แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

จากการทำประชาคมในชุมชนต้นตาลพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งคือปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดมีแนวโน้มการแพร่ระบาดที่สูงขึ้น จำนวนผู้เสพยาเสพติดมีเพิ่มขึ้น ชาวบ้านได้ให้ความสำคัญและตระหนักในการแก้ปัญหา จึงต้องลดปัญหาดังกล่าวโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในกลุ่มเด็กเยาวชน สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ตลอดมีการส่งเสริมการดูแลสุขภาพและการส่งเสริมอาชีพของคนในชุมชน นำไปสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งต่อ

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :

1.การดูแลและการสร้างภูมิคุ้มกันให้ความรู้เรื่องยาเสพติดกับเยาวชนยังน้อยไปทั้งในสถาบันครอบครัวโรงเรียนและชุมชน
2.เยาวชนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมที่ตามเพื่อน มีความอยากรู้ อยากลอง 3.ผู้ปกครองของเยาวชนไม่ตระหนักและไม่ใส่ใจในการดูแลบุตรหลาน

สภาพแวดล้อม :

1.เทคโนโลยีทันสมัยมีการติดต่อสือสารที่ง่ายขึ้นทำให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นไปได้โดยง่าย หากผู้ปกครองไม่ช่วยกันสอดส่องดูแลก็จะยิ่งทำให้การแพร่ระบาดเกิดได้ง่ายขึ้น 2.การคมนาคมสะดวกขึ้นส่งยาเสพติดได้ง่าย 3.สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการแพร่ระบาดของยาเสพติดทำให้เกิดผู้เสพรายใหม่ หมู่บ้านข้างเคียง

กลไก :

1.การจับกุมและมาตรการของผู้นำหมุู่บานที่เข้มงวดในการจัดการปัญหายาเสพติดยังไม่มี
2.หมู่บ้านมีกฎ กติกา(ฮูกุมปากัต) ของหมู่บ้านแต่ไม่ได้นำไปใช้

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. 1.เพื่อให้เกิดสภาผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน
  2. 1.เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดลดลง
  3. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  1. เกิดสภาผู้นำชุมชนในชุมชน 1 สภา ซึ่งมาจากความหลากหลายของคนในชุมชน

  2. สภาผู้นำชุมชนมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

  3. จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมสภาผู้ชุมชนในแต่ละครั้ง อย่างน้อยร้อยละ 80
  4. มีการประชุมติดตามโครงการละวาระอื่นๆของชุมชน 5.เกิดกติกาชุมชน สภาชุมชนอย่างน้อย 1 กติกา 1.มีจำนวนผู้เสพยาเสพติดลดลง 60%

2.ไม่มีผู้เสพรายใหม่

3.มีเครือข่ายเยาวชนที่เป็นกลุ่มที่เข้มแข็งมีการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 1 เครือข่าย 1. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด 2. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม 3. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม 4. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  1. สร้างกระบวนการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน โดยใช้กลไกสภาผู้นำเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในท้องถิ่น
  2. สงเสริมบทบาทและศักยภาพของสภาผู้นำและคณะทำงานในการร่วมวิเคราะห์ปัญหา ร่วมรับรู้สถานการณ์ ร่วมวางแผนปฏิบัติการ ร่วมดำเนินกิจกรรม ร่วมรับผลประโยชน์ และมีส่วนร่วมประเมินผล พัฒนาชุมชน
  3. สร้างจิตสำนึกให้รักบ้านเกิด
  4. สร้างกิจกรรมให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน
  5. ให้ประชาชนตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

1.สร้างสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้านที่น่าอยู่โดยใช้ป้ายเตือนรณรงค์การป้องกันปัญหายาเสพติดในชุมชนและสาธารณสถาน

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

มีการจัดตั้งสภาชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัยหายาเสพติด การเปลี่ยนแปลงกลไลในหมู่บ้านยึดหลักความร่วมมือของคนในหมู่บ้านในการร่วมกันรับรู้ปัญหาและร่วมกันแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

