.2ด้านพฤติกรรมสุขภาพ การบริโภค การออกกำลังกาย 4.3 ด้านสังคม ส่งเสริมความสามัคคีของชุมชน 5. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

1.สภาผู้นำชุมชน มีการประชุมสภาทุกเดือน 2. การประชุม แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ80
3. การประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่น ๆ ของชุมชน 1. มีฐานข้อมูลชุมชน ด้านเศรษฐกิจสังคม และสถานะสุขภาพของชุมชนจำนวน 1 ชุด
2. มีข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนเชิงคุณภาพ
3. มีสภาชุมชนและเยาวชนนักจัดเก็บข้อมูล จำนวน 1 ทีม 4. ร้อยละ 60 ของประชากรมีส่วนร่วมการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน 5.ร้อยละ 60 คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ การทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือน 6. ประชาชนเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 80 มีสุขภาพดีขึ้น 1.เกิดแผนชุมชนแบบบูรณาการเศรษฐกิจสังคมและสุขภาพ
จำนวน 1 แผน

2.จำนวนแกนนำของหมู่บ้านร้อยละ 70 เข้าร่วมประชุมจัดทำแผน

3.มีการนำแผนชุมชนมาแก้ไขปัญหา ในการส่งเสริมสุขภาพ เศรษฐกิชุมชนและสังคม 1.เกิดครัวเรือนต้นแบบ จำนวน 50 หลัง ในการทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง 2. รายได้ต่อครอบครัวของคนในชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 40จากการเก็บข้อมูลบัญชีครัวเรือน

3.จำนวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน เรื่องการร่วมกลุ่ม มากกว่า ร้อยละ 70 1. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด 2. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม 3. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม 4. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  1. ส่งเสริมความรู้ ทักษะ แนวทางวิถีพอเพียง
  2. สนับสนุนกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์ เชื่อมความสามัคคี 3.พ้ฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ ทักษะการประกอบอาชีพเสริมตามทุนทางสังคมที่มีและความต้องการของชุมชน
  3. ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  1. ส่งเสริม สนับสนุน การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน
  2. สนับสนุน สิ่งแวดล้อมเอื้อ ต่อการจัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์สร้างการมีส่วน
  3. ส่งเสริมการปลูกผัก ทั้งในระดับครัวเรือน และชุมชนสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น โดยปรับพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณบ้านและที่สาธารณะของชุมชนเป็นแปลงปลูกพืชผัก
  4. พัฒนาพื้นที่ว่างในชุมชนเป็นแปลงสาธิตการปลูกพืชผัก

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  1. สนับสนุน การจัดตั้งกลุ่ม ทำงานที่มาจากหลายฝ่ายในชุมชน
  2. ส่งเสริม ให้มีการรวมกลุ่มเพิ่มรายได้ในการทำกิจกรรมในชุมชน

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

  1. นายสัน  ใบหมาดปันจอร์  ปราชญ์ชาวบ้าน  มีความสามารถ บีบนวดแบบแผนไทยบำบัดโรคปวดเมื่อย ข้อพลิก เป็นต้น
  2. นายสมชาย  มาลา  ผู้นำทางด้านศาสนา  (อิหม่ามประจำหมู่บ้าน)
  3. นายเฉน  สมายุ้ย  ผู้นำท้องที่  (สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน)
  4. นายยูนัน  องสารา  ครูสอนศาสนา (สำหรับโรงเรียนตาดีกาประจำหมู่บ้าน)
  5. นายรอเฉด  ลัสมาน  ปราชญ์ชาวบ้าน(หมอดิน) มีความรู้เรื่องด้านการเกษตร
  6. นางรอเกี๊ยะ  มรรคาเขต  สมาชิก  อสม.  ประจำหมู่บ้าน

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

1)กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) กลุ่มสตรีฯ ที่สามารถประชาสัมพันธ์ และประสานงานกับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ของชุมชนได้ 2) มีโรงเรียนบ้านถ้ำทะลุ  ที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี 3) มีมัสยิดบ้านถ้ำทะลุ ที่ดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้ด้านสุขภาพที่ควบคู่กับหลักคำสอนของศาสนาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของชุมชน

