เครือข่ายฅนสร้างสุข

ส่งเสริมพัฒนาแหล่งอาอาหารในชุมชนเพื่อสร้างความมั่งคงด้านอาหารบ้านบือแนกูยิ

เวทีทำแผนเชื่่อมโยงเครือข่ายผลิตอาหารกับผุ้บริโภค

เวทีทำแผนเชื่่อมโยงเครือข่ายผลิตอาหารกับผุ้บริโภค

12 มกราคม 2565
Sareepah435795@gmailSareepah435795@gmail
รายงานจากพื้นที่
Project owner
  • photo
  • photo
  • photo
  • photo
กิจกรรมที่ปฎิบัติ

วันที่ 12/1/65 เวลา 09.00น. ถึง 15.00น. จัด เวทีทำแผนเชื่่อมโยงเครือข่ายผลิตอาหารกับผุ้บริโภค ผู้เข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 75 คน ได้แก่ กลู้ผู้ผลิตจำนวน 30 คน กลุ่มผู้บริโภค จำนวน 30 คน และ ทีมคณะทำงานจำนวน 15 คน
เริ่มด้วยการเปิดเวทีชี้แจงวัตถุประสงค์ ในการจัดเวทีครั้งนี้ โดย ซารีพ๊ะ สาและดิง ได้ชี้แจงให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าใจว่าทำไหม ต้องจัดเวทีนี้ขึ้น ซึ่งหลักๆ เพื่อต้องการหาแนวทางช่องทางการตลาด หาจุดที่จะรับซื้อขาย หาแหล่งที่เหมาะกับการทำธุรกิจ ในชุมชน ที่สามารถสร้างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ จากนั้นได้เชิญวิทยากรประจำตำบล ชื่อนายสมาน มาซิดง มาให้ความรู้เรื่องการวางแผ่นการตลาด การออกแบการตลาด และขายจากภายนอกที่สามารถนำส่งของขายได้
วิทยากร บอกความหมายของผู้ผลิต ผู้ผลิตหมายถึง สิ่งของหรือวัสดุต่างๆที่เราปลูกหรือ เราทำขึ้นเพื่อให้เกิด หน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรให้เป็นสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของทรัพยากร และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ และความหมายของผู้บริโภคหมายถึง เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคล เช่น ครัวเรือน ที่เป็นผู้ใช้สินค้า หรือ บริการคนสุดท้ายที่ผลิตขึ้นภายในระบบสังคม มโนทัศน์ผู้บริโภคอาจมีได้หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบท กระบวนการตัดสินใจ เกี่ยวกับผลิผลิตภัณฑ์เพื่อหาแนวทางร่วมกันสิ่งต้องคำนึง 1. คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ 2. ส่วนประสมผลิตภัณฑ์ 3. สายผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ - แนวความคิดด้านผลิตภัณฑ์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจะต้องทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นผลิตมาจากอะไร มีคุณสมบัติอย่างไร จะต้องรู้ว่าสินค้าเรามีอะไร ประโยชน์ของสามารถทำอะไรได้บ้าง ขยายวิธีการใช้ใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์เรา เพื่อกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ กลุ่มผู้ใหญ่ที่ อายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป
เป็นการกำหนดว่าเราจะตั้งราคาแบบใดราคาสูงหรือราคาต่ำ สิ่งที่จะต้องตระหนักคือ ราคาทีได้กำหนดไว้นั้นเหมาะสมกับของที่เรากำหนด หรือสอดคล้องกับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของสินค้านั้นหรือไม่กลยุทธ์ด้านราคา ในการกำหนด ด้านราคามีประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาดังนี้       1.ตั้งราคาตามตลาด หรือตั้งราคาตามความพอใจ           1.1 ตั้งราคาตามตามตลาด เหมาะสำหรับสินค้าที่สร้างความแตกต่างได้ยากจึงไม่สามารถจะตั้งราคาให้แตก ต่างจากตลาดคู่แข่งขันได้ นั่นคือ การตั้งราคาตามคู่แข่งขัน           1.2 ตั้งราคาตามความพอใจ เป็นการตั้งราคาตามความพอใจ โดยไม่คำนึงถึงคู่แข่งขัน เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างในตราสินค้า สินค้าที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวมีภาพพจน์ที่ดี จะตั้งราคาเท่าไรก็ไม่มีใครเปรียบเทียบ       2. สินค้าจะออกเป็นแบบราคาสูง เมื่อแน่ใจในคุณภาพที่เหนือกว่าและการยอมรับในราคาของลูกค้าหรือราคามาตรฐาน เมื่อใช้การตั้งราคาโดยพิจารณาจากราคาของคู่แข่งขัน หรือตราสินค้าเพื่อการแข่งขัน เป็นสินค้าด้อยคุณภาพกว่าคู่แข่งขันเล็กน้อย จะลงตลาดล่าง       3. การตั้งราคาเท่ากันหมด คือสินค้าหลายอย่างที่มีราคาติดอยู่บนกล่อง หมายถึง ไม่ว่าจะขายอยู่ที่ใดฤดูหนาวหรือฤดูร้อนราคาก็เท่ากันหมด หรือราคาแตกต่างกัน ข้อดี คือสามารถเรียกราคาได้หลายราคา แต่ข้อเสียก็คือ เราต้องหาเหตุผลในการตั้งราคาหลายอย่าง เพื่อให้คนยอมรับได้       4. การขยายสายผลิตภัณฑ์ ในกรณีนี้การนำเสนอสินค้าเริ่มต้นด้วยราคาหนึ่ง แล้วมีกลยุทธ์เผยแพร่ความนิยมไปยังตลาดบน หรือตลาดล่าง       5. การขยับซื้อสูงขึ้น เป็นการปรับราคาสูงขึ้นทำให้ได้กำไรมากขึ้น จึงพยายามขายให้ปริมาณมากขึ้นหรือการขยับซื้อต่ำลง เป็นการผลิตสินค้าที่มีราคาแพงให้มีคุณภาพกว่าสินค้าที่ราคาถูกเล็กน้อยแต่ ตั้งราคาสูงกว่า เพื่อให้คนซื้อสิ้นที่รองลงมา
วิทยากร ได้บอกแหล่งการตลาด ที่จังหวัด จะเปิดให้ชุมชนเปิดขาย ทุกๆวันจันทร์ กับวันศุุกร์ ของแต่ละสัปดาห์ ตลาตนัดศาลากลางจังหวัด เป็นนโยบายส่งเสริมการขายผลิต

ผลที่เกิดขึ้นจริง / ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome) / ผลสรุปที่สำคัญของกิจกรรม

1.เกิดแหล่งรับซื้อขายในชุมชน จำนวน 4 จุด 2.เกิดการสร้างผลิตกับผู้บริโภคร่วมกััน 3.สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้

รายงานการใช้เงิน
ประเภทรายจ่ายรวมรายจ่ายสถานะ
ค่าตอบแทนค่าจ้างค่าใช้สอยค่าวัสดุค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ
1,800.00 0.00 7,000.00 0.00 0.00 0.00 8,800.00