เยาวชนนาโต๊ะขุน คนรุ่นใหม่ ใส่ใจจัดการขยะ (ต่อเนื่อง ปี 2)

แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ
  • บ้านนาโต๊ะขุน มีประชากรอาศัยอยู่จริง217 ครัวเรือน ประชากร ทั้งสิ้น958 คน เป็นชาย481 คน หญิง 477 คน ราษฎรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเช่น ทำส่วนยางพารา ทำนา ทำสวนปาล์มน้ำมัน สวนผักผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ ประชาชนอายุ15-60ปีมีการประกอบอาชีพและมีรายได้คิดเป็นร้อยละ94.8และในครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า23,000 บาท/คน/ปีประมาณร้อยละ96ในครัวเรือนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของชุมชน
  • ปีแรกที่ได้รับทุนสสส. บ้านนาโต๊ะขุนมีปัญหาเยาวชนติดยาเสพติดและขาดการจัดการขยะที่ถูกต้อง จึงใช้ประเด็นขยะเป็นตัวเดินเรื่องและดึงเยาวชนมาร่วม ทำกระบวนการเพื่อแก้ปัญหาขยะ พบว่าทำกิจกรรมครบตามที่กำหนดได้ ผลลัพธ์ผลผลิตที่เกิดขึ้นคือที่เกิดขึ้นในปีแรก ได้แก่ เกิดกลไกสภาผู้นำชุมชน40คน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไข ร่วมติดตามประเมินผล งานตามโครงการ และสามารถพัฒนาต่อยอดจากเวทีสภาผู้นำนี้เกิดเป็นการมีส่วนร่วมกันลงเงินสร้างโรงเรียนสอนศาสนาควบคู่สามัญของหมู่บ้านขึ้นคนในชุมชนมีความรู้ทักษะการคัดแยกขยะ ผลการดำเนินงานธนาคารขยะมีมูลค่ารับซื้อเดือนละ 6,000 - 10,000 บาทในช่วง 3 เดือนแรก เดือนต่อๆมาอยู่ในช่วง 3,000-5,000 บาท ขยะริมสองข้างทางลดลง เด็กๆและพ่อแม่รวบรวมสมุดหนังสือเก่ามาขายก่อนเปิดเทอม มีรายได้เสริมเข้าครอบครัว มีกิจกรรมทำถุงผ้าที่เด็กๆ ได้ลงมือวาดภาพตกแต่งและนำกลับบ้านไปให้แม่ใช้ เด็กๆมีความภาคภูมิใจมากเกิดจิตสำนึกการลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นน้ำ กลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านได้เรียนรู้การทำปุ๋ยชีวภาพจากเศษซากพืชเหลือใช้ มีการสร้างกระแสทั้งชุมชนด้วยการประกวดบ้านต้นแบบโดยการกำหนดเกณฑ์และลงตัดสินโดยสภาผู้นำ จากผลการทำงานปีแรกสภาผู้นำชุมชนมีความพึงพอใจในผลงานเนื่องจากเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทั้งระดับตัวบุคคล ระดับครัวเรือนและระดับชุมชน ส่วนประเด็นที่สภาผู้นำเห็นว่ายังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ทางอ้อมที่ตั้งไว้ คือ การดึงเยาวชนออกจากการมั่วสุมยาเสพติด จึงปรึกษาพี่เลี้ยงอยากให้เยาวชนรุ่น 18-25 ปีมามีส่วนร่วมมากขึ้นเพราะปีแรกใช้การปลูกจิตสำนึกในเยาวชนรุ่น9-12ปี
  • ปีที่ 2 การเลือกปัญหา สถาผู้นำชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาเยาวชนอย่างลึกซึ้ง พบว่า วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงจากเด็กเข้าสู่ผู้ใหญ่มีความเจริญทางสื่อ เทคโนโลยี และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง การดึงการมีส่วนร่วมต้องวางแผนเป็นอย่างดี จึงขอความคิดเห็นให้เยาวชนที่เป็นสภาผู้นำร่วมออกแบบกิจกรรมให้มีความสร้างสรรค์และได้มีส่วนร่วมกับคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนได้มาเป็นแกนนำเรื่องการจัดการขยะรุ่นต่อไป
ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :
  • คนไม่มีความรู้เรื่องการคัดแยกขยะขาดจิตสำนึกในการรักษาความสะอาด
    • มีบางครัวเรือนจัดการขยะได้ดีแต่ยังไม่ได้เยแพร่
    • เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมทิ้งขยะไม่เป็นที่
สภาพแวดล้อม :
  • มีวิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือย
    • เด็กและเยาวชนมีวัฒนธรรมการรวมกลุ่มเป็นแกงค์ ในแนวทางที่ไม่ดี
    • มีระดับการศึกษาค่อนข้างต่ำ ส่วนใหญ่ประถมศึกษา
กลไก :
  • ขาดกฎกติกาและมาตรการทางด้านสังคม เพื่อควบคุมชุมชนให้เป็นในแนวทางที่ถูกต้อง
    • เครือข่ายในชุมชนมีค่อนข้างน้อย และขาดความเข้มแข็งขาดการทำงานร่วมกัน ทำให้การขับเคลื่อนงานในการพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างเชื่องช้า
    • ระบบการประชาสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ และยังขาดต่อเนื่องของกระบวนการประชาสัมพันธ์
    • ยังไม่มีระบบการเก็บขยะโดย อบต.ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ชุมชนจะมีการจัดการขยะด้วยตนเองก่อนมีระบบจาก อบต. หรือหากทำได้ดี ก็อาจไม่ต้องมีระบบเก็บถังขยะจาก อบต.

