แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินแบบมีโครงสร้าง

ชื่อโครงการ ทำนบร่วมสร้างอาชีพสร้างรายได้ อยู่อย่างพอเพียง

รหัสโครงการ 58-03788 รหัสสัญญา 58-00-2219 ระยะเวลาโครงการ 15 กันยายน 2558 - 15 ตุลาคม 2559

แบบประเมินคุณค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพ

เป็นการคุณค่าที่เกิดจากโครงการในมิติต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและนวัตกรรมเชิงระบบสุขภาพชุมชน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาวะ
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
  • ผลกระทบเชิงบวกและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะชุมชน
  • กระบวนการชุมชน
  • มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
คุณค่าที่เกิดขึ้น
ประเด็น
ผลที่เกิดขึ้นรายละเอียดหลักฐาน/แหล่งอ้างอิงแนวทางการพัฒนาต่อ
มีไม่มี
1. เกิดความรู้ หรือ นวัตกรรมชุมชน

 

 

 

1. ความรู้ใหม่ / องค์ความรู้ใหม่

-

-

-

2. สิ่งประดิษฐ์ / ผลผลิตใหม่

-

-

-

3. กระบวนการใหม่

รูปแบบการร่วมคิดร่วมทำแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวางแผนของกิจกรรมผ่านการประชุมร่วมกัน •เกิดรูปแบบการติดตามงานกิจกรรมด้วยการประชุม และ ถอดบทเรียนในแต่ละกิจกรรม

การประชุมประจำเดือน

-

4. วิธีการทำงาน / การจัดการใหม่

-

-

-

5. การเกิดกลุ่ม / โครงสร้างในชุมชนใหม่

มีคณะกรรมการ 1 ชุด ( สภาผู้นำ 25 คน)

เกิดกลุ่มครัวเรือนเศษฐกิจพอเพียง

การแต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด ( สภาผู้นำ 25คน)

เกิดสภาชุมชน และคณะทำงานแต่งานที่ชัดเจน

6. แหล่งเรียนรู้ใหม่

-

-

-

7. อื่นๆ

-

-

-

2. เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ

 

 

 

1. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

-

-

-

2. การบริโภค

เกิดครัวเรือนบริโภคผักริมรั้วปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์

ครัวเรือน 20 ครัวเรือน

ขยายครัวเรือน และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามแนวคิดเศษฐกิจพอเพียง

3. การออกกำลังกาย

-

-

-

4. การลด ละ เลิก อบายมุข เช่น การพนัน เหล้า บุหรี่

-

-

-

5. การลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ การขับรถโดยประมาท

-

-

-

6. การจัดการอารมณ์ / ความเครียด

-

-

-

7. การดำรงชีวิต / วิถีชีวิต เช่น การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเอง

เกิดชุมฃนอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมที่ชุมชนใช้ในการช่วยกันในการทำกิจกกรรมของคนในชุมฃน ไม่ให้สูญหายไป เยาวชนรุ่นหลังจะได้รู้จัก

-ปลูกจิตสำนึกความร่วมมือความสามัคคีการเอื้ออาทร ของคนในชุมชน

กิจกรรมลงแขกขุดบ่อปลา ปลูกผัก เพาเห็ด

การเสริมสร้างจิตอาสาในแต่ด้าน ของกิจกรรมชุมชุนแลดำเนินกิจกรรมลงแขกกอย่างต่ออเนื่อง ในทุกกิจกรรม

8. พฤติกรรมการจัดการตนเอง ครอบครัว ชุมชน

เกิดกลุ่มครัวเรือนเศษฐกิจพอเพียง

ครัวเรือน 28ครัวเรือน

ขยายกลุ่มครัวเรือนเศษฐกิจพอเพียง

9. อื่นๆ

-

-

-

3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ (กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจ)

 

 

 

