แหล่งเรียนรู้ ปลูกข้าวพันธ์พื้นเมือง ตามแนวทางชีววิถี บ้านคลองหมาก (ต่อยอด ปี 2)

แผนภาพเชิงระบบของโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์สุขภาวะ

เกาะทุ่งท่าไร่เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ในทะเลอันดามันมีเนื้อที่ประมาณ 1500 ไร่ถูกทิ้งร้างไม่มีคนทำนามานานประมาณ50ปีชาวบ้านต้องการขายทุ่งท่าไร่ให้กับนายทุนการรุกคืบของพืชเศรษฐกิจลงไปในทุ่งท่าไร่มีการตัดไม้ทำลายป่ารอบๆทุ่งท่าไร่และทำการประมงชายฝั่งโดยการใช้สารเคมีเบื่อปลา ดักนกป่ามาเป็นอาหาร กลุ่มคลองขนานวิถีไทได้รับงบประมาณดำเนินการโครงการปลูกข้าวพื้นเมืองตามแนวทางวิถีจาก ส.ส.ส. เมื่อปีพ.ศ.2556โดยดำเนินการดังนี้ 1.จัดทำแปลงสาธิตการทำนาแบบโยนกล้าตามแนวทางชีววิถีผลที่ได้เกษตรกรผู้ทำนาในทุ่งท่าไร่ได้รับความรู้และสามารถทำนาแบบโยนกล้าตามแนวทางชีววิถี100%เต็ม 2.ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทุ่งท่าไร่ผลที่ได้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครการสามารถจัดทำสะพานทางเดินเข้าเกาะทุ่งท่าไร่ระยะทาง300เมตรได้สำเร็จทำให้การเดินทางเข้าออกทุ่งท่าไร่สะดวกขึ้นและได้อนุรักษ์นกป่า ปลูกป่าชายเลนที่ล้อมรอบทุ่งท่าไร่ได้บางส่วนและทำให้ชาวบ้านห่วงแหนป่าชายเลนให้เลิกตัดไม้ทำลายป่าได้100%เต็ม 3.สามารถรณรงค์ให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการเลิกใช้สารเคมีในการทำนา(ได้รับการรับรองข้าวอินทรีย์จากกรมการข้าวและจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางแขน)ทำให้ได้บริโภคข้าวที่ไม่ป่นเปื่อนสารเคมี สิ่งที่ต้องการทำต่อไป 4.จัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำนาแบบโยนกล้าตามแนวทางชีววิถีเพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้สนใจทั่วไป นักเรียนรอบๆโครงการ6โรงเรียน นักศึกษานอกระบบ(ก.ศ.น)เขตอำเภอเหนือคลอง 5.ขยายพื้นที่ปลูกข้าวให้ได้200ไร่และส่งเสริมให้ปลูกพืชหลังการเก็บเกี่ยวข้าว 6.ปรับปรุงสภาพแวดล้อมเกาะทุ่งท่าไร่ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเชิงนิเวศ 7.ประชาสัมพันเกาะทุ่งท่าไร่ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปโดยใช้จักรยานเป็นสื่อ เช่นจัดจักรยานไปเกี่ยวข้าว(ปี่ 2557) ได้จัดจักรยานเข้าไปเกี่ยวข้าว 375 คัน จากทั่วประเทศ ทำงานร่วมกับ ททท.

  • โครงการนี้ได้ผ่านกระบวนการลงมติ ของสภาผู้นำชุมชนโดยเลือกปัญหา “ปัญหาพื้นที่นาถูกทิ้งร้างและแปลงสภาพเป็นสวน” มาแก้ปัญหาด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางที่ดี เป็นปัญหาที่ไม่มีความซับซ้อน สามารถวัดผลความคืบหน้าและความสำเร็จได้ชัดเจน อีกทั้งเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับอาหารการกับ ซึ่งถ้าหากทำสำเร็จก็สามารถก่อให้เกิดความพอเพียงในชีวิต ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารให้แก่สมาชิกและชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นจุดเชื่อมที่จะขยายผลไปสู่การพัฒนาอาชีพเสริม พัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาสุขภาพ พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว พัฒนาการเกษตร พัฒนาเยาวชน และคนในชุมชนมีรายได้เสริม
ปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ
คน :