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

    • หนุนเสริมกลไกสภานาโต๊ะขุนเดิมและจัดตั้งกลไกเยาวชนมาร่วมเป็นสภานาโต๊ะขุนอีก 20 คน ขึ้นเพิ่มเติม สู่การขับเคลื่อนประเด็นขยะในชุมชน
    • หนุนเสริมกลไกสภานาโต๊ะขุนเดิมและ ขึ้นเพิ่มเติม สู่การขับเคลื่อนประเด็นขยะในชุมชน
  1. -ทำแผนชุมชนเพื่อจัดการปัญหาของชุมชน
  2. -ปฏิบัติการแก้ปัญหาร่วมกันของเยาวชนและผู้ใหญ่
  3. -จัดการข้อมูลชุมชนให้สามารถนำไปใช้วางแผนแก้ปัญหาได้
  4. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

  1. สภานาโต๊ะขุนมีการประชุมทุกเดือนรวม10 เดือน
  2. สภานาโต๊ะขุนมีผู้เข้าร่วมการประชุมในแต่ละครั้งอย่างน้อย48คนเป็นเด็กเยาวชน 20 คน
  3. การประชุมทุกครั้งมีการปรึกษาหารือเรื่องโครงการและเรื่องอื่นๆของชุมชน
  4. ได้ข้อมูลขยะระดับครัวเรือน โรงเรียน และชุมชน 3 ชุดข้อมูล
  5. มีการนำข้อมูลเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการทำแผนชุมชน เกิดแผนชุมชนด้านการจัดการขยะ 1 แผน จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคี
  6. มีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมเกินร้อยละ 80 ที่กำหนดไว้
  7. เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 90 มีรายได้หรือการออมเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นจากการจัดการขยะ มีการจัดการข้อมูลของชุมชนและสามารถทำให้ชุมชนประสบความสำเร็จในการกำจัดขยะ
  8. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด
  9. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม
  10. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม
  11. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  • สร้างความเข้มแข็งให้สภาผู้นำชุมชนโดยให้ความรู้บทบทาหน้าที่สภาชุมชน
    • สร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในชุมชนรื่องการจัดการขยะครบวงจร
  • ชักจูงกลุ่มเยาชนเข้าร่วมกิจกรรมให้เยาวชนขับเคลื่อนกิจกรรมเเละมีสภาผู้นำชุมชนร่วมกิจกรรมเพื่อดูเเล

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  • จัดให้มีสภาชุมชน โดยนำแกนนำทุกกลุ่มเข้าร่วมเป็นสมาชิก และดำเนินการจัดประชุม เพื่อเป็นการพบปะพูดคุยกัน หันหน้าเข้าหากัน และเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
    • จัดให้มีกิจกรรม คนในชุมชนเเละกลุ่มเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสาธารณะประโยชน์
    • วิเคราะห์ข้อมูลขยะในชุมชนเพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน
    • การจัดการปรับเปลิ่ยนพฤติกรรมการคัดแยกและการกำจัดขยะการนำขยะกลับมาใช่ใหม่ในระดับครัวเรือนอย่างถูกวิธี

