ฟื้นเลให้สมบูรณ์ด้วยเขตอนุรักษ์ พื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนกลาง จ.พัทลุง

รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม ฟื้นเลให้สมบูรณ์ด้วยเขตอนุรักษ์ พื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนกลาง จ.พัทลุง
รหัสโครงการ 61-01865
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ สมาคมชาวประมงรักษ์ทะเลสาบ อ.ปากพะยูน
วันที่อนุมัติ 8 พฤศจิกายน 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 พฤศจิกายน 2561 - 30 กันยายน 2562
ผู้รับผิดชอบโครงการ นาย อุสัน แหละหีม
พี่เลี้ยงโครงการ นางสาว เบญจวรรณ เพ็งหนู
พื้นที่ดำเนินการ จังหวัดพัทลุง
ละติจูด-ลองจิจูด

ข้อมูลในการดำเนินโครงการ

สถานการณ์

สถานการณ์ปัญหาขนาด

สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ 1,040.24 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช แบ่งเป็น 3 ตอน คือ ตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดพัทลุง ตั้งแต่ อ.ควนขนุน อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว ละอำเภอปากพะยูน ด้วยความเป็นนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลส่งผลให้ทะเลสาบมีความอุดมสมบูรณ์มีพันธุ์สัตว์น้ำถึง 770 ชนิด (ไพโรจน์ ศิริมนตราภรณ์ และคณะ 2542) หล่อเลี้ยงชาวประมงที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรในการดำรงชีวิตรอบทะเลสาบถึง 169 หมู่บ้าน 8,900 ครัวเรือน (สมาพันธ์ชาวประมงทะเลสาบสงขลา 2558) ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในทะเลสาบที่มี 3 น้ำ ทำให้สัตว์น้ำมีรสชาติที่อร่อย แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ซึ่งส่งผลให้สัตว์น้ำในทะเลสาบเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการจับสัตว์น้ำที่ขาดการวางแผน เน้นการจับให้ได้ปริมาณมากโดยใช้เครื่องมือทำลายล้าง และตาอวนขนาดเล็ก กอรปกับระบบนิเวศที่มีการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาโครงการของรัฐ เช่น การปิดปากระวะ การสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลา ซึ่งเป็นการปิดทางเข้า-ออกของสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลากับอ่าวไทย การใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย เช่น อวนรุน โพงพาง ในทะเลสาบตอนล่าง การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลต่อความตื้นเขิน การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน การเกิดภัยพิบัติ การเพิ่มขึ้นของประชากรที่ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและหลากหลายขึ้น ไม่มีมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นและจริงจัง ฯลฯ เหล่านี้ส่งผลให้ทะเลสาบมีความเสื่อมโทรม สัตว์น้ำมีจำนวนลดลงเห็นได้ชัดในปี พ.ศ. 2535 – พ.ศ. 2540 ที่ชาวประมงเปลี่ยนอาชีพไปทำนา รับจ้างนอกชุมชน เช่น โรงงานถุงมือ จังหวัดสงขลาหรือไปเป็นลูกเรือในจังหวัดสตูล ทำให้ชุมชนต่างคนต่างอยู่เกิดความห่างเหินไม่มีการพึ่งพาช่วยเหลือเกื้อกูลเหมือนในอดีตและมีแนวโน้มจะนำไปสู่การล่มสลายของชุมชน


