บ้านห้วยไทร หมู่ 10 น่าอยู่ฟื้นฟูเศรษฐกิจเน้นความเจริญด้านอาหาร

แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

จากสภาวะปัจจุบัน อาหารการกินมีผลต่อการดำรงชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งว่ากันว่าทุกบ้านย่อมปลูกผักกินเองเพราะกลัวอันตรายจากสารพิษประชาชนหันกันมาผลูกผักกินเองซึงได้มีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความรู้ และองค์ความรู้ใหม่ สำหรับพื้นที่ หมู่ 10 เกิดโครงสร้างในชุมชนใหม่ เกิดกลุ่มคนรักสุขภาพประจำหมู่บ้าน เน้นการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการปลูกผักปลอดสารพิษในครัวเรือน และสามารถขยายผลไปสู่ครัวเรือนอื่นได้ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น การบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนรักสุขภาพที่หันมาบริโภคผักปลอดสารพิษที่เพิ่มขึ้น มีนโยบายที่เอื้ยต่อสุขภาวะโดยการสร้างกติกาให้กับแม่ค้าที่มาจำหน่ายในตลาดนัดสุขภาพ และมีทีมตรวจสอบสินค้า ลดการให้โฟม รณรงค์การใช้วัสดุจากธรรมชาติ จากการทำโครงการนี้ กลุ่มมีความรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ทำให้ชุมชนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน พร้อมทั้งได้ปลูกผักกินเองในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น มีการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย พอเพียง และสามารถแบ่งปันเพื่อนบ้านได้

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :
  • คนในชุมชน ยังขาดความรู้ความตระหนักในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง
  • มีพฤติกรรมความเชื่อในเรื่องของการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง
  • ชุมชนขาดความรู้ความเข้าใจและขาดความตระหนักในเรื่องของอาหาร(แหล่งอาหาร)เรื่องพืชผักพื้นบ้าน
  • คนไม่รู้เรื่องประโยชน์ โทษ และเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งเรื่องการแปรรูป
  • มีพฤติกรรมชอบซื้อของกินนอกบ้านมากกว่าทำเอง ขี้เกียจ คิดง่าย
สภาพแวดล้อม :
  • วิถีชีวิตเรียบง่าย ชอบอยู่เฉย ๆ ไม่เอารู้ ไม่ไฝ่รู้
  • อาชีพในชุมชน กรีดยาง ประมง ลูกจ้าง ค้าขาย
  • รายได้น้อย ใช้ชีวิตต่างคนต่างอยู่-การศึกษาน้อย
  • ผู้หญิง รอการแต่งงาน เรียนต่อน้อย
  • ผู้ชาย ออกประมง/รับจ้าง/กรีดยาง/รายได้ฝ่ายเดียว
กลไก :
  • ยังขาดการเชื่อมประสานการทำงาน
  • อสม.ในชุมชนยังขาดความรู้ในการนำเสนอแนะการให้ความรู้เรื่องในชุมชน
  • กลุ่มต่าง ๆ มุ่งเรื่องอื่น ๆ ไม่ใช่เรื่องสุขภาพ

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งและสามารถจัดการข้อมูลชุมชนได้
  2. เพื่อให้เกิดกระบวนการการจัดการปัญหาหนี้สินในชุมชน
  3. เพื่อพัฒนาศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนงานชุมชนน่าอยู่
  4. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  • มีฐานข้อมูลสถานการณ์หนี้สินของคนในชุมชนจำนวน 1 ชุด
  • มีแกนนำชุมชนและเด็กเยาวชนที่มีทักษะในการเก็บข้อมูลจำนวน 20 คน
  • มีแผนปฏิบัติงานของพื้นที่
  • มีครัวเรือนต้นแบบการทำบัญชีครัวเรือนจำนวน 30 ครัวเรือน
  • มีกติการ่วมของชุมชน
  • มีคณะทำงานโครงการจำนวน 15 คน จำนวน 1 ชุด
  • เกิดสภาหมู่บ้าน1 สภา
  • สมาชิกสภาประกอบด้วย กรรมการหมู่บ้าน และตัวแทนกลุ่มต่างๆในชุมชนจำนวน30 คน
  • มีผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 80
  • มีแผนปฏิบัติการอย่างน้อย 5 แผน
  • ประชุมกรรมการสภา 10 ครั้ง
  1. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด
  2. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม
  3. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม
  4. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  • สร้างทีมดำเนินงานของพื้นที่บ้านห้วยไทร
  • ศึกษาข้อมูลสถานการณ์ปัญหาหนี้สินของคนในชุมชน
  • จัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน
  • จัดกิจกรรมการเรียนรู้ของประชาชน
  • เฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ
  • จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทีมดำเนินงาน
  • ประเมินการพัฒนาหมู่บ้าน