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  • ทบทวนกติกาของหมู่บ้านให้ครอบคลุมและกำหนดกติกาที่ชัดเจน เพื่อให้ชุมชนสามารถเดินตามแนวทางที่ได้วางไว้
    • ประชุมแกนนำในแต่ละเครือข่าย เพื่อให้เกิดการพัฒนาและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระบบ
    • พัฒนากฎกติกาของหมู่บ้านและตำบล ให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะ - มีกติกาของชุมชนในการจัดการขยะในชุมชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • มีกลุ่มเยาวชนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับผู้ใหญ่สม่ำเสมอ

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

จากการสำรวจทุนที่มีอยู่ในชุมชน พบว่า ชุมชนมีต้นทุนทางด้านต่างๆ ดังนี้ 1. หมอดินอาสา : นายนภดล สันเกาะ ซึ่งมีความรู้ทางด้านการเกษตรอินทรีย์ และสมุนไพร และสามารถเป็นวิทยากรทางด้านเกษตรอินทรีย์และสมุนไพรให้แก่ชุมชนอีกด้วย 2. ผู้นำศาสนา : นายกอหนีตาเอ็น มีผู้ที่มีความรู้ทางด้านศาสนาเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจ และจิตวิญญาณของชาวบ้าน 3. ประธาน อสม. : นางอาซีส๊ะกาเส็มส๊ะ เป็นผู้นำทางสุขภาพ มีข้อมูลด้านสาธารณสุข ประสานงานคนในชุมชนได้ทั่วถึง

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง สามารถเป็นกำลังหลักในงานพัฒนาชุมชน มีดังนี้ 1. กองทุนหมู่บ้าน 2. กลุ่มออมทรัพย์บ้านนาโต๊ะขุน 3. กลุ่มแม่บ้านนาโต๊ะขุน 4. กลุ่มเลี้ยงโค 5. กลุ่มน้ำยางสดบ้านปลักจิก 6. กลุ่มปาล์มน้ำมัน 7. กลุ่มปุ๋ยหมักบ้านนาโต๊ะขุน 8. ศูนย์สงเคราะห์ราษฎรหมู่บ้าน 9. กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ 10. กลุ่มน้ำยางสดบ้านนาโต๊ะขุน 11. กลุ่มสาธารสุขมูลฐานชุมชน

