แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ โครงการลาซังสร้างสันติสุขบ้านเตราะแก่นเชื่อมพี่น้องสองศาสนา

รหัสโครงการ 58-03805 รหัสสัญญา 58-00-2211 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

 

 

 

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

 

 

 

3. กระบวนการใหม่

การประชุุมเดือนละ 1 ครั้งโดยมีคณะกรรมการการดำเนินกิจกรรมตลอดโครงการตั้งแต่ก่อนดำเนินการระหว่างการดำเนินการและหลังดำเนินการจนเสร็จสิ้นปิดโครงการ

การประชุมสภาผู้นำเดือนละ 1ครั้ง

การใช้ประชุมสภาผู้นำในการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการของชุมชนแทนเวทีประชาคม

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

 

 

 

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

สภาผู้นำชุมชนบ้านเตราะแก่นจากการมีส่วนร่วมภาคีเครือข่าย จำนวน 40 คน

กลไกสภาผู้นำ

การใช้โครงสร้างสภาผู้นำในการแลกเปลี่ยนข้อมูลในชุมชน

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

 

 

 

2. การบริโภค

 

 

 

3. การออกกำลังกาย

การฝึกการออกกำลังกายด้วยการใช้ท่ารำกลองยาว

คณะกลองยาวบ้านเตราะแก่น

การฝึกท่ารำกลองยาวตามหลักสูตรที่จัดทำไว้แก่ลูกหลานบ้านเตราะแก่นนำมาประยุกต็ใช้ต่อไป

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

 

 

 

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

 

 

 

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

 

 

 

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

 

 

 

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

 

 

 

9. อื่นๆ

 

 

 

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

 

 

 

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

การใช้พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นปลอดการสูบบุหรี่สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดโครงการ

ป้ายรณรงค์พื้นที่ปลอดบุหรี่ จำนวน 5ป้าย

การณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ วัด โรงเรียน ร้านอาหาร สถานประกอบการในชุมชนด้วยการติดป้ายพื้นที่ปลอดบุหรี่

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

 

 

 

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

 

 

 

5. อื่นๆ

 

 

 

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

 

 

 

3. มีธรรมนูญของชุมชน

 

 

 

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

 

 

 

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานโครงประกอบด้วยคนในชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งรัฐและท้องถิ่น

ประเพณีลาซัง ประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าว

การจัดทำเอกสารเรื่องเล่าประพณีลาซังไว้สำหรับลูกหลานบ้านเตราะแก่นได้เรียนจากการเล่าเรื่องของผู้เฒ่าในชุมชน

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

การแลกเปลี่ยนข้อมูล การวางแผนปฏิบัติการการแก้ปัญหาการค้นหาประเด็น การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินแผนปฏิบัติการเพื่อปรับแผนให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของชุมชน

การประบแผนปฏิบัติการในปฏิทินโครงการจากกำหนดเวลาในช่วงเวลา 9.00น.เป็น16.30นในบางกิจกรรมตามช่วงปฏิทินการทำงานของชุมชน

การจัดทำแผนชุมชนตามความต้องการของชุมชนผ่านการประชุมสภาผู้นำ

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

การใช้ทรัพยากรในชุมชนเริ่มจากคน องค์ความรู้และภูมิปัญญา เช่นการลงแขกเกี่ยวข้าว ประเพณีลาซัง

กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวประเพณีลาซัง

การบรรจุแผนการสืบประเพณีวัฒนธรรมให้อยู่คู่ชุมชนบ้านเตราะแก่นสู่แผนท้องถิ่น ระยะเร่งด่วน 3ปีและ5ปี

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มเยาวชนสืบทอดวัฒนธรรมจำนวน 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มลาซัง 2. กลุ่มกลองยาว 3. กลุ่มสภาวัฒนธรรมในการจัดการแผนด้านวัฒนธรรมประเพณีของศาสนาพุทธและอิสลาม

กลุ่มเยาวชนสืบทอดประเพณีลาซัง กลุ่มกลองยาวและกลุ่มสภาวัฒนธรรมในการจัดการแผนด้านวัฒนธรรมประเพณีของศาสนาพุทธและอิสลาม

การนำแผนด้านวัฒนธรรมประเพณีของศาสนาพุทธและอิสลามบรรจุไว้ในแผนอบต.

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

 

 

 

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

 

 

 

7. อื่นๆ

 

 

 

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

การเกิดกลุ่มสภาวัฒนธรรมประเพณีของศาสนาพุทธและอิสลามเป็นการทำงานแบบมีส่วนร่วมของพี่น้องพุทธและมุสลิม

การมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมของชุมชน

การส่งต่อกลุ่มสภาวัฒนธรรมประเพณีฯแก่เยาวชนรคนรุ่นใหม่

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

การจัดทำโครงการฯในชุมชนเริ่มจากคณะทำงานที่มีจิตอาสาเห็นปัญหา สถานการณ์ และค้นหาประเด็นเพื่อจัดทำโครงการเพื่อคนในชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของ

โครงการลาซังสร้างสันติสุขบ้านเตราะแก่นเชื่อมพี่น้องสองศาสนาเสนอสสส.ปี2559

การเขียนโครงการเพื่อต่อยอดและสรางความยั่งยืนแก่ชุมชนบ้านเตราะแก่น

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

การดำรงชืวิตของชุมชนบ้าเตราะแก่นใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำนาปลูปข้าว ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ปลาไว้เป็นอาหารใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

วิถีชุมชนบ้านเตราะแก่น

การนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตปีะจำวัน

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

การรู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

การลงแขกเกี่ยวข้าว

ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวและลาซังจะคงอยู่ชุมชนบ้านเตราะแก่นตลอดไป

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

 

 

 

6. อื่นๆ

 

 

 

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ
  1. เกิดสภาผู้นำชุมชนบ้านเตราะแก่นจากการมีส่วนร่วมภาคีเครือข่าย จำนวน 40 คน มีการประชุมทุกเดือน เพื่อสรุปผลการทำโครงการ การวางแผนการทำกิจกรรม และวาระอื่น ๆ ของหมู่บ้าน
  2. ชุมชนมีข้อมูลด้านวัฒนธรรมบ้านเตราะแก่นของกลุ่มคนสองศาสนา คือ ประเพณีลาซัง-โต๊ะชุมพุก (ปูยอมือแน) มีกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงนาของพี่น้องพุทธและมุสลิมจากอดีตกิจกรรมลงแขกเป็นการปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ ทำให้พี่น้องพุทธและมุสลิมเกิดความหวาดระแวง ไม่ไปมาหาสู่ ไม่ดำเนินกิจกรรมร่วมกัน หลังจากเกิดโครงการลาซังสร้างสันติบ้านเตราะแก่น เชื่อมพี่น้องสองศาสนาทำให้คนในชุมชนทั้งพุทธและมุสลิมกลับมาร่วมกิจกรรมและไปมาหาสู่กันตลอด
  3. เกิดแกนนำในการสืบทอดวัฒนธรรมจำนวน 15 คนที่มีความตระหนักถึงการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีลาซัง
  4. หลักสูตรการรำกลองยาวบ้านเตราะแก่น จำนวน 13 ท่า ดังนี้ หลักสูตรที่ 1 การตีกลองยาวขั้นพื้นฐาน ใช้เวลา 10-20 นาทีฝึกทำรำไห้วครู หลักสูตรที่ 2 รำท่าสอดสร้อยมาลา หลักสูตรที่ 3 ท่ารำส่าย หลักสูตรที่ 4 ท่าเทพพนม หลักสูตรที่ 5 ท่าเดือนหงาย เดือนคว่ำ หลักสูตรที่ 6 ท่าผัดแป้งหน้านาง หลักสูตรที่ 7 ท่าจีบล่อแก้ว หลักสูตรที่ 8 ท่าดอกไม้ทักหู หลักสูตรที่ 9 ท่าอาลัยรัก หลักสูตรที่ 10 ท่าเซิ้ง หลักสูตรที่ 11. ท่าจับหน้านาง หลักสูตรที่ 12 ท่านกบินหลาบิน และหลักสูตรที่ 13 ท่าอำลา ซึ่งเป็นท่ารำกลองจากการฝึกอบรมทำให้เกิดการเชื่อมความสัมพันธ์ การเสนอแนะ การแลกเปลี่ยนเป็นการสร้างความสัมพันธ์แก่ชุมชนบ้านเตราะแก่น
  5. เกิดการขับเคลื่อนประเด็นผู้สูงอายุโดยการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุในชุมชนบ้านเตราะแก่น
  6. เกิดแกนนำด้านการส่งเสริมสุขภาพจำนวน 4 คน
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3