แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

จากการวิเคราะห์ข้อมูล และคืนข้อมูลสู่คณะกรรมการหมู่บ้าน ถึงแม้ว่า บ้านบูเกตยามู จะมีปัญหาในหลายด้าน เพราะความเจริญ เทคโนโลยี การติดต่อ โดยเฉพาะการติดต่อ ค้าขายระหว่างประเทศ เพราะ หมู่ที่ 7 บ้านบูเกตยามูเป็นหมู่บ้านที่มีถนนทางลัดที่จะเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียทำให้มีการคมนาคมสัญจรไปมาของรถยนต์จำนวนมากโดยเฉพาะช่วงวันหยุดและรถที่ทำการค้า โดยเฉพาะรถที่มีอาชีพผิดกฎหมาย เช่นขนของหนีภาษีน้ำมันเถื่อน ใช้เป็นเส้นทางในการขนส่ง ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้ที่สัญจรและคนในชุมชน ประกอบกับพื้นที่มีความสุ่มเสี่ยงของเยาวชนใช้สารเสพติดเนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อ และมีแหล่งจำหน่ายที่เข้าถึงชุมชนมีอิทธิพล ประกอบกับสภาพครอบครัวที่บิดา มารดาต้องออกหารายได้เสริม เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เกิดหนี้สิน ทั้งในระบบและนอกระบบอยู่หลายครัวเรือนทำให้กลุ่มเยาวชนขาดการดูแลเอาใจใส่ ความรัก ความอบอุ่น จึงทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงการใช้สารเสพติดเกิดปัญหาการลักเล็ก ขโมยน้อยและการจี้ ปล้นระหว่างทางซึ่งเป็นทางเปลี่ยวก่อนจะเข้าหมู่บ้าน และ ปัจจัยเเสี่ยงจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ประกอบกับการปลูกพืชผักในชุมชน มีการใช้สารเคมีเพิ่มมากขึ้นจึงมีความเสี่ยงในการบริโภค แต่ทุกปัญหาที่กล่าวมานั้น ชุมชนมีมติและพิจารณาเห็นว่า ด้วยทุนทางสังคมที่มี ประกอบกับเป็นหมู่บ้านที่มีทุนทางสังคมการดำรงชีวิตแบบพอเพียงที่เหลืออยู่บ้างถึงแม้จะไม่มากก็ตาม จึงมีมติ ของชุมชน ในการขับเคลื่อนโดยน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาแก้ไขปัญหา หนี้สิน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้คนในชุมชนมีศักยภาพ การพึ่งพาตนเอง เกิดกลไกการทำงานของชุมชน ที่ให้โอกาสกับเยาวชน ที่มีเส้นทางชีวิตสุ่มเสี่ยงกับการใช้สารเสพติด มาร่วมเสริมเป็นแกนนำ และการเข้าใจเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อการดำรงชีวิตที่ดีของตัวเองต่อไปในอนาคตเกิดความสัมพันธ์ระหว่างเด็กผู้ใหญ่ นำพาการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดูแลทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว สู่ชุมชน เพื่อปรับพฤติกรรมคนให้มีความรู้เท่าทันมีศักยภาพ มีภูมิคุ้มกัน ความพอประมาณมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ มีรายได้เพิ่มมีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ที่คนในชุมชนสอน แนะนำ เรียนรู้ร่วมกัน จากลูกๆหลานๆมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกตรเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อยอดในอนาคต

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :
  1. การไม่รู้จักตน ความพอประมาณ ฟุ้งเฟ้อ กับสิิงที่ฟุ่มเฟือย
  2. การบริโภคอาหาร คนในชุมชนส่วนใหญ่บริโภคอาหารสำเร็จรูป เข้าร้านสะดวกซื้อ เดินห้าง ทานอาหารขยะมากขึ้น
  3. นำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาจำหน่ายในชุมชนเพราะราคาถูก
  4. มีปราชญ์ผู้รู้ด้านทำการเกษตรเพาะเห็ดนานาชนิด
สภาพแวดล้อม :
  1. วิถีชีวิต ประชาชนประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำสวน ทำนา ทำไร่ เลี้ยงสัตว์
  2. เทคโนโลยี จากความหลากหลายของเทคโนโลยีที่เข้าสู่คนในชุมชน เป็นเหตุให้คนในชุมชนละเลยสังคม อันมีผลกระทบต่อความสามัคคี
  3. เศรษฐกิจ เมื่อระบบเศรษฐกิจแบบทุนิยมเน้นเพื่อขายเป็นหลัก เป็นเหตุให้คนในชุมชนเริ่มแข่งขันแย่งชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ จึงเป็นอุปสรรคต่อความสามัคคี
กลไก :