1.2 แนวทางแก้ไขปัญหาและผลที่เกิดขึ้น (รูปแบบช่องฟืนโมเดล) ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า “ทะเลสาบคือหม้อข้าวหม้อแกง” ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้วิกฤติให้สามารถจับสัตว์น้ำทำการประมงเหมือนในอดีตได้ แต่ก็มีชาวประมงบางส่วนที่ไม่ยอมจำนนต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น พยายามร่วมคิดออกแบบหาทางออกที่หลากหลายในการที่จะฟื้นให้ทะเลสาบมีสัตว์น้ำที่สามารถทำมาหากินได้เหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวประมงในชุมชนบ้านช่องฟืน หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 11 หมู่บ้านในตำบลเกาะหมากที่อยู่ในนิเวศทะเลสาบสงขลาตอนกลาง ซึ่งมีประชากร 256 ครัวเรือน ประชากร 1,009 คน 80% ประกอบอาชีพประมงเป็นอาชีพหลัก ก็เคยผ่านการประสบปัญหาการลดลงของสัตว์น้ำเช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่นๆรอบทะเลสาบสงขลาชุมชนดังกล่าวได้พยายามรวมกลุ่มของชาวประมงในพื้นที่เพื่อร่วมกันหาทางออก คิดหารูปแบบต่างๆในการฟื้นฟูให้มีสัตว์น้ำ สามารถทำการประมงได้ในรูปแบบของการทดลองทำเขตอนุรักษ์ชุมชน ซึ่งเป็นเขตทะเลหน้าบ้านที่สมาชิกในชุมชนเห็นพ้องต้องกันยอมรับที่จะให้มีพื้นที่สำหรับอนุบาลและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น โดนมีอาณาเขตพร้อมกติกาข้อตกลงที่ชุมชนยอมรับและร่วมปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด และมีประมงอาสาซึ่งเป็นตัวแทนของชุมชน ทำหน้าที่ในการตรวจตราดูแลเขตอย่างต่อเนื่องซึ่งวิธีการดังกล่าวได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบันโดยมีการร่วมประชุมทุกวันที่ 19 ของเดือนโดยมีองค์กรที่ทำหน้าที่ในการจัดให้มีเวทีการพูดคุยสรุปทบทวนวางแผนในการทำงานของชุมชนและชุมชนใกล้เคียงคือ “สมาคมชาวประมงรักษ์ทะเลสาบ อ.ปากพะยูน” ซึ่งมีตัวแทนจากประมงอาสาและตัวแทนกลุ่มกิจกรรมในพื้นที่จำนวน 8 กลุ่ม เข้ามาเป็นกลไกขับเคลื่อนการทำงานและกิจกรรมเขตอนุรักษ์ถือว่าเป็นภารกิจหนึ่งของสมาคมฯที่นำไปสู่การฟื้นฟูเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำและยังเป็นกลไกร่วมในการบริหารจัดการทุกกลุ่มกิจกรรมในพื้นที่ จากการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำให้กิจกรรมอนุรักฟื้นฟูเกิดรูปธรรมและสร้างการเปลี่ยนแปลงการเพิ่มขึ้นของชนิดและพันธุ์สัตว์น้ำส่งผลให้ชาวประมงสามารถจับสัตว์น้ำได้ตลอดปี สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นของคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง จากเดิมที่มีรายได้จากการทำประมงวันละ 150 -300 บาท ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยวันละ 500 – 1,000 บาท และสามารถทำประมงได้ตลอดทั้งเกือบทั้งปี ยกเว้นช่วงมรสุม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่ทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของคนในชุมชน ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะซึ่งตอบโจทย์ความสุขของคนในชุมชนบ้านช่องฟืนที่จะนำไปสู่อาชีพประมงที่ยั่งยืนในอนาคต จากความสำเร็จดังกล่าวข้างต้นทำให้แกนนำในหมู่บ้านใกล้เคียงเกิดความสนใจและอยากจะนำไปดำเนินการในพื้นที่ของตนเองโดยพร้อมที่จะเข้ามาเป็นเครือข่ายของ“สมาคมชาวประมงรักษ์ทะเลสาบ อ.ปากพะยูน” และสนใจรูปแบบการติดตามกิจกรรมฟื้นฟูเขตทะเลหน้าบ้านในลักษณะเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน โดยมีกติกาข้อตกลงเป็นเครื่องมือที่จะปฏิบัติร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างความมือของคนในชุมชนในการร่วมฟื้นฟูทะเลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีความอุดมสมบูรณ์ซึ่งมีพื้นที่ที่สนใจจำนวน 6 พื้นที่ซึ่งอยู่ในพื้นที่นิเวศทะเลสาบสงขลาตอนกลาง ได้แก่