วัฒนธรรม

ชุมชนจะยึดมั่นในหลักศาสนา เพราะชาวบ้านในชุมชนนับถือศาสนาอิสลาม 100% วิถีชีวิตอยู่กันแบบ พี่ ๆ น้อง ๆ ใครเดือดร้อนก็จะช่วยเหลือกัน เกื้อกูลแบบเครือญาติ มีการประกอบศาสนกิจรวมกันเป็นกลุ่มทุกวันศุกร์ หรือทุกค่ำคืนที่มัสยิด ทำให้เกิดมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิดเห็นกัน ทั้งรับรู้ข่าวสารจากภายนอก และสิ่งที่เป็นสารประโยชน์ต่อชุมชน ข่าวสาร สำหรับด้านประเพณี มีกิจกรรมและวันสำคัญทางศาสนา ดังนี้ 1) งานพิธีมงคลสมรส หรืองานวันวาลีม๊ะ (งานแต่งงาน) 2) งานเมาลิดิลนบี ประเพณีเมาลิดการสรรเสริญถึงพระศาสดา ท่านศาสดา นบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) 3) งานประเพณีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ,งานประเพณีโกนผมจุก (โกนหัวเด็กแรกเกิด) หรืองานขึ้นเปลเด็กแรกเกิด 4) งานประเพณีวันอาซูรอรำลึกประวัติศาสตร์สมัยสงคราม 5) งานเข้าสูหนัต (คลิปอวัยวะเด็กผู้ชาย) 6) ประเพณีเชือดกุร-บ่าน การพลีทรัพย์สินเพื่อคนยากจน คนขัดสน และยากไร้ ในชุมชน 7) วันสำคัญทางศาสนา วันรายออิดิลฟิตรี และอิดิลอัฎอฮา ทั้งหมดนี้เป็นประเพณีวัฒนธรรมของสังคมมุสลิม ที่มีมาตั้งแต่อดีตแต่อาจห่างหายไปในปัจจุบัน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสามารถเชื่อมและประสานความรักความสามัคคีของคนในชุมชนให้ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยระหว่างกัน สามารถทีจะเชื่อมโยงถึงกิจกรรมโครงการของชุมชนได้เป็นอย่างดี การประชาสัมพันธ์ การประสานงาน สร้างความเข้าใจ เพราะในงานวัฒนธรรมดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนเป็นจำนวนมาก

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

มีปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ทางด้านสมุนไพร และมีการ บีบ นวด รักษาโรค เมื่อมีอาการเคล็ด ขัดยอก ข้อเท้า ข้อมือพริก ก็มีการใช้บีบนวดด้วยน้ำมัน  โดย นายสัน  ใบหมาดปันจอร์

งบประมาณ

212030.00

บาท
บุคลากร
  1. นาย สันติ ดาราหมานเศษ
  2. นาง สีตี สามัญ
  3. นางสาว จีรนา อาดตันตรา
  4. นาง นูรียะ หวังกุหลำ
  5. นาง สาน๊ะ หลีเส็น
  6. นาง สอเปี๊ยะ หลีเส็น


    แกนนำในชุมขน

  7. นายสันใบหมาดปันจอร์ปราชญ์ชาวบ้านมีความสามารถ บีบนวดแบบแผนไทยบำบัดโรคปวดเมื่อย ข้อพลิก เป็นต้น

  8. นายสมชายมาลาผู้นำทางด้านศาสนา(อิหม่ามประจำหมู่บ้าน)
  9. นายเฉนสมายุ้ยผู้นำท้องที่(สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน)
  10. นายยูนันองสาราครูสอนศาสนา (สำหรับโรงเรียนตาดีกา)
  11. นายรอเฉดลัสมานปราชญ์ชาวบ้านด้านการเกษตร(หมอดิน)
  12. นางรอเกี๊ยะมรรคาเขตสมาชิกอสม.ประจำหมู่บ้าน
ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