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหา - คนในชุมชนขาดความรู้ในการเลือกบริโภคอาหาร - คนในชุมชนขาดความรู้ในการอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง และการจัดการบริหารพันธุข้าวพื้นเมืองให้เกิดความยั่งยืน - คนในชุมชนมีความเข้าใจว่าทำนาแล้วไม่คุ้มค่า ต้นทุนสูง ไปทำงานอื่นหาเงินมาซื้อข้าวกินดีกว่า - คนในชุมชนมีความคิดว่าปลูกพืชเศรษฐกิจดีกว่า ซึ่งเป็นพืชเชิงเดี่ยวสามารถให้ผลตอบแทนดีกว่า ทำให้ละเลยความเป็นคุณค่าของการทำนาแบบชีววิถี

ปัจจัยที่เอื้อต่อการแก่ปัญหา - ชุมชนบ้านคลองหมากเป็นสังคมที่มีการพูดคุย มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก - คนในชุมชนมีการทำกิจกรรมร่วมกันทุกสัปดาห์ที่มัสยิด มีการพูดคุยแจ้งข่าวสารกันอย่างสม่ำเสมอ - คนในชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้มีเหตุผล และรับฟังเพื่อการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า - คนในชุมชนบ้านคลองหมากส่วนใหญ่มีความเป็นเครือญาติใกล้ชิดกัน

สภาพแวดล้อม :

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหา - คนในชุมชนสมัยใหม่ชอบความสะดวกสบาย เห็นค่าต่อตัวเงินมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ คุณค่าต่อวิถีชีวิต - ในชุมชนขาดกฏระเบียบ กติกา ที่จะทำให้คนในชุมชนเกิดการเชื่อมร้อยเป็นอันหนึ่งอันเดี่ยว ให้คนได้อยู่รวมกันด้วยความรัก สามัคคี

ปัจจัยที่เกื้อต่อการแก่ปัญหา - คนในชุมชนยืดหลักศาสนาเป็นแนวทางในการดำรเนินชีวิต - มีแหล่งศึกษาในชุมชนเรียนรู้ในชุมชน

กลไก :

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหา - กลุ่มองค์กรแต่ละกลุ่มไม่ค่อยได้ทำงานร่วมกันในการพัฒนาชุมชนไปในทิศทางเดี่ยวกัน เพราะแต่ละกลุ่มยึดติดความเป็นเจ้าของของกลุ่มตนเอง - ขาดการสือสาร การประสานงาน และระบบการทำงานที่เป็นรูปธรรม

ปัจจัยที่เกื้อต่อการแก่ปัญหา - มีกลุ่มองค์กรที่หลากหลายในชุมชนที่จะดึงมาร่วมมือและให้การสนับสนุนโครงการได้ -

จุดหมาย/วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

  1. เพื่อให้สภาผู้นำชุมชนขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาชุมชนในเรื่องเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี
  2. เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ อนุรักษ์ และเพาะปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองปลอดสารเคมี 3.
    4.
  3. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบโครงการ และสนับสนุนการทำงานของโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ/ตัวชี้วัด

