ครอบครัวอบอุ่น มีภูมิคุ้มกัน แบ่งปันความสุขบ้านขุนสมุทร

แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ
  • ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา ถือว่าเป็นตำบลหนึ่งที่มีความโดดเด่นเรื่อง ประเพณี ศิลปะวัฒนธรรมและวิถีชุมชุน มีกิจกรรมและศูนย์เรียนรู้ มีแหล่งท่องเที่ยวในตำบล ทำให้หน่วยงาน กลุ่มองค์กร ทั้งภายในและภายนอกให้ความสนใจมาเรียนรู้ ดูงานอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ ตำบลเกาะกลางมีความตระหนักอยู่ตลอดเวลา คือศักยภาพของแต่ละหมู่บ้านมีไม่เท่ากัน คือโอกาสของคนในหมู่บ้านในตำบลเกาะกลาง ซึ่งมีภึง 10 หมู่บ้านบ้านขุนสมุทรเป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งถูกแยกออกมาจากหมู่ที่ 2 บ้านร่าหมาด ในปี พ.ศ.2543 มีครัวเรือนจำนวน 150 ครัวเรือน ประชากร 700 คน ประชากรทั้งหมดในหมู่บ้านนับถือศาสนาอิสลาม 100 เปอร์เซ็น หมู่บ้านขุนสมุทรมีอาณาเขตติดชายทะเลฝั่งอันดามัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ไม่มีพื้นที่ในการทำการเกษตรมากนัก สถานการณ์ปัญหาในชุมชน ขาดการมีส่วนร่วม ปัญหาขยะ ขาดน้ำอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ปัญหายาเสพติด ปัญหาหนี้สิน ในขณะเดียวกันประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรประมาณ 50เปอร์เซ็น รับจ้าง 30เปอร์เซ็น ประมง 20เปอร์เซ็น ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะที่ดินทำกินของคนในหมู่บ้านมีจำกัด เพราะการทำสวน ยางพารา สวนปาล์มน้ำมันต้องมีพื้นที่พอสมควร แต่ถึงจะมีก็มีปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตรในปัจจุบันมีราคาตกต่ำ ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายในครัวเรือน ทำให้ครัวเรือนมีหนี้สิ้น ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงมีความจำเป็นต้องออกจากบ้านไปหารายได้ต่างถิ่น เป็นสาเหตุให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความห่างเหินทำให้ครอบครัวขาดความอบอุ่น บางครอบครัวถึงขั้นกับมีความแตกแยก ลูกหลานเป็นภาระของสังคม ซึ่งทั้งหมดข้างต้นนั้นทางคณะกรรมการและแกนนำในชุมชนมีความตระหนักดีว่า ถ้าจะพัฒนาให้ชุมชนน่าอยู่ต้อง เริ่มจากสถาบันครอบครัวอบอุ่น การมีงานทำ มีรายได้ และคนในชุมชนเกิดการแบ่งปัน
ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :
  • ปัจจัยสาเหตุเกี่ยวกับคนคือ คนส่วนใหญ่มุ่งหวังเพียงเพื่อหาเงินเพียงอย่างเดียว มองไม่ค่อยเห็นคุณค่าที่สำคัญของการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน ทำใหเกิดความเหินห่างจากความเป็นเพื่อน และญาตพี่น้อง เพราะมีความเชื่อว่าเงินซื่อทุกสิ่งได้
    ปัจจัยเอื้อที่เกี่ยวกับคน คนในชุมชนมีความเป็นเครือญาต มีความตระหนัก ในการรู้จักการพึ่งตนเอง รู้จักความพอประมาณ เกิดภูมิคุ้มกัน รู้จักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการพัฒนาให้เกิดความรู้ และสามารถทำงานร่วมกันได้ในชุมชน
สภาพแวดล้อม :
  • ปัจจัยที่เป็นเหตุคน คนส่วนใหญ่ถือว่าการบริหาร การปกครองไม่ว่าระดับไหน สามารถใช้กฎหมายแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ ทำให้ละเลย วิถีชีวิต ศาสนาและวัฒนธรรมอันดีที่มีความเป็นมายาวนาน ปัจจัยเอื้อที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดการคิดหวนที่มาความเป็นเครือญาต วิถีชีวิต ศาสนาและวัฒนธรรมในสิ่งที่ดีงามในอดีตที่ผ่านมา เกิดข้อตกลงร่วมกันในชุมชน เกิดการทำบัญชีครัวเรือนอย่างเป็นระบบ เกิดกองทุนเงินออม กองทุนสวัสดิการ และกองทุนฟื้นฟูอาชีพ
กลไก :
  • ปัจจัยที่เป็นเหตุ กลุ่มองค์กรหลายกลุ่มองค์กรในชุมชนที่ถูกจัดตั้งโดยองค์กรภายนอกส่วนใหญ่ไม่มีความยั่งยืนเพราะกรรมการขาดความตระหนักในการเป็นเจ้าของ และทำงานอย่างแยกส่วนขาดการทำงานเชิงบูรณาการในพื้นที่
  • ปัจจัยเอื้อเกิดประสานงานต่อกันระหว่างกลุ่มองค์กรในชุมชน เกิดคณะกรรมการในการทำงาน เกิดการรวมตัวของกลุ่มอาชีพ กลุ่มองค์กร มีเวทีประชาคม อนุญาโตตุฬาการ เกิดการสื่อสารในชุมชน