1.การประชาสัมพันธ์ในมัสยิด 2.ป้ายประชาสัมพันธ์ในชุมชนยังมีน้อยไม่ครอบคลุม 3. การจัดทำบัญชีครัวเรือน

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. เพื่อให้คนในชุมชนตระหนักเห็นความสำคัญต่อการ ใช้ชีวิตตามแนวทางแบบพอเพียง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พึ่งพาตนเองได้
  2. เพื่อพัฒนาชุมชนสามารถบริหารจัดการสู่หมู่บ้านต้นแบบ ตามแนวทาง วิถีพอเพียง
  3. ส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริม จากภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนสู่วิสาหกิจชุมชน
  4. เพื่อมีสภาผู้นำเข้มแข็ง
  5. เพื่อให้คนชุมชนลดปัญหาหนี้สิน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ตามแนวทางวิถีพอเพียง
  6. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  1. ชุมชนมีฐานข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้านรายรับ รายจ่าย หนี้สินชุมชน
  2. มีทีมวิทยากรชุมชน "เยาวชนนักคิด นักพัฒนาเพื่อชุมชน"จำนวน 1 ชุด
  3. ร้อยละ 80 ประชาชนในชุมชน มีความรู้ในการจัดทำบัญชีครัวเรือน
  4. ร้อยละ 80 ครัวเรือนสามารถลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้จากการเข้าร่วมทำบัญชีครัวเรือน
  5. มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน บูเกตยามู โมเดล
  6. ครัวเรือนต้นแบบแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 50 ครัวเรือน
  7. มีวิสาหกิจชุมชน จำนวน 2 วิสาหกิจ
  8. สภาผู้นำชุมชนมีการประชุมทุกเดือน
  9. การประชุมมีผู้เข้าร่วม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  10. การประชุมทุกครั้งมีการหารือปรึกษาโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
  11. มีการกำหนดโรดแมพเส้นทางสุขภาวะดี วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน ในการแก้ไขปัญหาของชุมชนโดยชุมชนจำนวน 1 แผน
  12. ร้อยละ 10 ของครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ มีหนี้สินลดลง
  13. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด
  14. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม
  15. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม
  16. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  1. พัฒนา ฟื้นฟู การเรียนรู้หลักเศณษฐกิจพอเพียง
  2. ส่งเสริมการเรียนรู้ การใช้ชีวิตแบบวิถีพอเพียง

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  1. การทำการเกษตรอินทรีย์ลดรายจ่ายและสร้างรายได้เสริม
  2. การปรับสภาพแวดล้อมโดยรวม โดยการทำน้ำหมัก น้ำยาปราบศัตรูพืช และปุ๋ยหมักชีวภาพ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  1. เปิดเวทีสาธารณะ ในการประชาสัมพันธ์
  2. พัฒนาศักยภาพทีมสภาชุมชนในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

  1. นายยาโกบ ปะดุกา เป็นผู้นำปัญญาชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน มีความรู้ ความเชียวชาญด้านประวัติ ความเป็นมาของชุมชน เป็นที่เคารพ นับหน้าถือตา ของคนในชุมชน 2.นายมาแแอ มาลินี เป็นอีหม่าม ผู้นำศาสนา เป็นที่เคารพนับถือของชุมชน 3.นายอาหมาดซอและ หมันเล๊ะ เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นนักปกครอง นักประสานงานที่ดี
    4.นายอดินัน ปะดุกา เป็นหมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย
  2. นายวิชัย ปะดุกาเป็นผู้มีองค์ความรู้ด้านการเพาะเห็ดเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