• มีสภาผู้นำชุมชน
• มีการประชุมสภาผู้นำชุมชนเป็นประจำทุกเดือน
• มีข้อตกลงการทำนาข้าวแบบปลอดสารเคมี • จำนวนสมาชิกครัวเรือนทำนาและทำการเกษตรในชุมชนจากเดิม 36 ครัวเรือน เพิ่มเป็น 60 ครัวเรือน
• มีข้อมูลเกี่ยวกับพันธ์ข้าวประจำถิ่น 1ชุด
• เกิดความรู้การทำนาการคัดพันธ์ข้าว การเพาะกล้าข้าว การโยนกล้า การเก็บเกี่ยวข้าว วิธีการบำรุงรักษา การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
• เกษตรกรมีความเข้าใจในการทำนาอินทรีย์การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำนาลดต้นทุน เกิดการพึ่งตนเองในการทำนาที่เอื้อต่อสุขภาวะของชุมชน
• มีแหล่งเรียนรู้การทำนาปลอดสารเคมี เช่นการเพาะกล้าข้าว แก่เยาวชนและผู้ที่สนใจ กิจกรรมการโยนกล้ากิจกรรมเกี่ยวข้าว แก่เยาวชนและผู้ที่สนใจให้ได้ลงมือปฏิบัติจริง
• เกิดศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง กองทุนพันธ์ข้าวพื้นเมืองในชุมชน
• มีข้อตกลงในการทำนาข้าวปลอดสารพิษของกลุ่มสมาชิกกองทุนพันธ์ข้าวพื้นเมือง บ้านคลองหมาก
• มีแปลงข้าวสาธิตการทำนาแบบลดต้นทุนในพื้นที่
• มีชุดข้อมูลพันธ์ ไม้ พันธ์พืช สมุนไพร สัตว์บก สัตว์น้ำ บริเวณเกาะท่าไร่
• มีฐานข้อมูลเป็นชุดความรู้เพื่อถ่ายทอด ประชาสัมพันธ์ รักษาความสมบูรณ์ของเกาะท่าไร่ให้คงอยู่และเพิ่มจำนวนขึ้น
• เกิดมาตรการทางสังคม กติกา ข้อตกลงร่วมกันของคนในชุมชนสู่สาธารณะ
• ได้รับการพัฒนาความร่วมมือขององค์กร เครือข่าย และกลุ่มต่างๆ ในการแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน
• มีระบบการสื่อสารสู่สังคมทั้งภายในและภายนอกชุมชนที่หลากหลายรูปแบบ


1. มีการเข้าร่วมการประชุมกับ สสส. สจรส.ม.อ. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนครั้งที่จัด 2. มีการจัดทำป้าย "สถานที่นี้ปลอดบุหรี่" ติดตั้งในสถานที่จัดกิจกรรม 3. มีการถ่ายภาพการดำเนินงานทุกกิจกรรม 4. มีการจัดทำรายงานส่ง สสส. ตามระยะเวลาที่กำหนด

วิธีการสำคัญ

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับคน กลุ่มคน

  • สือสารประชาสัมพันธ์ได้รับรู้ถึงความสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางอาหาร
  • อบรมให้ความรู้แก่ผู้สนใจในชุมชน ในการปลูกและอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง
  • จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังความรักและห่วงแหนในบ้านเกิดและผืนแผ่นดิน
  • จัดอบรมความรู้ให้กับคนรุ่มใหม่เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร สานต่อสู้รุ่นต่อๆ ไป

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการปรับสภาพแวดล้อม

  • พลักดันให้เกิดกฏกติการ่วมกัน สำหรับการทำข้าวบนเกาะทุ่งท่าไร่
  • พลักดันให้เกิดกองทุนแลกเปลี่ยนพันธ์ข้าว
  • พลักดันให้เกิดศูนย์การเรียนรู้พันธ์ข้าวพื้นเมือง

กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและปรับปรุงกลไก

  • ทบทวนโครงสร้างบทบาทหน้าที่ขององค์กร เครือข่าย และกลุ่มต่างๆ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการประสานงานขอความร่วมมือ
  • เชื่อมร้อยเครือข่ายภาคี และการสือสารระหว่างกลุ่ม องค์กร
  • ปรับปรุงฐานข้อมูลในแต่ละด้านให้ทันสมัย และเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
  • จัดทำแผนการดำเนินงาน

ปัจจัยนำเข้า

ทุนของชุมชน

คน

  • ปราชญ์ชาวบ้าน
    1. นายดลหง้าหมีด กูลดี ปราชญ์ด้านสมุนไพร
    2. นายลีฝีน แก่เกิด ปราชญ์ด้านป่าชายเลนและพันธุ์ไม้ชายฝั่ง
    3. นายสุเมศ บินระหีม ปราชญ์ด้านการเกษตร
  • ผู้นำชุมชน
    1. นายอนันต์ สันหาด กำนันตำบลคลองขนาน
    2. นายตาด กูลดี อีหม่ามมัสยิดบ้านคลองหมาก
    3. นายอับดุล หวันนุรัตน์ ครูสอนศาสนา
    4. นายธีระ หยั่งหลัง ครูสอนศาสนา