1.ผู้ใหญ่บ้าน(นายอัมรัง ยามาอู) ซึ่งเป็นผู้นำทางการเป็นบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือของคนในชุมชน เป็นบุคคลที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรและภาคเอกชนต่างๆอันจะนำความพัฒนาให้เกิดขึ้นในชุมชน ด้านยาเสพติดที่ผ่านมาได้ร่วมในการนำส่งเยาวชนกลุ่มเสี่ยงเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับทางนหน่วยงานอำเภอยี่งอ 2.ผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่าน(นายอิบรอเฮม ยะอะมาวา)ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือและเชื่อฟังในชุมชนสามารถเป็นโต๊ะครูสอนคนในชุมชนให้ใช้ชีวิตตามแนวทางของอิสลาม
3.อุสตาซ (ครูตาดีกา น.ส.ดารุสนี อาตาลาฮา) เป็นบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือถือในชุมชนและเป็นที่รู้จักของคนในชุมชนเป็นแกนนำหลักในการดูแลและประสานการดำเนินกิจกรรมต่างๆกับเด็กเยาวชนในชุมชน 4.กลุ่ม อสม.(นางนิฮานีสะ มาดาโอ๊ะ เป็นแกนนำหลัก)จะเป็นตัวแทนกลุ่มผู้ปกครองของเยาวชน

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

1.กลุ่มผู้นำหมู่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นแกนนำหลักในการทำงานด้านพัฒนาชุมชน 2.มีกลุ่มอุซตาสจากโรงเรียนตาดีกาที่มีความเข้มแข็งพร้อมจะให้ความร่วมมือในทุกๆกิจกรรม 3.กลุ่ม อสม.จะเป็นผู้ประสานในกิจกรรมที่เกี่ยวกับกลุ่มสตรีที่เป็นกลุ่มผู้ปกครองของเยาวชน

วัฒนธรรม

วิถีชีวิตของชาวบ้านต้นตาล หมู่ที่ 2 ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส มีวิถีชีวิตตามแบบของมุสลิมโดยทั่วไปการอบรมเลี้ยงลูกยังคงเน้นตามหลักคำสอนของอิสลาม การนำกลุ่มผู้นำด้านศานาเข้าร่วมในการดำเนินงานโครงการจึงเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นสำหรับชาวบ้าน ในการดำเนินโครงการครั้งนี้จะมีการนำหลักของศาสนาอิสลามมาประยุกต์ใช้ในการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดในปัจจุบัน โดยการประสานความร่วมมือระหว่างผู้นำทางการและผู้นำศาสนา และในชุมชนมีประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญดังนี้
1.งานเมาลิดจัดปีละ 1 ครั้ง เป็นกิจกรรมที่ระลึกถึงท่านศาสดามูฮำมัดโดยจะมีการทำบุญเลี้ยงอาหารให้กับชาวบ้านสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในพื้นที่ให้กระชับมากขึ้น 2.กีฬาตาดีกาสัมพันธ์ ปีละครั้ง เป็นกิจกรรมการแข่งขันกีฬาของนักเรียนในโรงเรียนตาดีกาโดยที่มีผู้นำและผู้ปกครองเข้าร่วมด้วย 3.ละหมาดวันศุกร์ทุกสัปดาห์เป็นเวทีในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของชุมชน 4.ประเพณีมาแกแต หรือกินน้ำชา คือการกินเลี้ยงในพิธีการที่ต้องการหาทุนเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ หรือต้องการหาทุนเพื่อช่วยเหลือบุคคล 5.วันอาซูรอ คือวันที่สิบของเดือนมูฮัรรัม ซึ่งเป็นทางศักราชของอิสลาม และประเพณี อีกหลายๆอย่างเช่น วันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี และอีดิลอัฎฮา ประเพณีเข้าสุนัต