  • ในชุมชนไม่มีศูนย์เรียนรู้ แต่มักจะมีการพูดคุยเสนอความคิดเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนโดยผ่าน (แกนนำชุมชน ,สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ) ที่สภากาแฟ ร้านน้ำชา

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

  1. สภาชุมชน ตั้งแต่มี พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน2552 ขึ้น ได้มีสมาชิกในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมกับสภาองค์กรชุมชน โดยมีบทบาทเข้าทำหน้าที่ เป็นคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ใน สภาองค์กรชุมชนตำบลควนโดน และมีบทบาทร่วมกำหนดกฎระเบียบต่าง ถือได้ว่าเป็นฝึกการทำงานร่วมในชุมชนได้เป็นอย่างดี
    2สภากาแฟ เป็นการพูดคุยกันในองค์กรต่างๆ หรือ แกนนำเพื่อประโยชน์ของชุมชน
  2. เวทีชุมชน ใช้เวทีประชุมหมู่บ้านในแต่ละเดือนเพื่อพูดคุย ปรีกษาเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น
  3. กลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชน
  4. เครือข่าย ได้แก่ ผู้นำชุมชน อสม. รพ.สต.มีการติดต่อประสานงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในชุมชน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

1.  กองทุนสวัสดิการตำบลควนโดน 2.  กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีหมู่บ้าน

ขั้นตอนทำงาน

  1. กิจกรรม สร้างทีมงานสภาผู้นำชุมชนกิจกรรม
  2. กิจกรรมเปิดตัวโครงการและประชาสัมพันธ์สสส.
  3. กิจกรรมการจัดทำฐานข้อมูลชุมชน
  4. กิจกรรม จัดสนทนากลุ่ม ศึกษาวิถีชีวิตเพื่อค้นหาข้อมูลเชิงคุณภาพ
  5. กิจกรรมวิเคราะห์ข้อมูล
  6. กิจกรรมคืนข้อมูลให้ชุมชน
  7. กิจกรรม สร้างแผน เพื่อชุมชนน่าอยู่ เข้มแข็ง ตามแนวทางพอเพียง
  8. จัดกิจกรรมสัมพันธ์เชื่อมรัก ความสามัคคี
  9. กิจกรรม "บัญชีครัวเรือน ช่วยออม สู่สุขภาพดี "
  10. จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ถึงชายเริ่น(ถึงชายคาบ้าน)
  11. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพครูชุมชน
  12. กิจกรรมสร้างรายได้ และการออม
  13. สภาผู้นำชุมชนออกติดตามการดำเนินกิจกรรม ในครัวเรือน
  14. กิจกรรมถอดบทเรียน/ประเมินผลการทำงาน
  15. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  16. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

    1. มีสภาผู้นำจำนวน 1ชุดและมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงาน
  1. มีการประชุมสภาผู้นำทุกเดือน 3.การประชุม แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ80
  2. การประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่น ๆ ของชุมชน
    1. มีการจัดเปิดตัวโครงการ จำนวน 1 ครั้ง
  3. มีข้อเสนอแนะโครงการจากการจัดกิจกรรม
  4. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความพึงพอใจ ร้อยละ 80
    1. มีทีมเยาวชนในการจัดเก็บข้อมูล
  5. มีเครื่องมือการจัดเก็บข้อมูลด้าน เศรษฐกิจ สังคมสุขภาพ จำนวน 1 ชุด
  6. มีข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนเชิงคุณภาพ
    1. มีชุดข้อมูลจำนวน1ชุด
  7. ชุมชนรับทราบรายละเอียดกิจกรรมที่เกิดขึ้น ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและวางแผนการดำเนินกิจกรรม
  8. 1.เกิดแผนชุมชนแบบบูรณาการเศรษฐกิจสังคมและสุขภาพ
    จำนวน 1 แผน