1.ม.6 บ้านบางขวน, ม.8 บ้านแหลมไก่ผู้ ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง 2.ม. 9 บ้านปากพล ,ม. 11 บ้านหัวปอ, ม. 14 บ้านคลองกะอาน ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง
3. ม. 1 บ้านแหลมจองถนน ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง บ้านบางขวน และบ้านแหลมไก่ผู้ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบตอนกลางของทะเลสาบสงขลา ถึงแม้ว่าอาชีพประมงจะไม่ใช่อาชีพหลักของคนทั้งสองชุมชนนี้แต่วิถีชีวิตก็ผูกพันกับประมงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยบ้านบางขวน และบ้านแหลมไก่ผู้นั่น เคยทำเขตอนุรักษ์ร่วมกันในบริเวณอ่าวบางขวน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมีพื้นที่เขตอนุรักษ์ความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร และห่างออกไปจากฝั่ง 800 เมตร มีกฎกติกาเขตอนุรักษ์ คือ ห้ามทำการประมงทุกชนิด และมีทีมอาสาดูแลเขตอนุรักษ์ 20 คน มีการตรวจตราเขตเป็นประจำทุกสัปดาห์ และได้ล้มเลิกไปเมื่อปี พ.ศ. 2557 เนื่องจากตัวแกนนำเป็นคนละเมิดกฎกติกาเขตอนุรักษ์เสียเอง หลังจากการเขตอนุรักษ์ได้ล้มเลิกไป ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำที่เคยมีนั้นเริ่มน้อยลง ชาวประมงต้องเริ่มออกไปทำประมงไกลบ้านขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็เลิกทำประมงเนื่องจากไม่คุ้มกับการลงทุนซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้มีการทดลองดำเนินการมาแล้วแต่ไม่เกิดความต่อเนื่องจนต้องหยุดไปในบางช่วง แต่ยังมีแกนนำและชาวประมงบางส่วนมีความสนใจและพยายามที่จะดำเนินการโดยต้องการนำรูปแบบการทำงานของชุมชนช่องฟืนไปขยายผลดำเนินการในพื้นที่ของตนเองเพื่อให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ไม่ต้องออกไปหากินไกลๆ และต้องการให้เกิดกลุ่มกิจกรรมที่เข้มแข็งในชุมชนของตัวเองที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมฟื้นฟูเพื่อให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์และมีแหล่งอาหารทะเลที่ปลอดภัยเพียงพอต่อการบริโภคสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับคนในชุมชน ซึ่งจะส่งผลก่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็งสามารถจัดการตัวเองได้ในอนาคต
บทเรียนจากการอนุรักษ์ฟื้นฟูการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำด้วยเขตอนุรักษ์ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้เนื่องจากการได้มาของกติกาข้อตกลงของชุมชนไม่ได้ผ่านการพูดคุยจากกลุ่มที่ไม่หลากหลายและไม่ต่อเนื่อง และการรับรู้ในชุมชนไม่แพร่หลายในขณะเดียวกันการทำงานของประมงอาสาภายใต้บทบาทหน้าที่ก็ยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ทำให้ไม่เกิดการยอมรับในชุมชนวงกว้างในขณะเดียวกันไม่มีองค์กรที่เป็นกลไกหลักมาเชื่อมร้อยให้มีเวทีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบชมรมฯหรือสมาคมฯ ที่มีหลายภาคียอมรับและเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการทำงาน ในขณะเดียวกันกติกาข้อตกลงชุมชนยังไม่มีการเผยแพร่หรือติดประการให้คนในชุมชนได้เห็นอย่างทั่วถึง ตลอดถึงกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูยังไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง เหล่านี้ล้วนส่งผลให้กิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูในพื้นที่ดังกล่าวไม่นำไปสู่การสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมของคนในชุมชน ส่งผลให้กิจกรรมไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.3 แนวทางที่นำไปสู่ความสำเร็จของโครงการ ในปลายปี พ.