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

1.ในชุมชนมีหมอนวดแบบนวดสมัยโบราณ
2.ในชุมชนมีกลุ่มแม่บ้านที่สามารถทำขนมโบราณ 3.ในชุมชนมีช่างไม้(นายมะรีเปง ยาลาแว)เป็นบุคคลที่คนในชุมชนรู้จักและสามารถเป็นแกนนำในการส่งเสริมกลุ่มอาชีพให้กับกลุ่มเยาวชนในชุมชน

งบประมาณ

185550.00

บาท
บุคลากร
  1. นางสาว นูรีดา ปูเตะ
  2. นาย มูฮัมหมัด เลาะเมาะ
  3. นาย อับดุลรอเซะ ยีลาดอ
  4. น.ส วิไล กอแล๊ะ
  5. น.ส ดารุสนี อาตาลาฮา
  6. น.ส. ไซนี ซิบะ


    แกนนำในชุมขน

นส.ฮาสือนะห์ ยีลาบอปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.เป็นที่รู้จักและเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือในชุมชนสามารถเป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรมกับกลุ่มสตรีหรือกลุ่มแม่บ้านในชุมชนได้ นาย มะซีมะแกซง ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นสมาชืก อบต.เป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักของคนในชุมชนและชาวบ้านให้ความเคารพเพราะเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านเวลาชาวบ้านประสบปัญหาก็มักจะไปขอความช่วยเหลือ นส.สูวัยบ๊ะ กอแล๊ะ ปัจจุบันตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ เป็นคนที่รู้จักของคนในชุมชนและเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพให้การรักษาคนในชุมชน

ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

  • มีการประชุมเวทีชาวบ้าน แต่การรวมตัวของชาวบ้านต้องอาศัยความร่วมมือของผู้นำหมู่บ้านจากแต่ละชุมชนย่อยเนื่องจากพื้นที่บ้านต้นตาลเป็นพื้นที่ที่มีบริเวณกว้าง มีชุมชนย่อยที่อยู่ในเขตบ้านต้นตาลอยู่ 3 หมู่บ้านคือ 1.บ้านต้นตาล(มีโรงเรียนประถม) 2.บ้านบูเก๊ะบูงอ(มีมัสยิดและตาดีกา) 3.บ้านฆะลูโฆ(มีมัสยิดและตาดีกา) โดยส่วนใหญ่หากจะมีการชี้แจงประชาสัมพันธ์จะเน้นในช่วงเวลาหลังละหมาดวันศุกร์

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

ในชุมชนจะมีมัสยิดเป็นศูนย์กลางในการกระจายข่าวสารประชาสัมพันธ์ต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาหลังละหมาดวันศุกร์ในการประชาสัมพันธ์ กระบวนการการมีส่วมร่วมของคนในหมู่บ้านต้องอาศัยการประสานความร่วมมือของผู้นำชุมชน มีการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

มีกองทุนหมู่บ้านแต่ปัจจุบันไม่มีการดำเนินการ

ขั้นตอนทำงาน

  1. ประชุมชี้แจงโครงการและตั้งสภาชุมชน
    1. สำรวจสถานการณ์ยาเสพติดในชุมชน
  2. 3 การวิเคราะห์ข้อมูล สถานการณ์ยาเสพติด
  3. 4.ปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
    1. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปบทเรียนโครงการ
  4. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  5. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. 1.1- ต้องได้สภาชุมชนและกติกาชุมชน (ฮูกมปากัต)ที่มีส่วนร่วมมากขึ้น

1.2 ได้แนวทางการและแบบสำรวจสถานการณ์ยาเสพติดที่มีรายละเอียดมากขึ้น

1.3 ชาวบ้านและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชุมชนร่วมกันและมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลบุตรหลานให้ห่างไกลจากยาเสพติดมากขึ้นโดยใช้วิธีการอบรม ตามหลักของศาสนาอิสลามโดยอาศัยความร่วมมือของผู้นำศาสนาในชุมชน 2. - ได้ข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดของชุมชนจากำรวจแบบมีส่วนร่วมของชุมชน 3. 3.1 เกิดแผนงาน/กิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติด 3.2 เกิดนโยบายสาธารณะของชุมชน 4. 4.1 เด็กและเยาวชน ในตาดีกา ร่วมกิจกรรมร้อยละ80 เด็กนักเรียนตาดีกามีความกล้าแสดงออก