1. กายภาพ เช่น มีการจัดการขยะ ป่า น้ำ การใช้สารเคมีเกษตร และการสร้างสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนที่ถูกสุขลักษณะ

-

-

-

2. สังคม เช่น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวอบอุ่น การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยต่าง ๆ มีพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่ทางสังคม เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน มีการใช้ศาสนา/วัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา

เกิดชุมฃนอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมที่ชุมชนใช้ในการช่วยกันในการทำกิจกกรรมของคนในชุมฃน ไม่ให้สูญหายไป เยาวชนรุ่นหลังจะได้รู้จัก

-ปลูกจิตสำนึกความร่วมมือความสามัคคีการเอื้ออาทร ของคนในชุมชน

-

-

3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์สังคม /สร้างอาชีพ / เพิ่มรายได้

เกิดครัวเรือนการเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงไก่ ปลูกมันสันปะหลัง การทำตาแปปีแนขาย

28 ครัวเรือน

ขยายครัวเรือน แลเพิ่มรายได้ในครัวเรือน โดยการจัดเป็น สหกรณ์ชุมชน การผลิดสิ่งของที่ใช้เป็นประจำทำเองในชุมชน การสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มสตรีให้มีการร่วมกลุ่มสร้างผลิตภัณฑ์

4. มีการบริการสุขภาพทางเลือก และมีช่องทางการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ

-

-

-

5. อื่นๆ

-

-

-

4. การพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาวะ

 

 

 

1. มีกฎ / กติกา ของกลุ่ม ชุมชน

มาตรการการออม การเบิกจ่ายเงินออม

กองทุนเงินออม

ขยายครัวเรือนเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุน

2. มีมาตรการทางสังคมของกลุ่ม ชุมชน

-

-

-

3. มีธรรมนูญของชุมชน

-

-

-

4. อื่นๆ เช่น ออกเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่น ฯลฯ

-

-

-

5. เกิดกระบวนการชุมชน

 

 

 

1. เกิดการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างกลุ่ม / เครือข่าย (ใน และหรือนอกชุมชน)

มีการประสานการทำงานกับเครือข่ายภายนอกและภายในได้เป็นอย่างดี

รายงานการประชุม

 

2. การเรียนรู้การแก้ปัญหาชุมชน (การประเมินปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมิน)

-

-

-

3. การใช้ประโยชน์จากทุนในชุมชน เช่น การระดมทุน การใช้ทรัพยากรบุคคลในชุมชน

วัฒนธรรมลงแขกดั้งเดิมที่ชุมชนใช้ในการช่วยกันในการทำกิจกกรรมของคนในชุมฃน ไม่ให้สูญหายไป เยาวชนรุ่นหลังจะได้รู้จัก ยังคงอยู่ -ปลูกจิตสำนึกความร่วมมือความสามัคคีการเอื้ออาทร ของคนในชุมชน

-

-

4. มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลุ่มและชุมชนที่เกิดจากโครงการอย่างต่อเนื่อง

เกิดกลุ่มเยาวชนหนึ่งกลุ่ม คนในชุมชนช่วยเหลือ เกิดจิตอาสาช่วยเหลือในชุมชน สืบสารวัฒนธรรมลงแขกซึ่งเป็นวิถีดั้งเดิมของชุมชนให้คงอยู่และสร้างความสามัคคีในชุมชน เกิดชุมชนน่าอยู่

-

-

5. เกิดกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน

-

-

-

6. เกิดทักษะในการจัดการโครงการ เช่น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การทำแผนปฏิบัติการ

-

-

-

7. อื่นๆ

-

-

-

6. มิติสุขภาวะปัญญา / สุขภาวะทางจิตวิญญาณ

 

 

 

1. ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง / กลุ่ม / ชุมชน

วัฒนธรรมลงแขกดั้งเดิมที่ชุมชนใช้ในการช่วยกันในการทำกิจกกรรมของคนในชุมฃน ไม่ให้สูญหายไป เยาวชนรุ่นหลังจะได้รู้จัก ยังคงอยู่ -ปลูกจิตสำนึกความร่วมมือความสามัคคีการเอื้ออาทร ของคนในชุมชน .