ศ. 2560แกนนำและชาวประมงมีความคิดเห็นที่จะฟื้นฟูเขตอนุรักษ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และใช้กระบวนการทำงาน การดูแลเขตอนุรักษ์ของบ้านช่องฟืนเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูเขตอนุรักษ์ในครั้งนี้โดยได้มีตัวแทนแกนนำชาวประมงและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาร่วมกิจกรรมกับชุมชนช่องฟืนพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปแบบการทำงานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูด้วยรูปแบบเขตอนุรักษ์ พร้อมทั้งกลไกการขับเคลื่อนขององค์กรชาวประมงในพื้นที่ชุมชนช่องฟืนนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเอง โดยเข้าร่วมประชุม 3-4 ครั้ง และแกนนำชุมชนบ้านช่องฟืนมองว่าการขยายพื้นที่เขตอนุรักษ์ไปยังพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากเกิดการเชื่อมร้อยเครือข่ายชาวประมงด้วยกันแล้วยังเป็นการขยายพื้นที่เขตทะเลหน้าบ้านที่ส่งผลในการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับทะเลสาบ ให้มีอาหารทะเลที่พอเพียง พร้อมทั้งสร้างอาชีพ เสริมรายได้ หลักประกันของชาวประมงที่มีอาชีพประมงที่ยั่งยืน เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารที่ปลอดภัย และมีความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของในการดูแลทะเลสาบซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของเครือข่ายชาวประมงทะเลสาบสงขลาที่ต้องการให้ทะเลสาบมีแหล่งอาหารทะเลที่ปลอดภัย และเกิดพื้นที่เขตอนุรักษ์ในทุกตำบลที่ติดริมทะเลสาบของพื้นที่ในจังหวัดพัทลุง ตั้งแต่อำเภอควนขนุน – อำเภอปากพะยูน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดพัทลุง ว่าด้วย “พัทลุงเมืองสีเขียว ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ดี” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัดพัทลุงปี 2561 – 2564 ซึ่งมี 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์ที่ว่าด้วย “พัทลุง เมืองคนคุณภาพ สิ่งแวดล้อมดี ชุมชนเข้มแข็ง เติบโต และมั่งคั่งจากฐานการเกษตร วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยั่งยืน” ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ทิศทาง ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 10 ปีของ สสส. ที่ให้เกิดการกระจายโอกาสสร้างกลไกการทำงานร่วมของชุมชนและภาคีต่างๆอันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและเกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคม สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะและเป็นประเด็นคานงัดนำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกันกับจังหวัดพัทลุงในรูปแบบของ “พัทลุงสีเขียว คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Phatthalung Green City)” การดำเนินโครงการ “การขยายพื้นที่ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทะเลสาบสงขลาตอนกลาง ด้วยเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน” โดยใช้กระบวนการต่างๆ (รายละเอียดอยู่ในแผนกิจกรรม) จึงมีความจำเป็นที่จะดำเนินการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนที่อยากเห็นทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งอาหารทะเลที่ปลอดภัยและเพียงพอ อันจะนำไปสู่การสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์จังหวัดพัทลุงดังกล่าวข้างต้น