  1. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบูเก็ตยามู ที่รวมกลุ่มกันทำกิจกรรม ส่งเสริมการออมของชุมชน
  2. กลุ่มอสม. ผู้ประสานการทำงาน
  3. โรงเรียนบ้านบูเก็ตยามูสนับสนุนสถานที่การจัดกิจกรรม มีอาคารเอนกประสค์
  4. อบต.ควนโดน ทรัพยากร คน สิ่งของ และงบประมาณ
  5. รพ.สต.ควนโดน ด้านวิชาการ

วัฒนธรรม

ชาวบ้านยึดมั่นในหลักศาสนา เพราะชาวบ้านนับถือศาสนาอิสลาม 100% วิถีชีวิตอยู่กันแบบ พี่ ๆ น้อง ๆ ใครเดือดร้อนก็จะช่วยเหลือกัน เกื้อกูลแบบเครือญาติ มีการประกอบศาสนกิจรวมกันเป็นกลุ่มทุกวันศุกร์ หรือทุกค่ำคืนในมัดราซ๊ะ ทำให้เกิดมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิดเห็นกัน ทั้งรับรู้ข่าวสารจากภายนอก และสิ่งที่เป็นสารประโยชน์ต่อชุมชน ข่าวสาร สำหรับด้านประเพณี มีกิจกรรมและวันสำคัญทางศาสนา ดังนี้-เมาลิดดินนบี เป็นวันคล้ายวันประสูติของศาสดามูฮัมหมัด (ซล.)ศาสดาแห่งมนุษยชาติ ผู้ศรัทธาในศาสนาอิสลาม จะมีการรำลึกถึงคุณงามความดี หรือประวัติของท่านในอดีตกาล ในบรรยากาศแห่งความรัก และระลึกถึงท่านอย่างแท้จริง รูปแบบของกิจกรรมมีหลายอย่าง-วันตรุษอิดิลฟิตรี หรือที่นิยมเรียกว่า “วันรายาออกบวช” เพราะหลังจากที่มุสลิมได้ถือศีลอดมาตลอด ในเดือนรอมฎอน ก็จะถึงวันออกบวช ตอนเช้าจะมีการละหมาดร่วมกัน ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะอาด สวยงาม และมีการจ่าย “ซากาตฟิตเราะฮ์”-วันอาซูรอ ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือนมูฮัรรอม จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงประวัติของนบีนุฮ์ ตอนเกิดอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่-วันตรุษอิดิลอัฎฮา หรือวันรายาฮัจยี เนื่องจากมุสลิมทั่วโลกเริ่มประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอารเบีย จะมีการทำกุรบาน หรือเชือดสัตว์เป็นอาหารแก่เพื่อนบ้านและคนยากจน เพื่อขัดเกลาจิตใจให้เป็นผู้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ - การถือศีลอด เป็นหลักปฏิบัติทีมุสลิมจำเป็นต้องถือศีลอด ในเดือนรอมฎอนตลอดระยะเวลา 1 เดือน มุสลิมที่มีอายุเข้าเกณฑ์ศาสนบัญญัติ จะต้องงด การกิน การดื่ม การร่วมประเวณีตลอดจนทุกอย่างที่เป็นสิ่งต้องห้าม ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น จนกระทั้งตกดิน ทุกคนต้องสำรวมทั้งกาย วาจา ใจ เพราะเดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีเกียรติยิ่งของศาสนาอิสลาม

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

1.สิ่งประดิษฐ์และกรรมวิธีในการประกอบอาชีพ เช่น การทำว่าว กังหันลม และงานสานต่างๆ 2.การทำแชมพูเถวย์สะบ้าจากภูมิปัญญา
3.การเพิ่มมูลค่าจากการทำฝาชี

งบประมาณ

212900.00

บาท
บุคลากร
  1. นาย นที หลังเกต
  2. นางสาว ฝาตีม๊ะ ปะดุกา
  3. นางสาว เจนวลี ปะดุกา
  4. นาย อานันต์ ดาหมาด
  5. นาง คอเดียะ อะสมาน
  6. นาย ยาโกบ ปะดุกา