2.จำนวนแกนนำของหมู่บ้านร้อยละ 70 เข้าร่วมประชุมจัดทำแผน

3.มีการนำแผนชุมชนมาแก้ไขปัญหา ในการส่งเสริมสุขภาพ เศรษฐกิชุมชนและสังคม 8. ร้อยละ 60 ของประชากรมีส่วนร่วมการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน 9. 1.ร้อยละ 60 คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ การทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือน 2.เกิดครัวเรือนต้นแบบ จำนวน 50 หลัง ในการทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง 3. รายได้ต่อครอบครัวของคนในชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 40จากการเก็บข้อมูลบัญชีครัวเรือน
4.จำนวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน เรื่องการร่วมกลุ่ม มากกว่า ร้อยละ 70 10. 1.มีรูปแบบการออกกำลังกายสอดคล้องอาชีพ จำนวน 1 ชุด 2. มีตำรับอาหารสมุนไพรพื้นบ้าน 3.จำนวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน เรื่องการร่วมกลุ่ม จำนวน 50 ครัวเรือน 4.ประชาชนเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 80 มีสุขภาพดีขึ้น 11. 1.เกิดวิทยากรครูชุมชนที่จะเป็นเครือข่ายในการต่อยอดและการเรียรู้ร่วมกันของชุมชน จำนวน 30 คน 2. มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน จำนวน1 แห่ง 12. 1. รายได้ต่อครอบครัวของคนในชุมชนเพิ่มขึ้น จากการเก็บข้อมูลบัญชีครัวเรือน 2. สมาชิกลุ่ม มีการจัดร่วมกิจกรรมและมีผลผลิตนำมาใช้ในครัวเรือน ไม่น้อยกว่า 50 ครัวเรือน 13. 1. มีบุคคลต้นแบบในการพัฒนาเพิ่มขึ้น 2.มีครัวเรือนต้นแบบในการพัฒนาเพิ่มขึ้น 14. 1.มีชุดข้อมูลจากการถอดบทเรียนจำนวน1ชุด
2. มีแผนการดำเนินงานต่อยอดโครงการในปีต่อไป

ผลลัพท์

    1. มีสภาผู้นำจำนวน 1ชุดและมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงาน
  1. มีการประชุมสภาผู้นำทุกเดือน 3.การประชุม แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ80
  2. การประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่น ๆ ของชุมชน
    1. มีการจัดเปิดตัวโครงการ จำนวน 1 ครั้ง
  3. มีข้อเสนอแนะโครงการจากการจัดกิจกรรม
  4. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความพึงพอใจ ร้อยละ 80
    1. มีทีมเยาวชนในการจัดเก็บข้อมูล
  5. มีเครื่องมือการจัดเก็บข้อมูลด้าน เศรษฐกิจ สังคมสุขภาพ จำนวน 1 ชุด
  6. มีข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนเชิงคุณภาพ
    1. มีชุดข้อมูลจำนวน1ชุด
  7. ชุมชนรับทราบรายละเอียดกิจกรรมที่เกิดขึ้น ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและวางแผนการดำเนินกิจกรรม
  8. 1.เกิดแผนชุมชนแบบบูรณาการเศรษฐกิจสังคมและสุขภาพ
    จำนวน 1 แผน

2.จำนวนแกนนำของหมู่บ้านร้อยละ 70 เข้าร่วมประชุมจัดทำแผน

3.มีการนำแผนชุมชนมาแก้ไขปัญหา ในการส่งเสริมสุขภาพ เศรษฐกิชุมชนและสังคม 8. ร้อยละ 60 ของประชากรมีส่วนร่วมการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน 9. 1.ร้อยละ 60 คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ การทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือน 2.เกิดครัวเรือนต้นแบบ จำนวน 50 หลัง ในการทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง 3. รายได้ต่อครอบครัวของคนในชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 40จากการเก็บข้อมูลบัญชีครัวเรือน
4.จำนวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน เรื่องการร่วมกลุ่ม มากกว่า ร้อยละ 70 10. 1.มีรูปแบบการออกกำลังกายสอดคล้องอาชีพ จำนวน 1 ชุด 2. มีตำรับอาหารสมุนไพรพื้นบ้าน 3.จำนวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน เรื่องการร่วมกลุ่ม จำนวน 50 ครัวเรือน 4.ประชาชนเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 80 มีสุขภาพดีขึ้น 11. 1.เกิดวิทยากรครูชุมชนที่จะเป็นเครือข่ายในการต่อยอดและการเรียรู้ร่วมกันของชุมชน จำนวน 30 คน 2. มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน จำนวน1 แห่ง 12. 1. รายได้ต่อครอบครัวของคนในชุมชนเพิ่มขึ้น จากการเก็บข้อมูลบัญชีครัวเรือน 2. สมาชิกลุ่ม มีการจัดร่วมกิจกรรมและมีผลผลิตนำมาใช้ในครัวเรือน ไม่น้อยกว่า 50 ครัวเรือน 13. 1. มีบุคคลต้นแบบในการพัฒนาเพิ่มขึ้น 2.มีครัวเรือนต้นแบบในการพัฒนาเพิ่มขึ้น 14. 1.มีชุดข้อมูลจากการถอดบทเรียนจำนวน1ชุด
2. มีแผนการดำเนินงานต่อยอดโครงการในปีต่อไป