กลุ่ม องค์กร หน่วยงานและเครือข่าย

  • กลุ่มคลองขนานวิถีไท
  • โรงเรียนบ้านคลองหมาก
  • อบต. บ้านคลองหมาก
  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคลองหมาก
  • มัสยิดบ้านคลองหมาก
  • กลุ่มแม่บ้าน
  • กลุ่มเลี้ยงแพะ
  • กลุ่มเลี้ยงโค
  • ประมงพื้นบ้าน
  • กลุ่มทำสวนยางพารา
  • กลุ่มทำสวนปาล์มน้ำมัน
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ตันมีหย๊ะ
  • กองทุนช่วยหลือผู้เสียชีวิต
  • กลุ่มคลองขนานทีมถีบ

วัฒนธรรม

  • ประเพณีเมาลิดีนนาบี (ประเพณีฉลองวันประสูติของศาสดามูฮัมหมัด ซ.ล.)
  • ประเพณีเข้าสุนัตหมู่ (การขลิบอวัยวะเพศของเด็กผู้ชาย)
  • การทำนาที่เกาะทุ่งท่าไร
  • การแข่งขันกีฬาประจำตำบลคลองขนาน จัดทุกๆปี
  • การปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ

วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจชุมชน

  • ทำเกษตรธรรมชาติ เช่นปลูกผักพื้นถิ่นมีกินตลอดฤดูกาล ปลูกผักหวานทำรั่ว ปลูกพืชผสมผสาน
  • ตำหรับอาหารแกงแพะ
  • การสานเสื่อเตยปาหนัน
  • ภูมิปัญญาการสังเกตฤดูการทำนาจากนกจ่าร้อง เนื่องจากที่นาอยู่ใกล้ทะเลต้องทำนาปลายฤดู ถ้าหากนกจ่าร้องแสดงว่าใกล้จะหมดฤดูการปักดำ
งบประมาณ

199090.00

บาท
บุคลากร
  1. นาย สุเมศ บินระหีม
  2. นาย มานพ บุตรสมัน
  3. นาย บุรีย์ บรรดา
  4. นาง แก้ฉ้า กูลดี
  5. นาย เจริญ หลีดี
  6. นาย พงศ์พันธุ์ มาศโอสถ


    แกนนำในชุมขน

คนที่ 1 คำนำหน้าชื่อนาย ชื่ออับดุล นามสกุล หวันนุรัตน์ ตำแหน่งในชุมชนประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตันมียะฮ์ จำกัด / ครูผู้สอนศาสนาและผู้นำละหมาดประจำมัสยิดบ้านคลองหมากมาช่วยประชาสัมพันธ์....

คนที่ 2 คำนำหน้าชื่อนาย ชื่อภานุพงศ์นามสกุลอุปมา ตำแหน่งในชุมชนสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองขนานที่ได้มาจากการเลือกตั้ง
คนที่ 3 คำนำหน้าชื่อนาย ชื่อสมชายนามสกุลสันหาด ตำแหน่งในชุมชนสมาชิกองค์การบริหารจังหวัดกระบี่ผู้ประสานงานมูลนิธิอัลเกาษัร

คนที่ 4 คำนำหน้าชื่อนาย ชื่ออาเดนนามสกุลชายกุล ตำแหน่งในชุมชนผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ตันมียะฮ์ จำกัด

คนที่ 5 คำนำหน้าชื่อนาย ชื่อธีระนามสกุลหยังหลัง ตำแหน่งในชุมชนครูสอนศาสนาภาคฟัรดูอีน สมาคมคุรุสักพันธ์

คนที่ 6 คำนำหน้าชื่อนาย ชื่อ ประเสริฐ นามสกุล สันหาด ตำแหน่งในชุมชน นายกองค์ารบริหารส่วนตำบลคลองขนานได้รัความไว้วางใจจากประชาชนคลองขนานให้เป็นนายก......มา4สมัย

ทรัพยากรอื่น

ศูนย์เรียนรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการจัดการความรู้ ในชุมชน

  • ศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำนาแบบโยนกล้าเชิงวิถี
  • ศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำมัน
  • ศูนย์เรียนรู้เกษตรวิถี
  • ศูนย์ศึกษาจริยธรรมอิสลาม
  • โรงสีข้าวชุมชน
  • กลุ่มอนุรักษ์รวบรวมข้าวพื้นเมือง
  • ศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีชาวบ้าน

การทำงานร่วมกัน หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

  • ในชุมชนมีการทำงานร่วมกันในกิจกรรม เช่น ลงแขกเกี่ยวข้าว ปลูกข้าว พัฒนาชุมชนในวันสำคัญ งานกินนุหรี (กินบุญ) งานแต่งในชุมชน โดยมีสภาผู้นำชุมชน เป็นแกนนำหลักในการ แจ้งข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ ประสานงาน และดำเนินกิจกรรม ซึ่งจะใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางของการทำงาน

เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน

  • กองทุนหมู่บ้าน
  • สหกรณ์อิสลาม
  • กองทุนสวัสดิการ
  • กองทุนฌาปณกิจ
  • กองทุนสุขภาพตำบลคลองขนาน
  • กองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า

ขั้นตอนทำงาน

  1. ประชุมสภาผู้นำชุมชนเพื่อบทวนบทบาท เตรียมความพร้อมในการจัดเวทีประชาคมเปิดตัวโครงการ แหล่งเรียนรู้ ปลูกข้าวพันธ์พื้นเมือง ตามแนวทางชีววิถี บ้านคลองหมาก (ต่อยอด ปี 2)
  2. เวทีประชาคมทำความเข้าใจกระบวนการ การดำเนินโครงการและประชาสัมพันธ์ลักษณะโครงการของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.6)ให้ชุมชนได้รับรู้
  3. ขยายจำนวนสมาชิกครัวเรือนทำนาบนเกาะทุ่งท่าไร่60 ครัวเรือน
  4. สำรวจข้อมูลพันธุ์ข้าวพันธ์ุข้าวประจำถิ่นจังหวัดกระบี่
  5. อบรมเพิ่มความรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์ปลอดสารเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิต
  6. อบรมการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อการทำนาแบบอินทรีย์ปลอดสารเคมี
  7. อบรมให้ความรู้แก่เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นา และผู้ที่สนใจเพื่อเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่
  8. กิจกรรมเพาะกล้าข้าว แก่ 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นา
  9. กิจกรรมโยนกล้าลงแปลง แก่ 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นาให้ได้ลงมือทำจริง
  10. กิจกรรมเกี่ยวข้าว แก่ 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นาให้ได้ลงมือทำจริง
  11. สำรวจข้อมูลระบบนิเวศ และจัดทำฐานข้อมูลระบบนิเวศของเกาะทุ่งท่าไร่จำนวนขึ้น
  12. เวทีคืนข้อมูลสู่ชุมชนเพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการทางสังคม
  13. จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง และกองทุนพันธ์ข้าวพื้นเมืองในชุมชน
  14. จัดกิจกรรมประสานสัมพันธุ์องค์กรภาคี เครือข่าย
  15. ประชุมกรรมการเพื่อทบทวนผลการดำเนินงานโครงการที่ผ่รานมา
  16. การประชุมร่วมกับ สสส. สจรส.ม.อ. และพี่เลี้ยงผู้ติดตาม
  17. ทำป้ายสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ถ่ายภาพกิจกรรม และจัดทำรายงาน

ผลผลิต

  1. สภาผู้นำชุมชนรับรู้บทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบในการจัดเวทีประชาคมเปิดตัวโครงการ
    • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับรู้ เข้าใจ ถึงวัตถุประสงค์และกระบวนการดำเนินงานโครงการโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
  2. • ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อมในการทำนาบนเกาะทุ่งท่าไร่ • กลุ่มได้รับความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปนำไปสู่การทำนาแบบลดต้นทุนปลอดสารเคมี
    • มีข้อมูลพันธ์ข้าวพื้นเมืองพันธุ์ที่หลากหลายของจังหวัดกระบี่ ที่เหมาะต่อการเพาะปลูกในพื้นที่เกาะทุ่งท่าไร่
    • ผู้อบรมได้รับความรู้การลดต้นทุนในการทำนา การคัดพันธ์ข้าว การเพาะกล้าข้าว การโยนกล้า การเก็บเกี่ยวข้าว วิธีการบำรุงรักษา การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ ทำให้ระบบนิเวศบนเกาะทุ่งท่าไร่ดีขึ้น
    • ผู้อบรมได้รับความรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์ การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำนาลดต้นทุน และสามารถทำปุ๋ยนำไปไช้ได้จริงในแปลงนาบนเกาะทุ่งท่าไร่ เพื่อให้เกิดแปลงนาอินทรีย์ปลอดสารเคมี 100%
    • เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นา และผู้สนใจที่เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความรู้สึกดีรักและหวงแหนต่อการที่นา สามารถที่จะลงมือทำนาสืบทอดรุ่นสู่รุ้นต่อไป
  3. 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นาได้รับความรู้เรื่องการเพาะกล้าข้าว และได้ลงมือเพาะกล้าข้าวจริง สามารถที่จะนำไปปฏิบัติจริงได้
  4. 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นาได้รับความรู้วิธีการโยนกล้า และได้ลงมือโยนกล้าจริงในแปลงนาทำให้ซึมซับถึงคุณค่าการทำนาปลูกข้าวซึ่งได้ทั้งความรู้และภูมิปัญญาที่สำผัสได้จิรงจากการปัฏบัติ
  5. 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นารับความรู้เรื่องการเกี่ยวข้าว และได้ลงมือเกี่ยวข้าวจริง สามารถที่จะนำไปปฏบัติได้จริง
    • ได้ข้อมูลพันธ์ ไม้ พันธ์พืช สมุนไพร สัตว์บก สัตว์น้ำ บริเวณเกาะท่าไร่ ที่สามารถนำไปใช้สำหรับการอนุรักษ์ระบบนิเวศรอบๆ เกาะทุ่งท่าไร่

- จัดทำฐานข้อมูลเป็นชุดความรู้เพื่อถ่ายทอด ประชาสัมพันธ์ รักษาความสมบูรณ์ของเกาะทุ่งท่าไร่ให้คงอยู่และเพิ่มจำนวนขึ้น 12. มีชุดข้อมูลที่เป็นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับคนในชุมชนที่สามารถทำให้คนในชุมชนเกิดความตระหนักส่งผลให้คนในชุมชนเกิดการรวมพลังผลักดันให้เกิดมาตราการทางสังคมแต่ละด้านในชุมชน 13. - เกิดศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง กองทุนพันธ์ข้าวพื้นเมืองในชุมชน ที่สามารถให้ความรู้เรื่องการทำนาและเป็นธนาคารพันธุ์ข้าวของที่ใช้สำหรับเพาะปลูกในปีต่อๆ ไป 14. - กลุ่มจักรยานเกิดการร่วมตัวในการทำกิจกรรมที่เกาะทุ่งท่าไร่ เพื่อสร้างกระแสให้เป็นที่รู้จักเพื่อสื่อสารสู่สังคมภายนอกให้เห็นถึงศักยภาพของเกาะทุ่งท่าไร่ นำไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยว และการเพิ่มรายได้แก่คนในชุมชนในการผลิตและจำหน่ายข้าวพื้นเมืองปลอดสารพิษ 15. - คณะกรรมการและภาคีในพื้นที่รับรู้ถึงผลการดำเนินโครงการ จุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหา และอุปสรรค เพื่อจะได้นำไปพัมนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมในการดำเนินงานโครงการในปีต่อๆไป

ผลลัพท์

  1. สภาผู้นำชุมชนรับรู้บทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบในการจัดเวทีประชาคมเปิดตัวโครงการ
    • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับรู้ เข้าใจ ถึงวัตถุประสงค์และกระบวนการดำเนินงานโครงการโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
  2. • ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อมในการทำนาบนเกาะทุ่งท่าไร่ • กลุ่มได้รับความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปนำไปสู่การทำนาแบบลดต้นทุนปลอดสารเคมี
    • มีข้อมูลพันธ์ข้าวพื้นเมืองพันธุ์ที่หลากหลายของจังหวัดกระบี่ ที่เหมาะต่อการเพาะปลูกในพื้นที่เกาะทุ่งท่าไร่
    • ผู้อบรมได้รับความรู้การลดต้นทุนในการทำนา การคัดพันธ์ข้าว การเพาะกล้าข้าว การโยนกล้า การเก็บเกี่ยวข้าว วิธีการบำรุงรักษา การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ ทำให้ระบบนิเวศบนเกาะทุ่งท่าไร่ดีขึ้น
    • ผู้อบรมได้รับความรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์ การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำนาลดต้นทุน และสามารถทำปุ๋ยนำไปไช้ได้จริงในแปลงนาบนเกาะทุ่งท่าไร่ เพื่อให้เกิดแปลงนาอินทรีย์ปลอดสารเคมี 100%
    • เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นา และผู้สนใจที่เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความรู้สึกดีรักและหวงแหนต่อการที่นา สามารถที่จะลงมือทำนาสืบทอดรุ่นสู่รุ้นต่อไป
  3. 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นาได้รับความรู้เรื่องการเพาะกล้าข้าว และได้ลงมือเพาะกล้าข้าวจริง สามารถที่จะนำไปปฏิบัติจริงได้
  4. 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นาได้รับความรู้วิธีการโยนกล้า และได้ลงมือโยนกล้าจริงในแปลงนาทำให้ซึมซับถึงคุณค่าการทำนาปลูกข้าวซึ่งได้ทั้งความรู้และภูมิปัญญาที่สำผัสได้จิรงจากการปัฏบัติ
  5. 60 ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย เยาวชนบุตรหลานเจ้าของที่นารับความรู้เรื่องการเกี่ยวข้าว และได้ลงมือเกี่ยวข้าวจริง สามารถที่จะนำไปปฏบัติได้จริง
    • ได้ข้อมูลพันธ์ ไม้ พันธ์พืช สมุนไพร สัตว์บก สัตว์น้ำ บริเวณเกาะท่าไร่ ที่สามารถนำไปใช้สำหรับการอนุรักษ์ระบบนิเวศรอบๆ เกาะทุ่งท่าไร่

- จัดทำฐานข้อมูลเป็นชุดความรู้เพื่อถ่ายทอด ประชาสัมพันธ์ รักษาความสมบูรณ์ของเกาะทุ่งท่าไร่ให้คงอยู่และเพิ่มจำนวนขึ้น 12. มีชุดข้อมูลที่เป็นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับคนในชุมชนที่สามารถทำให้คนในชุมชนเกิดความตระหนักส่งผลให้คนในชุมชนเกิดการรวมพลังผลักดันให้เกิดมาตราการทางสังคมแต่ละด้านในชุมชน 13. - เกิดศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง กองทุนพันธ์ข้าวพื้นเมืองในชุมชน ที่สามารถให้ความรู้เรื่องการทำนาและเป็นธนาคารพันธุ์ข้าวของที่ใช้สำหรับเพาะปลูกในปีต่อๆ ไป 14. - กลุ่มจักรยานเกิดการร่วมตัวในการทำกิจกรรมที่เกาะทุ่งท่าไร่ เพื่อสร้างกระแสให้เป็นที่รู้จักเพื่อสื่อสารสู่สังคมภายนอกให้เห็นถึงศักยภาพของเกาะทุ่งท่าไร่ นำไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยว และการเพิ่มรายได้แก่คนในชุมชนในการผลิตและจำหน่ายข้าวพื้นเมืองปลอดสารพิษ 15. - คณะกรรมการและภาคีในพื้นที่รับรู้ถึงผลการดำเนินโครงการ จุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหา และอุปสรรค เพื่อจะได้นำไปพัมนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิมในการดำเนินงานโครงการในปีต่อๆไป

ผลกระทบ

การเปลี่ยนของคนและกลุ่มคนในชุมชน

  • คนในชุมชนรับรู้ข้อมูลสถานะการณ์ความเสี่ยงการบริโภคอาหารที่ปนเปือนสารพิษสารเคมี หันกลับมาปลูกและบริโภคข้าวพืนเมืองของท้องถิ่น
  • คนในชุมชนมีความรู้ในการปลูกและอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง
  • คนในชุมชนสนับสนุนข้าวสารที่มาจากการผลิตในที่นาของท้องถิ่น
  • คนรุ่นใหม่ในชุมชนรักที่จะสานต่ออาชีพเกษตรกร

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อชุมชนน่าอยู่

-มีศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์พันธ์ข้าวพื้นเมือง บ้านคลองหมาก -มีมาตราการ การจัดการทรัพยากรป่าชายเลนได้รับการดูแลโดยคนในชุมชน -มีแหล่งอาหารตามแนวชายฝั่งป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน -เกิดข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่อยงาน ภาคีเครือข่ายในการพัฒนาพื้นที่เกาะท่าไร่

การเปลี่ยนแปลงของกลไกในชุมชน

  • มีความร่วมมือขององค์กร เครือข่าย และกลุ่มต่างๆ ในการแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน
  • เกิดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร่วมมือ ความสามัคคี ความพึ่งพิงเอื้อเฟื้อต่อกัน
  • เกิดการความรู้ในการบริหารกิจกรรมโครงการร่วมกัน 4 ด้านด้วยกัน
    1. การบริหารคน
    2. การบริหารงบประมาณ
    3. การบริหารวิธีการ
    4. การบริหารวัสดุอุปกรณ์ของโครงการ -เกิดเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ และพัฒนาการเกษตรเพื่อความเป็นอยู่ที่มั่นคง มั่งคง และยั่งยืน

กลไกและวิธีการติดตามของชุมชน

  • การติดตามผลและประเมินผล จะทำได้ 2 ทาง ได้แก่
    1. ติดตามและประเมินผลในพื้นที่ทำโครงการ โดยผู้รับผิดชอบโครงการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย โดยจะมีการติดตามและประเมินผลกิจกรรมต่างๆ ที่ระบุไว้ในแผนการดำเนินงาน โดยดูความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินงาน งบประมาณที่เสนอ สสส. และเอกสารการเบิกจ่ายในแต่ละกิจกรรม ว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ โดยจะระบุปัจจัยที่สนับสนุน และปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน และความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรมว่าเป็นเช่นไรลงในช่อง “ผลการติดตาม/ประเมินผล” เพื่อเป็นข้อมูลในการแถลงผลความคืบหน้าของโครงการต่อที่ประชุม
    2. ติดตามและประเมินผลทางเอกสาร โดยการจัดประชุมคณะกรรมการโครงการเพื่อแถลงผลความคืบหน้าของกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ในแผนการดำเนินงาน อีกทั้งเพื่อหาข้อสรุปและวิธีการแก้ไขปัญหา ในกรณีที่กิจกรรมมีอุปสรรค หรือเกิดปัญหา โดยการจัดประชุมจะจัดทุกๆ ครั้งที่มีกิจกรรม แต่ละกิจกรรมจะมีการประชุม 2 ครั้ง คือ ระหว่างกิจกรรมและหลังกิจกรรมสิ้นสุด โดยรายละเอียดการประชุมติดตามและประเมินผลจะบันทึกลงใน “แบบฟอร์มบันทึกการประชุมติดตามและประเมินผล”

กลไกและวิธีการประเมินผลของชุมชน

  • การติดตามผลและประเมินผล จะทำได้ 2 ทาง ได้แก่
    1. ติดตามและประเมินผลในพื้นที่ทำโครงการ โดยผู้รับผิดชอบโครงการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย โดยจะมีการติดตามและประเมินผลกิจกรรมต่างๆ ที่ระบุไว้ในแผนการดำเนินงาน โดยดูความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินงาน งบประมาณที่เสนอ สสส. และเอกสารการเบิกจ่ายในแต่ละกิจกรรม ว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ โดยจะระบุปัจจัยที่สนับสนุน และปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน และความคิดเห็นที่มีต่อกิจกรรมว่าเป็นเช่นไรลงในช่อง “ผลการติดตาม/ประเมินผล” เพื่อเป็นข้อมูลในการแถลงผลความคืบหน้าของโครงการต่อที่ประชุม
    2. ติดตามและประเมินผลทางเอกสาร โดยการจัดประชุมคณะกรรมการโครงการเพื่อแถลงผลความคืบหน้าของกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ในแผนการดำเนินงาน อีกทั้งเพื่อหาข้อสรุปและวิธีการแก้ไขปัญหา ในกรณีที่กิจกรรมมีอุปสรรค หรือเกิดปัญหา โดยการจัดประชุมจะจัดทุกๆ ครั้งที่มีกิจกรรม แต่ละกิจกรรมจะมีการประชุม 2 ครั้ง คือ ระหว่างกิจกรรมและหลังกิจกรรมสิ้นสุด โดยรายละเอียดการประชุมติดตามและประเมินผลจะบันทึกลงใน “แบบฟอร์มบันทึกการประชุมติดตามและประเมินผล”