    แกนนำในชุมขน

  7. นางส๊ะ ปะดุกา ประธานชมรมผู้สูงอายุ สนับสนุนกิจกรรมด้านการดำเนินงาน

  8. นางเจ๊ะฮาหวา มันเล๊ะ อสม.ผู้ประสานงานที่ดีในชุมชน
  9. นายชะหรี เสะอากะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด้านสาธารณสุขที่จะร่วมขับเลคื่อน อำนวยความสะดวก
  10. นายหวันสมาน ปะดุกา สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลร่วมขับเลคื่อน อำนวยความสะดวก
  11. นางสาวฮับเซ๊าะ ปะดุกา อสม.อสม.ผู้ประสานงานที่ดีในชุมชน
ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

1.กลุ่มเรียนรู้ด้านการผลิตเสื้อบาติก สกรีนเสื้อโดยเยาวชน 2.แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นายวิชัย ปะดุกา 3.ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

1.สภาองค์กรชุมชนตำบลควนโดน 2.สภากาแฟ เป็นการพูดคุยกันในองค์กรต่างๆ หรือ แกนนำเพื่อประโยชน์ของแต่ละชุมชน 3.การลงแขก

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

  1. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเพื่อส่งเสริมประชาชนในการออม 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลควนโดนสนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงาน 3.กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยตำบลควนโดน สนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงาน 4.วิสาหกิจชุมชน พัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน 5.กลุ่มผู้ใช้น้ำ สนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงาน

ขั้นตอนทำงาน

  1. สร้างทีมงานสภาชุมชน
  2. เปิดตัวโครงการและประชาสัมพันธ์สสส.
  3. ศึกษาข้อมูลพื้นฐานหมู่บ้าน ออกแบบเครื่องมือ
  4. กิจกรรมจัดเก็บข้อมูลในชุมชน
  5. กิจกรรมการวิเคราะห์ข้อมูล
  6. จัดทำเวทีชุมชน/คืนข้อมูล
  7. จัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน โรดแมพเส้นทางสุขภาวะดี แนวทางวิถีพอเพียง
  8. สภาผู้นำชุมชน ประชุมเพื่อคลี่ผลลัพธ์โครงการ
  9. สร้างวิทยากรชุมชน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และการออม
  10. จัดกิจกรรมการเรียนรู้สู่ชุมชนการทำบัญชีครัวเรือน
  11. จัดกิจกรรมการเรียนรู้สู่ชุมชนแนวทางวิถีพอเพียง การจัดทำวัสดุ ใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
  12. จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียง " บูเกตยามูโมเดล"
  13. กิจกรรมถอดบทเรียน/ประเมินผลการทำงาน
  14. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  15. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. มีสภาผู้นำผู้นำชุมชนจำนวน1 ชุดและมีการกำหนดบทบาทหน้าทีในการดำเนินงาน
  2. สภาผู้นำชุมชนมีการประชุมทุกเดือน
  3. การประชุมมีผู้เข้าร่วม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  4. การประชุมทุกครั้งมีการหารือปรึกษาโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
  5. มีการจัดเปิดตัวโครงการ จำนวน 1 ครั้ง
  6. มีข้อเสนอแนะโครงการจากการจัดกิจกรรม
  7. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความพึงพอใจ ร้อยละ 80
  8. เกิดการจัดการข้อมูลชุมชน ฐานข้อมูลรายรับ รายจ่าย หนี้สินของชุมชน เกิดแผนที่คุณค่าทรัพยากร
  9. ได้เครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลชุมชน
  10. ชุมชนมีฐานข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้านรายรับ รายจ่าย หนี้สินชุมชน แผนที่ทรัพยากร จำนวน1 ชุด
  11. มีชุดข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ จำนวน 1 ชุด
  12. ชุมชนมีการรับรู้ข้อมูลชุมชน ด้านรายรับ รายจ่าย หนี้สินชุมชน แผนที่ทรัพยากร
  13. มีสื่อเพลงพื้นบ้าน ที่เป็นของชุมชนเองจำนวน 1 ชุด
  14. มีมาตราการทางสังคมของชุมชน
  15. มีการกำหนดโรดแมพเส้นทางสุขภาวะดี วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน ในการแก้ไขปัญหาของชุมชนโดยชุมชนจำนวน 1 แผน
  16. แผนพัฒนาหมู่บ้านมีการนำสู่การปฏิบัติามแผนอย่างเป็นรูปธรรมและอย่างมีประสิทธิภาพ
  17. มีบันทึกวาระการประชุม
  18. คณะทำงานเข้าร่วม ทุกคน
  19. มีทีมวิทยากรชุมชน จำนวน 1 ชุด
  20. วิทยากรชุมชนสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน เพิ่ม ร้อยละ 80
  21. มีหลักสูตรท้องถิ่นในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง
  22. ร้อยละ 80 มีการจัดทำบัญชีครัวเรือนถูกต้อง
  23. ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ มีการจัดทำบัญชีครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง
  24. ครัวเรือนต้นแบบแนวทางเศรษฐกิพอเพียง จำนวน 70 ครัวเรือน
  25. ครัวเรือนมีการนำไปใช้ ทำให้ลดรายจ่ายในครัวเรือน ลดลงร้อยละ 10
  26. ร้อยละ 50 ครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีการประกอบอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้น
  27. มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน บูเกตยามู โมเดล
  28. มีชุดข้อมูลจากการถอดบทเรียนจำนวน1ชุด
  29. มีแผนการดำเนินงานต่อยอดโครงการในปีต่อไป