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

  1. มีศักยภาพ ในการบริหารจัดการ การดำเนินงานในชุมชนเพื่อชุมชน
  2. มีความเท่าทัน ความพอเพียง ในเรื่องการใช้ชีวิตและมีอาชีพเสริมเพิ่มรายลดหนี้สินชุมชน 3.มี ศักยภาพ ในการดูแลสุขภาพ
    4.มีจิตสึกนึกในการมีส่วนร่วม มีความรักสามัคคี มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของชุมชน

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

  1. สร้างอาชีพเสริมให้กับคนในชุมชนหลังว่างจากการกรีดยาง
  2. มีพื้นที่ส่วนร่วมของชุมชนในการร่วมทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น เช่น การปลูกผัก  การออกกำลังกาย และกิจกรรมเชื่อมความรัก ความสามัคคี
  3. ปรับเปลี่ยนรูปแบบ แบบแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสู่การลดเสี่ยง ลดโรค

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

  1. ชุมชนเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทุกกลุ่มทุกวัย มีความรักสามัคคี คนในสังคมมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่ต่างครัวต่างอยู่ กลับเป็นการพึ่งพาอาศัยและร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในเรื่องต่าง ๆ 2.สร้างกติกาชุมชน เพื่อให้ทุกครัวเรือนปฏิบัติตามและมีทีมขับเคลื่อนต่อเนื่องเพื่อความอยู่ดีมีสุขของชุมชน
  2. ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ที่จะขับเคลื่อนเป็นห้องเรียนชุมชน

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

  1. ประชุมแกนนำ/ผู้นำชุมชน และคณะทำงานเดือนละครั้ง
  2. มอบหมายผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรม รายงานปัญหาอุปสรรค ทางแก้ไขและปรับปรุง
  3. สรุปจัดทำข้อมูลเก็บบันทึกเป็นรูปเล่ม
  4. เครือข่ายผู้นำเป็นผู้ขับเคลื่อนติดตาม
  5. แจ้งผลการดำเนินการและผลงานประจำเดือนทุกเดือน
  6. เมื่อสำเร็จกิจกรรมจะสร้างสุขให้กับชุมชนโดยสามารถนำผลของการดำเนินงานต่อยอดขยายผลสู่ชุมชนมีสุขแบบอย่างยั่งยืน

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

  1. ประชุมแกนนำ/ผู้นำชุมชน และคณะทำงานเดือนละครั้ง
  2. มอบหมายผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรม รายงานปัญหาอุปสรรค ทางแก้ไขและปรับปรุง
  3. สรุปจัดทำข้อมูลเก็บบันทึกเป็นรูปเล่ม
  4. เครือข่ายผู้นำเป็นผู้ขับเคลื่อนติดตาม
  5. แจ้งผลการดำเนินการและผลงานประจำเดือนทุกเดือน
  6. เมื่อสำเร็จกิจกรรมจะสร้างสุขให้กับชุมชนโดยสามารถนำผลของการดำเนินงานต่อยอดขยายผลสู่ชุมชนมีสุขแบบอย่างยั่งยืน