กรอบแนวคิด

กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์หลัก

ในปลายปี พ.ศ. 2560แกนนำและชาวประมงมีความคิดเห็นที่จะฟื้นฟูเขตอนุรักษ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และใช้กระบวนการทำงาน การดูแลเขตอนุรักษ์ของบ้านช่องฟืนเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูเขตอนุรักษ์ในครั้งนี้โดยได้มีตัวแทนแกนนำชาวประมงและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาร่วมกิจกรรมกับชุมชนช่องฟืนพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปแบบการทำงานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูด้วยรูปแบบเขตอนุรักษ์ พร้อมทั้งกลไกการขับเคลื่อนขององค์กรชาวประมงในพื้นที่ชุมชนช่องฟืนนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเอง โดยเข้าร่วมประชุม 3-4 ครั้ง และแกนนำชุมชนบ้านช่องฟืนมองว่าการขยายพื้นที่เขตอนุรักษ์ไปยังพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากเกิดการเชื่อมร้อยเครือข่ายชาวประมงด้วยกันแล้วยังเป็นการขยายพื้นที่เขตทะเลหน้าบ้านที่ส่งผลในการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับทะเลสาบ ให้มีอาหารทะเลที่พอเพียง พร้อมทั้งสร้างอาชีพ เสริมรายได้ หลักประกันของชาวประมงที่มีอาชีพประมงที่ยั่งยืน เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารที่ปลอดภัย และมีความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของในการดูแลทะเลสาบซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของเครือข่ายชาวประมงทะเลสาบสงขลาที่ต้องการให้ทะเลสาบมีแหล่งอาหารทะเลที่ปลอดภัย และเกิดพื้นที่เขตอนุรักษ์ในทุกตำบลที่ติดริมทะเลสาบของพื้นที่ในจังหวัดพัทลุง ตั้งแต่อำเภอควนขนุน – อำเภอปากพะยูน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดพัทลุง ว่าด้วย “พัทลุงเมืองสีเขียว ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ดี” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัดพัทลุงปี 2561 – 2564 ซึ่งมี 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์ที่ว่าด้วย “พัทลุง เมืองคนคุณภาพ สิ่งแวดล้อมดี ชุมชนเข้มแข็ง เติบโต และมั่งคั่งจากฐานการเกษตร วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยั่งยืน” ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ทิศทาง ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 10 ปีของ สสส. ที่ให้เกิดการกระจายโอกาสสร้างกลไกการทำงานร่วมของชุมชนและภาคีต่างๆอันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งและเกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคม สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะและเป็นประเด็นคานงัดนำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกันกับจังหวัดพัทลุงในรูปแบบของ “พัทลุงสีเขียว คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Phatthalung Green City)” การดำเนินโครงการ “การขยายพื้นที่ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทะเลสาบสงขลาตอนกลาง ด้วยเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน” โดยใช้กระบวนการต่างๆ (รายละเอียดอยู่ในแผนกิจกรรม) จึงมีความจำเป็นที่จะดำเนินการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนที่อยากเห็นทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งอาหารทะเลที่ปลอดภัยและเพียงพอ อันจะนำไปสู่การสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์จังหวัดพัทลุงดังกล่าวข้างต้น

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 290 0
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
ม. 1 บ้านแหลมจองถนน 70 -
ม. 11 บ้านหัวปอ 40 -
ม. 8 บ้านแหลมไก่ผู้ 70 -
ม. 9 บ้านปากพล 30 -
ม.14 บ้านคลองกะอาน 30 -
ม.6 บ้านบางขวน 50 -

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย

วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
1 1.สร้างความรู้ความตระหนักร่วมกันฟื้นฟูทะเลสาบ

1.คนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาสถาการณ์ทะเลสาบ 2. ได้ข้อมูลได้ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำและเครื่องมือการจับสัตว์น้ำบริเวณอ่าวปากพะยูน 3. ได้ร่างแผนการดำเนินงานของชุมชน

0.00
2 2.เกิดกลไกการทำงานร่วมกันในการรักษาทะเล

1.เกิดคณะทำงานในการขับเคลื่อนงานโครงการไม่ต่ำกว่า 15 คน 2. เกิดประมงอาสาดูแลเขตฯพื้นที่ละไม่ต่ำกว่า 11 คน 3. เกิดกติกาข้อตกลงในการดูแลเขตฯ 4.ได้แผนการทำงานของประมงอาสาแต่ละพื้นที่

0.00
3 3. เกิดกลไกติดตามการทำงานร่วมกัน

1.มีการประชุมคณะทำงานเดือนละ 1 ครั้ง 2. ได้ข้อมูลผลการดำเนินงาน 3. มีป้ายประชาสัมพันธ์กติกาข้อตกลงเรื่องเขตอนุรักษ์แต่ละพื้นที่