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของแกนนำชุมชน และสมาชิกเป็นสภาผู้นำเพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาขยะ
  2. เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะในชุมชน
  3. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  1. มีฐานข้อมูล ครัวเรือน
  2. มีกติการชุมชนในการจัดการขยะ
  3. มีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้จากขยะ
  4. มีแผนงานดำเนินงานการจัดการขยะในชุมชน ดังนี้
  • คนในชุมชนมีความตระหนักเกิดการรวมตัวในการจัดการขยะอย่างมีระบบ
  • คนในชุมชนได้น้อมนำ หยึดหลักความพอพอเพียง พอประมาณ ความมีเหตุมีผล นำมาใช้ในการดำรงค์ชีวิต
  • คนในชุมชนเกิดการรับรู้การเป็นเครือญาต มีภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข
  • คนในชุมชนมีการพัฒนาความรู้ และความสามารถทำงานร่วมกันได้ในชุมชน

5.มีกองทุนสวัสดิการ กองทุนฟื้นฟูอาชีพ 6.เกิดการรวมตัวของกลุ่มอาชีพ

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  • จัดให้มีการประชุมร่วมกันกับคนในชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านกลุ่ม/องค์กร และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบ รับรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาร่วมกันภายในชุมชนมีการสื่อสารพูดคุยกันกับคนในชุมชน ให้มีการปฎิบัติร่วมกัน

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  • ผลักดันให้คนในขุมขนได้รับรู้และตระหนักร่วมกัน ชุมชนมีเวทีพูดคุย ปรึกษาหารือ เกิดกระบวนการ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเป็นเจ้าของในชุมชนเพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกันในชุมชน เกิดการทำบัญชีครัวเรือนอย่างเป็นระบบ เกิดกองทุนเงินออม กองทุนสวัสดิการ และกองทุนฟื้นฟูอาชีพ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  • มีการจัดตั้งคณะกรรมการ มีข้อมูล มีระเบียบข้อบังคับ มีแผนการดำเนินงาน มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง มีการประสานงาน/การสื่อสาร เกิดการระดมทุน มีการคุ้มครอง ช่วยเหลือในสวัสดิการเบื้องต้น เช่น การเกิดแก่ เจ็บ ตาย สงเคราะห์

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

  1. นายยม อาดรื่นเริง ผู้นำศาสนา มีความรู้ในการถ่ายทอดทางศาสนาให้กับประชาชนในหมู่บ้าน นำความรู้ใปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต
  2. นายสัน ปิตุคำ ปราชญ์ชาวบ้าน มีความรู้ในเรื่องของประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของหมู่บ้าน มาเล่าสู่กันฟังให้กับคนในชุมชน
  3. นางหรี้อ้ะ เกื้อกูล หมอพื้นบ้าน มีความรู้เรื่องการนวด จับเส้น คลายเส้น ซึ่งช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของคนในชุมชนขุนสมุทรและชุมชนใกล้เคียง
  4. บี้ด๊ะ อ่อนนวน ผดุงครรภ์โบราณมีความรู้เรื่องการทำคลอด การดูแลมารดาหลังคลอด อาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์ - หญิงให้นมบุตร
  5. นายอัน แจ่มใส ครูสอนศาสนามีความรู้เรื่องศาสนาอิสลามและสั่งสอนอบรมให้ความรู้แก่เด็กเยาวชน กลุ่มสตรี ตลอดจนประชาชนทุกกลุ่มที่สนใจ