-

-

2. การเห็นประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตนอย่างสมดุล

การปลูกจิตสำนึกความร่วมมือความสามัคคีการเอื้ออาทร ช่วยเหลือนของคนในชุมชน ด้วยกิจกรรมการลงแขก การธำรงวัฒนธรรมอาซูรอ ประชาชนร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกัน

-

-

3. การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

เกิดครัวเรือนการเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงไก่ ปลูกมันสันปะหลัง การทำตาแปปีแน ปลูกผักริมรั้ว ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

28 ครัวเรือน

ขยายเกิดครัวเรือนการเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงไก่ ปลูกมันสันปะหลัง การทำตาแปปีแน ปลูกผักริมรั้ว ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และพอเพียง

4. ชุมชนมีความเอื้ออาทร

วัฒนธรรมลงแขกดั้งเดิมที่ชุมชนใช้ในการช่วยกันในการทำกิจกกรรมของคนในชุมฃน ไม่ให้สูญหายไป เยาวชนรุ่นหลังจะได้รู้จัก ยังคงอยู่ -ปลูกจิตสำนึกความร่วมมือความสามัคคีการเอื้ออาทร ของคนในชุมชน .

-

 

5. มีการตัดสินใจโดยใช้ฐานปัญญา

-

-

-

6. อื่นๆ

-

-

-

7. บทคัดย่อ

 

 

 

1. บทคัดย่อ

เกิดสภาผู้นำที่เข็มแข็งในการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการดำเนินงาน กิจกรรมวิธีการทำงาน สู่ความสำเร็จ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงาน กำหนดบทบาท และ ศักยภาพของผู้นำ การมีส่วนร่วมในชุมชน จากการดำเนินงานโครงการมีการปรับจากการจัดการชุมชนด้วยผู้นำชุมชนร่วมกับกับการมัสยิด พัฒนาเป็นสภาชุมชน มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง และร่วมหารือในการดำเนินการกิจกรรม โดยมีตัวแทน กลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี อสม ร่วมเป็นคณะกรรมการของสภาชุมชน ซึ่งสภาผู้นำ ขับเคลื่อนการดำเนินงาน ดังนี้

  1. เกิดกลุ่มบ้านเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 50 ครัวเรือน โดยการใช้พื้นที่รอบบ้านของครัวเรือน โดยร่วมกันทำเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และขยายผลดำเนินงานต่อครัวเรือนละ 5 หลังคาเรือนต่อเดือน
  2. จัดตั้งคณะกรรมการในการทำโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง
  3. เกิดครัวเรือนนำร่องในการเลี้ยงปลาดุก
  4. จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เกิดกลุ่มออมทรัพท์วันละบาท 50 ครัวเรือน มีมาตรการการออม การเบิกจ่ายเงินออม
  5. เกิดการสืบสานวิถีปฏิบัติดั้งเดิมของชุมชน ได้รักษาวัฒนธรรมลงแขกดั้งเดิมที่ชุมชนใช้ในการช่วยกันในการทำกิจกกรรมของคนในชุมชน ไม่ให้สูญหายไป เยาวชนรุ่นหลังจะได้รู้จัก ยังคงอยู่ ในการร่วมลงแขกร่วมกันขุดบ่อปลาร่วมกัน ร่วมปลูกผักสวนครัว ร่วมทำขนมตาปีแนโดยให้กลุ่มเยาวชนร่วมเรียนรู้ ปลูกจิตสำนึกความร่วมมือความสามัคคีการเอื้ออาทร ของคนในชุมชน
** สรุปภาพรวมโครงการ/รายละเอียด จะนำไปใส่ในบทคัดย่อของรายงาน ส.3