สร้างครัวคนห้วยยวนด้วยธนาคารริมคลอง (ต่อเนื่อง)

แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

สรุปผลจากการดำเนินงานในปีแรกสามารถสร้างเสริมให้คนในชุมชนมีความหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชน โดยมีตัวชี้วัด คือมีกลไกบริหารจัดการชุมชน จัดการทรัพยากรธรรมชาติจำนวน 20 คน คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมโครงการร้อยละ 80 ของคนในชุมชนทั้งหมด มีการดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนโดยมีกลุ่มเด็กและเยาวชนเข้ามาร่วมดำเนินการ มีแผนที่ป่าชุมชนประกอบด้วยเส้นทางการเดินทาง ความอุดมสมบูรณ์ของพืช สัตว์ ต้นไม้ใช้สอย การกำหนดจุดของฝ่ายชะลอน้ำและอื่นๆที่มีคุณค่าในป่าต้นน้ำ มีแหล่งผลิตอาหารเพิ่มขึ้นทีสามารถทำให้ชมชนนำมาผลิตเป็นอาหารได้และปลอดภัย มีระบบการชะลอน้ำที่สามรถผลิตน้ำให้คนในชุมชนใช้ได้ตลอดปี มีการดำเนินการเฝ้าระวังป้องกัน ฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน โดยมีกลุ่มเด็กและเยาวชนจำนวน 20 คน เมื่อมาถึงการดำเนินการต่อเนื่องในปีที่สอง ผลจากการวิเคราะห์ร่วมกันระหว่างคนในชุมชน เห็นว่าควรเน้นในเรื่องการเพิ่มพันธ์พืชที่เป็นอาหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่ป่า และต้องปลูกเพิ่มให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่ ทั้งพื้นที่ป่า ริมคลองริมห้วย โดยมีกลุ่มเด็และเยาวชนเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดำเนินการมากขึ้น ซึ่งปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กและเยาวชนก็ทวีความรุนแรงแลรุกไล่เข้ามาสู่ชุมชนชายเขาชายขอบอย่างที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าการหนุนเสริมแก่กลุ่มเด็กฯขาดความต่อเนื่องคงยากแก่การควบคุม จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการปีที่สองขึ้นเพื่อสานต่อและยกระดับการทำงานของเด็กและเยาวชนให้มีบทบาทมากขึ้น ในการร่วมกันรักษาและเพิ่มฐานอาหารของชุมชน

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :

1.คนในชุมชนไม่มีความตระหนัก ไม่เห็นคุณค่า ของป่าต้นน้ำ 2.คนในชุมชน เด็กและเยาวชนขาดจิดสำนึกรักบ้านเกิด ไม่หวงแหนสิ่งที่มีคุณค่าในชุมชน 3.คนในชุมชนเอื้ออาทรกันเหมือนในอดีต กลับสู่สังคมที่พึ่งพาอาศัยกันเหมือนเดิม สร้างจิตวิญญาณเยาวชนและคนรุ่นใหม่ให้รักบ้านเกิด

สภาพแวดล้อม :

1.วิถีชีวิตของคนในชุมชนเปลี่ยน มีอาชีพทำสวนยางอย่างเดียว มุ่งแต่หารายได้ ไม่มีเวลา ไม่มีส่วนร่วมในการคิด พัฒนาพื้นที่ป่าต้นน้ำ ทั้งที่พื้นที่ป่าต้นน้ำเป็นแหล่งน้ำผลิตประปาภูเขาให้คนในชุมชนใช้ 2. ชุมชนขาดการวางแผน ไม่มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้คนในชุมชน เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ

กลไก :
  1. ชุมชนขาดกลไกในการบริหารจัดการชุมชน บริหารจัดการแหล่งป่าต้นน้ำอย่างจริงจัง
  2. ชุมชนไม่มีข้อมูล การวางแผน เพื่อแก้ปัญหาของชุมชนเอง
  3. กลุ่มองค์กรในชุมชน แกนนำ ไม่เห็นความสำคัญ ในเรื่องการพัฒนา การอนุรักษ์ ป่าต้นน้ำ