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  • ปรับปรุงพื้นที่ว่างเปล่าในครัวเรือนให้เป็นแปลงปลูกผักไว้กินเองในครัวเรือน
  • ปรับปรุงลานกีฬาให้เอื้อต้อการออกออกกำลังในชุมชน
  • สร้างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยการสร้างค่านิยมในการบริโภคผักปลอดสารพิษ ไว้กินเองในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์
  • ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านเกิดการวมกลุ่มเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้ยั่งยืน

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  • สร้างคณะทำงานและกระบวนการทำงาน มีการเฝ้าระวัง ติดตามอย่างต่อเนื่อง
  • สร้างมาตราการในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน
  • ให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
  • ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดชุมชนมีความยั่งยืน

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

1.นายสาปากติ้งหวังผู้นำศาสนา 2.นางยินดีทองเย็นหมอตำแย ซึ่งเป็นหมอตำแยและได้รับการถ่ายทอดความรู้จากคนรุ่นก่อนและมีความรู้และสามารถนำความรู้ที่มีมาเป็นประสบการณ์ในการทำคลอด ในสมัยก่อนการเดินทางไปโรงพยาบาลลำบากมากชาวบ้านอาศัยหมอตำแยในการทำคลอดเพื่อลดภาระในการเดินทาง ซึ่งหมอตำแยจะต้องได้รับการถ่ายทอดควารู้จากคนรุ่รก่อนและมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการทำคลอด 3.นายเอียด เขียดแก้วปราชญ์ชาวบ้าน

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

  1. องค์การบริหารส่วนตำบลละงูสนับสนุนการสร้างกระบวนการเรียนรู้ เช่นการส่งเสริมการจัดเวทีประชาคม
  2. อาสาสมัครสาธารณสุข การให้ข้อมูลด้านสุขภาพด้านความเป็นอยู่ของคนในชุมชน
  3. กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 15 คน ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพ และคัดกรองโรค มีนางวรรณีแซ่หลี เป็นประธาน อสม.
  4. โรงเรียนบ้านห้วยไทร โดยมีนางสาวถนอมสุขผิวเหลือง เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน
  5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยไทร มีครูผู้สอนจำนวน 3 คน มีนักเรียนจำนวน 60 คน
  6. มัสยิดจำนวน 1 แห่ง (มัสยิดพยอมงาม)มีคณะกรรมการมัสยิดจำนวน 15 คน
  7. วัดจำนวน 1 แห่ง (วัดห้วยไทร) มีคณะกรรมการวัด จำนวน 15 คน
  8. ประธานสภาสมาชิกองค์การบริการส่วนตำบลละงู โดยมีนายสุทินหนูขาว เป็นประธานสภา
  9. ชุดชรบมีสมาชิกจำนวน 30คน มี นางกิ่งดาวเอ็กหลี เป็นประธาน, นายปราโมทย์รัตนสุภา เป็นรองประธาน

วัฒนธรรม

  • การทำกิจกรรมทางการเกษตรร่วมกัน
  • การทำงานบุญต่าง ๆ เช่น งานบวชงานศพขึ้นบ้านใหม่ , ขึ้นแปล โกนหัว เด็กทารก , พิธีเข้าสุนัต , การซื้อรถใหม่ ,
  • การเล่นกีฬา ที่มีการรวมกลุ่มกัน เล่นกีฬา โดยไม่มีพื้นที่เล่นกีฬาที่ถาวร จะเล่นบริเวณข้าง ศาลาเอนกประสงค์ เล่นตะกร้อที่ข้างป้อม ชรบ. ในตอนเย็น ในส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ชาย บางคนจะพา ลูก ๆ หลาน ๆ มาด้วย ทำให้เป็นภาพที่น่าประทับใจ เพราะถ้าจะหาพ่อบ้าน จะมาตามได้ที่ สถานที่เล่นกีฬาแห่งนี้