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

  1. อบต.เกาะกลาง เป็นตำบลเเม่ข่ายของ สสส. สำนัก 3 มีระบบการเรียนรู้ 8 ระบบ 32ฐาน เรื่องเรียนรู้ในตำบล และในชุมชน มี 3 แหล่งเรียนรู้
  2. โรงเรียนบ้านนาทุ่งกลาง เป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพพระรัชราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ในกิจกรรมโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน
  3. รพ.สต.บ้านปากคลอง เป็นหน่วยงานสาธารณสุขที่คอยให้ความรู้ ส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู สุขภาพแก่คนในชุมชน
  4. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการลงทุนเปิดบริการฝาก-ออม และ สินเชื่อ แก่คนในชุมชน
  5. กลุ่มขนมสาน 3 วัย เป็นกลุ่มอาชีพที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามาประกอบการเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และเป็นการหารายได้เพิ่มเติมจากงานประจำที่ทำอยู่

วัฒนธรรม

  • กิจกรรมวันฮารีรายอ เข้าสุนัตหมู่ งานเมาว์ลิดการลงเเขก ลงแรงช่วยเหลือ ทำไร่ ทำนา งานแต่งงานและงานในชุมชนมีการนับญาติไปมาหาสู่กัน การเยี่ยมสุสาน การเล่นกีฬาโซนสัมพันธ์ กิจกรรมผู้สูงอายุในวันขึ้นปีใหม่

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

  • การนวดคลายเส้นแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม
  • การต่อเรือแบบภูมิปัญญาโบราณ
  • การประดิษฐ์ของใช้จากไม้
  • การทำขนมพื้นบ้านยกระดับเป็นสินค้า OTOP
งบประมาณ

190,530.00

บาท
บุคลากร
  1. นาย นิคม บุตรสมัน
  2. นาย อนันต์ สำหนาว
  3. นางสาว นันท์นภัส เกื้อกูล
  4. นาย สมจิตต์ ทิมทอง
  5. นางสาว ปราณี ทิมทอง
  6. นาย พิพัฒน์ ปิตุคำ


    แกนนำในชุมขน

1 นายนิคม บุตรสมันผู้ใหญ่บ้าน 2 นายอนันต์สำหนาว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 3 นายสมจิตต์ ทิมทอง ประธานกลุ่มป่าชุมชน 4 นางสาวนันท์นภัสเกื้อกูล ประธานกลุ่มสวัสดิการชุมชน 5 นางสาวปราณี ทิมทองเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 6 นายพิพัฒน์ปิตุคำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ
7 จสท.ส้วน ซื่อตรงประธานประชาคมหมู่บ้าน 8 นายยมอาตรื่นเริง ผู้นำศาสนา (โต๊ะอีหม่าม) 9 นายส้อราดบุตรสมันคอเต็บ 10 นายอัน แจ่มใสครูสอนศาสนา 11 นางสาวสิรินภัส แจ่มใสประธานกลุ่มเลี้ยงปลาในกระชัง 12 นางสุรี บุตรสมัน ประธานกลุ่มทำขนมพื้นบ้านสาน สามวัย 13 นายอภิเชษห้าหวาสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล 14 นายประจักษ์อ่อนนวน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล 15 นางพิไล ซื่อตรง ประธานกลุ่มอาสาสาธารณสุข หมู่บ้าน 16 นายภัทรวุฒิปิตุคำ ประธานกลุ่มออมทรัพย์ 17 นายเจ๊ะสอหราด สัตย์จิต ประธานกลุ่มกองทุนฟื้นฟูอาชีพ 18 นายสมเกีรยติ ซื่อตรง ประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 19 นายปราโมทกะลันตันผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง 20 นายส้อฝี้ ชาญน้ำประธานกลุ่มผู้ใช้เรือประมงขนาดเล็ก 21 นางสาวรูไวดาตูแกบือซีคณะกรรมการหมู่บ้าน 22 นางจันทร์ฉายปิตุคำประธานกลุ่มกองทุนบทบาทสตรี 23 นางสาวเวนิชเกื้อกูลข้าราชการครู 24 นายสกลปิตุคำประธานกลุ่มกองทุนเงินล้าน 25 นายส้าหาบห้าหวา ประธานกลุ่มเกษตรกร 26 นายบุญสมสุเร็น ประธานกลุ่มครอบครัวตัวอย่างเศษฐกิจพอเพียง 27 นายประภาส หมาดเส็มบิหลัน 28 นายยมอาด รื่นเริง (โต๊ะอิหม่าม) มีความรู้ในเรื่องหลักการศาสนาเเละสามารถท่ายถอดให้ประชาชนได้นำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับวัตถุประส่งค์ของโครงการ 29 นางสุรี บุตรสมัน (ผู้นำกลุ่มสวัสดิการ)เป็นผู้นำกลุ่มเเม่บ้าน สามารถจัดทำอาหารรองรับผู้เข้าร่ามโครงการ 30 จ.ส.ท. ส้วนซื่อตรง(ประธานประชาคม) เป็นผู้ดูเเล่สถานที่จัดทำกิจกรรมในชุมชุมชนเเละโครงการ 31 นายสัน ปิตุคำ(ปราชญ์หมู่บ้าน) ประวัติศาสตร์ชุมชน เครือญาติ วงค์ตระกูล 32 นายอภิเชษฐ์ ห้าหวา (สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล) 33 นางสาวเวนิษฐ์เกื้อกูล (คุณครู)ด้านขัอมูล เอกสาร

ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน และป่าชายเลน
แหล่งเรียนรู้การเลี้ยงปลากระชัง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แหล่งเรียนรู้ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการลงทุน และกลุ่มทำขนม แหล่งเรียนรู้กลุ่มสวัสดิการของชุมชน แหล่งเรียนรู้กลุ่มทำขนมพื้นบ้านสานสามวัย

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

กรรมการหมู่บ้าน กรรมการมัสยิด กรรมการอนุญาโตตุลาการ การประชุมประชาชนในหมู่บ้านทุกเดือน กรรมการกลุ่มออมทรัพย์ และกลุ่มสวัสดิการ กลุ่มขนมสานสามวัย
ชมรมอาสาสมัครสาธารณะสุขประจำหมู่บ้าน กลุ่มบทบาทของสตรี

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

มีกองทุนสวัสดิการชุมชน คณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบล(สปสช) ชมรมอสม. คณะกรรมการบทบาทสตรี คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มกองทุ่นสวัสดิการ กองทุนฟื้นฟูอาชีพ เป็นต้น กองทุนแก้ไขปัญหาความยากจน(กขกจ) กองทุนเงินล้าน กองทุนฟื้นฟูอาชีพหลังภัยสึนามิ

ขั้นตอนทำงาน

  1. ประชุมสภาผู้นำในชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวโครงการ
  2. เวทีประชาคมเพือ่ทำความเข้าใจกระบวนการ การดำเนินโครง การร่วมสร้างชุมชนให้น่าอยู่ ชุมชนปลอดขยะรักษาสิ่งแวดล้อมและประชาสัมพันธ์โครงการ
  3. อบรมให้ความรู้กับสภาผู้นำให้เข้าใจแบบฟอร์มเอกสารวิธีการสัมภาษณ์ให้ได้มาซึ่งข้อมูลครัวเรือน
  4. สำรวจข้อมูลการทำบัญชีครัวเรือน
  5. ประชุมสภาผู้นำเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญของปัญหาและหามาตรการวางแผนพัฒนาครัวเรือนและลดปัญหาขยะในชุมชน
  6. เวทีคืนข้อมูลสู่ชุมชน
  7. อบรมให้ความรู้เพื่อสร้างอาชีพเสริมในครัวเรือนเเละนำขยะที่ย่อยสลายได้มาผลิตปุ๋ย
  8. สำรวจครัวเรือนที่เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่ และจัดการขยะอย่างถูกวิธี
  9. ประชุมทำความเข้าใจส่งเสริมให้ครอบครัวทำบัญชีครัวเรือน และส่งเสริมการออมและสวัสดิการชุมชน
  10. อบรมให้คนในชุมชนมีความตระหนักรู้ถึงการเป็นเครือญาตและสถานการณ์ในชุมชน เพื่อพึ่งตนเอง
  11. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  12. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. กรรมการรู้บทบาทหน้าที่ ที่รับผิดชอบ และร่วมในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการในชุมชน
  2. กลุ่ม องค์กรเครือข่ายและประชาชนรับรู้ที่มาและกระบวนการดำเนินโครงการ สสส.6 รับทราบถึงแผนงาน กิจกรรม และร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมโครงการให้บันลุตามวัตถุประสงค์
  3. สภาผู้นำมีความรู้ในการที่จะร่วมสำรวจข้อมูลตามกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ ความเข้าใจในการสำรวจข้อมูล และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการสำรวจข้อมูลได้ตรงตามเป้าหมาย
  4. มีข้อมูลครัวเรือน ของหมู่บ้าน ทั้งหมด 150 ครัวเรือน เพื่อนำมาวิเคราะห์ วางแผนในการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงสภาพปัญหาที่แท้จริง
  5. ข้อมูลครัวเรือนที่ได้มาถูกจัดลำดับให้เห็นถึงสถานการณ์แต่ละด้านของครอบครับเพื่อความสะดวกในการวางแผน แก้ไขปัญหาของชุมชนต่อไป
  6. ประชาชนในชุมชนได้รับทราบข้อมูลครัวเรือนและรับทราบถึงสถานการณ์ปัญหาขยะและปัญหาด้านอื่นๆของแต่ละครัวเรือนในหมู่บ้าน สามารถนำมา พัฒนากลุ่มเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงประเด็น
  7. ประชาชนที่เข้าร่วมการอบรมได้รับความรู้ และวิธีการในการประกอบอาชีพเสริม เเละ เกิดกลุ่มอาชีพเพิ่มขึ้น ที่สามารถทำให้คนในชุมชนได้บริโภคผักปลอดสารพิษตลอดทั้งปีและทำให้ครัวเรือนในชุมชน สามารถลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับคนในครัวเรือน
  8. ได้ครัวเรือนต้นแบบที่เป็นเป้าหมาย 30 ครัวเรือน เพื่อนำไปพัฒนาต่อในการไปดูแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ และครัวเรือนต้นแบบนำความรู้ที่ได้ไปศึกษาดูงานมาพัฒนาครอบครัวให้เป็นแบบอย่าง ให้กับครอบครัวอื่นๆในชุมชนต่อไป
  9. ครัวเรือนมีการจดบันทึกรับ จ่าย และได้รับรู้ในเรื่องความจำเป็นเพื่อการควบคุมถึงรายรับ รายจ่ายในครัวเรือน และส่งเสริมให้เกิดการออม และเกิดกองทุนสวีสดิการเพื่อให้ครัวเรือนมีภูมิคุ้มกันและมีหลักประกันในการดำเนินชีวิต
  10. ประชาชนในชุมชนมีความตระหนักรู้ เข้าใจ ถึงปัญหา สถานการณ์ในชุมชน มีความลึกซึ่งถึงการเป็นสายเชื้อเครือญาตเดียวกัน และสามารถนำไปสู่การร่วมมือร่วมใจพัฒนา ปรับปรุง พฤติกรรมต่างๆ ที่นำไปสู่การรับรูัรากเหง้าที่เป็นจุดแข็งของชุมชน คนในชุมชนรู้จักตนเองมากขึ้น