ผลลัพท์

  1. มีสภาผู้นำผู้นำชุมชนจำนวน1 ชุดและมีการกำหนดบทบาทหน้าทีในการดำเนินงาน
  2. สภาผู้นำชุมชนมีการประชุมทุกเดือน
  3. การประชุมมีผู้เข้าร่วม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  4. การประชุมทุกครั้งมีการหารือปรึกษาโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
  5. มีการจัดเปิดตัวโครงการ จำนวน 1 ครั้ง
  6. มีข้อเสนอแนะโครงการจากการจัดกิจกรรม
  7. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความพึงพอใจ ร้อยละ 80
  8. เกิดการจัดการข้อมูลชุมชน ฐานข้อมูลรายรับ รายจ่าย หนี้สินของชุมชน เกิดแผนที่คุณค่าทรัพยากร
  9. ได้เครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลชุมชน
  10. ชุมชนมีฐานข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้านรายรับ รายจ่าย หนี้สินชุมชน แผนที่ทรัพยากร จำนวน1 ชุด
  11. มีชุดข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ จำนวน 1 ชุด
  12. ชุมชนมีการรับรู้ข้อมูลชุมชน ด้านรายรับ รายจ่าย หนี้สินชุมชน แผนที่ทรัพยากร
  13. มีสื่อเพลงพื้นบ้าน ที่เป็นของชุมชนเองจำนวน 1 ชุด
  14. มีมาตราการทางสังคมของชุมชน
  15. มีการกำหนดโรดแมพเส้นทางสุขภาวะดี วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน ในการแก้ไขปัญหาของชุมชนโดยชุมชนจำนวน 1 แผน
  16. แผนพัฒนาหมู่บ้านมีการนำสู่การปฏิบัติามแผนอย่างเป็นรูปธรรมและอย่างมีประสิทธิภาพ
  17. มีบันทึกวาระการประชุม
  18. คณะทำงานเข้าร่วม ทุกคน
  19. มีทีมวิทยากรชุมชน จำนวน 1 ชุด
  20. วิทยากรชุมชนสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน เพิ่ม ร้อยละ 80
  21. มีหลักสูตรท้องถิ่นในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง
  22. ร้อยละ 80 มีการจัดทำบัญชีครัวเรือนถูกต้อง
  23. ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ มีการจัดทำบัญชีครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง
  24. ครัวเรือนต้นแบบแนวทางเศรษฐกิพอเพียง จำนวน 70 ครัวเรือน
  25. ครัวเรือนมีการนำไปใช้ ทำให้ลดรายจ่ายในครัวเรือน ลดลงร้อยละ 10
  26. ร้อยละ 50 ครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีการประกอบอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้น
  27. มีศูนย์เรียนรู้ชุมชน บูเกตยามู โมเดล
  28. มีชุดข้อมูลจากการถอดบทเรียนจำนวน1ชุด
  29. มีแผนการดำเนินงานต่อยอดโครงการในปีต่อไป