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

  • การทำขันหมากโบราณ ตามสมัยใหม่ โดยจะเป็นการทำขันหมากที่มีหลากหลายสีสัน ล้วนน่าชวนให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทำให้แสดงถึงวันแต่งงานของคู่บ่าวสาวที่น่าจดจำเป็นอย่างมาก -การเลี้ยงเป็ดในสวนผัก ตามเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการผสมผสาน ในแบบที่น่ามองเป็นอย่างมาก -การปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ -มีแพทย์แผนโบราณ จับเส้นในหมู่บ้านมีผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้คือ นางยินดีทองเย็นเป้นหมอนวดแผนโบราณ เป็นบุคคลที่ถ่ายทอดความรู้ และเทคนิคในการนวดให้กับคนรุ่นหลัง และยังเป็นหมอตำแย ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำคลอด
งบประมาณ

212920.00

บาท
บุคลากร
  1. นาย สุไหลหมาน สายเส็น
  2. นาง กิ่งดาว เอ็กหลี
  3. นาย สุชาติ หมาดง๊ะ
  4. นาย สุพิศ จันทร์เพ็ชร
  5. นาย ปราโมทย์ รัตนสุภา
  6. นาง อังคนา สายเส็น


    แกนนำในชุมขน

  7. นายสาปากติ้งหวัง…โต๊ะอีหม่าม

  8. นางยินดีทองเย็นผู้ทำคลอดในหมู่บ้าน หมอนวด (หมอตำแย)
  9. นายสุทินหนูขาวประธานสภา
  10. นายอุดมจันทร์ใหม่สมาชิก อบต
ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

  1. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ประจำตำบล ได้ดำเนินการจากคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ ซึ่งเป็นตัวแทนการเกษตรทุกภาคส่วน ในตำบลจำนวน 14 คน โดยทำหน้าที่กำหนดเป้าหมายการพัฒนาการเกษตรของตำบล โดย เสนอของบฯจาก อบต.และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปยังบุคคลหรือกลุ่มอาชีพเป้าหมาย มีการวางแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยี ติดตามประเมินผล เพื่อให้โครงการ/ กิจกรรมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ 2.ศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง เป็นศูนย์ในการเรียนรู้ในการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจ โดยภายในศูนย์จะมี ฐานของการเรียนรู้แบบเศรษฐกิจพอเพียงไว้หลายฐานการเรียนรู้ เพื่อให้คนในชุมชนและภายนอกชุมชนได้ศึกษาค้นคว้าและนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเองมีเวทีชาวบ้านในการร่วมปรึกษาหารือ และ หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในชุมชน ซึ่งมีศูนย์กลางที่ ศาลาเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน ทุกวันที่20ของเดือน

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

  1. เวทีประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นอีกโอกาลหนึ่งที่จะประสานงานขอความร่วมมือและการประชาสัมพันธ์กิจกรรมโครงการได้
  2. เวทีการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน
  3. การประชุมประจำเดือนของ อสม.ทั้งตำบลเป็นประจำทุกเดือน
  4. การประชุมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนระดับหมู่บ้านและระดับตำบล
  5. สภากาแฟ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ องค์ความรู้ทุกเรื่องในชุมชน
  6. สภาองค์กรชุมชน ร่วมแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน สวัสดิการชุมชน
  7. มีการลงแขก ทำบ้าน และที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นวิถีเดิม ๆ ที่ยังเห็นได้อยู่ในปัจจุบัน
  8. มีการพัฒนาหมู่บ้าน เช่น มัสยิด กุโบร์ ถนนข้างทาง
  9. งานบุญเดือนสิบ ประจำปีของหมู่บ้าน
  10. งานทอดกฐินประจำหมู่บ้าน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