4.2 ได้หลักสูตรพร้อมสื่อการสอนเกี่ยวกับยาเสพติดในโรงเรียนตาดีกา 1 หลักสูตร ผู้ปกครองเยาวชนกลุ่มเสพและกลุ่มเสี่ยงมีจิตสำนึกและมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการใช้ยาเสพติดที่ดีขึ้น เด็กนักเรียนตาดีกามีทักษะในการร้องอานาซีด การซาเยาะ 4.3 เกิดเครือข่ายเยาวชนต้านยาเสพติด อย่างน้อย 1 เครือข่าย ให้ผู้ปกครองและกลุ่มผู้นำสภาชุมชนสังเกตการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเสพเช่น การร่วมละหมาดที่มัสยิด การร่วมมือในกิจกรรมพัฒนาชุมชนเช่นการเก็บขยะ การบูรณกูโบร

4.4 กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเสพใช้มีทักษะในอาชีพของชุมชนและเกิดกลุ่มอาชีพที่สืบทอดภายในชุมชน 1 กลุ่ม 5. เกิดรายงานตามกิจกรรมของโครงการที่ครอบคลุมทั้งผลผลิตของโครงการ รวมถึงบทเรียนที่ได้ โดยพิจารณาทั้งในมิติด้านบริหารจัดการโครงการและด้านมิติต่างๆ
1. มิติเรียนรู้การมีส่วนร่วม
2. มิติการพัฒนาให้เกิดมาตรการหรือนโยบายระดับท้องถิ่น

  1. มิติด้านการเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง ซึ่งนำไปสู่การขยายผลเพื่อการดำเนินการในระยะต่อไปเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่บ้าน เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและต่อต้านยาเสพติด เด็กและเยาวชนได้มีความรู้และมีความสนุกสนานจากกิจกรรม

ผลลัพท์

  1. 1.1- ต้องได้สภาชุมชนและกติกาชุมชน (ฮูกมปากัต)ที่มีส่วนร่วมมากขึ้น

1.2 ได้แนวทางการและแบบสำรวจสถานการณ์ยาเสพติดที่มีรายละเอียดมากขึ้น

1.3 ชาวบ้านและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชุมชนร่วมกันและมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลบุตรหลานให้ห่างไกลจากยาเสพติดมากขึ้นโดยใช้วิธีการอบรม ตามหลักของศาสนาอิสลามโดยอาศัยความร่วมมือของผู้นำศาสนาในชุมชน 2. - ได้ข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดของชุมชนจากำรวจแบบมีส่วนร่วมของชุมชน 3. 3.1 เกิดแผนงาน/กิจกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติด 3.2 เกิดนโยบายสาธารณะของชุมชน 4. 4.1 เด็กและเยาวชน ในตาดีกา ร่วมกิจกรรมร้อยละ80 เด็กนักเรียนตาดีกามีความกล้าแสดงออก

4.2 ได้หลักสูตรพร้อมสื่อการสอนเกี่ยวกับยาเสพติดในโรงเรียนตาดีกา 1 หลักสูตร ผู้ปกครองเยาวชนกลุ่มเสพและกลุ่มเสี่ยงมีจิตสำนึกและมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการใช้ยาเสพติดที่ดีขึ้น เด็กนักเรียนตาดีกามีทักษะในการร้องอานาซีด การซาเยาะ 4.3 เกิดเครือข่ายเยาวชนต้านยาเสพติด อย่างน้อย 1 เครือข่าย ให้ผู้ปกครองและกลุ่มผู้นำสภาชุมชนสังเกตการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเสพเช่น การร่วมละหมาดที่มัสยิด การร่วมมือในกิจกรรมพัฒนาชุมชนเช่นการเก็บขยะ การบูรณกูโบร

4.4 กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเสพใช้มีทักษะในอาชีพของชุมชนและเกิดกลุ่มอาชีพที่สืบทอดภายในชุมชน 1 กลุ่ม 5. เกิดรายงานตามกิจกรรมของโครงการที่ครอบคลุมทั้งผลผลิตของโครงการ รวมถึงบทเรียนที่ได้ โดยพิจารณาทั้งในมิติด้านบริหารจัดการโครงการและด้านมิติต่างๆ
1. มิติเรียนรู้การมีส่วนร่วม
2. มิติการพัฒนาให้เกิดมาตรการหรือนโยบายระดับท้องถิ่น

  1. มิติด้านการเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง ซึ่งนำไปสู่การขยายผลเพื่อการดำเนินการในระยะต่อไปเกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่บ้าน เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและต่อต้านยาเสพติด เด็กและเยาวชนได้มีความรู้และมีความสนุกสนานจากกิจกรรม

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

1 เยาวชนในหมู่บ้านมีสุขภาพดีมีภูมิคุ้มกันยาเสพติดที่ดี 2 มีเครือข่ายเยาวชนต้านภัยยาเสพติด 3 กลุ่มผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากขึ้น
4 มีกลุ่มอาชีพย่อยเกิดขึ้นในหมู่บ้าน 5 ทุกคนในหมู่บ้านร่วมตระหนักในการแก้ไขปัญหา

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

1 .แหล่งมั่วสุมในชุมชนต้องลดลง

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

อยากเห็นสภาชุมชนและแกนนำหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง สามารถลดอัตราการเพิ่มของผู้เสพยาเสพติด เยาวชนและชาวบ้านมีความรู้ในเรื่องของยาเสพติดสามารถร่วมป้องกันและดูแลชุมชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

-การติดตามผลจะทำโดยการประสานความร่วมมือของผู้นำหมู่บ้านโดยมีผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะอิหม่าม และอุซตาส เป็นแกนนำหลักในการสอบถามชาวบ้านเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่กำลังเกิดขึ้นในหมู่บ้านและครอบครัวที่ประสบปัญหาในเรื่องยาเสพติดให้ประสานมายังทีมงานเพื่อหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ และเยาวชนที่ผ่านโครงการอบรมตามโครงการจะมีบัญชีรายชื่อทั้งหมดเพื่อติดตามว่าในปัจจุบันกำลังศึกษาต่อที่ไหน หรือกำลังทำงานอะไร ทั้งนี้โดยการร่วมมือครอบครัวของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการผู้เข้าร่วมต้องมีความรู้ความเ้ข้าใจในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนและสามารถร่วมดูแลและป้องกันชุมชนให้ห่างไกลจากยาเสพติดต่อไป -การติดตามและประเมินผลจะจัดขึ้นโดยผู้นำชุมชนผ่านสภาชุมชนเดือนละ1 ครั้ง

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

-การติดตามผลจะทำโดยการประสานความร่วมมือของผู้นำหมู่บ้านโดยมีผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะอิหม่าม และอุซตาส เป็นแกนนำหลักในการสอบถามชาวบ้านเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่กำลังเกิดขึ้นในหมู่บ้านและครอบครัวที่ประสบปัญหาในเรื่องยาเสพติดให้ประสานมายังทีมงานเพื่อหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ และเยาวชนที่ผ่านโครงการอบรมตามโครงการจะมีบัญชีรายชื่อทั้งหมดเพื่อติดตามว่าในปัจจุบันกำลังศึกษาต่อที่ไหน หรือกำลังทำงานอะไร ทั้งนี้โดยการร่วมมือครอบครัวของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการผู้เข้าร่วมต้องมีความรู้ความเ้ข้าใจในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนและสามารถร่วมดูแลและป้องกันชุมชนให้ห่างไกลจากยาเสพติดต่อไป -การติดตามและประเมินผลจะจัดขึ้นโดยผู้นำชุมชนผ่านสภาชุมชนเดือนละ1 ครั้ง