วัฒนธรรม

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จึงมีวัฒนธรรมของชาวไทยมุสลิมคือ วัฒนธรรมการแต่งกายของผู้ชายทั่วไปนิยมนุ่งโสร่ง เสื้อเชิ้ตแขนยาว สวมหมวกซองเกาะสีดำ สตรีแต่งกายให้มิดชิดตามหลักศาสนา นิยมนุ่งผ้าปาเต๊ะ สวมเสื้อแขนยาวทรงกระบอก ตัวเสื้อยาวถึงสะโพก มีผ้าคลุมศีรษะ หรือชุดหลวม ๆ ปกปิดร่างกาย ทุกส่วน และมีผ้าคลุมศีรษะถึงหน้าอกยกเว้นบริเวณใบหน้า สำหรับด้านประเพณี มีกิจกรรมและวันสำคัญทางศาสนา ดังนี้ 1. เมาลิดดิลนบี เป็นวันคล้ายวันประสูติของศาสดามูฮัมหมัด(ซล.)ศาสดาแห่งมนุษยชาติ ผูศรัทธาในศาสนาอิสลาม จะมีการรำลึกถึงคุณงามความดี หรือประวัติของท่านในอดีตกาลในบรรยากาศแห่งความรัก และระลึกถึงท่านอย่างแท้จริง รูปแบบของกิจกรรมมีหลายอย่าง 2. วันตรุษอิดิลฟิตรี หรือที่นิยมเรียกกันว่า “วันรายอออกบวช”เพราะหลังจากที่มุสลิมได้ถือศิลอดมาตลอด ในเดือนรอมฎอน ก็จะถึงวันออกบวช ตอนเช้าจะมีการละหมาดร่วมกัน ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะอาด สวยงาม และมีการจ่าย “ซากาตฟิตเราะฮ์” 3. วันอาซูรอ ตรงกับวันที่ ๑๐ ค่ำ เดือนมูฮัรรอม จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงประวัติของท่านนบีนุฮ์ ตอนเกิดอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ 4. วันตรุษอิดิลอัฎฮา หรือวันรายยาฮัจยี เนื่องจากมุสลิมทั่วโลกเริ่มประกอบพิธีฮัจย์ ณ
เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย ในวันนี้จะมีการทำกุรบาน หรือเชือดสัตว์เพื่อเป็นอาหารแก่เพื่อนบ้านและคนยากจนเป็นการขัดเกลาจิตใจให้เป็นผู้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ 5. การถือศิลอด เป็นหลักปฏิบัติที่มีมุสลิมนำเป็นต้องถือศิลอด ในเดือนรอมฎอนตลอดระยะเวลา ๑ เดิอน มุสลิมที่มีอายุเข้าเกณฑ์ศาสนบัญญัติ จะต้องงดการกิน การดื่ม การร่วมประเวณีตลอดจนทุกอย่างที่เป็นสิ่งต้องห้าม ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่งตกดิน ทุกคนต้องสำรวมทั้งกาย วาจา ใจ เพราะเดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีเกียรติยิ่งของศาสนาอิสลาม 6. การละหมาด เป็นการแสดงความจงรักภักดีต่ออัลเลาะห์ ซึ่งเป็นที่ศรัทธาของขาวมุสลิม ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยถือว่าเป็นการเข้าเฝ้าผู้ทรงสร้างที่ยิ่งใหญ่ การแต่งกายต้องสะอาด เรียบร้อย มีความสำรวม พระองค์กำหดเวลาละหมาดไว้วันละ ๕ เวลา 7. การทำฮัจย์ อัลเลาะห์ทรงบังคับ ให้มุสลิมที่มีความสามารถด้านกำลังกาย และกำลังทรัพย์ ต้องไปทำฮัจย์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย ซึ่งมีขึ้นปีละครั้ง ชาวมุสลิมทั่วโลกจะเดินทางมารวมกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่ออัลเลาะห์ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร มีฐานะทางสังคมอย่าง ต้องมาอยู่ที่เดียวกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน ทุกคนมีฐานะเป็นบ่าวของอัลเลาะห์ อย่างเท่าเทียมกัน 8. การเข้าสุนัต เป็นพิธีกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวมุสลิม ถือกันว่ามุสลิมที่แท้จริงควรเข้าสุนัต ถ้าไม่ทำถือว่า เป็นมุสลิมที่ไม่สมบูรณ์ ไม่บริสุทธิ์ การเข้าสุนัต คือ การขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศของชายออก เพื่อให้สะดวกในการรักษาความสะอาด 9. การแต่งกายแบบมุสลิม เป็นข้อบังคับของศาสนาอิสลามตามบทบัญญัติมุสลิมผู้ศรัทธา จะต้องปกปิดที่พึงสงวน โดยกำหนดให้ผู้ชายปกปิดระหว่างสะดือกับหัวเข่า และผู้หญิงต้องปกปิดทุกส่วนของร่างกาย ยกเว้นในหน้า และฝ่ามือ

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

สำหรับภูมิปัญญา ความรู้ นวัตกรรม ที่จะนำมาใช้ในการการพัฒนาชุมชนจากการสำรวจพบว่า มีดังนี้ 1. ภูมิปัญญาทางด้านแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นอย่างดี สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับลูกหลานได้

งบประมาณ

212750.00

บาท
บุคลากร
  1. นาง กิตติมา กาเส็มส๊ะ
  2. นาง รอเกี๊ยะ ง๊ะกูหลัง
  3. นาย ดลเสด สันเกาะ
  4. นาง รำไพ สตันน๊อต
  5. นาง อาซีส๊ะ กาเส็มส๊ะ
      • -


        แกนนำในชุมขน

1.ชื่อ-นามสกุล นายดลล๊ะโดงกูล สถานที่ทำงานปัจจุบันกรมปกครอง ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บทบาทหน้าที่ ประสานงานกับชุมชน ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น ส่งเสริมด้านเยาวชน

2.ชื่อ-นามสกุล นายรอสีดโดงกูล สถานที่ทำงานปัจจุบันอบต. ต.แป-ระตำแหน่ง สมาชิก อบต.
บทบาทหน้าที่ ประสานงานส่วนปกครองท้องถิ่น ส่งเสริมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
3.ชื่อ-นามสกุล นายกอหนีตาเอ็น สถานที่ทำงานปัจจุบันบ้านตำแหน่ง ผู้นำศาสนา บทบาทหน้าที่ ประสานงานส่งเสริมทางด้านความคิด ความเชื่อ โดยนำหลักศาสนามาเป็นตัวเชื่อม
4.ชื่อ-นามสกุล นายเจ๊ะโอนรอเกตุ
สถานที่ทำงานปัจจุบัน บ้านตำแหน่งกรรมการเลขานุการกลุ่มน้ำดื่ม บทบาทหน้าที่ ประสานงาน ส่งเสริมงานประสัมพันธ์

5.ชื่อ-นามสกุล นายดนหรีมหมัดอ๊ะ
สถานที่ทำงานปัจจุบัน..บ้าน..ตำแหน่ง ..ประธานกลุ่มเลี้ยงแพะ
บทบาทหน้าที่ ส่งเสริมกิจกรรมด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม

ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

ในชุมชนบ้านนาโต๊ะขุนศูนย์เรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมค่อนข้างน้อย ที่มีอยู่ส่วนใหญ่เกิดจากการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ ซึ่งมีต่าง ๆ ดังนี้ 1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2. ศูนย์ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น 3. ศูนย์เรียนรู้และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 4. ศูนย์เรียนรู้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

ในการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของบ้านนาโต๊ะขุน จะเป็นสภากาแฟยามเช้ากลุ่มเล็กๆ หลายกลุ่มมีการลงแขกการทำนาบ้างในฤดูทำนา ส่วนในการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนนั้นส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มสมาชิกจิตอาสา ดังนี้ 1. กลุ่ม อสม. 2. กลุ่มปุ๋ยหมักบ้านนาโต๊ะขุน 3. กลุ่มแม่บ้านนาโต๊ะขุน 4. กลุ่มออมทรัพย์บ้านนาโต๊ะขุน 5.กลุ่มน้ำดื่มชุมชน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

  • กองทุนหมู่บ้านจัดตั้งเมื่อ 30 มิ.ย. 2554 มีสมาชิก 229 คนประธานกลุ่มชื่อนายกอหนี ตาเอ็น
  • กลุ่มออมทรัพย์บ้านนาโต๊ะขุน จัดตั้งเมื่อ 2551 มีสมาชิก 48 คน ประธานกลุ่มชื่อนางอมรรัตน์ ศรียานทร์
  • กลุ่มแม่บ้านนาโต๊ะขุน จัดตั้งเมื่อ 2551 มีสมาชิก 40 คน ประธานกลุ่มชื่อนางกิตติมา กาเส็มส๊ะ
  • กลุ่มเลี้ยงโค จัดตั้งเมื่อ 2544มีสมาชิก 52คน ประธานกลุ่มชื่อนายสมเจตน์ สันเกาะ
  • กลุ่มน้ำยางสดบ้านปลักจิก จัดตั้งเมื่อ 2549มีสมาชิก 76คน ประธานกลุ่มชื่อนายสมเจตน์สันเกาะ
  • กลุ่มปาล์มน้ำมัน จัดตั้งเมื่อ 30 มิ.ย. 2542มีสมาชิก76คน ประธานกลุ่มชื่อนายสะอาด วังละ
  • กลุ่มปุ๋ยหมักบ้านนาโต๊ะขุน จัดตั้งเมื่อ 2551มีสมาชิก40 คน ประธานกลุ่มชื่อนายหมาดเปรมใจ

ขั้นตอนทำงาน

  1. ประชุมเตรียมงานเปิดตัวโครงการ
  2. อบรมบทบาทสภาเยาวชน
  3. เปิดตัวโครงการปีที่ 2
  4. ประชุมสรุปผลงาน ติดตามงาน และเตรียมงาน
  5. ประชุมสภาเยาวชน
  6. ขาหุ้นเยาวชน คนตัวน้อยจัดการขยะ
  7. ทำข้อมูลสถานการณ์ขยะ
  8. รวบรวมข้อมูลและทำสื่อแสดงข้อมูล
  9. นำเสนอข้อมูลและร่วมทำแผนชุมชนด้านการจัดการขยะ
  10. เวทีทำมาตรการทางสังคมเรื่องการจัดการขยะ
  11. อบรมการจัดการขยะให้แก่ขาหุ้นเยาวชนและเยาวชนทั่วไป
  12. ทำตะแกรงแยกขยะรีไซด์เคิลติดตั้งในชุมชน
  13. ธนาคารขยะสาขาย่อยตาดีกา
  14. ขาหุ้นเยาวชนทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
  15. ขาหุ้นบรรยายธรรม "ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา"
  16. ขาหุ้นเยาวชนถอดบทเรียน
  17. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  18. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. • ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความเข้าใจในกิจกรรมโครงการปีที่ 2 • ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความรู้ในเรื่องบทบาท/หน้าที่ • ได้เตรียมกิจกรรมการจัดเวทีเพื่อเปิดโครงการ าร
  2. •ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความเข้าใจในกิจกรรมโครงการปีที่ 2 •ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความรู้ในเรื่องบทบาท/หน้าที่
  3. •คนในชุมชน 200 คนเข้าใจรายละเอียดโครงการ
  4. •เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน : ร่วมให้ข้อมูล ร่วมคิด ร่วมแก้ ร่วมประเมินผล •รายงานการทำงานของที่ประชุมหน้าเว็ปคนใต้สร้างสุข
  5. •ได้แนวทางในการดำเนินกิจกรรมของสภาเยาวชน •จัดทำแผนการดำเนินงาน
  6. •ได้ทีมขาหุ้นเยาวชน 30 คนเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานและเก็บข้อมูลสถานการณ์ขยะ •ทีมขาหุ้นเยาวชนมีความรู้ ทักษะในการเก็บข้อมูล
  7. •ได้ข้อมูลดิบของ 200 ครัวเรือน •เยาวชนได้ออกเดินเยี่ยมบ้านของคนในหมู่บ้านที่ไม่เคยไปมาก่อน ได้ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ ได้รับทาบความเป็นอยู่และเรียนรู้ชุมชน
    • ได้ชุดข้อมูลสถานการณ์ขยะ 3 ชุดข้อมูล คือระดับครัวเรือน ระดับโรงเรียน และระดับหมู่บ้าน

- เยาวชนเกิดทักษะการรวบรวมข้อมูล - แกนนำโครงการ(ผู้ใหญ่)รู้จักวิเคราะห์ข้อมูล ผลกระทบ และคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 9. - ได้แผนชุมชนด้านการจัดการขยะ 1 แผน 10. - ได้มาตรการทางสังคมด้านขยะ 1 มาตรการ - ชุมชนได้ประสบการณ์การทำมาตรการทางสังคม 11. •เยาวชนเข้าใจการเเยกขยะที่ถูกวิธี •เยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในการทำสิ่งประดิษฐ์ 12. - ได้ตะแกรงสำหรับคัดแยกขยะและติดตั้ง 3 จุด - เยาวชนโรงเรียนตาดีกา ประชาชนที่มาใช้มัสยิดและในชุมชนได้มีสถานที่บริจาคขยะ 13. - เยาวชนรู้วิธีทำน้ำหมัก - สมุดบัญชีซื่อขายน้ำหมัก - เยาวชนรู้จักการหารายได้ด้วยตนเอง 14. - เยาวชนมีความเข้าใจถึงหลักศาสนาที่ว่าความสะอาดเป็นส่วนนึงของการศัทธา - เยาวบรรยายธรรมดีเด่น 3 คน 15. - ผลสรุปโครงการ ปี 2 จำนวน 100 เล่ม - มีการเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำโครงการเเละวางเเผนต่อยอด

ผลลัพท์

  1. • ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความเข้าใจในกิจกรรมโครงการปีที่ 2 • ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความรู้ในเรื่องบทบาท/หน้าที่ • ได้เตรียมกิจกรรมการจัดเวทีเพื่อเปิดโครงการ าร
  2. •ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความเข้าใจในกิจกรรมโครงการปีที่ 2 •ตัวแทนสภานาโต๊ะขุนและตัวแทนเยาวชนมีความรู้ในเรื่องบทบาท/หน้าที่
  3. •คนในชุมชน 200 คนเข้าใจรายละเอียดโครงการ
  4. •เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน : ร่วมให้ข้อมูล ร่วมคิด ร่วมแก้ ร่วมประเมินผล •รายงานการทำงานของที่ประชุมหน้าเว็ปคนใต้สร้างสุข
  5. •ได้แนวทางในการดำเนินกิจกรรมของสภาเยาวชน •จัดทำแผนการดำเนินงาน
  6. •ได้ทีมขาหุ้นเยาวชน 30 คนเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานและเก็บข้อมูลสถานการณ์ขยะ •ทีมขาหุ้นเยาวชนมีความรู้ ทักษะในการเก็บข้อมูล
  7. •ได้ข้อมูลดิบของ 200 ครัวเรือน •เยาวชนได้ออกเดินเยี่ยมบ้านของคนในหมู่บ้านที่ไม่เคยไปมาก่อน ได้ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ ได้รับทาบความเป็นอยู่และเรียนรู้ชุมชน
    • ได้ชุดข้อมูลสถานการณ์ขยะ 3 ชุดข้อมูล คือระดับครัวเรือน ระดับโรงเรียน และระดับหมู่บ้าน

- เยาวชนเกิดทักษะการรวบรวมข้อมูล - แกนนำโครงการ(ผู้ใหญ่)รู้จักวิเคราะห์ข้อมูล ผลกระทบ และคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 9. - ได้แผนชุมชนด้านการจัดการขยะ 1 แผน 10. - ได้มาตรการทางสังคมด้านขยะ 1 มาตรการ - ชุมชนได้ประสบการณ์การทำมาตรการทางสังคม 11. •เยาวชนเข้าใจการเเยกขยะที่ถูกวิธี •เยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในการทำสิ่งประดิษฐ์ 12. - ได้ตะแกรงสำหรับคัดแยกขยะและติดตั้ง 3 จุด - เยาวชนโรงเรียนตาดีกา ประชาชนที่มาใช้มัสยิดและในชุมชนได้มีสถานที่บริจาคขยะ 13. - เยาวชนรู้วิธีทำน้ำหมัก - สมุดบัญชีซื่อขายน้ำหมัก - เยาวชนรู้จักการหารายได้ด้วยตนเอง 14. - เยาวชนมีความเข้าใจถึงหลักศาสนาที่ว่าความสะอาดเป็นส่วนนึงของการศัทธา - เยาวบรรยายธรรมดีเด่น 3 คน 15. - ผลสรุปโครงการ ปี 2 จำนวน 100 เล่ม - มีการเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำโครงการเเละวางเเผนต่อยอด

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

-สมาชิกสภาผู้นำมีความรู้ทักษะของบทบาทการเน้นสภาผู้นำชุมชน -
- คนในชุมชนมีความรู้และความสามารถการจัดการยะอย่างครบวงจร - คนในชุมชนมีจิตสำนึกในการรักษาความสะอาด - กลุ่มเยาวชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรม

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

  • มีสภาผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งทำงานขับเคลื่อนปัญหาของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
    • ชุมชนมีบรรยากาศของการมีส่วนร่วมทำงานสาธารณะประโยชน์
    • บริเวณที่อยู่อาศัยของคนในชุมชนมีความสะอาดเรียบร้อยมีทัศนียภาพที่น่ามองและเป็น

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

  • ชุมชนมีการทำงานร่วมกันมากขึ้น
    • ชุมชนมีการทำงานอย่างเป็นระบบ
    • ชุมชนมีกฎกติกา และชุมชนมีความเข้มแข็ง ยั่งยืน สามารถพึ่งตนเองได้

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

  1. จัดตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินการดำเนินงาน
  2. ประชุมชี้แจงการดำเนินการโครงการทุกเดือน
  3. จัดตั้งกลุ่มทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ และมีการรวมกลุ่มเพื่อจัดทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเพื่อการค้า
  4. กลุ่มเยาวชนได้ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
  5. สรุปผลการดำเนินโครงการ

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

  1. จัดตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินการดำเนินงาน
  2. ประชุมชี้แจงการดำเนินการโครงการทุกเดือน
  3. จัดตั้งกลุ่มทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ และมีการรวมกลุ่มเพื่อจัดทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเพื่อการค้า
  4. กลุ่มเยาวชนได้ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
  5. สรุปผลการดำเนินโครงการ