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

  1. คนมีศักยภาพเพิ่มขึ้น ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมลงมือทำและร่วมปฏิบัติงาน มีความสามัคคีเพิ่มขึ้น ในการแก้ปัญหาของชุมชน
  2. คนในชุมชน เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึก และเห็นคุณค่าความสำคัญของของการใช้ชีวิตแบบพอเพียง
  3. ประหยัด อดออม และประมาณตนหนี้สินลดลงรายได้เเพิ่ม
  4. กลุ่มคนในชุมชนมีความร่วมมือ ความสามัคคีไม่แตกแยก

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

  1. มีศูนย์เรียนรู้ เพิ่มขึ้นในชุมชน มีการขยายผลสู่ระดับครัวเรือน มีทรัพยากรเพิ่มขึ้น อุดมสมบูรณ์
  2. มีการนำภูมิปัญญาในชุมชน มาเพิ่มมูลค่า สู่เศรษฐกิจชุมชน 3.ชุมชน มีอาชีพเสริม สร้างรายได้ ลดรายจ่าย 4.เยาวชนใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ มั่วสุมกับสิ่งเสพติดลดลง 5.ปลูกผักเพิ่มขึ้นมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

1.มีสภาผู้นำชุมชนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันในชุมชน 2.ชุมชนมีฐานข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน 3. เกิดมาตราการทางสังคม

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

การติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน จะดำเนินการใน 2 รูปแบบจะมีคณะกรรมการประเมิน 2 ชุด คือ กรรมการประเมินจากภายใน (การประเมินตัวเอง) ซึ่งเป็นชุดสภาองค์กรในชุมชน ตัวแทนกลุ่ม ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา สมาชิก อบต. และคณะทำงาน ที่จะมีการประชุม ทุก 1 เดือน โดยจะให้ทีมงานผู้รับผิดชอบกิจกรรม ได้รายงานความก้าวหน้า และการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมและแจ้งแผนการทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้ทราบเพื่อการติดตาม และเข้าร่วมโครงการ เพื่อสังเกตการณ์ การทำงาน ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะ และการสอบถามข้อคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อการนำมาปรับปรุง และให้นำเสนอ รายงานการดำเนินงาน ผ่านเวทีประชาคม เพื่อการเสนอแนะ ประชาสัมพันธ์ นอกจากนั้นจะมีการประเมินจากทีมประเมินภายนอก (จากตัวแทนภาคีเครือข่าย 3 ภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รพ.สต.ควนโดน  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอควนโดน สำนักงานเกษตรอำเภอควนโดน)โดยวิธีการสัมภาษณ์ ผู้ทำกิจกรรม และสุ่มสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนา กิจกรรมให้ดียิ่งขึ้น และนำข้อเสนอ  ข้อเสนอแนะการเสริมพลังชุมชน เพื่อนำมาขยายผลและการสานต่อการทำงานในชุมชนต่อไป

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

การติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน จะดำเนินการใน 2 รูปแบบจะมีคณะกรรมการประเมิน 2 ชุด คือ กรรมการประเมินจากภายใน (การประเมินตัวเอง) ซึ่งเป็นชุดสภาองค์กรในชุมชน ตัวแทนกลุ่ม ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา สมาชิก อบต. และคณะทำงาน ที่จะมีการประชุม ทุก 1 เดือน โดยจะให้ทีมงานผู้รับผิดชอบกิจกรรม ได้รายงานความก้าวหน้า และการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมและแจ้งแผนการทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้ทราบเพื่อการติดตาม และเข้าร่วมโครงการ เพื่อสังเกตการณ์ การทำงาน ปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะ และการสอบถามข้อคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อการนำมาปรับปรุง และให้นำเสนอ รายงานการดำเนินงาน ผ่านเวทีประชาคม เพื่อการเสนอแนะ ประชาสัมพันธ์ นอกจากนั้นจะมีการประเมินจากทีมประเมินภายนอก (จากตัวแทนภาคีเครือข่าย 3 ภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รพ.สต.ควนโดน  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอควนโดน สำนักงานเกษตรอำเภอควนโดน)โดยวิธีการสัมภาษณ์ ผู้ทำกิจกรรม และสุ่มสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนา กิจกรรมให้ดียิ่งขึ้น และนำข้อเสนอ  ข้อเสนอแนะการเสริมพลังชุมชน เพื่อนำมาขยายผลและการสานต่อการทำงานในชุมชนต่อไป