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. เพื่อหนุนเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดระบบการจัดการป่าต้นน้ำของชุมชน
  2. เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลป่าต้นน้ำของชุมชนให้มีความพร้อมในการเรียนรู้และวางแผน
  3. เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมปฏิบัติการในการจัดการป่าต้นน้ำ
  4. เพื่อพัฒนาศักยภาพสภาหมู่บ้านในการบริหารจัดการโครงการและเป็นกลไกในการพัฒนาหมู่บ้าน
  5. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  1. มีการพัฒนาฐานข้อมูลป่าต้นน้ำของชุมชน
  2. มีระบบการเฝ้าระวังไม่ให้มีการทำ ลายเพิ่มขึ้น
  3. มีการเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำเน้นในด้านพืชอาหาร
  4. มีเด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการป่าต้นน้ำ
  5. มีข้อมูลจำแนกพันธ์ไม้ออกเป็น สูญพันธ์ เสี่ยง หายาก เพื่อประกอบในการวางแผนฟื้นฟู เฝ้าระวังป้องกัน
  6. คณะทำงานมีความรู้ในการทำฝายมีชีวิต/การจัดการป่า
  7. มีแผนที่แสดงเขตป่า และแบ่งเขตการเฝ้าระวัง 3 เขต
  8. มีชุดลาดตระเวณเฝ้าระวังการทำลายป่า 3 ชุด 3 เขตพื้นที่
  9. มีฝายเก็บน้ำ 3 แห่ง
  10. มีพันธ์ไม้เพิ่มขึ้น 1500 ต้น
  11. มีสื่อประกอบการเรียนรู้และแสดงนิทรรศการ 1 ชุด
  12. มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมจัดตั้งเป็นกลุ่มรักษ์ป่า จำนวน 50 คน
  13. มีกลไกในการบริหารจัดการชุมชนโดยรูปแบบสภาหมู่บ้าน 1.1 สภาหมู่บ้านมีการประชุมทุกเดือน 1.2 ในการประชุมแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบ 1.3 ในการประชุมแต่ละครั้ง มีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
  14. คณะทำงานที่ร่วมกันรับผิดชอบการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 15 คน
  15. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด
  16. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม
  17. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม
  18. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  1. สร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชน เด็กและเยาวชน มีความตระหนัก เห็นความสำคัญของป่าต้นน้ำโดยการเรียนรู้ข้อมูลของชุมชนเอง
  2. ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการคิด วางแผน และลงมือทำในการแก้ปัญหา การพัฒนา ชุมชนเอง
  3. ให้คนในชุมชน เด็กและเยาวชนมีกิจกรรมสร้างสรรค์ทำร่วมกัน

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  1. จัดพื้นที่ที่เอื้อในการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์แก่กลุ่มเด็กและเยาวชน
  2. ปรับสภาพพื้นที่ป่าต้นน้ำเป็นแหล่งผลิดอาหาร
  3. ปรับสภาพพื้นที่ป่าต้นน้ำเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องอาหารปลอดภัย

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  1. กำหนดให้มีโครงสร้างการบริหารจัดการชุมชน จัดการป่าต้นน้ำโดยมีกลุ่มเด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
  2. กำหนดให้มีข้อมูล แผนงาน กฎ กติกาชุมชน ในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
  3. กำหนดให้มีเวทีในการพูดคุยเพื่อวางแผนในการพัฒนา อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

  1. หมอพื้นบ้านเรื่อง หมอบีบเอ็นหรือหมอนวดประจำหมู่บ้าน คือนายสมพงษ์ จุลทอง อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 7 ตำบลเขาพระทอง
  2. หมอที่ผ่านจากการฝึกอบรมของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (หมอฝังเข็มหรือหมอแทงเข็ม)

- นางมาลี สงเอียด
- นางโสภาส เนรานนท์ - นางสมจิตร ศรีมาลา

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

  1. องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระทอง
  2. รพ.สต.
  3. กลุ่มผู้ใช้น้ำ
  4. สภาเด็กและเยาวชน

วัฒนธรรม

  1. กีฬาเยาวชน
  2. กีฬาแม่บ้าน
  3. กิจกรรมการออกกำลังกายด้วยแอร์โรบิก

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

  1. สิ่งประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร...ด้ามจอบ ด้ามขวาน ด้ามพร้า
  2. ผลิตภัณฑ์ไม้กวาดดอกหญ้า
งบประมาณ

209300.00

บาท
บุคลากร
  1. นาย ภานุทัฑ มูสิกะ
  2. นาย เสริม อินทระ
  3. นาย สมมาศ ขวัญใจ
  4. นาย สุพจน์ เอียดเพ็ง
  5. นาย วันชัย สุวรรณมณี
  6. นาง ปรีดา บำรุงชาติ


    แกนนำในชุมขน

  7. นายสุรยุทธิ์ กาฬกาญจน์ ประธานกลุ่มเลี้ยงโค บทบาทหน้าที่ในโครงการ ประสานงานกลุ่มเด็กเยาวชน

  8. นางนิตยาภรณ์ แดงเพชร อสม. บทบาทหน้าที่ในโครงการ บันทึการประชุม / ธุรการเอกสาร
  9. นางมลลักษณ์ เดโชชัย อสม. บทบาทหน้าที่ในโครงการ ประสานงานกลุ่มอสม.
ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

ไม่มี

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

  1. การลงแขก...มีกลุ่มแลกเปลี่ยนแรงงาน ปรับปรุงสวน
  2. สภากาแฟสามแยกห้วยยวน
  3. เวทีประชุมหมู่บ้าน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

  1. กองทุนหมู่บ้าน
  2. ทุนการศึกษาของกองทุนหมู่บ้าน
  3. กองทุนสตรีประจำหมู่บ้าน
  4. กองทุนสวัสดิการตำบล

ขั้นตอนทำงาน

  1. ประชุมสภาหมู่บ้านเพื่อทำความเข้าใจในการดำเนินงานตามโครงการในปีที่สอง และเพื่อเตรียมการในการจัดเวทีเปิดโครงการ
  2. ประชุมหมู่บ้านเพื่อเปิดโครงการ และทำความเข้าในการดำเนินงานตามโครงการและรับสมัครเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการเยาวชนหัวใจสีเขียว
  3. เรียนรู้การจัดการป่าจากพื้นที่ที่มีรูปธรรมความสำเร็จ
  4. ทัวร์ป่าจัดทำข้อมูลจำแนกพันธ์ไม้ออกเป็น สูญพันธ์ เสี่ยง หายาก เพื่อประกอบในการวางแผนฟื้นฟู เฝ้าระวังป้องกัน
  5. รวบรวมและอนุบาลพันธ์ไม้ เช่นเหรียง ไผ่ตง ไผ่ป่า ไผ่หวาน ส้มหลุมพี ฯลฯ จำนวน 1500 ต้น
  6. กิจกรรมการจัดทำเรือนเพาะชำและระบบน้ำเพื่ออนุบาลพันธ์ไม้
  7. ปลูกป่าเพิ่ม และสร้างธนาคารอาหารริมคลอง
  8. ลาดตระเวณเฝ้าระวังป่า
  9. กิจกรรมเตรียมพื้นที่ในการสร้างฝาย
  10. ทำฝายมีชีวิต
  11. จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
  12. จัดทำสื่อ/สื่อนิทรรศการ/แผ่นป้ายรณรงค์/ป้ายเขตป่า จำนวน 1 ชุด เพื่อแสดงผลงาน ประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน
    1. ประชุมคณะทำงานโครงการ 15 คนและทีมบริหารกลุ่มเด็กฯ 5 คนเดือนละครั้งรวม 11 ครั้ง
  13. ประชุมสภาหมู่บ้าน เดือนละครั้ง รวม 12 ครั้ง
  14. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  15. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. คณะทำงานมีความรู้และเข้าใจในการดำเนินงาน และสามารถวางแผนการทำงานได้สอดคลอ้งกับแผนงาน
  2. ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน และมีเด็กและเยาวชนสมัครเข้าร่วมโรงการ
  3. คณะทำงานและผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้มาปรับใช้ดำเนินการในหมู่บ้าน
  4. มีแผนที่ทำมือแบ่งพันธ์ไม้ออกเป็น สูญพันธ์ เสี่ยง หายาก เพื่อประกอบในการวางแผนฟื้นฟู เฝ้าระวังป้องกัน3 เขตได้แก่ป่าห้วยยวนเหนือ ป่าโหล๊ะมังคุด ป่าคลองต่อยหอย
  5. สามารถรวบรวมพันธ์ไม้ได้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ และนำมาอนุบาลเพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดในโรงเรือนอนุบาลรอวันปลูก
  6. มีโรงเพาะชำเพื่ออนุบาลต้นไม้ ขนาด 4 คูณ 9 เมตร ไว้ใช้ในการอนุบาลต้นไม้รอวันที่จะนำไปปลูกในพื้นที่ที่เตรียมไว้
  7. มีพืชอาหารเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,500 ต้น
  8. มีการลาดตระเวณป้องกันการทำลายป่าเพิ่มเติม ชุดลาดตระเวณ 3 ชุดๆละ 10 คนออกลาดตระเวณเดือนละครั้ง (ป่าห้วยยวนเหนือ ป่าโหล๊ะมังคุด ป่าคลองต่อยหอย)
  9. มีพื้นที่ สามพื้นที่ที่กำหนดไว้มีความพร้อมที่จะสร้างฝายเก็บน้ำ
  10. มีฝายและพื้นที่ชุ่มน้ำ/แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 3 จุด
  11. มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเตรียมการในการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวป่าชุมชนบ้านห้วยยวนเหนือ 1 เส้นทาง 3 วันๆละ15 คน ป้ายแสดงข้อมูลพันธ์ไม้ 50 ป้าย
  12. มีสื่อนิทรรศการ/แผ่นป้ายรณรงค์/ป้ายเขตป่า จำนวน 1 ชุด เพื่อแสดงผลงาน ประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน
  13. ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงาน/เตรียมการจัดกิจกรรม/เพื่อร่วมดำเนินกิจกรรม/เพื่อสรปผลการดำเนินงาน/เพื่อรายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมสภาหมู่บ้านหมู่บ้านและต่อ สสส./เพื่อติดตามการทำงาน/เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน/เพื่อวางมาตรการกฏกติกาของชุมชน รวมถึงคอยดูแลการบังคับใช้ รวม 11 ครั้ง
  14. มีการประชุมสภาหมู่บ้านเพื่อร่วมบริหารจัดการโครงการ ติดตามประเมินผล และมีกลไกในการบริหารจัดการชุมชน

ผลลัพท์

  1. คณะทำงานมีความรู้และเข้าใจในการดำเนินงาน และสามารถวางแผนการทำงานได้สอดคลอ้งกับแผนงาน
  2. ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน และมีเด็กและเยาวชนสมัครเข้าร่วมโรงการ
  3. คณะทำงานและผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้มาปรับใช้ดำเนินการในหมู่บ้าน
  4. มีแผนที่ทำมือแบ่งพันธ์ไม้ออกเป็น สูญพันธ์ เสี่ยง หายาก เพื่อประกอบในการวางแผนฟื้นฟู เฝ้าระวังป้องกัน3 เขตได้แก่ป่าห้วยยวนเหนือ ป่าโหล๊ะมังคุด ป่าคลองต่อยหอย
  5. สามารถรวบรวมพันธ์ไม้ได้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ และนำมาอนุบาลเพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดในโรงเรือนอนุบาลรอวันปลูก
  6. มีโรงเพาะชำเพื่ออนุบาลต้นไม้ ขนาด 4 คูณ 9 เมตร ไว้ใช้ในการอนุบาลต้นไม้รอวันที่จะนำไปปลูกในพื้นที่ที่เตรียมไว้
  7. มีพืชอาหารเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,500 ต้น
  8. มีการลาดตระเวณป้องกันการทำลายป่าเพิ่มเติม ชุดลาดตระเวณ 3 ชุดๆละ 10 คนออกลาดตระเวณเดือนละครั้ง (ป่าห้วยยวนเหนือ ป่าโหล๊ะมังคุด ป่าคลองต่อยหอย)
  9. มีพื้นที่ สามพื้นที่ที่กำหนดไว้มีความพร้อมที่จะสร้างฝายเก็บน้ำ
  10. มีฝายและพื้นที่ชุ่มน้ำ/แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 3 จุด
  11. มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเตรียมการในการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวป่าชุมชนบ้านห้วยยวนเหนือ 1 เส้นทาง 3 วันๆละ15 คน ป้ายแสดงข้อมูลพันธ์ไม้ 50 ป้าย
  12. มีสื่อนิทรรศการ/แผ่นป้ายรณรงค์/ป้ายเขตป่า จำนวน 1 ชุด เพื่อแสดงผลงาน ประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน
  13. ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงาน/เตรียมการจัดกิจกรรม/เพื่อร่วมดำเนินกิจกรรม/เพื่อสรปผลการดำเนินงาน/เพื่อรายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมสภาหมู่บ้านหมู่บ้านและต่อ สสส./เพื่อติดตามการทำงาน/เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน/เพื่อวางมาตรการกฏกติกาของชุมชน รวมถึงคอยดูแลการบังคับใช้ รวม 11 ครั้ง
  14. มีการประชุมสภาหมู่บ้านเพื่อร่วมบริหารจัดการโครงการ ติดตามประเมินผล และมีกลไกในการบริหารจัดการชุมชน

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

1.คนในชุมชนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมลงมือทำ ในการแก้ปัญหาชุมชน 2. คนในชุมชน เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึก หวงแหนสิ่งที่มีคุณค่าและเห็นความสำคัญป่าต้นน้ำ

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

  1. ชุมชนมีพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งน้ำสำหรับคนในชุมชนได้
  2. ชุมชนมีพื้นที่ผลิตอาหารเพิ่มขึ้น
  3. ชุมชนมีพื้นที่ป่าที่เอื้อให้คนในชุมชน เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

  1. ชุมชนมีโครงสร้างการบริหารจัดการชุมชน จัดการป่าที่มีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ เช่นกลุ่มองค์กร ผู้นำ เด็กและเยาวชน อบต. โรงเรียน รพ.สต.และกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน
  2. ชุมชนบริหารชุมชนโดยมีข้อมูล มีแผน ที่สามารถกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาชุมชนได้
  3. ชุมชนมีเวทีการพูดคุยเพื่อวางแผน พัฒนาและแก้ปัญหาชุมชน เป็นประจำทุกเดือน

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

ใช้เวทีการประชุมคณะทำงานและประชุมสภาหมู่บ้านในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการ โดยคณะทำงานโครงการจะเป็นผู้ใช้ตัวชี้วัดและแผนปฏิบัติการเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการทำงานว่าสามารถทำได้ ตรงและทันตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่ประการใด อีกทั้งสามารถดำเนินงานได้เกิดผลผลิตและผลลัพท์ตามที่กำหนดไว้ในตัวชี้วัด และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้หรือไม่อย่างไร พร้อมทั้งจัดทำสรุปผลการดำเนินงานเพื่อรายงานผลต่อท่ประชุมสภาหมู่บ้าน และจัดทำรายงานต่อ สสส.ด้วยอีกทางหนึ่ง

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

ใช้เวทีการประชุมคณะทำงานและประชุมสภาหมู่บ้านในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการ โดยคณะทำงานโครงการจะเป็นผู้ใช้ตัวชี้วัดและแผนปฏิบัติการเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการทำงานว่าสามารถทำได้ ตรงและทันตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่ประการใด อีกทั้งสามารถดำเนินงานได้เกิดผลผลิตและผลลัพท์ตามที่กำหนดไว้ในตัวชี้วัด และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้หรือไม่อย่างไร พร้อมทั้งจัดทำสรุปผลการดำเนินงานเพื่อรายงานผลต่อท่ประชุมสภาหมู่บ้าน และจัดทำรายงานต่อ สสส.ด้วยอีกทางหนึ่ง