  1. กองทุนสวัสดิการส่งเสริมการจัดทำบัญชีรายรับ - จ่าย ประจำวันของครัวเรือน
  2. กองทุนสุขภาพตำบล

ขั้นตอนทำงาน

  1. ประชุมคณะทำงานโครงการ
  2. จัดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจโครงการให้กับคนในชุมชนได้รับทราบจำนวน 100 คน
  3. ประชุมสภาผู้นำหมู่บ้านจำนวน 10 ครั้ง/ปี
  4. พัฒนาศักยภาพทีมสภาหมู่บ้านจำนวน 30 คน
  5. ประชุมทีมวิชาการจำนวน 20 คน ออกแบบสำรวจข้อมูลหนี้สินของคนในชุมชน
  6. ประชุมทีมลงเก็บข้อมูล 20 คน
  7. ลงพื้นที่สำรวจในการจัดทำฐานข้อมูลสถานการณ์ปัญหาหนี้สินของคนในชุมชนจำนวน 10 วัน
  8. สรุปวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาหนี้สิน
  9. เวทีคืนข้อมูลสู่ชุมชน 100 คน
  10. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่างพื้นที่
  11. ประชุมและลงมือปฏิบัติครัวเรือนนำร่องในการทำบัญชีครัวเรือนจำนวน 30 ครอบครัว
  12. อบรมและลงมือปฏิบัตัเรื่องการทำบัญชีครัวเรือนอย่างง่ายที่สามารถใช้ได้จริง
  13. อบรมใส่แนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้กับกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 ครัวเรือน
  14. พัฒนาทีมเพื่อจัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน 3 ศูนย์
  15. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้
  16. ปฏิบัติการลงพื้นที่พัฒนาศูนย์เรียนรู้จำนวน 3 วัน
  17. ทบทวนกติกาหมู่บ้านเพื่อปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น
  18. ประชุมคณะกรรมการประเมิน 10 คน
  19. ลงพื้นที่ประเมินโดยคณะกรรมการ แบ่งประเมินจำนวน 2 วัน
  20. เวทีประกวดครัวเรือนดีเด่นตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
  21. ถอดบทเรียนการทำงานโครงการ
  22. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  23. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

    • คณะทำงานมีความเข้าใจหลักการในการทำงานโครงการ นำไปสู่การจัดตั้งสภาหมู่บ้าน
    • คนในชุมชนรู้ที่มา และวัตถุประสงค์การทำงานโครงการที่นำไปสู่ความร่วมมือในการทำงานต่อไป

- มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 100 คน 3. มีการประชุมสภาหมู่บ้านจำนวน1 สภาประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้านและตัวแทนกลุ่มต่าง ในชุมชน จำนวน 30 คน 4. - เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและใส่แนวคิดการทำงานจิตอาสาการทำงานกับชุมชนจำนวน 2 วัน - ประชุมเตรียมทีมงานในการจัดเวทีอบรมพัฒนาศักยภาพทีมทำงาน - ประสานวิทยากรกระบวนการ - เตรียมสถานที่จัดอบรม - สรุปผลการจัดกิจกรรม 5. - ได้แบบสำรวจข้อมูลสถานการณ์หนี้สินของชุมชน 6. - คณะทำงานเข้าใจเครื่องมือที่จะลงไปเก็บข้อมูลได้ 7. - ได้ข้อมูลหนี้สินของคนในชุมชน เพื่อพัฒนาอาชีพให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ 8. - ได้ข้อมูลสถานการณ์หนี้สินของคนในชุมชนทางวิชาการ 9. คนในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับรู้สถานการณ์หนี้สินแต่ละครัวเรือน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด 10. • มีเวทีแลกเปลี่ยนนอกพื้นที่และในพื้นที่1 ครั้ง 11. - เกิดกติการ่วมของผู้ทำบัญชีครัวเรือน จำนวน 30 ครัวเรือน 12. - มีความรู้และทักษะในการดำรงค์ชีพ
- เกิดกลุ่มอาชีพในชุมชน - เกิดความสมัคคีของคนในชุมชน เป็นชุมชนที่มีความเอื้ออาทร แบ่งปัน
- คนในชุมชนได้รับประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆในการประกอบอาชีพ - เกิดครัวเรือนต้นแบบสามารถให้ความรู้และทำบัญชีครัวเรือนอย่างง่าย 13. - มีชุดความรู้ชุมชนจากฐานการเรียนรู้ชุมชน ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีวัฒนธรรมชุมชน เผยแพร่ให้ความรู้คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง 14. - เกิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง - คนในชุมชนมีความสามัคคีกันเกิดกลุ่มที่มีความเข้มแข็งและมีความรับผิดชอบ 15. - ได้รับความรู้ ความเข้าใจในการปลูกผักสวนครัว - ได้ผลผลิตที่ปลอดสารพิษลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ เพราะผักทุกชนิดเป็นยาทางสมุนไพร 16. - มีศูนย์เรียนรู้จำนวน 3 ศูนย์ 17. - ได้กติการ่วมของชุมชนที่มีความครอบคลุมมากขึ้น - คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาของชุมชน ผลผลิต 18. - ได้รูปแบบการประเมินครัวเรือนนำร่อง - มีคณะกรรมการประเมิน 10 คน - แผนในการลงพื้นที่ - ระเบียบเกณฑ์ครัวเรือนต้นแบบ 19. - ได้ผลการประเมินครัวเรือนต้นแบบที่จัดทำโครงการ จำนวน 30 ครัวเรือนและมาจัดลำดับครัวเรือนที่มีผลงานเด่นในหมู่บ้าน 20. - มีรูปแบบครัวเรือนดีเด่นสามารถให้คนในชุมชนดูเป็นแบบอย่างได้ - เป็นกำลังใจให้ครัวเรือนที่ปฏิบัติตามกติกาของโครงการและเป็นตัวอย่างให้ครัวเรือนอื่นในชุมชนมาร่วมทำกิจกรรม 21. - เกิดกลไกการขับเคลื่อนกองทุนและการพัฒนาอาชีพของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพท์

    • คณะทำงานมีความเข้าใจหลักการในการทำงานโครงการ นำไปสู่การจัดตั้งสภาหมู่บ้าน
    • คนในชุมชนรู้ที่มา และวัตถุประสงค์การทำงานโครงการที่นำไปสู่ความร่วมมือในการทำงานต่อไป

- มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 100 คน 3. มีการประชุมสภาหมู่บ้านจำนวน1 สภาประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้านและตัวแทนกลุ่มต่าง ในชุมชน จำนวน 30 คน 4. - เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและใส่แนวคิดการทำงานจิตอาสาการทำงานกับชุมชนจำนวน 2 วัน - ประชุมเตรียมทีมงานในการจัดเวทีอบรมพัฒนาศักยภาพทีมทำงาน - ประสานวิทยากรกระบวนการ - เตรียมสถานที่จัดอบรม - สรุปผลการจัดกิจกรรม 5. - ได้แบบสำรวจข้อมูลสถานการณ์หนี้สินของชุมชน 6. - คณะทำงานเข้าใจเครื่องมือที่จะลงไปเก็บข้อมูลได้ 7. - ได้ข้อมูลหนี้สินของคนในชุมชน เพื่อพัฒนาอาชีพให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ 8. - ได้ข้อมูลสถานการณ์หนี้สินของคนในชุมชนทางวิชาการ 9. คนในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับรู้สถานการณ์หนี้สินแต่ละครัวเรือน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด 10. • มีเวทีแลกเปลี่ยนนอกพื้นที่และในพื้นที่1 ครั้ง 11. - เกิดกติการ่วมของผู้ทำบัญชีครัวเรือน จำนวน 30 ครัวเรือน 12. - มีความรู้และทักษะในการดำรงค์ชีพ
- เกิดกลุ่มอาชีพในชุมชน - เกิดความสมัคคีของคนในชุมชน เป็นชุมชนที่มีความเอื้ออาทร แบ่งปัน
- คนในชุมชนได้รับประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆในการประกอบอาชีพ - เกิดครัวเรือนต้นแบบสามารถให้ความรู้และทำบัญชีครัวเรือนอย่างง่าย 13. - มีชุดความรู้ชุมชนจากฐานการเรียนรู้ชุมชน ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีวัฒนธรรมชุมชน เผยแพร่ให้ความรู้คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง 14. - เกิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง - คนในชุมชนมีความสามัคคีกันเกิดกลุ่มที่มีความเข้มแข็งและมีความรับผิดชอบ 15. - ได้รับความรู้ ความเข้าใจในการปลูกผักสวนครัว - ได้ผลผลิตที่ปลอดสารพิษลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ เพราะผักทุกชนิดเป็นยาทางสมุนไพร 16. - มีศูนย์เรียนรู้จำนวน 3 ศูนย์ 17. - ได้กติการ่วมของชุมชนที่มีความครอบคลุมมากขึ้น - คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาของชุมชน ผลผลิต 18. - ได้รูปแบบการประเมินครัวเรือนนำร่อง - มีคณะกรรมการประเมิน 10 คน - แผนในการลงพื้นที่ - ระเบียบเกณฑ์ครัวเรือนต้นแบบ 19. - ได้ผลการประเมินครัวเรือนต้นแบบที่จัดทำโครงการ จำนวน 30 ครัวเรือนและมาจัดลำดับครัวเรือนที่มีผลงานเด่นในหมู่บ้าน 20. - มีรูปแบบครัวเรือนดีเด่นสามารถให้คนในชุมชนดูเป็นแบบอย่างได้ - เป็นกำลังใจให้ครัวเรือนที่ปฏิบัติตามกติกาของโครงการและเป็นตัวอย่างให้ครัวเรือนอื่นในชุมชนมาร่วมทำกิจกรรม 21. - เกิดกลไกการขับเคลื่อนกองทุนและการพัฒนาอาชีพของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

  • คนในชุมชนรักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
  • เกิดบุคคลต้นแบบ ในด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
  • คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กน่าอยู่ ไร้เด็กอ้วน ครูไร้พุง
  • สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของคนในชุมชน

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

  • ปรับปรุงพื้นที่ว่างเปล่าในครัวเรือนให้เป็นแปลงปลูกผักไว้กินเองในครัวเรือน
  • เกิดศูนย์เรียนรู้ชุมชน 3 ศูนย์ (ศูนย์เรียนรู้ในชุมชน ในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)
  • มีลานกีฬาให้เอื้อต้อการออกออกกำลังในชุมชน
  • มีศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยการสร้างค่านิยมในการบริโภคผักปลอดสารพิษ ไว้กินเองในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

  • มีคณะทำงานและกระบวนการทำงาน มีการเฝ้าระวัง ติดตามอย่างต่อเนื่อง
  • มีมาตราการในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน
  • มีท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

ทางโครงการฯกำหนดให้มีวิธีการติดตามประเมินผลดังนี้... 1.เวทีประชุมคณะทำงานโครงการฯเดือนละครั้ง เพื่อสรุปผลการทำงานและวางแผนการดำเนินงานโครงการฯ 2.เวทีติดตามและประเมินผล ทุกๆ 3 เดือน จำนวน 4 ครั้งต่อปี โดยติดตามผลการดำเนินงานโครงการร่วมกับพี่เลี้ยง ข้อดีคือได้เรียนรู้และปรับปรุงกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทราบปัญหาอุปสรรค และร่วมกันปรับปรุง สร้างทางเลือกแก้ปัญหา โดยกิจกรรมดังกล่าวจะมีคณะทำงานโครงการฯ ทั้งหมดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

ทางโครงการฯกำหนดให้มีวิธีการติดตามประเมินผลดังนี้... 1.เวทีประชุมคณะทำงานโครงการฯเดือนละครั้ง เพื่อสรุปผลการทำงานและวางแผนการดำเนินงานโครงการฯ 2.เวทีติดตามและประเมินผล ทุกๆ 3 เดือน จำนวน 4 ครั้งต่อปี โดยติดตามผลการดำเนินงานโครงการร่วมกับพี่เลี้ยง ข้อดีคือได้เรียนรู้และปรับปรุงกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทราบปัญหาอุปสรรค และร่วมกันปรับปรุง สร้างทางเลือกแก้ปัญหา โดยกิจกรรมดังกล่าวจะมีคณะทำงานโครงการฯ ทั้งหมดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก