ลดรายจ่าย เสริมรายได้ชุมชนต้นแบบวิถีพอเพียง บ้านหนองไม้แก่น

แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

ปัญหามีรายได้น้อย ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เป็นปัญหาใหญ่ของคนในชุมชน ชุมชนมีภาระหนี้สิน พึ่งพาตนเองไม่ได้ ทำให้ชุมชนเลือกที่จะดำเนินโครงการในการแก้ไขปัญหา เพื่อลดรายจ่าย สร้างอาชีพเสริมให้คนในชุมชนมีรายได้ที่เพียงพอในการยังชีพ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ชุมชนบ้านหนองไม้แก่น มีครัวเรือนจำนวน 215 ครัวเรือน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก คือ ทำสวนยาง กรีดยาง ซึ่งเป็นทั้งเจ้าสวนและรับจ้างกรีด และรับจ้างทั่วไป ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในภาคครัวเรือน ที่ปัจจุบันคนในชุมชนมีปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้น จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ด้านอาหาร ด้านค่าเล่าเรียนบุตร สิ้นค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ จากภาวะเศรษฐกิจราคายางตกต่ำ ราคาสินค้าที่แพงขึ้น ทำให้เกิดภาวะรายได้ต่ำ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เกิดภาวะหนี้สินที่มาจากการกู้ยืมเงินทั้งใน และนอกระบบ เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านหนองไม้แก่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ทำให้ครอบครัวขาดความมั่นคง ขาดความอบอุ่น พ่อ แม่ ผู้ปกครองต่างต้องทำงานหาเงินให้พอกับรายจ่าย มีการออกไปทำงานรับจ้างทั้งในพื้นที่เขตอำเภอรัตภูมิ และนอกพื้นที่ต่างจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิดช่องว่างความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว และระดับชุมชน
ครอบครัวและ ชุมชน จะมีความสุขได้นั้น คนในชุมชนต้องมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่เพียงพอในการยังชีพ มีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งด้านรายได้ และความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ในที่ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านจึงได้เสนอแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน กล่าวคือ การสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และการออมเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต และเป็นชุมชนที่จัดการตนเองได้โดยการใช้ทรัพยากรทั้งด้านคนในชุมชน หน่วยงานในท้องถิ่น ตลอดจนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในชุมชน ตลอดจนการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินในชีวิตประจำวัน ดังคำที่กล่าวไว้ พอเพียง คือ พอดี นำไปสู่ชีวิตที่เป็นสุข

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :

1.สาเหตุของปัญหา - ค่าครองชีพในชีวิตประจำวันสูง เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าอาหาร - ประชาชนในพื้นที่ขาดความตระหนัก และมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวันอย่างฟุ่มเฟือย
- การขาดความรู้ ความใสใจในการจัดทำบัญชีรับ จ่าย และเงินออม ในภาคครัวเรือน

2.ปัจจัยเอื้อต่อการแก้ปัญหา - แกนนำเห็นความสำคัญและตกลงร่วมแก้ปัญหา - มีภูมิปัญญาของชุมชนในด้านต่างที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา

สภาพแวดล้อม :

1.สาเหตุของปัญหา -การปลูกพืชเชิงเดี่ยวเช่นการปลูกยางพารา -การเข้าถึงของเทคโนโลยีของคนในชุมชน -วิถีชีวิตที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสนิยมของสังคมในยุคปัจจุบัน

ปัจจัยที่เอื้อในการแก้ไขปัญหา -จัดทำระบบบัญชีครัวเรือน เพื่อให้เห็นสถานการณ์ปัญหา และสถานกานณ์การเงิน

กลไก :

1.สาเหตุของปัญหา -ขาดความเชื่อมโยงของกลุ่มต่างๆในชุมชนไม่ว่าจะเป็น อสม กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนวัดในการบูรณาการร่วมกัน

2.ปัจจัยเอื้อต่อการแก้ปัญหา

-หนุนเสริมการทำงานของกลุ่มๆ ที่ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน,ผู้นำศาสนา ,ปราชญ์ชุมชน,อบต.มีการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม เน้นการพัฒนาที่มาจากฐานทรัพยากรของชุมชน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆในท้องถิ่น

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. 1.เกิดสภาแกนนำในการขับเคลื่อนงานชุมชน
  2. เพื่อส่งเสริม พัฒนาอาชีพให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ และมีความมั่นคงยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  3. คนในชุมชนมีการจัดทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือน
  4. เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการจัดการข้อมูลชุมชน
  5. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  1. มีคณะกรรมการ 30 คน ที่มีความเข้มแข็ง เป็นกลไกในการขับเคลื่อนโครงการ ที่เป็นทางการและไม่ทางการ
  2. มีการประชุมประจำเดือนๆละ 1 ครั้ง จำนวน 10 ครั้ง และบันทึกการประชุมทุกครั้ง โดยการประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
  3. แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80และสภาผู้นำต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ
  4. ร้อยละ 60 คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการทำเกษตรตามหลักปรัญชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถปฎิบัติได้
  5. เกิดกลุ่มผลิตในชุมชนอย่างน้อย 3 กลุ่ม กลุ่มปลูกพืชผักสมุนไพร กลุ่มปุ๋ยชีวภาพ กลุ่มเมล็ดพันธ์เพาะชำกล้าไม้
  6. กลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 30 ครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้น (ดูจากบัญชีครัวเรือน)
  7. ร้อยละ 60 คน ในชุมชนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญ ในการจัดทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือน
  8. ร้อยละ 60 คน ในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ การจัดทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือน
  9. เกิดครัวเรือนต้นแบบ จำนวน 30 ครัวเรือน ในการทำระบบบัญชีรายรับ-รายจ่าย ของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง
  10. มีฐานข้อมูลชุมชนที่มีรายละเอียดด้าน สถานการณ์ และทุนของชุมชน
  11. มีกลุ่มเด็กเยาวชนและกลุ่มแกนนำที่มีทักษะในการเก็บข้อมูล
  12. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด
  13. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม
  14. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม
  15. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  • ให้ความรู้ส่งเสริมการทำบัญชีครัวเรือน
  • ส่งเสริมเรื่องการออม
  • ให้ความรู้เรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง -เปลี่ยนพฤติกรรมค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  • เกษตรผสมผสาน
  • ทำผลิตภัณฑ์ใช้เองในครัวเรือน
  • ระเบียบข้อบังคับในชุมชน
  • การทำบัญชีครัวเรือน
  • การสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน
  • การแปรรูปผลผลิตทางกาารเกษตร
  • การทำการตลาดชุมชน
  • การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  • เกษตรผสมผสาน
  • ทำผลิตภัณฑ์ใช้เองในครัวเรือน
  • ระเบียบข้อบังคับในชุมชน
  • การทำบัญชีครัวเรือน
  • การสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

1.มีปราชญ์ชาวบ้าน ผู้มีความรู้ประสบการณ์คอยให้ความรู้ 2.พระครูรัตนธรรมวงศ์ ด้านศาสนา 3.นายไข่ โกสินทร์ ด้านหมอต่อกระดูก ต้มยาแผนโบราณ 4.นายจัด สุวรรณมณี ด้านนวดจับเส้น 5.นายพร่อง นกแก้ว ด้านไหว้เจ้าที่ งานมงคล อาบน้ำศพ 6.นายสุจิน พุทธกูล ด้านเศรษฐกิจพอเพียง 7.นายจีระเดช กระกูลจิระวัฒน์ ด้านบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์ 8.นายเจือ เม่งช่วย ด้านเพาะเห็ด 9.นางลี่ พรหมเมศร์ ด้านเพาะเห็ด 10.นายจู้ พุทธกูล ด้านหมอนวดแผนโบราณ 11.นายเหนี่ยง พรรตุยู ด้านศิลปะแทงหยอก 12.นายคาด พรหมเมศร์ ด้านพิธีกรรมทางศาสนา 13.นายคลื้น บุญนุ้ย ด้านพิธีกรรมทางศาสนา 14.นายสุมน พรรตุยู ด้านพิธีกรรมทางศาสนา 15.นายสมพร ดวงจัน ด้านจักสาน 16.นายประนอมคงเกลี้ยง ด้านการเกษตร 17.นายอุดมสัก นวลสินธุ์ ด้านเพาะชำกล้าไม้ 18.นางขับ ยอดสวัส ผู้มีความรู้ประสบการณ์นวดแผนโบราณ 19.นายบุญนิ่ง เชยชมปลูกผักปลอดสารพิษ 20.นางเย็น ขาวสุข ด้านเกษตรปลอดสารพิษ 21.นายขำ รอดบน ผักพื้นบ้าน

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านหนองไม้แก่น กองทุนหมู่บ้านหนองไม้แก่น ประปาหมู่บ้านหนองไม้แก่น กลุ่มสตรีพัฒนาบ้านหนองไม้แก่น กลุ่ม SML บ้านหนองไม้แก่น กลุมสมิหลาพอเพียงบ้านหนองไม้แก่น กลุ่มกองทุนข้าวสารและปุ๋ย กองทุนแม่ของแผ่นดิน

วัฒนธรรม

ประเพณี วันสาร์ทเดือนสิบระยะเวลาของการประกอบพิธีสารทเดือนสิบมีขึ้นในวันแรม ๑ ค่ำถึงแรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ
วันสงกรานต์ รดน้ำ้ผู้สูงอายุ วันชักพระ(วันออกพรรษา) วันลอยกระทง อาชีพ ช่างไม้ ช่างก่อสร้าง ช่างฝ้า เพดาน ช่างไฟ ช่างเชื่อมเหล็ก ช่างเย็บผ้า ช่างเสริมสวย

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

ภูมิปัญญาเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ

ปราชญ์ทางด้านหมอกระดูก -ต่อกระดูกแบบโบราณ

หมอนวดแผนโบราน
-จับเส้น -นวดแบบบำบัด -ต้มยาแผนโบราณ -ดูดวง

งบประมาณ

212950.00

บาท
บุคลากร
  1. ส.ต. สุจิน พุทธกุล
  2. นาย จำลอง ไพโรจน์
  3. นาง ดรุณวรรณ คงเกต
  4. นาง ภัทราววรรณ เสนคง
  5. นาง มาลี บุญรัตน์
  6. นาง สุคล เชื้อบ้านเกาะ


    แกนนำในชุมขน

1.นายธนศักดิ์สุขสง ผู้อำนวยการศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง 2.พระครูรัตนธรรมวงศ์ ด้านศาสนา 3.นายสมพร ดวงจัน ด้านจักสาน 4.นายประนอม คงเกลี้ยง ด้านการเกษตร 5.นายอุดมสัก นวลสินธุ์ ด้านเพาะชำกล้าไม้ 6.นางขับ ยอดสวัส ผู้มีความรู้ประสบการณ์นวดแผนโบราณ 7.นายบุญนิ่ง เชยชม ปลูกผักปลอดสารพิษ 8.นางเย็น ขาวสุข ด้านเกษตรปลอดสารพิษ 9.นายขำ รอดบน ผักพื้นบ้าน 6.นายสุจิน พุทธกูล ด้านเศรษฐกิจพอเพียง 7.นายจีระเดช กระกูลจิระวัฒน์ ด้านบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์

ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงได้พัฒนาที่ดิน และได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ให้มีการใช้ประโยชน์บนที่ดินในการฝึกอบรมเยาวชนและประชาชนทั่วไปให้มีความรู้และใช้เทคนิคใหม่ๆ ในการประกอบอาชีพที่มีรายได้ดี  เป็นการเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป มีความเข้าใจและถือปฏิบัติได้ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายและบูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ให้มีส่วนร่วม ประสานงาน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการพัฒนาอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อเป็นตัวอย่างในการใช้พื้นที่ของครอบครัวที่มีจำนวนจำกัดให้เป็นประโยชน์ตลอดทั้งปี ตามหลักการของเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

มีการประชุมประจำเดือนของชุมชนและการประชุมของกลุ่มในแต่ละกลุ่มในชุมชน มีการประชุมหมู่บ้านทุกวันที่ 17 ของทุกเดือน มีการประชุมกลุ่มอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

มีกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชน จำนวน 2 แห่ง
1.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านหนองไม้แก่นก่อตั้งเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2546สมาชิกตอนนี้มี 1030 คนเงินทุนหมุนเวียน 11,658,496 บาท 2.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านคลองยางแดงก่อตั้งเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2543สมาชิกตอนนี้มี 1144 คนเงินทุนหมุนเวียน 13,164,270 บาท 3. สถาบันการเงินชุมชน 1 แห่งก่อตั้งเมื่อ 5 ธันวาคม2557สมาชิกตอนนี้300คนเงินทุนหมุนเวียน5,000,000บาท

ขั้นตอนทำงาน

  1. คัดเลือกแกนนำที่มาจากกลุ่มต่างๆในชุมชน จำนวน30 คน / ประชุมสภาผู้นำชุมชน / อบรมพัฒนาศักยภาพ
  2. จัดประชุมชี้แจงโครงการในเวทีประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน
  3. ประชุมให้ความรู้เรื่องการจัดเก็บข้อมูลครัวเรือน พัฒนาเครื่องมือ เพื่อนำข้อมูลของครัวเรือนมาวิเคราะห์สรุปเป็นเอกสาร
  4. การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของครัวเรือน เป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันของครัวเรือน และสามารถนำข้อมูลมาวางแผนการใช้จ่ายในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ทำให้เกิดการออม การใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดคุ่มค่าไม่ฟุ่มเฟือย
  5. ปรับแนวคิดการดำเนินชีวิตตามหลักหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  6. เพื่อสร้างอาชีพเสริมให้กับคนในชุมชน 3 กลุ่ม
  7. ถอดบทเรียนการดำเนินกิจกรรมโครงการตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา
  8. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  9. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. 1.สภาแกนนำชุมชนมีการประชุมประจำเดือนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของคนในชุมชน

2.ร้อยละ 80 ของสภาแกนนำชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ

3.มีโครงสร้างกฏกติกาของสภาแกนนำชุมชน

4.สภาแกนนำเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานของตนเอง 2. ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรมโครงการ ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและมีความตระหนักว่างบประมาณที่ได้มาเป็นของคนในชุมชนทุกคน 3. 1.ชุมชนมีฐานข้อมูลเรื่อง สถาณการณ์ชุมชน ทุนชุมชนเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการชุมชนให้สมารถพึ่งตนเองได้ 4. 1ร้อยละ 60 ของคนในชุมชนมีความตระหนักมีความรู้ความเข้าใจในระบบการจัดทำบัญชีครัวเรือน

2.เกิดข้อมูลด้าน รายรับ-รายจ่ายของครัวเรือน และชุมชน นำไปสูการวิเคราะห์ ชี้ให้เห็นสถานการณ์ด้านการเงินและการดำรงชีวิตของคนในชุมชนจนนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาและการปรับตัวในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง มีกิน มีใช้ และใช้ชีวิตอย่างมีสติ ครอบครัวอบอุ่น 5. คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 6. เกิดกลุ่มอาชีพเสริม 3 กลุ่ม 1.กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายในชุมชน

2.กลุ่มผลิตน้ำหมักปุ๋ยชีวภาพไว้ใช้ในครัวเรือนและวางจำหน่ายในชุมชน

3.เกิดกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาะชำกล้าไม้ วางจำหน่ายในชุมชน

4.ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มต่าง 7. ชุดความรู้จากการถอดบทเรียน ลดรายจ่าย เสริมรายได้ชุมชนต้นแบบวิถีพอเพียง บ้านหนองไม้แก่น

ผลลัพท์

  1. 1.สภาแกนนำชุมชนมีการประชุมประจำเดือนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของคนในชุมชน

2.ร้อยละ 80 ของสภาแกนนำชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ

3.มีโครงสร้างกฏกติกาของสภาแกนนำชุมชน

4.สภาแกนนำเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานของตนเอง 2. ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรมโครงการ ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและมีความตระหนักว่างบประมาณที่ได้มาเป็นของคนในชุมชนทุกคน 3. 1.ชุมชนมีฐานข้อมูลเรื่อง สถาณการณ์ชุมชน ทุนชุมชนเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการชุมชนให้สมารถพึ่งตนเองได้ 4. 1ร้อยละ 60 ของคนในชุมชนมีความตระหนักมีความรู้ความเข้าใจในระบบการจัดทำบัญชีครัวเรือน

2.เกิดข้อมูลด้าน รายรับ-รายจ่ายของครัวเรือน และชุมชน นำไปสูการวิเคราะห์ ชี้ให้เห็นสถานการณ์ด้านการเงินและการดำรงชีวิตของคนในชุมชนจนนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาและการปรับตัวในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง มีกิน มีใช้ และใช้ชีวิตอย่างมีสติ ครอบครัวอบอุ่น 5. คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 6. เกิดกลุ่มอาชีพเสริม 3 กลุ่ม 1.กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายในชุมชน

2.กลุ่มผลิตน้ำหมักปุ๋ยชีวภาพไว้ใช้ในครัวเรือนและวางจำหน่ายในชุมชน

3.เกิดกลุ่มผลิตภัณฑ์เพาะชำกล้าไม้ วางจำหน่ายในชุมชน

4.ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มต่าง 7. ชุดความรู้จากการถอดบทเรียน ลดรายจ่าย เสริมรายได้ชุมชนต้นแบบวิถีพอเพียง บ้านหนองไม้แก่น

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

-ทำให้มีการปรับพฤติกรรมในเรื่องของการใช้จ่ายในครัวเรือนจากการจัดทำบัญชีครัวเรือน -การบริโภคผักที่ปลอดสารพิษ
-เกิดความสามัคคีการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนของคนในชุมชนทั้งผู้ใหญ่บ้าน อบต ครู แกนนำกลุ่มต่างๆในชุมชน

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนได้รับการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นจากสภาพแวด้อมของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนา

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

การขับเคลื่อนและการพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้จากการที่มีกลไกของแกนนำเป็นคนขับเคลื่อนที่มาจากทุกกลุ่มและทุกฝ่ายในชุมชน

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

 

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน