โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นด้วยเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติที่บ้านโคกไทร

กิจกรรมประเมินผลการทำงาน ครั้งที่1

กิจกรรมประเมินผลการทำงาน ครั้งที่1

30 เมษายน 2562
winitwinit
รายงานจากพื้นที่
Project owner
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
กิจกรรมที่ปฎิบัติ

พี่เลียงผู้รับผิดชอบโครงการชิ้แจงวัตถุประสงค์ของการประเมินติดตามผล สาระสำคัญคือให้พื้นที่ชวนกันคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมภายใต้โครงการ โดยมีเครื่องสำคัญในการคุยคือบันไดผลลัพธ์ ให้คุยตามสิ่งที่เกิดขึ้นตามช่วงของบันไดผลลัพธ์ วิธีการนำเสนอให้ช่วยกันนำเสนอตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วง ว่าเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าเกิดเกิดขึ้นอย่างไร มีอะไรหนุนให้เกิด ถ้าไม่เกิดเป็นเพราะอะไรแล้วจะทำอย่างไรให้เกิดขึ้น และในการทำงานตามโครงการในช่วงเวลาที่ผ่านมาคณะทำงานหรือกลุ่มเป้าหมายพบข้อจำกัดหรืออุปสรรคอะไรบ้างแล้วจะมีวิธีการในการลดข้อจำกัดนั้นอย่างไร เมื่อผู้ร่วมกิจกรรมมีความเข้าใจที่ตรงกันแล้วก็เริ่มพูดคุยกัน โดยพี่เลี้ยงผู้รับผิดชอบพื้นที่ได้เอาผังบันไดผลลัพธ์ขึ้นหน้าเวทีแล้วให้คณะทำงานและกลุ่มเป้าหมายเริ่มพูดคุยในลักษณะการเล่าเสนอ ซึ่งพี่เลี้ยงจะคอยตั้งคำถามหรือชวนคุยต่อในประเด็นที่ยังเห็นไม่ชัดตามตัวชี้วัด

ผลที่เกิดขึ้นจริง / ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) / ผลสรุปที่สำคัญของกิจกรรม

1 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 41 คน เป็นคณะทำงานจำนวน 15 คน กลุ่มเป้าหมายโครงการจำนวน 20 คน ภาคีสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่หมู่บ้านรัก์ป่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดพัทลุง จำนวน 5 คน ครู กศน.อำเภอกงหรา จำนวน 1 คน รวมทั้งหมดจำนวน 41 คน 2 คณะทำงานและกลุ่มเป้าหมายร่วมโครงการ ได้เรียนู้กระบวนการติดตามประเมินผลในรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่การประเมินแบบผิดหรือถูกแต่เป็นก่รประเมินผลเพื่อการเรียนรู้ร่วมระหว่างพี่เลียงโครงการ คณะทำงานและกลุ่มเป้าหมายร่วมโครงการ 3 ผลที่ได้จากการประเมินตามบันไดผลลัพธ์ในแต่ละช่วงของบันไดตามตัวชั้วัด 3.1เกิดการเรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสานในสนยางพาราและสวนผลไม้ 3.1.1มีข้อมูลพืชท้องถิ่นที่มีอยู่ในแปลงสมาชิก ฐานข้อมูลในการเรียนรู้ของสมาชิกมีแล้วและคณะทำงานได้รวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลางของกลุ่มไว้แล้ว 3.1.2มีครัวเรือนเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย20ครัวเรือนแต่ละครัวเรือนมีพื้นที่ดำเนินงานอย่างน้อยแปลงละ1ไร่ ผลที่เกิดคือมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน20คน จากครัวเรือนจำนวน 20 ครัวเรือน 3.1.3 สมาชิก กลุ่มเป้าหมายมีความรู้สามารถวิเคราะห์พืชที่จะปลูกในแปลงของตนเองได้ ผลคือสมาชิก/กลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการสามารถรู้ว่าในแปลงของตนเองจะปลูกพืชอะไรได้บ้างเพราะผ่าการเรียนรู้จากการไปดูงานมาส่วนหนึ่ง จากการสังเกตในแปลงตัวเองส่วนหนึ่งและส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนสมาชิกร่วมโครงการด้วยกันซึ่งมีการปลูกแล้วในแปลงคือ บอนส้ม บอนเต่า ผักกูด ผักหวานช้าง(ตาหมัด)ราน้ำ สาคูวิลาส กอ เตาร้าง บัวบก ประ ไฟกา สาคู พ้อ ทุเรียนบ้าน ตะเคียนทอง สะเดาเทียม มะเดื่อ ซึ่งพืชพวกนี้เป็นพืชที่มีดั้งเดิมในพื้นที่และสามารถงอกงามได้ดีและสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งกินเป็นอาการ เป็นยารักษาโรค และเป็นไม้ใช้สอย 3.1.4สมาชิก/กลุ่มเป้าหมายมีความรู้สามารถขยายพันธ์เองได้ ผลคือ กลุ่มเป้าหมายมีความรู้จาการถ่ายทอดของผู้รู้ในพื้นที่ และการเรียนรู้จากการดูงาน และการลงมือทำจริง ซึ่งตอนนี้สามารถลงมือเริ่มขยายพันธ์พืชหลายชนิด ล็ดเช่น ไฟกาขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง ผัดกูดขยายพันธุ์ด้วยหน่อและสปอร์ เตาร้างขยายพันธ์ุด้วยหน่อและเพาะเมล็ด ประขยายพันะุ์ด้วยการเพาะเมล็ด 3.2 เกิดข้อตกลงหรือกติกาในการทำเกษตรแบบผสมผสาน ข้อตกลงที่เกิดขึ้นการการเรียนรู้ร่วมกันจนเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเป้าหมายเกิดจากคณะทำงานเป็นคนร่างกติกาแล้วถามความเห็นสมาชิกกลุ่มเป้าหมาย กติกาคือ 3.2.1 สมาชิกกลุ่มเป้าหมายต้องไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าที่เป็นเคมีในพื้นที่ที่ร่วมโครงการ และรวมถึงสารเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วย 3.2.2 สมาชิกกลุ่มเป้าหมายต้องขยายพันธ์ุพืชที่มีในแปลงตนเองก่อน ก่อนที่จะขอจากเพื่อนสมาชิก และเพื่อนสมาชิกควรต้องมีน้ำใจแบ่งปันกันและกัน 3.2.3 ในแปลงพื้นที่ร่วมโครงการจะไม่การไถพรวนด้วยเครื่องจักรใหญ่ที่จะส่งผลต่อการทำลายพันธุ์กรรมพืช 3.3 เกิดกลไกหนุนเสริมการทำเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติ 3.3.1มีแปลงเกษตรเป็นต้นแบบเพื่อการเรียนรู้อย่างน้อย 5 แปลง ผลคือ แปลงต้นแบบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นแปลงของแกนนำ/คณะทำงานที่สามารถเป็นต้นแบบได้จำนวน 5 แปลงคือ แปลงที่ 1 ของนายโหยบ หลำสะ เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะเป็นสวนยางพาราที่ผสมผสานไปด้วยพืชสมุนไพรและพืชถิ่นอีกหลายชนิด จุดเด่นนายโหยบ หลำสะเป็นหมอสมุนไพรของชมรมหมอพื้นบ้านอำเภอกงหรา มีความรู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรด้วยและยังเป็นเกษตรกรที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้การทำการเกษตรแบบผสมผสานด้วย แปลงที่ 2 ของนายเจ๊ะโหด พลนุ้ย เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะเป็นสวนผลไม้ที่มีทุเรียนและมังคุดเป็นพืชหลักแต่ผสมผสานไปด้วยพืชอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นต้นกอ ไผ่ป่า เจียก กาแฟ ไม้ยืนต้นโตเร็ว ขี้ค้อน ผักเมี่ยง และอีกหลายชนิด จุดเด่น สวนผลไม้ที่ไม่ใช่พืชเชิงเดียว ไม่ใช้ยาฉีดหญ้าไม่ใช้ยาฆ่าแมลงใดๆเน้นการผสมผสานที่ธรรมชาติดูแลกันเอง แปลงที่ 3 ของนายอำนวย แอนิ่ม เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะใช้สวนผลไม้ผสมผสานปลูกหลายชนิดในพื้นที่ 2 ไร่กว่าๆ มีทุเรียนเป็นพืชหลัก มีผักกูด
แปลงที่ 4 ของนายหมู่ห่ำ เหล็มปาน เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะ เป็นพื้นที่ขนาด 1 ไร่บริเวณรอบบ้านที่ใช้พื้นที่รอบบ้านให้เกิดประโยชนืมากที่สุด มีพืชพันธ์ุที่ใช้กิน ใช้ประโยชน์อย่างลงตัว พืชสวนครัวทุกชนิด พืชท้องถิ่น เน้นเกษตรอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมีใดๆ
แปลงที่ 5 ของนายวินิตร์ พลนุ้ย เหตผลที่เป็นต้นแบบเพราะใช้พื้นที่ 2 ไร่กว่าๆ ผสมผสานปลูกพืชหลากหลายชนิด ไม้เศรษฐกิจโตเร็ว ตะเคียนทอง มอฮอกกานี พยอม กระถิน และมีไผ่หวาน ทุเรียนสายพันธ์พื้นเมือง ขี้เหล้ก และอีกหลายชนิด เน้นเกษตรอินทรีย์ กสิกรรมธรรมชาติไม่ใช่ใช้สารเคมี ให้ธรรมชาติจัดการกันเอง 3.3.2 ผู้ร่วมโครงการสามารถผลิตปัจจัยหนุนเสริมการปลูกได้อย่างน้อยครัวเรือนละ1 อย่าง ผลคือ .....ยังไม่เกิด......เหตผล.....ยังไม่ได้ทำกิจกรรม 3.4 เกิดแปลงเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติและมีความอุดมสมบูรณ์ 3.4 เกิดแปลงเกษตรผสมผสานแบบธรรมชาติและมีความอุดมสมบูรณ์ 3.4.1 มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 แปลง ผลคือ ยังไม่เกิดเพราะไม่ไม่มีการขยายผลกับกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ 3.4.2 แปลงเกษตรที่ร่วมโครงการต้องมีพืชถิ่นที่ปลูกในแปลงไม่น้อยกว่าแปลงละ10 ชนิด ผลคือ ช่วงนี้มีแปลงที่นอกเหนือจากแปลงต้นแบบมีการปลูกพืชถิ่นแล้วยังไม่เด่นชัดอยู่ในช่วงจัดเก็บข้อมูล
4ข้อจำกัดหรืออุปสรรคที่ค้นพบระหว่างดำเนินการคือ.....ความสมาร๔ของคณะทำงานในการจัดทำรวบรวมฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช.วิธีการลดข้อจำกัดคือ....ต้องเร่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้คณะทำงานมีความสามารในการรวบรวมข้อมูล...

ประเมินความสำเร็จของการดำเนินกิจกรรม : (0)

รายงานการใช้เงิน
ประเภทรายจ่ายรวมรายจ่ายสถานะ
ค่าตอบแทนค่าจ้างค่าใช้สอยค่าวัสดุค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ
300.00 0.00 4,350.00 0.00 0.00 0.00 4,650.00