ผลลัพท์

  1. กรรมการรู้บทบาทหน้าที่ ที่รับผิดชอบ และร่วมในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการในชุมชน
  2. กลุ่ม องค์กรเครือข่ายและประชาชนรับรู้ที่มาและกระบวนการดำเนินโครงการ สสส.6 รับทราบถึงแผนงาน กิจกรรม และร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมโครงการให้บันลุตามวัตถุประสงค์
  3. สภาผู้นำมีความรู้ในการที่จะร่วมสำรวจข้อมูลตามกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ ความเข้าใจในการสำรวจข้อมูล และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการสำรวจข้อมูลได้ตรงตามเป้าหมาย
  4. มีข้อมูลครัวเรือน ของหมู่บ้าน ทั้งหมด 150 ครัวเรือน เพื่อนำมาวิเคราะห์ วางแผนในการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงสภาพปัญหาที่แท้จริง
  5. ข้อมูลครัวเรือนที่ได้มาถูกจัดลำดับให้เห็นถึงสถานการณ์แต่ละด้านของครอบครับเพื่อความสะดวกในการวางแผน แก้ไขปัญหาของชุมชนต่อไป
  6. ประชาชนในชุมชนได้รับทราบข้อมูลครัวเรือนและรับทราบถึงสถานการณ์ปัญหาขยะและปัญหาด้านอื่นๆของแต่ละครัวเรือนในหมู่บ้าน สามารถนำมา พัฒนากลุ่มเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงประเด็น
  7. ประชาชนที่เข้าร่วมการอบรมได้รับความรู้ และวิธีการในการประกอบอาชีพเสริม เเละ เกิดกลุ่มอาชีพเพิ่มขึ้น ที่สามารถทำให้คนในชุมชนได้บริโภคผักปลอดสารพิษตลอดทั้งปีและทำให้ครัวเรือนในชุมชน สามารถลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับคนในครัวเรือน
  8. ได้ครัวเรือนต้นแบบที่เป็นเป้าหมาย 30 ครัวเรือน เพื่อนำไปพัฒนาต่อในการไปดูแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ และครัวเรือนต้นแบบนำความรู้ที่ได้ไปศึกษาดูงานมาพัฒนาครอบครัวให้เป็นแบบอย่าง ให้กับครอบครัวอื่นๆในชุมชนต่อไป
  9. ครัวเรือนมีการจดบันทึกรับ จ่าย และได้รับรู้ในเรื่องความจำเป็นเพื่อการควบคุมถึงรายรับ รายจ่ายในครัวเรือน และส่งเสริมให้เกิดการออม และเกิดกองทุนสวีสดิการเพื่อให้ครัวเรือนมีภูมิคุ้มกันและมีหลักประกันในการดำเนินชีวิต
  10. ประชาชนในชุมชนมีความตระหนักรู้ เข้าใจ ถึงปัญหา สถานการณ์ในชุมชน มีความลึกซึ่งถึงการเป็นสายเชื้อเครือญาตเดียวกัน และสามารถนำไปสู่การร่วมมือร่วมใจพัฒนา ปรับปรุง พฤติกรรมต่างๆ ที่นำไปสู่การรับรูัรากเหง้าที่เป็นจุดแข็งของชุมชน คนในชุมชนรู้จักตนเองมากขึ้น

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

  • ประชาชนมีความรู้ / ตระหนัก ถึงเรื่องการให้ความสำคัญในการทำจัดทำบัญชีครัวเรือน
  • ประชาชนมีความรู้ / ตะหนัก เพิ่มขึ้น นำไปสู่การอยู่อย่างพอเพียง การมีภูมิคุ้มกัน มีการแบ่งปันความสุขร่วมกันในชุมชน
  • ประชาชนมีความรู้ / ตะหนัก ในเรื่องการปลูกพืชผักใช้ในครัวเรือน ตามแนวพระราชดำริของในหลวงในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ต่อยอดไปสู่ถนนสวยกินได้
  • กลุ่มวัยรุ่นเยาวชนมีความรู้ / ตระหนัก ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด โดยหันหน้าเข้าสู่กิจจกรรมที่เป็นงานส่วนร่วมของชุมชนเพิ่มมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

  • ข้อตกลงร่วมกันในชุมชน สามารถนำไปใช้ได้จริงในการอยู่ร่วมกันในสังคม มีการเคารพกฎระเบียบ และมาตรการลงโทษทางสังคม
    เกิดการทำบัญชีครัวเรือนอย่างเป็นระบบ ทำให้รับรู้รายรับ รายจ่ายของครอบครัว ได้อย่างชัดเจน ทำให้ครอบครัวมีภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิตที่เป็นสุข เกิดกองทุนเงินออม กองทุนสวัสดิการ และกองทุนฟื้นฟูอาชีพมีแหล่งทุนหมุนเวียนในชุมชน ไม่ต้องไปพึ่งพาทุนจากข้างนอก และมีการคุ้มครอง ชดเชย ช่วยเหลือ สงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

  • กลุ่มองค์กรมีระบบฐานข้อมูล มีแผนการทำงานที่สอดคล้องกับปัญหาสถานการณ์ในชุมชน มีการประสานงาน มีการทำงานร่วมกัน มีการสื่อสารสู่สังคม ชุมชน คนในชุมชนมีความร่วมมือ ความสามัคคี เกิดการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ ร่วมกันแก้ไขปัญหาในชุมชน เกิดการพึ่งพาช่วยเหลือ เอื้ออาทร ในการอยู่ร่วมกันใน ชุมชน สังคมอย่างมีความสุข เกิดสภาผู้นำในชุมชนโดยมีกรรมการจาก
  1. นายนิคม บุตรสมันผู้ใหญ่บ้าน
  2. นายอนันต์ สำหนาว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
  3. นายสมจิตต์ ทิมทอง ประธานกลุ่มป่าชุมชน
  4. นางสาวนันท์นภัส เกื้อกูล ประธานกลุ่มสวัสดิการชุมชน
  5. นางสาวปราณี ทิมทอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  6. นายพิพัฒน์ ปิตุคำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ
  7. จสท.ส้วน ซื่อตรง ประธานประชาคมหมู่บ้าน
  8. นายยมอาต รื่นเริง ผู้นำศาสนา (โต๊ะอีหม่าม)
  9. นายส้อราด บุตรสมัน คอเต็บ
  10. นายอัน แจ่มใส ครูสอนศาสนา
  11. นางสาวสิรินภัสแจ่มใส ประธานกลุ่มเลี้ยงปลาในกระชัง
  12. นางสุรี บุตรสมัน ประธานกลุ่มทำขนมพื้นบ้านสาน สามวัย
  13. นายอภิเชษ ห้าหวา สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
  14. นายประจักษ์ อ่อนนวน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
  15. นางพิไล ซื่อตรง ประธานกลุ่มอาสาสาธารณสุข หมู่บ้าน
  16. นายภัทรวุฒิ ปิตุคำ ประธานกลุ่มออมทรัพย์
  17. นายเจ๊ะสอหราด สัตย์จิต ประธานกลุ่มกองทุนฟื้นฟูอาชีพ
  18. นายสมเกีรยติ ซื่อตรง ประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
  19. นายปราโมท กะลันตัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
  20. นายส้อฝี้ ชาญน้ำประธานกลุ่มผู้ใช้เรือประมงขนาดเล็ก
  21. นางสาวรูไวดา ตูแกบือซี คณะกรรมการหมู่บ้าน
  22. นางจันทร์ฉาย ปิตุคำ ประธานกลุ่มกองทุนบทบาทสตรี
  23. นางสาวเวนิช เกื้อกูล ข้าราชการครู
  24. นายสกล ปิตุคำ ประธานกลุ่มกองทุนเงินล้าน
  25. นายส้าหาบ ห้าหวา ประธานกลุ่มเกษตรกร
  26. นายบุญสม สุเร็น ประธานกลุ่มครอบครัวตัวอย่างเศษฐกิจพอเพียง
  27. นายประภาส หมาดเส็มบิหลัน

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

  • ติดตามโดยคณะทำงานของโครงการ โดยติดตามประเมินผลที่กระบวนการทำงาน และประเมินผลในทุกกิจกรรมเน้นความสำเร็จด้านผลผลิต และความสำเร็จด้านผลลัพธ์ และให้ทีมติดตามประเมินผล ร่วมวิเคราะห์ วางแผน/ปรับแผนเพื่อการบรรลุผลตามชัวชี้วัด และให้มีการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าของโครงการจากพี่เลี้ยงอีกส่วนหนึ่งด้วย

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

  • ติดตามโดยคณะทำงานของโครงการ โดยติดตามประเมินผลที่กระบวนการทำงาน และประเมินผลในทุกกิจกรรมเน้นความสำเร็จด้านผลผลิต และความสำเร็จด้านผลลัพธ์ และให้ทีมติดตามประเมินผล ร่วมวิเคราะห์ วางแผน/ปรับแผนเพื่อการบรรลุผลตามชัวชี้วัด และให้มีการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าของโครงการจากพี่เลี้ยงอีกส่วนหนึ่งด้วย