0.00
4 4. นิเวศทะเลสาบสงขลาตอนกลางมีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์

1.พันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 3 ชนิด เช่น ปลาแป้น(ปลาลาปัง) ปลากระบอก กุ้งก้ามกราม
2.ขยายพื้นที่เขตอนุรักษ์จากแนวเดิมออกไปไม่ต่ำกว่า 100 เมตร

0.00

การดำเนินงาน/กิจกรรม

วันที่ชื่อกิจกรรมกลุ่มเป้าหมาย
(คน)
งบกิจกรรม
(บาท)
ทำแล้ว
 
ใช้จ่ายแล้ว
(บาท)
10 ธ.ค. 61 เวที่การประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
10 ม.ค. 62 เวที่การประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
15 ม.ค. 62 จัดทำขอมูลชนิดพันธ์สัตว์น้ำและเครื่องมือในการจับสัตว์น้ำบริเวณทะเลสาบสงขลาตอนกลาง 20.00 - -
30 ม.ค. 62 เวทีพูดคุยทำความเข้าใจสถานการณ์ปัญหาของทะเลสาบสงขลาตอนกลาง (เวทีเปิดโครงการ) 80.00 - -
31 ม.ค. 62 กิจกรรมสมัครประมงอาสาเพื่อทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของประมงอาสา 70.00 - -
3 ก.พ. 62 เวทีคืนข้อมูลชุมชน -จัดทำร่างแผนการดำเนินงานของแต่ละชุมชน-คืนข้อมูลชนิดพันธ์ส้ตว์น้ำและเครื่องมือประมง 15.00 - -
10 ก.พ. 62 เวที่ประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
13 ก.พ. 62 เวทีค้นหาจิตอาสาเพื่อเข้ามาเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนร่วมบริหารจัดการโครงการ 70.00 - -
26 ก.พ. 62 เก็บข้อมูลรายได้จากการทำประมงย้อนหลัง10ปี 20.00 - -
7 มี.ค. 62 เวที่การประชุมคณะทำงานเพื่่อขับเคลื่อนโครงการ 20.00 - -
11 มี.ค. 62 เวทีทบทวนและปรับปรุงกติกาเขตอนุรักษ์ 20.00 - -
20 มี.ค. 62 ทำป้ายประชาสัมพันธ์กติกาข้อตกลงของเขตอนุรักษ์แต่ละพื้นที่ 5.00 - -
28 มี.ค. 62 เวทีสรุปและติดตามประเมินผลการดำเนินงาน4เดือน/ครั้ง (ARE) 15.00 - -
10 เม.ย. 62 เวที่การประชุมคณะทำงานเพื่่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
24 เม.ย. 62 เวทีแลกเปลียนเรียนรู้บทบาทการทำงานของประมงอาสาในนอกพื้นที่ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานกับพื้นที่บ้านในถุ้ง ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช 24.00 - -
14 พ.ค. 62 เวที่ประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
4 มิ.ย. 62 เก็บขัอมูลการเปลี่ยนแปลงชนิดพันธ์สัตว์น้ำหลังการมีเขตอนุรัก 15.00 - -
12 มิ.ย. 62 เวทีคืนข้อมูลชุมชน -จัดทำร่างแผนการดำเนินงานของแต่ละชุมชน-คืนข้อมูลชนิดพันธ์ส้ตว์น้ำและเครื่องมือประมง 15.00 - -
14 มิ.ย. 62 เวที่การประชุมคณะทำงานเพื่่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
5 ก.ค. 62 ซ่อมแซมปรับปรุงและขยายพื้นที่เขตอนุรักษ์ทั้ง6ชุมชน 15.00 - -
8 ก.ค. 62 ปล่อยพันธ์สัตว์น้ำอย่างน้อยปีละ2ครั้ง 20.00 - -
14 ก.ค. 62 ประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
16 ก.ค. 62 เวทีคืนข้อมูลชุมชน -จัดทำร่างแผนการดำเนินงานของแต่ละชุมชน-คืนข้อมูลชนิดพันธ์ส้ตว์น้ำและเครื่องมือประมง 15.00 - -
28 ก.ค. 62 เวทีสรุปและติดตามประเมินผลการดำเนินงาน4เดือน/ครั้ง (ARE) 15.00 - -
14 ส.ค. 62 เวที่การประชุมคณะทำงานเพื่่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
20 ส.ค. 62 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา 15.00 - -
25 ส.ค. 62 เวทีคืนข้อมูลชุมชน -จัดทำร่างแผนการดำเนินงานของแต่ละชุมชน-คืนข้อมูลชนิดพันธ์ส้ตว์น้ำและเครื่องมือประมง 15.00 - -
2 ก.ย. 62 เวทีคืนข้อมูลชุมชน -จัดทำร่างแผนการดำเนินงานของแต่ละชุมชน-คืนข้อมูลชนิดพันธ์ส้ตว์น้ำและเครื่องมือประมง 15.00 - -
3 ก.ย. 62 เวทีสรุปและติดตามประเมินผลการดำเนินงาน4เดือน/ครั้ง (ARE) 15.00 - -
14 ก.ย. 62 เวที่การประชุมคณะทำงานเพื่่อขับเคลื่อนโครงการ 15.00 - -
19 ก.ย. 62 เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานกับพื้่นที่ บ้านช่องฟืนตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูนจังหวัดพัทลุง 24.00 - -
26 ก.ย. 62 เวทีคืนข้อมูลชุมชน -จัดทำร่างแผนการดำเนินงานของแต่ละชุมชน-คืนข้อมูลชนิดพันธ์ส้ตว์น้ำและเครื่องมือประมง 15.00 - -
29 ก.ย. 62 เวทีปิดโครงการ 90.00 - -
รวม 778 - 33 -
วิธีดำเนินการ (บรรยายเพิ่มเติม)

เป็นกิจกรรมเปิดโครงการ ฟื้นเล ให้สมบรูณ์ด้วยเขตอนุรักษ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อบอกเล่าวัตถุประสงค์และเป้าหมายรายละเอียดการดำเนินงานโครงการ ในระยะเวลา1ปี โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วม จำนวน 78 คน ประกอบด้วย คณะทำงานโครง แกนนำชาวประมงในชุมชน บ้านบางขวน ม.6 บ้านแหลมไก่ผู้ ม.8 บ้านปากพล ม.9 บ้านหัวปอ ม.11 บ้านคลองกระอาน ม14 บ้านจองถนน ม.1 ผู้ใหญ่บ้าน ม1 ม.6 ม.8 ม.11 ตัวแทนกลุ่มแม่บ้าน บางขวน หาดไข่เต่า ปลัดอำเภอปากพะยูน​ พี่เลี้ยงโครงการแกนนำประมงอาสาบ้านช่องฟืน​ นายกสมาคมร้กษ์ทะเลสาบ​อำเภอปากพะยูน และภาคีความรวมถึงภาคีความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประมงอำเภอเขาชัยสน ปลัดอำเภอปากพะยูน ผู้อำนวยการหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด จังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง และ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดพัทลุง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

คณะทำงาน ละผู้เข้าร่วมตลอดถึงชาวประมงและสมาชิกในชุมชนแต่ละพื้ที่มีความรู้ความเช้าใจ​ถึง ๆเป้าหมาย วัตถุประสงค์และแนวทางในการดำเนินงานโครงการที่เป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของชนิดแลพันธ์ุสัตว์น้ำในทะเลสาบและได้ทราบ ถึงปัญหาสถานการณ์​ทะเลสาบและสามารถบอกต่อกันได้

เอกสารประกอบโครงการ

โครงการเข้าสู่ระบบโดย ไพฑูรย์ (พัทลุง) ไพฑูรย์ (พัทลุง) เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 13:41 น.